1.
วันนี้เป็นวันดี
เพราะเป็นวันที่ได้มีโอกาสเจอพี่ชายดีๆ ตั้งสามคน
คนที่เคารพ นับถือ และเคยเห็นอยู่ห่างๆ
แต่ได้มานั่งตรงกันข้ามและพูดคุยด้วย
แลกเปลี่ยนและรับฟัง
มีแต่สิ่งดีๆ ไหลเข้าสู่รูหู
รู้สึกดีจัง
2.
กลางวัน เราถามพี่ชายคนหนึ่งว่า
“มีจุดประสงค์ในการเขียนหนังสือหรือเปล่าครับ?”
“จุดประสงค์ของพี่คืออะไร?”
พี่ชายตอบเสียงเรียบ
“ไม่มีหรอก”
“พี่เคยคิดว่าการเขียนหนังสือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่
เปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่จริงๆ แล้วโลกไม่เคยเปลี่ยนแปลง
โลกยังคงเป็นแบบนั้นของมันอยู่ โลกจะมีเราหรือไม่มีเรา
มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่”
เราบอกกับเขาว่า
“ผมเคยฟังพี่พูด แล้วรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตต่อ”
พี่ชายหัวเราะ
“มีชีวิตก็ดี ยังอยู่น่ะดี แต่ตายก็ได้ ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร”
“ทุกวันนี้ก็ยังเขียนหนังสือ เขียนเหมือนหายใจ
เขียนเป็นปกติ พี่ไม่ได้คิดว่าการเขียนหนังสือมันยิ่งใหญ่อะไรแล้ว
ก็แค่เขียนไป เพราะยังมีชีวิตอยู่ ก็ทำงานกันไป”
3.
ตอนค่ำ ได้เจอพี่ชายที่เคารพอีกคน
หน้าตาผ่องใส มีความสุข รอยยิ้มติดอยู่บนหน้าตลอดเวลา
พี่ชายคนนี้เคยทุ่มเทให้กับการทำหนังสืออย่างมุ่งมั่น
มาถึงวันนี้ เขาแลดูผ่อนคลายเอามากๆ
ผ่อนคลายเหมือนละวางหลายอย่างได้แล้ว
แววตาแห่งความสุข ประโยคคำพูดแบบเข้าอกเข้าใจโลก
ถูกส่งผ่านสายตาและรูหูของเรา
จากภาพตรงหน้า เราสงสัยว่าพี่เขายังอยากทำอะไรอีก
“พี่ยังสนุกกับการเขียนหนังสืออยู่รึเปล่าครับ?”
“เฉยๆ นะ เขียนก็ได้ ไม่เขียนก็ได้”
“เขียนก็เขียนไป ไม่ได้รู้สึกว่าการเขียนหนังสือมันยิ่งใหญ่อะไร”
4.
เย็นวันนั้น ได้คุยกับพี่ชายอีกคนผ่านโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น
เราถามไถ่ถึงทรรศนะเกี่ยวกับการเขียนในปริมาณมาก
“ถ้าสนุก มีแรงก็เขียนไป เขียนได้ ก็เขียนไปเถอะ”
5.
ดึกวันนี้ เดินสนทนากับพี่ชายอีกคน
เขาพูดลอยขึ้นกลางอากาศบนทางเดินรถไฟฟ้า
“ช่วงมีแรงเยอะก็เขียนไปเถอะ เดี๋ยวพอเขียนเยอะๆ เข้า
ก็จะอยากทำอย่างอื่น เดี๋ยวมันก็จะปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เอง”
เป็นพี่ชายที่เคารพนับถือทั้งสี่ท่าน
ขอบคุณมา ณ ที่นี้
ดีใจที่ได้พูดคุยและรับฟังคำของพี่ๆ
ยังสนุกกับการเขียน
และก็เป็นแค่คนหัดเขียนหนังสือคนหนึ่ง
ที่มีความสุขทุกครั้งที่ได้นั่งลงเขียนหนังสือ
เป็นแค่นั้นจริงๆ
อาจจะจริงอย่างที่ท่านพี่ทั้งสองได้บอกกล่าว
การเขียนหนังสือไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักหนาหรอก
อย่าคาดหวังอะไรจากการเขียนหนังสือของเรามากนักเลย
เราเขียนเพราะมีความสุข-ก็แค่นั้น.
มกราคม 31, 2007 ที่ 3:56 am
การเขียนก็เหมือนกับการพูดในที่สาธารณะ
หากเราพูดแล้วมีคนฟัง และฟังด้วยความสนุกสนานตั้งใจ
ย่อมนำความสุขให้แก่ทั้งผู้พูดและผู้ฟัง…จริงมั๊ย
มกราคม 31, 2007 ที่ 4:00 am
เห็นด้วยค่ะ….ทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองมีความสุข
และถ้าจะให้ดี…ส่งต่อความสุขให้กันและกันค่ะ
เชอรี่
มกราคม 31, 2007 ที่ 4:08 am
ขอให้สนุกกับการเขียนไปเรื่อย ๆ นะคะนิ้วกลม
ส่งความสุขให้กันและกัน…
ชอบคำนี้จริง ๆ ค่ะคุณเชอรี่
มกราคม 31, 2007 ที่ 7:33 am
ได้ทำอะไรที่ทำแล้วมีความสุข และไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร ก็จงทำไปเถิดครับ เมื่อเรามีความสุขแล้ว มันก็จะเกิดบรรยากาศดีๆรอบตัวของเราด้วย ^^
เพิ่งดูสารคดีเรื่อง hyperspace จบไปอีกรอบ… มนุษย์เป็นเพียงจุดเล็กๆในโลก โลกเราก็เป็นเพียงจุดเล็กๆในจักรวาล มีเกิดมีดับเหมือนดาวอื่นๆ และเมื่อถึงเวลานั้น ทุกอย่างก็คงกลายกลับกลายเป็นความว่างเปล่า ขณะที่การเกำเนิดครั้งใหม่ กำลังก่อตัวขึ้นที่อีกจุดหนึ่งในจักรวาลนี้
มกราคม 31, 2007 ที่ 8:24 am
ยกนิ้วโป้งให้ไปเลย (ไม่ได้โกรธกันนะ)
มกราคม 31, 2007 ที่ 8:59 am
มีความสุขที่ได้เขียน
อ่าฮะ ได้อ่านแล้วก็ยิ่งมีความสุขเลยนะเนี่ย
มกราคม 31, 2007 ที่ 9:59 am
อิจฉาคนที่เขียนได้เขียนดี และ มีความสุข ^_^
*ปกติต่อมรับรู้ความอิจฉาตายด้าน
เจอหนังสือคุณนิ้วกลมเข้าไป ต่อมนี้ได้อาหารโอชะ จึงสร้างให้ต่อมโตยังไงไม่รู้สิ!!!!
มกราคม 31, 2007 ที่ 12:51 pm
ครั้งนึงเคยอยากเป็น.. นักอยากเขียน.. ดูบ้างเหมือนกัน
แต่ลองแล้ว เขียนได้เต็มที่ก็แค่จดหมายนั่นแหละ
ตอนนี้ก็อาศัยเป็นนักอ่าน คอยเสพความสุขผ่านตัวหนังสือน่ะ
นัก(หัด)เขียนที่คอยส่งผลงาน มาให้นักอ่านอย่างเราๆได้อ่านกัน
เขียนเพราะมีความสุขก็เขียนไปเถอะ
มีคนรอรับความสุขที่ส่งมาให้อยู่แล้ว
การทำให้ใครๆมีความสุข..ถือว่าเป็นการทำบุญอย่างนึงนะ..
ไม่ค่อยได้เคยมองว่าใครยิ่งใหญ่ซักเท่าไหร่
แต่ตอนนี้กำลังมองอยู่อ่ะ ไม่รู้จะรู้ตัวหรือเปล่า
มกราคม 31, 2007 ที่ 1:11 pm
สิว่าคนที่เขียนเค้าอาจมองว่าการเขียนของเค้าไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่
แต่งานเขียนของเค้าอาจเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่น และอาจสามารถเปลี่ยนชีวิตคนคนนึงได้เลยนะคะ หนังสือสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ สิเจอมาแล้ว
มกราคม 31, 2007 ที่ 1:12 pm
ไม่รู้เหมือนกันว่าการเขียนยิ่งใหญ่หรือเปล่า เพราะเขียนหนังสือไม่เป็น ไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ (ขนาดเขียนบันทึกประจำวัน อ่านเอง ยังงงเอง)
แต่รู้แค่ว่าขอบคุณที่โลกนี้มีคนเขียนหนังสือให้อ่าน นับตั้งแต่การ์ตูนที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ก็ยังอ่านอยู่ (ใครจะปฏิเสธขายหัวเราะ ดรากอนบอล โดราเอมอน โคนัน คินดะอิจิ ชินจัง)
รู้แค่ว่าขอบคุณนักเขียนทุกคนที่หยิบเอาความคิด+บางอย่างในหัว+ภาษา แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือให้ได้อ่าน
คิดว่าคนอ่านหนังสือไม่ได้เชื่อทุกอย่างที่อ่าน แต่สิ่งที่อ่านมันก็จะเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆที่เติบโตมาพร้อมๆกับเรา
อยากจะบอกว่างานเขียนน่าจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรหรอก? แค่ทำให้รู้สึกสนุกทุกครั้งเวลาโลกนี้มีแค่เรากับตัวหนังสือตรงหน้า
มกราคม 31, 2007 ที่ 1:24 pm
ชอบมากค่ะ น้องหมี
เห็นด้วยทุกประการ ^_^ ดรากอนบอล โดราเอมอน โคนัน คินดะอิจิ ชินจัง แถม ชิราโทริ เรโกะ, ไมเคิล (แมว-จำชื่อเรื่องไม่ได้ค่ะ) อ่ะ การ์ตูนในดวงใจ
มกราคม 31, 2007 ที่ 1:28 pm
ไม่ว่าอะไรก็ตาม ที่ทำแล้วมีความสุข……ทำไปเถิด
เพราะอย่างน้อยที่สุด…. เราก็ได้ความสุขจากการที่ได้ทำ
คนเขียนหนังสือจะสุขทั้งขึ้นทั้งร่องได้อย่างไร
-สุขที่ได้เขียน
-สุขที่ได้อ่านหนังสือของตัวเอง
-สุขที่คนอ่าน อ่านหนังสือที่เขียน
-สุขที่คนอ่าน อ่านหนังสือแล้วมีความสุข
และสุดท้าย สุขที่หนังสือขายได้
มกราคม 31, 2007 ที่ 1:30 pm
..ไมเคิล เหมียวไม่ธรรมดา น่าจะประมาณนี้ ^___^
ไมเคิลเล่มนี้มีเหมือนกัน แต่ไม่ครบทุกเล่ม
ขอบอกเลยว่าหมีมีนิสัยเสียชอบกินข้าวไปพร้อมๆกับอ่านหนังสือ
แต่อ่านไมเคิลกับชินจัง ไม่สามารถเลยต้องอ่านอย่างเดียว ไม่งั้นหัวเราะหยุดไม่อยู่สำลักข้าวตาเหลือก (อืม..บอกได้เพราะเคยแล้ว)
มกราคม 31, 2007 ที่ 9:56 pm
เคยเป็นเหมือนที่คุณหมีบอกเลย
อ่านไมเคิลแล้วหัวเราะจนสำลักข้าว (แต่ตาไม่เหลือก)
มกราคม 31, 2007 ที่ 10:06 pm
“เขียนหนังสือไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักหนาหรอก”
ไม่เชื่อครับ!!! ไม่เชื่อเด็ดขาด!!!
ในมุมมองของนักเขียน คิดอย่างนั้นก็อาจจะดี จะได้ไม่หลง ไม่ฟุ้ง
แต่มุมมองของนักอ่าน
หนังสือบางเล่มก็ทำให้เรารู้สึกได้ถึงพลังจากข้อความที่นักเขียนต้องการสื่อ
และมันก็ถ่ายทอดมาสู่ตัวเราได้
(คล้ายๆเรามีรูที่ตรงกันกับหนังสือเล่มนั้น ท่านนิ้วเคยเล่าให้ฟังแล้วเรื่องรูโฆษณา)
และจังหวะของการเขียนบล็อคนี้
ก็ออกมาในเวลาที่ทำให้เราสบายใจและมีความสุข
แล้วทำไม การเขียนหนังสือจะยิ่งใหญ่ไม่ได้
ก็อย่างที่บอกไปแล้ว
“ยกนิ้วโป้งให้ไปเลย “
มกราคม 31, 2007 ที่ 10:40 pm
“เขียนหนังสือไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักหนาหรอก”
งานนี้ใครจะถ่อมตัวก็ว่ากันไปนะ
แต่เรามาขอคะแนนเสียงกันหน่อย
ใน “สงสัยว่าเป็น ฟลาเนอร์” คอมเมนท์เดินทางมาถึงลำดับที่ 130 แล้วค่ะ เรามาช่วยกันทำให้ทะยานสู่ 200 คอมเมนท์กันเถิด เพราะว่าเขียนหนังสือไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักหนาหรอก เนอะว่ามั้ย?
^_^
มกราคม 31, 2007 ที่ 10:43 pm
อย่ากระโตกกระเตกไปเอี้ยง กำลังพยายามทำอยู่ จุ๊ จุ๊…ทะลุ 200
มกราคม 31, 2007 ที่ 11:16 pm
พลาดตำแหน่งที่ 100 ไปให้แก่เอี้ยง
แต่ยังไงยังลุ้นตำแหน่งที่ 200 อยู่นะจ๊ะ
มกราคม 31, 2007 ที่ 11:43 pm
เขียนหนังสือยิ่งใหญ่หรือเปล่า? ไม่รู้เหมือนกันนะ
แต่วันนี้อ่านหนังสือของ ‘หนุ่มเมืองจันท์’ จบไปอีกเล่ม
ขอเรียกว่า ‘ไม่ธรรมดา’ ละกัน
คาดว่าอีกไม่นาน ความรู้สึกนี้คงกลับมาอีก
กับตัวหนังสือของนักเขียนอีกคน
กำลัง countdown อยู่จ้า
กุมภาพันธ์ 1, 2007 ที่ 10:15 am
ร่วมนับถอยหลังด้วยอีกคน
กุมภาพันธ์ 1, 2007 ที่ 10:58 am
อย่าคาดหวังไปเชียวครับ หุหุหุ.