1.
เด็กชายชื่อ ลอบ เห็นเด็กหญิงชื่อ ทอง ครั้งแรกตอนเขาอายุสิบสาม
ส่วนเธอนั้นประมาณเจ็ดถึงแปดขวบ เธอปลูกกระต๊อบอยู่ปลายนา
และเขาไปหาปลาแถวนั้นพอดี
นั่นคือการเจอกันครั้งแรก
จำการเจอกันครั้งแรกของคุณกับคนที่คุณรักได้ไหม?
“เราคุยกันครั้งแรกที่งานวัดป่า หลังจากผ่านวันที่เจอกันครั้งแรกมาสี่ปี
เราไปเที่ยวกับเพื่อนเรา ส่วนเขาไปรำวงพร้อมกับญาติๆ เขา
ต่างคนต่างไป แต่ดันไปเจอกันโดยบังเอิญ ตอนนั้นเขาเริ่มแตกเนื้อสาว
หน่อยๆ รู้สึกว่าเขาน่ารักดี เห็นแล้วก็ปิ๊งเล็กๆ แต่ยังไม่คิดอะไรมาก…”
“จำได้ว่าคำแรกที่คุยกับเขา คือ เราถามไปว่า มานานหรือยัง
เขาตอบกลับมาว่า มานานแล้ว จากนั้นก็ยืนคุยกันอยู่ประมาณยี่สิบนาที
ยายทองก็ขึ้นไปรำวง ก่อนขึ้นไปเขายังบอกเราให้คอยหน่อย
จะได้เดินกลับบ้านทางเดียวกัน…”
นั่นคือการคุยกันครั้งแรก
จำคำพูดแรกที่คุยกับคนที่คุณรักได้ไหม?
“หลังจากคุยกันครั้งแรกที่งานวัดวันนั้น เราก็ไม่ได้เห็น ไม่ได้พูดกันอีก
ร่วมๆ สามปี เพราะว่ายายเขาต้องไปทำงานเป็นเด็กรับใช้ที่บ้านคนจีน
ในแถบตัวอำเภอ…”
“ตาเห็นยายอีกทีตอนที่เขาแวะไปหาเพื่อนหญิงของเขาที่บ้าน
เผอิญว่าเราก็ไปหาญาติที่บ้านหลังนี้พอดี ซึ่งเพื่อนเขาก็เป็นญาติ
ของเราด้วย เขากำลังนั่งคุยกัน ตอนนั้นแกเป็นสาวอายุได้สักสิบห้าแล้ว
เราเห็นก็หลงรัก รู้สึกว่าแกสวยกว่าใครที่เราเคยเห็น”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว แต่ตาลอบยังจำได้แจ่มชัด
“เราถามเขาว่า มาทำอะไร เขาบอกว่า มาหาเพื่อน จากนั้นเราก็ฉวยโอกาส
นั่งคุย ญาติเราที่เป็นเพื่อนเขาก็แกล้งทำเป็นลุกออกไปที่อื่น นั่นเป็นวันแรกที่
ได้คุยกันสองต่อสอง เราคุยกันไปได้สักสิบนาที ยายทองเขากลัวญาติๆ มาเห็น
ก็เลยขอตัวหลับบ้าน”
คุณล่ะ คุยกันสองต่อสองกับคนรักครั้งแรกเมื่อไหร่?
“เจอกันครั้งต่อมาที่บ้านญาติหลังเดิม ตาก็ตัดสินใจบอกรักยายเลย
พอบอกรักเสร็จ เราก็ถามต่อไปอีกว่า ‘รักกันได้ไหม’ ยายบอกว่า ‘รักได้’
เราก็จำคำนั้นไว้ตลอด ใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจมาก แต่อีกใจหนึ่งก็ยังไม่แน่ใจ
กลัวเขาพูดเล่น เลยแอบไปบ้านยายตอนดึกอีกสามคืนติดกัน
ไปบอกรัก ไปถามเขาแบบเดียวกันอีกสามครั้ง ปรากฏว่าคำตอบเหมือนเดิม
ทั้งสามครั้ง ทีนี้ถึงได้รู้ว่ายายเขาพูดจริงๆ ตาเลยหลับฝันดีทั้งสามคืน”
ยังจำวันนั้นได้ไหม วันที่บอกรัก?
2.
(ถ้าร้องได้ กรุณาร้องตามทำนองเพลงนะครับ)
วันที่จับมือกัน เธอกับฉันนั้นลืมบ้างไหมว่าเมื่อไหร่
จำอะไรได้บ้างไหม ว่าสุดท้ายอะไรที่ทำให้ได้พบกัน
แล้วใครรักใครก่อน ไม่รู้ว่าเรารักกันเมื่อไหร่
แต่ความรู้สึกของฉันวันนั้นเท่านั้น ( มันได้ตอบคำถาม )
บอกกับฉันว่าเธอคนนี้ ( อยู่กับฉันบนโลกใบนี้ )
และนับตั้งแต่นาทีตรงนั้น ที่ฉันเพิ่งรู้ว่ารักเธอ
ก็อยากให้รู้ว่านับตั้งแต่วันนั้นทุกวินาทีของฉัน
บอกกับฉันว่าโลกนี้มีเธออยู่
เพราะฉันไม่เคยรู้สึก อะไรมากมายเท่านี้
ก็อยากให้รู้แม้จะอยู่ห่างไกลถึงแม้จะอยู่ตรงไหน
ถ้าโลกนี้นั้นมีแค่ใครสักคนหนึ่ง ให้คิดถึงกันทุกวัน
จะทำให้หมดคำถาม …ตลอดไป
อยู่ด้วยกัน และอยู่ข้างข้างกัน บนโลกใบนี้
อยู่ด้วยกัน และอยู่ข้างข้างกัน
3.
ได้อ่านเรื่องราวความรักของ ‘ตาลอบ’ กับ ‘ยายทอง’
ในนิตยสาร ค.คน ที่ ปองธรรม สุทธิสาคร เขียน
แล้วชวนให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจำรายละเอียด
เกี่ยวกับเรื่องราวความรักของเราได้มาก-น้อยแค่ไหนกัน?
เราเจอกันครั้งแรกที่ไหน?
เราพูดกับเธอครั้งแรกว่าอะไร?
แล้วเธอตอบกลับมาว่าอะไร?
แล้วเมื่อไหร่ วินาทีไหน ในวันไหน ในห้วงเวลาไหน
ที่ความสัมพันธ์ในระดับชอบพอมันกลายร่างไปเป็นความรู้สึกว่า รัก
วินาทีไหนที่เรารู้สึกแล้วว่า ‘โลกนี้มีเธออยู่’
เฮ้ย! โลกนี้มีคนคนนี้ด้วยว่ะ!
และหลังจากวันนั้น คนคนนี้ก็วนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ในโลกของเราตลอด
วันเวลาเหล่านั้นอาจผ่านมานาน หรืออาจผ่านมาไม่นานเท่าไหร่
แต่การได้มานั่งคุยกันถึงวันที่ได้เจอกัน วันที่จับมือกัน
วันที่ตกลงกันว่าโลกของฉันจะเปิดประตูให้เธอเดินเข้ามา
ก็น่าจะทำให้ความสัมพันธ์ที่เริ่มคลายตัวกลับมากระชับแน่นยิ่งขึ้น
หนังตลกที่ดูแล้วน้ำตาไหลไหล่โยกเรื่องหนึ่งที่เราชอบมาก
คือเรื่อง Fifty First Dates เรื่องราวของหญิงสาวที่เป็นโรคความจำเสื่อม
เธอจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างหมดสิ้นเมื่อนอนหลับ และแฟนหนุ่มของเธอ
ต้องพยายามทำให้เธอรักเขาใหม่ทุกครั้งที่เธอตื่นขึ้นมา
บางที วิธีรักษาความรักเอาไว้
อาจจะเป็นการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ทุกวัน
เราเองก็เคยทำอะไรทำนองนั้น แม้จะไม่ทุกวัน แต่ก็ทุกปี
ในวันคล้ายวันแรกที่เราได้เจอกัน เมื่อวันนั้นมาถึงในทุกปี
เราจะนัดไปเจอกันที่เดิมที่เราเจอกันครั้งแรก
ในเวลาเดิม และทำในสิ่งเดิมๆ กันที่นั่น
จริงๆ แล้วเราก็ความจำเสื่อมกันทั้งนั้น
พอเวลาผ่านไป ก็ลืมไปเสียสนิทว่า
เคยมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันอย่างไรบ้าง
จะมีสักกี่คู่ที่ร่วมมือกันสร้างเรื่องราวดีๆ
เหมือนเมื่อ ‘ครั้งแรก’ ขึ้นอีกซ้ำๆ
4.
ยายทองเป็นอัมพาต
“ยายเขาทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากลืมตากับอ้าปากร้องไห้
บางทีก็ร้องแต่เสียง บางทีก็ร้องแบบมีน้ำตา เขาพูดกับตาไม่ได้
อย่าว่าแต่สักประโยคเลย สักคำเขาก็พูดไม่ได้ ได้แต่ร้องอยู่อย่างนั้น”
ถึงจะรักยายทองแค่ไหน แต่ตาลอบก็ต้องทำให้ยายร้องไห้ทุกวัน
เพื่อกระตุ้นให้ยายตื่นตัว วันไหนที่ยายไม่ร้อง ตาก็จะตบเอวเบาๆ
ให้แกร้องไห้ออกมา
สิบสองปีที่เป็นอัมพาต ตาดูแลยายทุกวันโดยไม่มีเทศกาลวาเลนไทน์
ตาเข้าใจยายมากกว่าใครทั้งสิ้น มากกว่าพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการดูแล
“กับคนไข้คนอื่นมันอาจจะใช้ได้ แต่กับยายอะไรที่เป็นสารเคมีจะใช้ไม่ได้เลย
ต้องเป็นน้ำเปล่าทั้งหมด เวลาที่ตาซักผ้าห่มหรือถุงปูรองก้นก็จะซักด้วยน้ำเปล่า
ทั้งหมด ไม่เคยใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม ถ้าใช้แล้วยายจะแพ้
ผิวจะขึ้นผื่น” รายละเอียดแบบนี้มีแต่คนที่รักเราเท่านั้นแหละที่จะใส่ใจ
แม้ยายจะขยับตัวไม่ได้ นั่งไม่ได้
แต่ตาลอบก็ยังอุตส่าห์ทำ ‘รถเตียง’ ขึ้นมาเพื่อพายายไปเที่ยว
‘รถเตียง’ มีหน้าตาเหมือนเตียงที่ถูกต่อเชื่อมกับจักรยาน
ใช้แรงปั่นจากกล้ามเนื้อน่องกับกล้ามเนื้อหัวใจของตาลอบในการขับเคลื่อน
“พาไปเที่ยววัดป่ากลางที่เราเคยคุยกันครั้งแรก หรือไม่ก็ที่ที่เราเคยไปด้วยกัน
ตอนยังหนุ่มยังสาว อย่างเวลาไปถึงวัดป่ากลาง ตาก็จะบอกกับยายว่า
‘นี่เรามาถึงวัดป่ากลางแล้วนะ ที่ที่เราเคยคุยกันครั้งแรกน่ะ เธอจำได้ไหม
ที่ฉันรอเธอรำวงเสร็จแล้วกลับบ้านพร้อมกันไง’ เราก็จะพูดให้แกฟังในทุกๆ ที่
ที่พาไปว่าเราเคยทำอะไรด้วยกันบ้าง”
“เวลามาที่อย่างนี้มันทำให้เรารู้สึกอบอุ่น เหมือนได้กลับมาเห็นภาพเก่าๆ
เห็นความรักของเราในอดีตอีกครั้งหนึ่ง บางทีตาก็ต้องคอยปลอบยาย
เพราะเขาจะร้องไห้เวลาที่ไปที่เก่าๆ แบบนี้ แต่ทุกครั้งที่ไป เวลากลับบ้านมา
แกก็จะหลับสบายนะ ตาว่าแกคงอิ่มใจที่ได้ไปเห็น ได้ไปเที่ยว”
เป็นไปได้ไหมว่า
สิ่งที่เป็นพลังให้คุณตาลอบดูแลคุณยายทองมาเป็นเวลาสิบสองปีนั้น
คือความรักตั้งแต่ในวันที่ทั้งคู่ตกลงกันว่า ‘โลกนี้มีเธออยู่’
คือภาพความสุขขณะที่ทั้งคู่เริ่มรักกัน คือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด
ของคนสองคน
น้อยนัก ที่เราจะได้พบเห็นคู่รักที่เก็บความรู้สึกดีๆ ในวันนั้น
ได้ยาวนานถึงเพียงนี้ และถ้าความรู้สึกดีๆ ช่วงนั้นสามารถ
เรียกให้หวนกลับคืนมาได้บ่อยๆ ก็น่าจะช่วยยืดอายุในการรักษา
ความรักเอาไว้ให้ยาวนานยิ่งขึ้น
คงจะดี ถ้าเรามี ‘ครั้งแรก’ ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
5.
วันที่จับมือกัน เธอกับฉันนั้นลืมบ้างไหมว่าเมื่อไหร่
จำอะไรได้บ้างไหม ว่าสุดท้ายอะไรที่ทำให้ได้พบกัน
แล้วใครรักใครก่อน ไม่รู้ว่าเรารักกันเมื่อไหร่
ยังจำได้ไหม?
ถ้าจำไม่ได้ เรียก ‘คนนั้น’ มาช่วยกันนึกสิ.
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 12:23 am
บางที
ครั้งแรกของเรา
กับใคร”คนนั้น”
อาจไม่ใช่วันเดียวกันก็ได้
แต่ถ้ามันตรงกันละก็…
ดีใจด้วยค่ะ!
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 12:24 am
รักของตายายคู่หนึ่ง
ทำให้มองหาหนทางเพื่อรักษารักไว้ให้คงอยู่นานเท่านาน
พ่อแม่เรา รักษารักไม่ได้ หรือว่ามันไม่เคยมีอยู่เลย… เราก็ไม่รู้
ตอนนี้รู้แค่ว่า เราจะรักษารักของเราให้ยาวนาน เหมือนวันแรกรัก
^_^
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 12:34 am
เคยมีช่วงหนึ่งชอบอวยพรให้เพื่อนว่า
‘ขอให้โชคดีในความรัก’
เอาเป็นว่า เปิดหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับความรัก
เพราะเทศกาลที่เค้าฮิตๆ กันกำลังมุ่งหน้ามาแว้ว!
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 1:37 am
เราไม่เคยโชคดีในความรัก แต่ทุกครั้งที่เราเห็นคนรักกัน ทำสิ่งที่ดีๆ ต่อกัน โดยเฉพาะคนแก่นะ เราจะรู้สึกดีมากๆ รู้สึกว่าเป็นความรักที่แท้จริงน่ะ ผ่านร้อน ผ่านหนาว มาด้วยกัน ซึ้งจริงๆ
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 2:23 am
เป็นเหมือนกันครับคุณ Firefly
เวลาเห็นคนแก่ๆ สองคนอยู่ด้วยกันแล้วอิจฉา
อยากเป็นแบบนั้นบ้าง.
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 6:56 am
ขอให้สมหวังในความรักทุกคนนะคะ
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 8:03 am
รู้สึกอุ่น..ในหัวใจจังเลยค่ะ
อยากรักษา..รัก แบบนี้ต่อไปทุกวัน
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 9:07 am
อ่านเรื่องนี้ในนิตยสารและในบ้านหลังนี้
ก็ยังคงความซึ้งอยู่เสมอ
‘รักก็คือรัก’ ไม่ว่ายังไง ‘เราก็ยังรักกัน’
ความเจ็บป่วยก็ไม่ได้เป็นข้ออ้างที่จะทำให้
เรารักกันลดลง
ขอแถมคำพูดเกี่ยวกับความรักมาในเทศกาลนี้ด้วยคนละกัน
‘ Love is a sign from the heavens
that you are here for a reason
to the world you may be one person,
but to one person you may be the world
ความรักคือสัญญาณจากฟากฟ้า
ว่าคุณดำรงชีวิตอยู่เพื่ออะไรสักอย่าง
คุณอาจเป็นแค่คนหนึ่งคนบนโลกใบนี้
แต่คนอาจเป็นโลกทั้งใบสำหรับคนคนหนึ่ง ‘
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับความรัก
และรักษารักเอาไว้นานเท่านานจ้า
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 9:36 am
ชอบเทศกาลแห่งความรักค่ะ
มันดูสดใสและอบอุ่น
เดินไปทางไหน
ก็รับรู้ถึงความรู้สึกที่มันพุ้งออกมาจากคู่รักแต่ละคู่
สำหรับตัวเองคิดว่าการที่จะมีความรักมันก็ยากแล้ว
แต่การที่จะรักษาความรักให้คงอยุ่มันยากยิ่งกว่า
คุณตาลอบเป็นผู้รักษารักที่แข็งแกร่ง
และคุณยายทองก็เป็นผู้โชคดีที่ได้รับ รัก นั้น
อ่านแล้วอุ่นใจจังค่ะ
(ทำไมตัวหนังสือพี่เอ๋เป็นสีชมพู่ล่ะ)
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 9:50 am
- – เวลาคนแก่จูงมือกัน – -
ดูแล้วมัน “อุ่น” ดีนะ เหมือนว่ากว่าจะผ่านมาถึงวันนี้
เขาคงล้ม ผลัดกันดึง ผลัดกันพยุงกันมาหลายครั้งหลายหนแล้ว
และกลายเป็นว่าสิ่งที่ “มั่นคง” ที่สุดในชีวิต
กลับรู้สึกได้เมื่อเดินขากะเพลกกันแล้วทั้งคู่
50 first date …
หนังที่กะไปดูเอาขำ
แต่พอหนังจบ ออกจากโรงทันทีไม่ได้
เพราะตาแดงมากเลย 555
- – บางครั้ง ความจำเสื่อม ก็เป็นอาการที่น่าอิจฉาชะมัดเลย
หวานรับเทศกาลเชียวนะท่านพี่. .
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 10:20 am
พี่เอ๋ บอกว่า วิธีรักษาความรักเอาไว้
อาจจะเป็นการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ทุกวัน
เคยได้ยินข้อความคล้ายๆ กัน วิธีรักษาความรักเอาไว้โดยการตกหลุมรักกันบ่อยๆ ซ้ำๆกันโดยคนๆเดียวกัน (ชักงงๆ)
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 10:59 am
อ่านใน คอ คน น้ำตาตกเลย
ปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยอินกับความรักนัก
อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สีกว่า รู้จัก รัก ขึ้นมาเป็นกอง
หลายกอง
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 11:55 am
แคก
สำลักความหวาน ผสมกับ ความตาร้อนไปอีก 80%
เห็นใจคนไม่มีแฟนบ้างสิ พี่เอ๋ (ล้อเล่นจ้า)
เราก็ชอบเทศกาลอุ่นๆ รักๆ อย่างนี้นะ
ถึงแม้เราควรจะมีความรักใหคนที่เรารักทุกๆวัน
แต่การมีเทศกาลอย่างนี้ขึ้นมาก็จะทำให้วันๆนั้นพิเศษขึ้นมากมาย
เฮ้อ อยากมีคนรักเราและเรารักเค้าอย่างนี้มั่งจังเนอะ
เราก็แค่อยากมีใครซักคนที่พอมองปุ๊บ
‘I can see you with me when I’m older’
เหมือนในเพลง (แว๊ก นิยายไปไหมเนี่ย …ไม่รู้หล่ะ)
คือ เราแก่ไปด้วยกัน ดูลูกๆ หลานๆ โตไปด้วยกัน
…โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว หากระโถนให้ที
ปล.ก่อนอ้วก แนะนำให้ฟังเพลง รักเธอ ของ โต๋ เพิ่มเข้าไปอีก(เพลงอะไรก็ไม่รุ น่ารักเป็นบ้า****)
ขอให้อ้วกด้วยความปลอดภัย ทุกคน
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 11:56 am
ความรู้ของฉันที่มีเธออีกคนอยู่บนโลกใบนี้ ประมาณนี้รึเปล่าหว่า?
ชอบเพลงนี้มากๆเลย
แค่อยากให้รู้ว่านับตั้งแต่วันนั้นทุกวินาทีของฉัน บอกกับฉันว่าโลกนี้มีเธออยู่
เป็นเพลงดีๆที่น่ารักอีกเพลงนึง
ลืมไปว่าใกล้ช่วงเทศกาลแห่งความรัก
ไม่เคยมีทำให้ไม่เคยจำค่ะ =]
แอบเข้ามาเปิดในห้องสมุดก่อนสอบ 55
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 12:27 pm
ลงชื่อก่อนเดี๋ยวจะกลับมาอ่านอีกครั้ง..
((อ่านผ่าน ๆ แล้วรอบหนึ่งน้ำตาจะไหลซะงั้น..))
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 12:54 pm
อ่านแล้วนึกถึงตา กับยายของตัวเอง
ตาชอบยั่วโมโหยาย
บ่นเรื่องกับข้าวบ้าง (ตาชอบกินผัก ยายชอบกินแกงกะทิ)
บ่นเรื่องเก็บของไม่เข้าที่บ้าง
บ่นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปทั่ว
แล้วพอต้อมกับบ้าน ยายก็ชอบมาฟ้องว่า
ตาแก่แล้วขี้บ่น
วันหลังจะไม่ทำแล้วกับข้าว อยากกินอะไรก็ให้ทำกินเอง
ฯลฯ
แต่ต้อมก็ไม่เห็นมีวันไหนเลย ที่ยายจะไม่ทำกับข้าว
นอกจากเวลาที่ยายป่วย แม่ก็จะเป็นคนทำ
และตาก็จะบอกว่า แม่ทำอร่อยเหมือนยายทำ
ต้อมเคยถามตาว่า ทำไมต้องทำให้ยายโมโห
ตาบอกว่า-แก่แล้วเลือดลมไม่ค่อยเดิน ให้โมโหซะบ้างเลือดลมจะได้สูบฉีด”
คิดแล้วก็นึกถึงตัวเอง-ว่าเราไม่ค่อยโชคดีในความรักซักเท่าไหร่
เฮ้อ..หลานนินทาตายายเข้าให้แล้ว
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 1:57 pm
โดนอย่างแรงเลยคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ T_T
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 3:37 pm
ตอนอ่านคอลัมน์นี้ สะเทือนใจที่สุดตอนคุณตาเล่าเรื่อง ‘ร้องไห้’
คุณตาบอกว่า ต้องทำให้คุณยาย ‘ร้องไห้ให้ได้ทุกวัน’
ในส่วนของคุณยายก็แสดงความรู้สึกใด ๆ ไม่ได้
นอกจาก ‘ร้องไห้’ ให้คุณตาทุกวัน
คนสองคนอยู่ข้างกันด้วย ‘ความรักและน้ำตา’ มา 50 ปี + +
เติ้ลว่ามัน ‘วิเศษ’ ชะมัด
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 3:42 pm
อ่านไปแล้วซึ้งมากค่ะ
เข้ากับเทศกาลดี
แต่เทศกสลนี้มันคงไม่เหมาะกับมดเท่าไหร่
อ้าว…ก็มดยังเด็กอยู่เลยนิ
แต่ก็เอาเป็นว่า
มดขออวยพรให้พี่ๆ ทุกคน(+คุณนิ้วกลม)
มีความสุขกับ”คนคนนั้น”มากๆละกันนะคะ
ไม่ว่าจะเทศกาลหรือว่านอกเทศกาล
ขอให้รักกัน ไม่ต้องมากจนเวอร์ แต่ขอให้รักนานๆ^0^
ป.ล.พี่เอ๋ๆ มดได้โควตารร.เตรียมฯ (วิทย์-คณิต) ด้วยล่ะ
ตอนนี้ก็คงต้องอ่านหนังสือรอสอบเลือกห้องอีกที
Mod fighting fighting!!
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 3:45 pm
^
^
^
ขำ…ลืมใส่ชื่อ นึกว่าใช้คอมบ้านตัวเอง55+
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 4:44 pm
รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย (เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย -*- )
ยินดีด้วยนะน้องมด พี่ก็เคยอยากเข้าเตรียมแต่เข้าไม่ได้ โควตาพี่ก็ไม่ได้เพราะมือไม่ดีจับฉลากไม่ได้ ความสามมารถพิเศษก็ไม่มี ตอนสอบครูในห้องสอบบอกเวลาเลิกสอบเร็วไปเกือบ1ชั่วโมง ยังคับแค้นครูคนนั้ไม่หาย 555++
ขอฉลองให้กํบความรักของทุกๆคนนะจ๊ะ
ปล.อ่านแล้วชอบมากเลยพี่เอ๋ เพราะมันมีเพลงของวงโปรดอย่างอาร์มแชร์หรือเพราะงานเขียนของพี่นะ ….555++ JusT KidDing
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 4:54 pm
ไอ้น้องติ้ว แซวตลอดนะเรา เดี๋ยวเถอะ!
โชคร้ายตอนสอบเตรียมฯ ก็ขอให้โชคดีตอนเอ็นท์นะไอ้น้อง
มด…เก่งมาก ยินดีด้วยมากๆ เน้อ!
ตอนอ่านเรื่องของคุณตา-คุณยาย ก็น้ำตาผุดเหมือนกันครับ
ความรักแบบนี้หายากเข้าไปทุกวันนิ.
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 5:03 pm
นึกถึงโฆษณาประกันชีวิตด้วยพี่เอ๋ =]
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 5:05 pm
ฮ่าฮ่า…
เออนั่นสิ
ทำไมพอเป็นเรื่องจริง มีตัวตนจริงๆ เรารู้สึกกับมันมากกว่าเนอะ.
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 5:18 pm
เห็นพี่ๆ น้องๆเค้าแซวกันก็อุ่นใจดีนะ
บ้านนี้มีหลายอารมณ์ ดี จริงๆ ^_^
สุข เศร้า เหงา รัก
แถมรสเค็มๆให้อีกด้วย เวลา น้ำตาไหล… อิอิ
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 5:18 pm
จะทำยังไงดี ถ้าเราหมดรักแล้ว แต่เค้ายังรักเราอยู่
จะทำยังไงดี ให้กลับไปรักเค้า เหมือนเดิม
ตอนนี้ความรู้สึกดี ดี มันแย่ลงทุกวัน
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 5:45 pm
ummm..good story. It reminded me about the real story 14 yrs ago. I saw a couple grandpa n’ grandma every times when i passed home no.5 at 6pm. They always sit on the marble chair to see the sunset.
Ond day, i saw only grandpa sat on that chair..time passed around 3 months..nobody sat on that chair anymore…
I really wonder where have they been…so i stoped and asked someone in that house.
They told me grandma was pass away for 3 months and grandpa just pass away last week…
I didnt ask the reason from anyone in that house..cuz i knew the answer when i saw them together every times…
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 7:37 pm
ชอบ 50 first dates เหมือนกัน..ชอบตอนที่พระเอกอัดวิดีโอไว้ให้นางเอกดูทุกเช้า…อื้อ..น้ำตาซึมกันเลยทีเดียว
อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า..อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า….อยู่กับตัวเองจนแก่เฒ่า
ภาพรักครั้งแรกจำได้ละเอียด แต่ภาพความรักครั้งสุดท้ายของชีวิตยังนึกไม่ออก…
สงสัยจะเป็นภาพเรานั่งเหงาๆอยู่คนเดียว…
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 8:15 pm
ซึ้งจังเลย ตา กับ ยาย
คุณตานี่น่ารักจังเลย
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 8:27 pm
ท่านนิ้วชวนคุยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ เฮ้อ! หวานซึ้งกันทั้งบ้าน
งั้นเอาน้ำตาลเพิ่มไปอีกหน่อยแล้วกันนะ
http://vdo.kapook.com/?action=k2.core.vdo.viewvdo&id=2480
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 8:57 pm
แถวบ้าน เกือบทุกเย็น ถ้ากลับมาตรงเวลา
ประมาน 5โมงเย็น สะพานซังฮี้
จะมี2ตายาย เดินจูงมือกันเดินเล่นริมสะพาน
ท้า สายตา อิจฉา ตะหงิดๆ ของคนหนุ่มสาวแถวนั้น
ทำไม ไม่รู้ ภาพนั้นมันดูน่ารักมากๆ
รักกันจนแก่เฒ่า
หรือแก อาจเพิ่งจะมาพบรักกันตอน50แล้วก็ไม่รู้
**
มา ฝากเนื้อฝากตัวอีกซักคนด้วยนะคะ
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 9:54 pm
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 10:13 pm
จำวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้
แต่จำไม่ได้จริงๆ ว่าเรารักกันตอนไหน
ถ้าไม่ใช่รักแรกพบแล้วล่ะก็
ความรักที่ค่อยๆ ซึม ค่อยๆ แทรกเข้ามาที่ใจ
ก็ดูท่าว่าจะสังเกตรักหยดแรกได้ยาก
ว่ามันมาหยดรดใจเราเอาวันไหน และอย่างไร
…..
พยายามจะทำให้ได้อยู่ พยายามจะตกหลุมรักกันทุกวัน
แต่ถ้าเราเดินตกเอา ตกเอา อยู่ฝ่ายเดียว
อีกฝ่ายเอาแต่เดินเลยผ่านหลุมไป
มันจะน่าเซ็งสักแค่ไหนกัน
ไงนี่ อยู่ดีๆ ก็เพ้อไปไกล
ก็มันเดือนแห่งความรักนี่พี่
ความรักทำให้เราเพ้อลอย
พี่เอ๋ๆ ลากหนูกับลงมาเหยียบพื้นหน่อย
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 10:52 pm
คิกๆๆ
ทำไมเรื่องนี้มันติดจะหวานๆๆ ปนขมๆๆตรงปลายลิ้นยังไงก็ไม่รู้ โรแมนติกดีค่ะ ยังจะมีคนดีดีอย่างตาลอบหลงเหลือบนโลกนี้อยู่หรือเปล่านะ
ปล.1 ใกล้วันวาเลนไทน์แล้วก็ขออวยพรให้กับ
คนที่กำลัง “ตามหา” ความรัก ให้หาเจอเร็วๆ
คนที่กำลังจะ “มี” ความรัก ขอให้ไม่มีอุปสรรค รักกันนานๆ
คนที่กำลัง “เลิก” ที่จะรัก ก็ขอให้คิดถึงความรู้สึกดีๆๆที่เคยมีไว้
ส่วนคนที่สูญเสีย “คนที่รักไป” ก็อยากให้รู้ไว้ว่า
“คนคนนั้นจะไม่มีวันตาย ตราบใดที่เรายังรักเขาอยู่”
ปล.2 ขอให้บุญกุศลนำพาให้พบเจอคนคนนั้นด้วยเถิด สาธุ 555
กุมภาพันธ์ 8, 2007 ที่ 10:53 pm
เอ ขมๆมันต้องตรงโคนลิ้นนี่นา ผิดไปแล้วว
กุมภาพันธ์ 9, 2007 ที่ 12:40 am
อ่านแล้วอิ่มใจดีจังนะ
อย่างน้อยมันก้อย้ำให้เรารู้ว่า..รักแท้ ไม่ได้มีแต่ในหนังสือนิยาย
;D
กุมภาพันธ์ 9, 2007 ที่ 1:29 am
เวลาตาลอบ พายายทองนอนบนรถแล้วปั่นพายายไปเที่ยว เหมือนกับว่าเค้าทั้งสองคนจะไม่ห่างกันแม้สักวินาที ถึงแม้ว่าจะมีคนพูดเหน็บแนมบ้าง ตาเค้ายังไม่ยอมแพ้ยังทำต่อ ความเลวร้ายในชีวิตไม่ได้ทำให้ตาหมดหวัง
อ่านแล้วก็เศร้าแต่ในความเศร้าก็มีความสุข สุขที่ได้ทำเพื่อคนที่รัก ในความมืดก็ยังมีแสงบ้างแหละเนอะ
กุมภาพันธ์ 9, 2007 ที่ 4:56 pm
บางทีเราก็อยากจะกลับไปที่เดิม…วันเดิม…กับครั้งแรกที่เจอกัน
แต่ปรากฏว่าคนเดิมของเราแต่งงานไปแล้วจะทำไงล่ะคะ
เคยได้ยินว่า “รักครั้งแรกมักไม่สมหวัง” แถมมันยังเป็นตะกอนนอนก้นอยู่ในใจเราไปตลอดชีวิต ตอนแรกไม่เชื่อ แต่พอเจอกับตัวเองก็เลยได้รู้ซึ้งมาถึงทุกวันนี้
ถึงแม้จะเจ็บ แต่ก็ดีใจที่ได้ “รัก”
*** นานๆ เข้ามาเขียนสักครั้ง แต่ก็ยังติดตามอ่านกันเสมอๆ
กุมภาพันธ์ 9, 2007 ที่ 4:57 pm
สวัสดีครับ
หัวข้อทั้งหมด ‘เปิด’ ให้คุยแล้วนะครับ
เชิญไปเดินเรื่อยเปื่อยกันต่อได้ในหัวข้อ ‘ฟลาเนอร์ฯ’ ครับ
ฮ่าฮ่า…
กุมภาพันธ์ 9, 2007 ที่ 5:18 pm
อ้อ! ช่วงนี้เป็นฤดูส่งต้นฉบับ
อาจว่างเว้นไปสักสอง-สามวันนะครับ
เดี๋ยวจะไม่มีงานส่งครับ
กุมภาพันธ์ 9, 2007 ที่ 5:30 pm
ดีค่ะ แล้วจะรออ่านเน้อ ทั้งที่นี่และต้นฉบับน้า (ส่งที่ไหนหว่า???)
^^”
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 9:20 am
ขอบคุณพี่ติ้วแล้วก้พี่เอ๋มากๆค่ะ
มดไม่เก่งหรอก
พี่เอ๋ปั่นต้นฉบับอยู่…ดองไว้นานล่ะสิ 55+
Fighting fighting na ka!!
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 9:23 am
เอ…ตอนรุ่นของพี่ติ้วเค้าใช้จับฉลากด้วยหรอคะ
แปลก..ของมดไม่มี
ขอให้โชคดีกับadmissionที่กำลังจะมาถึงค่ะ(ใกล้แล้วๆ)
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 10:11 am
จะรออ่านงานที่พักยกไปด้วยนะ แล้วเจอกันจ้าตัวหนังสือของนิ้วกลม
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 3:31 pm
พออ่านจบแล้วรู้สึกได้ถึงความรักที่ยื่งใหญ่ของตากับยาย
พอที่จะทำให้น้ำใสๆซึมออกจากตาทั้ง 2 ข้าง
“ถึงไม่รู้ว่าเรารักกันเมื่อไหร่?
แต่ไม่ว่านานแค่ไหนฉันจะรักเธอตลอดไป”
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 4:49 pm
ชอบเพลงนี้อ่ะ
แต่นั่นแหละเนอะ
บางทีเราก็จำได้คนเดียว
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 7:05 pm
Minute of love…
แม้ว่านานเท่าไหร่ก็รัก
รักแล้วต้องแสดงออก
ถึงจะเรียกว่า “รัก”
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 7:36 pm
จำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม นิ้วกลม
ฉันไปเดินเล่นงานสัปดาห์หนังสือตามปกติของชีวิต
แอบหวังว่าฉันจะได้เจอชายหนุ่มในฝันที่นั่น
แต่ฉันดันไปเจอกันเธอ
ใครก็ไม่รู้มาแจกลายเซ็น
อยู๋บูทอะเดย์ด้วย เอาว่ะสนับสนุนคนรุ่นไหม
ไม่เคยได้ลายเซ็นด้วยลองดู
แล้วฉันก็ได้เจอ
พี่ชายในฝัน
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 8:31 pm
เธอๆ
เธอนั้นหล่ะนิ้วกลม
มานี่หน่อยสิ
ฉันจำปีที่เราเจอกันไม่ได้
งานเปิดตัวหนังสือเล่มแรกของเธอหล่ะ
เธอจำได้ไหม
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 10:57 pm
ยิ่งใกล้วันวาเลนไทน์เท่าไหร่ยิ่งหวานนะคะ
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 11:31 pm
ใครหวานกันน้อ..
กุมภาพันธ์ 10, 2007 ที่ 11:54 pm
กุมภาพันธ์ 11, 2007 ที่ 10:11 am
เศร้ากับตัวเอง
สถานะความรัก
เริ่มพล่ามัวลงทุกวัน
ไม่รู้จะทนได้อีกแค่ใหน
กุมภาพันธ์ 12, 2007 ที่ 7:56 am
เดินหาหนังสือเล่มใหม่..แต่ยังไม่ได้เลย
เดี๊ยววันนี้ไปดูใหม่ ^^
กุมภาพันธ์ 12, 2007 ที่ 2:20 pm
อ่านแล้ว
น้ำตาพานจะไหลขึ้นมาดื้อๆ
น้ำตาอุ่นๆ รื้นแถวขอบตา
..
แต่
ต้องไปละ แอบมาอ่านระหว่างทำงาน
กุมภาพันธ์ 12, 2007 ที่ 5:50 pm
http://odigimon.wordpress.com/
… อะมาเมมก่อนอะคับ ฝากของผมด้วยนะคับ โอดิจิมอนมาเยือนคับ
… แล้วเด๋วจาไปอ่านเรื่องของนายนะครับ นิ้วกลม …
ยินดีที่จะได้คุยกันอีกครั้ง
กุมภาพันธ์ 12, 2007 ที่ 9:55 pm
ความรักมันก้อยุ่รอบตัวเรานี่เอง
เพียงแต่เราไม่สามารถใส่ใจกับรักทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกัน
และหากเราหลงลืมไป ก้ใช่ว่ามันจะหายไปซะหน่อยจิงมั้ย ??
cos love always stay !!!!!! เหมือนในเรื่องอิฐไงค่ะ
เพิ่งซื้อสมองไหว มาหล่ะ ชอบงานพี่มานานนนนนนนน
ยินดีที่ได้รุ้จักค่ะ
รักษาสุขภาพ**
กุมภาพันธ์ 13, 2007 ที่ 9:27 pm
อีกสองชั่วโมงกว่าๆจะถึงวันพิเศษ สำหรับใครหลายๆคน
ขอให้มีความสุขกับความรัก
ให้+รับความรักกันเต็มที่เลยนะ
ส่วนตัวเองคงให้+รับความรักจากเด็กๆไปก่อนในปีนี้
กุมภาพันธ์ 14, 2007 ที่ 1:39 am
วันนี้เพิ่งดูตาลอบ กะคุณยายทอง เวอร์ชั่นภาพเคลื่อนไหว
ได้อารมณ์หดหู่มากกว่าจะหวามไหวไปกับความรัก
เลยรู้สึกว่า… ในแง่ความรักดูเหมือนในนิตยสารจะเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าเยอะเลย
กุมภาพันธ์ 14, 2007 ที่ 2:34 am
ถ้าคุณไม่ติดไปกับกระแสนมหลุดไปมากนัก
ถ้าคุณยังรู้จะเก็บอารมณ์ตัณหาอยู่บ้าง
ถ้าคุณมีใครสักอยู่ข้างๆ
และเค้าดีกับคุณอย่างสม่ำเสมอ
ความรัก จะทำให้คุณมีความสุขที่จะให้
สุขสันต์วันแห่งความรักนะครับ
เมษายน 22, 2007 ที่ 5:54 pm
น้ำตาไหล :’ )