สมใจจริงๆ ครับ
เมื่อวานเข้าไปอ่านบล็อกของคุณคนชายขอบ
ได้เจอะเข้ากับหัวข้อ Blog-Tag พอดิบพอดี
เห็นแล้วก็คันมือคันไม้นึกสนุกอยากเล่นบ้าง
กะว่าจะสมมุติตัวเองขึ้นเป็นไวรัสแรกเพื่อแพร่พันธุ์
ส่งต่อไปยังบล็อกเกอร์รายอื่นๆ แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ
วันนี้ก็ได้รับสัญญาณการ Tag มาจากอาจารย์พี่
ในนาม ปิ่น ปรเมศวร์ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณที่อุตส่าห์โยงใย
กระผมเข้าไปในเกมลูกโซ่หนุกๆ นี้ด้วยคนครับ
ก่อนจะงงกันไปมากกว่านี้
ขออนุญาตคั่นเวลาด้วยการอธิบายไอ้เจ้าเกมไวรัสนี่ซะก่อนครับ
(จริงๆ แล้วผมก็เพิ่งรู้จักมันเมื่อสองวันก่อนนี่เอง)
จากการไล่ล่าคลิกอ่านไปตามลิงก์ของคนที่ถูก Tag
ก็ได้ความรู้จากพี่ The Aesthetics of Loneliness ว่า
จุดเริ่มต้นของเกมนี้มาจาก The Jeff Pulver Blog
เมื่อวันที่สิบ ธันวาฯ ที่เพิ่งผ่านมานี้เอง
และก็ใช้เวลาแพร่มาถึงไทยไวกว่าไข้หวัดนกซะอีก
กติกาง่ายๆ ของเกมไวรัสนี้มีอยู่ว่า
ให้บล็อกเกอร์ที่ถูก Tag เขียนข้อความเกี่ยวกับตัวเอง
ในสิ่งที่เป็นความลับ หรือมีน้อยคนบนโลกนี้ที่เคยรับรู้
ทั้งหมดห้าข้อใส่ไว้ในบล็อกของตัวเอง เสร็จแล้วจึง
แปะมือต่อไปยังเพื่อนบล็อกเกอร์คนอื่นอีกห้าคนให้ติดเชื้อนี้ไปบ้าง
และห้าคนนั้นก็ต้องทำแบบเดียวกัน คือแปะเชื้อต่อไปเรื่อยๆ
เหมือนจดหมายลูกโซ่
ลองดูลูกโซ่สายยาวเบลื้อยได้ที่นี่ครับ
และสามารถดูต้นตอเจ้าของมือที่แปะส่งเชื้อมายังผมได้ที่นี่ครับ
เอาล่ะครับ
ได้เวลาสาธยายห้าเรื่องที่ไม่เคยมีใครรู้(และไม่รู้จะรู้ไปทำไม)ของผมซะทีครับ
1.ตอนเด็ก: ผมเคยอ่านคำว่า ‘พระนเรศวร’ ว่า ‘พระ-นะ-เรด-วอน’
แม้ผู้หลักผู้ใหญ่กี่คนต่อกี่คนจะพยายามสั่งสอนผมในสิ่งที่ถูก
แต่ผมก็ยังยืนยันอยู่อย่างนั้นอยู่นาน เรียกว่ามั่นใจในตัวเอง(ผิดๆ)มาตั้งแต่เด็ก
2.ตอนวัยรุ่น: ผมเคยเกือบไปทำศัลยกรรมกรีดตาสองชั้น
เพราะรู้สึกว่าตัวเองตาตี่เกินไป จะเอาอะไรมาหล่อสู้เพื่อนๆ ตาสองชั้น
(ยุคนั้นเป็นยุคของพี่มอส พี่เต๋า และพี่ปราโมทย์ แสงศร)
แต่ก็โชคดีที่ไม่ได้ทำ เพราะพอมาถึงยุคนี้ ตาตี่กำลังอินเทรนด์
3.ตอนโต: ผมเป็นคนตัดเล็บสั้นมากๆ และบ่อยมากๆ
เรียกได้ว่าเล็บผมไม่เคยได้เงยหัวออกมาจากปลายเนื้อของนิ้ว
ใครเห็นก็มักจะถามว่า ‘ไม่เจ็บเหรอ?’ ตอบได้ว่า-ไม่เจ็บ
แต่จะมีปัญหาก็เวลาจะแกะห่ออะไรที่ต้องใช้เล็บ หรือเวลาจะเกา
เนื้อส่วนที่คัน เกาเท่าไหร่ก็ไม่หายคัน เพราะมันไม่มีเล็บ!
4.ตอนหนุ่ม: ผมเคยเดินร้องไห้ออกจากโรงหนังสกาล่า
หลังจากดูเรื่อง The Road Home ของจางอวี้โหมว
เป็นการดูหนังคนเดียว และไม่ใช่ร้องไห้ธรรมดา
แต่ร้องราวกับญาติโกโหติกาเสียชีวิตกันทั้งตระกูล
ผมเดินน้ำตาพรู ไหล่โยกขึ้นๆ ลงๆ หายใจกระตุกไม่หยุด
มาจนถึงป้ายรถเมล์หน้ามาบุญครอง ผู้คนมองผม
เหมือนเด็กผู้ชาย(ตัวเท่าควาย)หลงทาง หาแม่ไม่เจอ
ผมหยุดร้องไห้บนรถเมล์ที่กำลังมุ่งหน้าสู่บ้าน
หลังจากนั้น ผมได้ดูหนังเรื่องนี้อีกสองครั้ง
จากวิดีโอ และเมื่อช่องทีวีเอามาฉาย
และก็ยังคงร้องไห้ไหล่โยกทั้งสองครั้ง
5.ตอนนี้: เรื่องนี้เป็นเรื่องของนางฟ้าครับ
หลังจากผมได้อ่าน Blog-Tag ของคุณพี่ปิ่นในข้อห้า
ผมก็จัดแจงลงมือกดโทรศัพท์ไปหานางฟ้า
โดยตั้งใจกับตัวเองไว้ว่า ถ้านางฟ้ามารับโทรศัพท์
ผมก็จะคุย แต่ถ้าคนอื่นมารับผมจะไม่ขอสายเธอ
เสี่ยงดวงวัด ‘พรหมลิขิต’ ครับ
ผลปรากฎว่า นางฟ้ารับโทรศัพท์!
ผมอึกอักมือสั่นเสียงเครือสมองอื้อนึกอะไรไม่ออก
ผมบอกเธอไปแค่ ‘สวัสดีปีใหม่ครับ’
แล้วก็กดวางโทรศัพท์ไป
เอาเป็นว่า ผมได้สวัสดีปีใหม่นางฟ้าเผื่อคุณพี่ปิ่นด้วยแล้ว (ฮ่าฮ่า)
(เรื่องนี้คนอื่นอ่านไม่รู้เรื่องไม่เป็นไร แต่ผมรู้ว่าคุณพี่ปิ่นรู้แน่-ใช่ไหมครับ?)
เล่นและเล่ามาซะยาวเชียว
ได้เวลาแพร่ไวรัสต่ออีกห้าคนแล้วครับ
Tag: เจ้าหญิงเพี้ยน, I am h2o, ดาริกามณี, หัวใจเดินทาง, pattararanee
ปล.เกมนี้ทำให้รู้สึกว่าโลกของบล็อกเกอร์ใกล้กันกว่าที่คิดครับ.
มกราคม 8, 2007 ที่ 3:27 am
ขอบคุณ คุณPeeTong และ tiktok ที่แท็กมาระหว่างพิมพ์ครับ
แหม…ฮิตกันจริงจริ๊งเชียว
มกราคม 8, 2007 ที่ 9:29 am
หุหุ..ถ้าพี่เอ๋ทำตา2ชั้นตอนนั้น คงไม่น่ารักเหมือนตอนนี้ก็ได้มั้ง? 55+
มี Tag นี่ก็ดีนะ ได้รู้เรื่องลับๆของพี่เอ๋.. (พระ-นะ-เรด-วอน…ฮี่ๆ)
มกราคม 8, 2007 ที่ 9:49 am
แวะมาอ่านของคนโดน Tag
เราก็ชอบ The Road Home มากค่ะพี่เอ๋ ดูกี่รอบๆ ก็ยังชอบอยู่
อืม… ไม่สินะ ‘รัก’ เลยต่างหากล่ะ
มกราคม 8, 2007 ที่ 10:19 am
แวะมาอ่านคนที่โดน Tag มาจากบล็อกเดียวกัน
เรื่อง Road Home นี้น้ำตาไหลพรากทั้งเรื่องเหมือนกัน
ตั้งแต่เปิดเรื่องทีเดียวเลยเชียว
มกราคม 8, 2007 ที่ 12:01 pm
เรื่องลับๆในแต่ละวัย มีหลายอารมณ์จริงๆจ้ะ
มกราคม 8, 2007 ที่ 12:19 pm
อ่ะ ทำแล้วนะคะ
มีบางข้อ… เรื่องเหมือนของคุณนิ้วกลมเลย ^_^
มกราคม 8, 2007 ที่ 12:26 pm
เค้าเล่นกันยังไงคับ คือจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของลูกโซ่ได้ยังไงอ่ะ
มกราคม 8, 2007 ที่ 12:30 pm
อ่ะ ข้ออื่นพอไหว
แต่ข้อนางฟ้านี่ โอย..ไม่กล้าโทรซักที ตึก ตึก ตึกๆๆ
มกราคม 8, 2007 ที่ 3:22 pm
น่าสงสารน้องเล็บน้อ….
เกิดมาไม่ทันไรก็ถูก ‘กุดหัว’ ซะแล้ว!
มกราคม 8, 2007 ที่ 5:15 pm
The Road Home เป็นหนังในดวงใจเรื่องนึงครับ
สวัสดีครับพี่แป๊ด
แฮมครับ เข้าไปอ่านบล็อกแฮมมาแล้ว
ลองมาแท็กคนในบล็อกนี้ต่อก็ได้ครับ
สังเกตจากตัวหนังสือสีน้ำเงินจะมีลิงก์ไปครับ
จี เพราะไม่มีเล็บ นิ้วก็เลยกลมฉะนั้นแล…
มกราคม 8, 2007 ที่ 5:29 pm
ตอนเด็ก ผมก็อ่านคำว่า แหม! (แม๋ Mare+) เป็น แ-ห-ม (Ham+) อยู่ตั้งนาน ด้วยความบ๊องของตัวเอง
เอ่อ แล้วนางฟ้านี้ ยังไงเหรอครับ ใบ้หน่อยสิ
มกราคม 8, 2007 ที่ 5:35 pm
ตาชั้นเดียวกำลังฮิตจริงปะพี่เอ๋ 5555 แอบดีใจ ตาชั้นเดียวเหมือนกัน
ทรมานมั้ย คันแล้วเกาไม่ได้อะ -*- ตอนเด็กๆสิฟังคำว่าเอกอคราชทูตเป็นเอะอะข้าราชทูต – -
มกราคม 8, 2007 ที่ 7:25 pm
มีตอนเด็ก ตอนวัยรุ่น ตอนโต ตอนหนุ่ม
แล้วตอนนี้ มันตอนอะไรอ่ะ ( ที่ต่อจากหนุ่มเนี้ย…ฮ่า ฮ่า ฮ่า )
มีตาชั้นเดียวก็ไม่ต้องเสียใจไป ถ้าใจยังอยากสองชั้นอยู่
เพราะตอนเด็กเราก็ชั้นเดียว โตขึ้นยังตาสองชั้นได้เลย ไม่ได้โม้
( สงสัยตาม gravity ไม่ต้อง surgery เลย อิอิ )
เล็บสั้นก็ดี เพราะถ้าเล็บสวยหรือมือสวยก็อาจโดนเพื่อนล้อก็ได้
( สุนัข; สุ=ดี,สวย , นัข=เล็บ สุกร; กร=มือไง ) ตอนเด็ก ๆ โดนมาบ้าง
และก็ไม่มีเล็บเนี้ยจะได้ให้คนอื่นช่วยเกาไงล่ะ
ส่วนเรื่องนางฟ้าก็ขอให้เป็นเรื่อง พอน-หม-ลิ-ขิด ( พรหมลิขิต ) ล่ะกัน
เดือนหน้า ( เดือนกุมภาน่ะ ) เผื่อว่าจะมีนางฟ้าช่วยเกาหลัง อิอิ
ไปล่ะ
มกราคม 8, 2007 ที่ 8:06 pm
มันน่าจะเป็น ตอนหนุ่ม ตอนโต แล้วก็ ตอนแก่เลยสิไม่น่ามี ตอนนี้ นะ
มกราคม 8, 2007 ที่ 8:19 pm
โอ้โห พี่ยาย่าหญิงแพรวพราวมากเลยครับ
ขอคารวะสามจอก เอื๊อก เอื๊อก เอื๊อก!
ตอนนี้(เริ่มแก่)ไม่อยากตาสองชั้นแล้วครับ
เริ่มพอใจในใบหน้าเกาหลีปนเขมรของตนเอง
เชื่อว่าเทรนด์นี้จะมาหลัง เทรนด์เกาหลี ครับ
ตอนเด็ก-ตอนวัยรุ่น-ตอนโต-ตอนหนุ่ม-
ตอนนี้ถึงตอน ‘ตอนหมู’ ครับ
เรียกง่ายๆ ว่า ‘หมูตอน’ หุหุหุ
มกราคม 8, 2007 ที่ 8:52 pm
The Road Home เป็นหนังในดวงใจอีกเรื่องนึงเหมือนกันครับ เพราะผมก็ร้องไห้ให้กับหนังเรื่องนี้แบบจะเป็นจะตายเหมือนกัน โชคดีที่ว่าดูที่บ้านคนเดียว ไม่งั้นคงจะอายเค้าเหมือนกัน
มกราคม 8, 2007 ที่ 9:45 pm
เห็นคนโดนหลายคนแล้วคับ
หนุกดีๆ อ่านแล้วเพลิ๊นนเพลิน
ว่าแล้ว
ต้องแปลงกายเป็นไวรัสสักตัว
แพร่กระจายกับเขาบ้างแล้ว
แว๊บบบบ !!!
มกราคม 9, 2007 ที่ 12:30 am
เวลาเรานอนมากๆแล้วตามันจะสองชั้นของมันเองอ่ะ
ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน (เพราะตามันบวมอ่ะดิ)
เวลานอนตื่นสายก็จะบอกแม่ว่า
ไม่ได้ขี้เกียจนะแม่
แต่วันนี้อยากมีตาสองชั้นกับเค้ามั่ง
(อยากให้มาน้อยชั้นเองอ่ะ ช่วยไม่ได้นะแม่นะ)
พี่นิ้วฯลองเอาวิธีนี้ไปใช้มั่งดิ
มกราคม 9, 2007 ที่ 12:51 am
เจ้าไวรัสตัวนี้นอกจากจะทำให้
คนติดเชื้อมีเรื่องสนุก ๆ มาเล่าให้เราอ่านเพลินแล้ว
แถมยังแนะนำให้รู้จักบล็อกเกอร์คนอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายคน
ดีจริง ๆ ( ขอบคุณหลายหลาย )
แล้วมันจะมีการติดเชื้อซ้ำอีก ได้หรือเปล่าค่ะ
มกราคม 9, 2007 ที่ 10:34 am
เรื่องสนุกดีคะ (^_^)
happy new year ka……
มกราคม 9, 2007 ที่ 10:39 am
มาถึงหัวข้อนี้ค่อยหายเครียดหน่อย
ทำให้นึกถึง.. แมงมุม ..ขึ้นมาซะงั้น
มกราคม 9, 2007 ที่ 11:11 am
ฮ่าฮ่า ขอโทษด้วยครับพี่จุ๋ม
หากทำให้เครียด
กลัวเดี๋ยวจะหนักฮากันมากเกินไปครับ หุหุ
มกราคม 9, 2007 ที่ 11:28 am
LOL
มกราคม 9, 2007 ที่ 11:35 pm
[...] Blog-Tag หรือคนที่พึ่งมาได้อ่านก็ ลอง Click Here ดูครับจะได้รู้แล้วไปเล่นบ้าง [...]
มกราคม 10, 2007 ที่ 12:46 am
พระ-นะ-เรด-วอน
รู้สึกจะขายหน้าพอๆขายหน้าพอๆกับนิ้วกลมเลยนะ
คุณครู : “สาธิดา(นามสมมุติ)รู้มั้ย ว่าแม่น้ำที่มีรถไฟสายมรณะตัดผ่าน อยู่ในจ. กาญจนบุรี ชื่อแม่น้ำอะไร
สาธิดา : “รู้ค่ะ” มั่นใจมาก
“แม่น้ำ แ ค ว น้ อ ย ” (อ่านเหมือน แมว น่ะ)
มกราคม 10, 2007 ที่ 2:30 am
โอ้ เรื่องร้ิองไห้ไหล่โยกนี่ผมก็เคยครับ
เรื่องที่จำได้ว่าเมื่อยไหล่ที่สุดคือ ‘What dreams may come’ ครับ
โอ๊ย เยี่ยงญาติเสียพร้อมกันทั้งโคตร
ปล. กำลังอ่านเนปาลประมาณสะดือครับ จะจบแล้วแหละ
มกราคม 10, 2007 ที่ 6:16 am
The Road Home นั่งดูกับเพื่อน อีก 2-3 คนที่หอมัน ตอนทำงานแล้ว หนังจบ มันหันมา โคตรอายเลย
“หนังมึงทำกูร้องไห้เลย สราดด” แก้เก้อกันไป แหะๆ
ผมกำลังแอบอ่านความลับใครต่อใคร แล้วเอามาปะติดปะต่อกันอยู่ฮะเนี่ย ไม่อยากเชื่อ ว่าโลกแคบกว่าที่คิด
มกราคม 10, 2007 ที่ 7:47 am
นางฟ้า…คืออะไรน้า
มกราคม 10, 2007 ที่ 10:37 am
เล่นยังไง อ่ะ น้องเอ๋
คุณพี่ เกินวัยละมั้ง
เอาเป็ฯว่าจะพยายาม เนาะ…
หวัดดีปีใหม่จ้ะ
มกราคม 10, 2007 ที่ 7:39 pm
วันนี้เดินทางสะเปะสะปะไปหลายบ้านเลย
สนุกดีจ้า
ขอบคุณเจ้าของบ้านนี้
ที่ทำให้ได้ไปเจอบ้านอีกหลายๆหลัง
ไปเคาะประตูมาหลายที่แล้วล่ะ
มิตรภาพบนโลกใบนี้ไม่มีพรมแดนจริงๆ
มกราคม 11, 2007 ที่ 11:39 am
เราเห็นด้วยกะคุณจุ๋ม เย้ๆๆๆๆๆ ^_^
มกราคม 13, 2007 ที่ 9:56 am
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=arcturus&group=10
อ่ะ เอาปาย…
160 ข้อเลย
หุหุ
สิงหาคม 1, 2007 ที่ 5:06 pm
Hello! great idea of color of this siyte!
กรกฎาคม 26, 2008 ที่ 2:49 pm
ครือว่า……หนูก็ไม่มีเล็บเหมือนกันค่ะ
ตุลาคม 28, 2008 ที่ 12:03 pm
ชอบตัดเล็บสั้นเหมือนกันเลยค่ะพี่เอ๋
ธันวาคม 15, 2008 ที่ 11:49 pm
อ่านลอนดอนไดอารี่ แล้วมีแรงบันดาลใจในการรีบพาตัวเองไปเมืองอื่น…บ้าง
ธันวาคม 27, 2008 ที่ 4:19 pm
แต่ก่อนเปงคนไม่ค่อยจะอ่านหนังสือเลยนะค่ะ เเต่พอมาเหงหนังสือของนิ้มกลมทุกเล่มเเล้ว กลายเปงคนติดหนังสือไปเลย หนังสือพี่สุดๆอ่ะ ^^ลอนดอนไดอารี่ อ่านเเล้วสนุกมากค่ะ, ,,
กุมภาพันธ์ 15, 2009 ที่ 11:19 pm
ยินดีมากๆที่ได้…อ่าน ค่ะ
ขอบคุณมากๆที่…คุณเขียน ค่ะ
เดินๆ ดุ่มๆ..ไปเปิด ๆ ปิดๆ หนังสือ ที่คุณเขียนไว้
เพราะสะดุดใจ เจ้านิ้วใส่เสื้อ..(มันออกแนวหลอน 555)
หิ้วกลับบ้านมาเป็นสมาชิกในครอบครัวซะงั้น
เปิด ปิด หลายเล่มอยู่ เอามาขีดเส้นใต้ก็เยอะ 555 ดีจัง
^-^
จะติดตามตอนต่อไปนะค๊ะ…ขอบคุณสุดใจ
ถ้าฝน เขียน ได้รู้เรื่องแบบคุณได้ คงจะดี …
มีนาคม 31, 2009 ที่ 2:52 pm
อ่านเล่มใหม่แล้วชอบจังค่ะทำเล่มใหม่เร็วๆหน่อยนะคะ อยากอ่านแบบต่อเนื่อง
มิถุนายน 6, 2009 ที่ 3:33 pm
แฟน(หนังสือ)ใหม่นิ้วกลมค่ะ
กันยายน 25, 2009 ที่ 10:18 am
ได้แวะมาบ้างสักที..อยากทักทายคร้า..แบบติดเกาะมานาน..อิอิ
นิ้วกลม..ไม่สนใจมาเที่ยวเกาะบ้างหรือ..555