Archive for กุมภาพันธ์ 8th, 2007

รักษารัก

กุมภาพันธ์ 8, 2007

1.
เด็กชายชื่อ ลอบ เห็นเด็กหญิงชื่อ ทอง ครั้งแรกตอนเขาอายุสิบสาม
ส่วนเธอนั้นประมาณเจ็ดถึงแปดขวบ เธอปลูกกระต๊อบอยู่ปลายนา
และเขาไปหาปลาแถวนั้นพอดี

นั่นคือการเจอกันครั้งแรก
จำการเจอกันครั้งแรกของคุณกับคนที่คุณรักได้ไหม?

“เราคุยกันครั้งแรกที่งานวัดป่า หลังจากผ่านวันที่เจอกันครั้งแรกมาสี่ปี
เราไปเที่ยวกับเพื่อนเรา ส่วนเขาไปรำวงพร้อมกับญาติๆ เขา
ต่างคนต่างไป แต่ดันไปเจอกันโดยบังเอิญ ตอนนั้นเขาเริ่มแตกเนื้อสาว
หน่อยๆ รู้สึกว่าเขาน่ารักดี เห็นแล้วก็ปิ๊งเล็กๆ แต่ยังไม่คิดอะไรมาก…”

“จำได้ว่าคำแรกที่คุยกับเขา คือ เราถามไปว่า มานานหรือยัง
เขาตอบกลับมาว่า มานานแล้ว จากนั้นก็ยืนคุยกันอยู่ประมาณยี่สิบนาที
ยายทองก็ขึ้นไปรำวง ก่อนขึ้นไปเขายังบอกเราให้คอยหน่อย
จะได้เดินกลับบ้านทางเดียวกัน…”

นั่นคือการคุยกันครั้งแรก
จำคำพูดแรกที่คุยกับคนที่คุณรักได้ไหม?

“หลังจากคุยกันครั้งแรกที่งานวัดวันนั้น เราก็ไม่ได้เห็น ไม่ได้พูดกันอีก
ร่วมๆ สามปี เพราะว่ายายเขาต้องไปทำงานเป็นเด็กรับใช้ที่บ้านคนจีน
ในแถบตัวอำเภอ…”

“ตาเห็นยายอีกทีตอนที่เขาแวะไปหาเพื่อนหญิงของเขาที่บ้าน
เผอิญว่าเราก็ไปหาญาติที่บ้านหลังนี้พอดี ซึ่งเพื่อนเขาก็เป็นญาติ
ของเราด้วย เขากำลังนั่งคุยกัน ตอนนั้นแกเป็นสาวอายุได้สักสิบห้าแล้ว
เราเห็นก็หลงรัก รู้สึกว่าแกสวยกว่าใครที่เราเคยเห็น”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว แต่ตาลอบยังจำได้แจ่มชัด

“เราถามเขาว่า มาทำอะไร เขาบอกว่า มาหาเพื่อน จากนั้นเราก็ฉวยโอกาส
นั่งคุย ญาติเราที่เป็นเพื่อนเขาก็แกล้งทำเป็นลุกออกไปที่อื่น นั่นเป็นวันแรกที่
ได้คุยกันสองต่อสอง เราคุยกันไปได้สักสิบนาที ยายทองเขากลัวญาติๆ มาเห็น
ก็เลยขอตัวหลับบ้าน”

คุณล่ะ คุยกันสองต่อสองกับคนรักครั้งแรกเมื่อไหร่?

“เจอกันครั้งต่อมาที่บ้านญาติหลังเดิม ตาก็ตัดสินใจบอกรักยายเลย
พอบอกรักเสร็จ เราก็ถามต่อไปอีกว่า ‘รักกันได้ไหม’ ยายบอกว่า ‘รักได้’
เราก็จำคำนั้นไว้ตลอด ใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจมาก แต่อีกใจหนึ่งก็ยังไม่แน่ใจ
กลัวเขาพูดเล่น เลยแอบไปบ้านยายตอนดึกอีกสามคืนติดกัน
ไปบอกรัก ไปถามเขาแบบเดียวกันอีกสามครั้ง ปรากฏว่าคำตอบเหมือนเดิม
ทั้งสามครั้ง ทีนี้ถึงได้รู้ว่ายายเขาพูดจริงๆ ตาเลยหลับฝันดีทั้งสามคืน”

ยังจำวันนั้นได้ไหม วันที่บอกรัก?

2.
(ถ้าร้องได้ กรุณาร้องตามทำนองเพลงนะครับ)

วันที่จับมือกัน เธอกับฉันนั้นลืมบ้างไหมว่าเมื่อไหร่
จำอะไรได้บ้างไหม ว่าสุดท้ายอะไรที่ทำให้ได้พบกัน
แล้วใครรักใครก่อน ไม่รู้ว่าเรารักกันเมื่อไหร่

แต่ความรู้สึกของฉันวันนั้นเท่านั้น ( มันได้ตอบคำถาม )
บอกกับฉันว่าเธอคนนี้ ( อยู่กับฉันบนโลกใบนี้ )
และนับตั้งแต่นาทีตรงนั้น ที่ฉันเพิ่งรู้ว่ารักเธอ

ก็อยากให้รู้ว่านับตั้งแต่วันนั้นทุกวินาทีของฉัน
บอกกับฉันว่าโลกนี้มีเธออยู่
เพราะฉันไม่เคยรู้สึก อะไรมากมายเท่านี้
ก็อยากให้รู้แม้จะอยู่ห่างไกลถึงแม้จะอยู่ตรงไหน
ถ้าโลกนี้นั้นมีแค่ใครสักคนหนึ่ง ให้คิดถึงกันทุกวัน
จะทำให้หมดคำถาม …ตลอดไป

อยู่ด้วยกัน และอยู่ข้างข้างกัน บนโลกใบนี้
อยู่ด้วยกัน และอยู่ข้างข้างกัน

3.
ได้อ่านเรื่องราวความรักของ ‘ตาลอบ’ กับ ‘ยายทอง’
ในนิตยสาร ค.คน ที่ ปองธรรม สุทธิสาคร เขียน
แล้วชวนให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจำรายละเอียด
เกี่ยวกับเรื่องราวความรักของเราได้มาก-น้อยแค่ไหนกัน?

เราเจอกันครั้งแรกที่ไหน?
เราพูดกับเธอครั้งแรกว่าอะไร?
แล้วเธอตอบกลับมาว่าอะไร?
แล้วเมื่อไหร่ วินาทีไหน ในวันไหน ในห้วงเวลาไหน
ที่ความสัมพันธ์ในระดับชอบพอมันกลายร่างไปเป็นความรู้สึกว่า รัก
วินาทีไหนที่เรารู้สึกแล้วว่า ‘โลกนี้มีเธออยู่’

เฮ้ย! โลกนี้มีคนคนนี้ด้วยว่ะ!
และหลังจากวันนั้น คนคนนี้ก็วนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ในโลกของเราตลอด

วันเวลาเหล่านั้นอาจผ่านมานาน หรืออาจผ่านมาไม่นานเท่าไหร่
แต่การได้มานั่งคุยกันถึงวันที่ได้เจอกัน วันที่จับมือกัน
วันที่ตกลงกันว่าโลกของฉันจะเปิดประตูให้เธอเดินเข้ามา
ก็น่าจะทำให้ความสัมพันธ์ที่เริ่มคลายตัวกลับมากระชับแน่นยิ่งขึ้น

หนังตลกที่ดูแล้วน้ำตาไหลไหล่โยกเรื่องหนึ่งที่เราชอบมาก
คือเรื่อง Fifty First Dates เรื่องราวของหญิงสาวที่เป็นโรคความจำเสื่อม
เธอจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างหมดสิ้นเมื่อนอนหลับ และแฟนหนุ่มของเธอ
ต้องพยายามทำให้เธอรักเขาใหม่ทุกครั้งที่เธอตื่นขึ้นมา

บางที วิธีรักษาความรักเอาไว้
อาจจะเป็นการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ทุกวัน

เราเองก็เคยทำอะไรทำนองนั้น แม้จะไม่ทุกวัน แต่ก็ทุกปี
ในวันคล้ายวันแรกที่เราได้เจอกัน เมื่อวันนั้นมาถึงในทุกปี
เราจะนัดไปเจอกันที่เดิมที่เราเจอกันครั้งแรก
ในเวลาเดิม และทำในสิ่งเดิมๆ กันที่นั่น

จริงๆ แล้วเราก็ความจำเสื่อมกันทั้งนั้น
พอเวลาผ่านไป ก็ลืมไปเสียสนิทว่า
เคยมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันอย่างไรบ้าง
จะมีสักกี่คู่ที่ร่วมมือกันสร้างเรื่องราวดีๆ
เหมือนเมื่อ ‘ครั้งแรก’ ขึ้นอีกซ้ำๆ

4.
ยายทองเป็นอัมพาต
“ยายเขาทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากลืมตากับอ้าปากร้องไห้
บางทีก็ร้องแต่เสียง บางทีก็ร้องแบบมีน้ำตา เขาพูดกับตาไม่ได้
อย่าว่าแต่สักประโยคเลย สักคำเขาก็พูดไม่ได้ ได้แต่ร้องอยู่อย่างนั้น”

ถึงจะรักยายทองแค่ไหน แต่ตาลอบก็ต้องทำให้ยายร้องไห้ทุกวัน
เพื่อกระตุ้นให้ยายตื่นตัว วันไหนที่ยายไม่ร้อง ตาก็จะตบเอวเบาๆ
ให้แกร้องไห้ออกมา

สิบสองปีที่เป็นอัมพาต ตาดูแลยายทุกวันโดยไม่มีเทศกาลวาเลนไทน์
ตาเข้าใจยายมากกว่าใครทั้งสิ้น มากกว่าพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการดูแล
“กับคนไข้คนอื่นมันอาจจะใช้ได้ แต่กับยายอะไรที่เป็นสารเคมีจะใช้ไม่ได้เลย
ต้องเป็นน้ำเปล่าทั้งหมด เวลาที่ตาซักผ้าห่มหรือถุงปูรองก้นก็จะซักด้วยน้ำเปล่า
ทั้งหมด ไม่เคยใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม ถ้าใช้แล้วยายจะแพ้
ผิวจะขึ้นผื่น” รายละเอียดแบบนี้มีแต่คนที่รักเราเท่านั้นแหละที่จะใส่ใจ

แม้ยายจะขยับตัวไม่ได้ นั่งไม่ได้
แต่ตาลอบก็ยังอุตส่าห์ทำ ‘รถเตียง’ ขึ้นมาเพื่อพายายไปเที่ยว
‘รถเตียง’ มีหน้าตาเหมือนเตียงที่ถูกต่อเชื่อมกับจักรยาน
ใช้แรงปั่นจากกล้ามเนื้อน่องกับกล้ามเนื้อหัวใจของตาลอบในการขับเคลื่อน

“พาไปเที่ยววัดป่ากลางที่เราเคยคุยกันครั้งแรก หรือไม่ก็ที่ที่เราเคยไปด้วยกัน
ตอนยังหนุ่มยังสาว อย่างเวลาไปถึงวัดป่ากลาง ตาก็จะบอกกับยายว่า
‘นี่เรามาถึงวัดป่ากลางแล้วนะ ที่ที่เราเคยคุยกันครั้งแรกน่ะ เธอจำได้ไหม
ที่ฉันรอเธอรำวงเสร็จแล้วกลับบ้านพร้อมกันไง’ เราก็จะพูดให้แกฟังในทุกๆ ที่
ที่พาไปว่าเราเคยทำอะไรด้วยกันบ้าง”

“เวลามาที่อย่างนี้มันทำให้เรารู้สึกอบอุ่น เหมือนได้กลับมาเห็นภาพเก่าๆ
เห็นความรักของเราในอดีตอีกครั้งหนึ่ง บางทีตาก็ต้องคอยปลอบยาย
เพราะเขาจะร้องไห้เวลาที่ไปที่เก่าๆ แบบนี้ แต่ทุกครั้งที่ไป เวลากลับบ้านมา
แกก็จะหลับสบายนะ ตาว่าแกคงอิ่มใจที่ได้ไปเห็น ได้ไปเที่ยว”

เป็นไปได้ไหมว่า
สิ่งที่เป็นพลังให้คุณตาลอบดูแลคุณยายทองมาเป็นเวลาสิบสองปีนั้น
คือความรักตั้งแต่ในวันที่ทั้งคู่ตกลงกันว่า ‘โลกนี้มีเธออยู่’
คือภาพความสุขขณะที่ทั้งคู่เริ่มรักกัน คือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด
ของคนสองคน

น้อยนัก ที่เราจะได้พบเห็นคู่รักที่เก็บความรู้สึกดีๆ ในวันนั้น
ได้ยาวนานถึงเพียงนี้ และถ้าความรู้สึกดีๆ ช่วงนั้นสามารถ
เรียกให้หวนกลับคืนมาได้บ่อยๆ ก็น่าจะช่วยยืดอายุในการรักษา
ความรักเอาไว้ให้ยาวนานยิ่งขึ้น

คงจะดี ถ้าเรามี ‘ครั้งแรก’ ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

5.
วันที่จับมือกัน เธอกับฉันนั้นลืมบ้างไหมว่าเมื่อไหร่
จำอะไรได้บ้างไหม ว่าสุดท้ายอะไรที่ทำให้ได้พบกัน
แล้วใครรักใครก่อน ไม่รู้ว่าเรารักกันเมื่อไหร่

ยังจำได้ไหม?
ถ้าจำไม่ได้ เรียก ‘คนนั้น’ มาช่วยกันนึกสิ.