มันเป็นบ่ายที่แดดร้อนเหมือนทุกวัน
และเครื่องปรับอากาศในออฟฟิศของผมก็พ่นลมเย็นฉ่ำใส่กบาล
เหมือนทุกวันเช่นกัน บ่ายวันนั้นดูเหมือนวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง
ไม่มีอะไรผิดแปลกแตกต่าง
ใช่, ไม่มีอะไรบ่งบอกเลยว่า
มันจะเป็นบ่ายที่นำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ในชีวิตคนเราจะมี ‘จุดเปลี่ยน’ ใหญ่ๆ สักกี่ครั้งกัน?
“พี่เอ๋ เอลวิสอยากคุยด้วย”
น้องสาวในกลุ่มหันหน้ามาเรียกผม ให้เดินไปที่คอมฯ ของเธอ
ผมนั่งลง หน้าต่างเอ็มเอสเอ็นเปิดคาไว้ อีกฝั่งหนึ่งของหน้าต่าง
คือ ‘เอลวิส’ นั่นเอง
“นี่เอ๋” ผมพิมพ์ไปเป็นภาษาอังกฤษ
“เอ๋ เป็นไงบ้าง?” เอลวิสตอบกลับมา
“สบายดี เรื่อยๆ น่ะ”
“เอางี้ สั้นๆ เลยละกัน ไอจะชวนยูมาอยู่ที่นี่”
‘ที่นี่’ ของเอลวิสคือ เอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่งในมหานครเซี่ยงไฮ้
“ตลก” ผมเติมสัญลักษณ์หัวเราะขำต่อท้าย
“ไม่ตลก ไอไม่ได้พูดเล่น ซีเรียสนะ” เอลวิสไม่ตลกด้วย
“จริงเหรอ?” ผมมึน บอกไม่ถูก ไม่ได้ดีใจ แต่งง
“สนมั้ย? ถ้าสน เดี๋ยวคุยกัน”
“แล้วไอจะทำได้เหรอ? ไอเป็นก๊อปปี้นะ”
“ยูไม่ต้องเขียนภาษาจีนหรอก มาช่วยกันคิดงาน”
“…” ผมไม่รู้จะพิมพ์อะไร
“เอางี้ เดี๋ยวไอจะไปเมืองไทย เดือนตุลาฯ นี้ แล้วเรานัดคุยกันดีกว่า”
“ได้ๆ มาแล้วก็โทรมาแล้วกันนะเอลวิส”
“ได้ แล้วเจอกัน”
“อืม ขอบคุณนะที่นึกถึง”
เอลวิสส่งสัญลักษณ์ ‘ยิ้ม’ กลับมา
ผมหันหน้ากลับไปทำงานเหมือนเดิม ในหัวยังงงๆ
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จะบ้าเหรอ เอาคนไทยไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้
ผมสงสัย ลังเล แปลกใจ แต่ก็สนใจอยู่พอประมาณ
บ่ายวันนั้นแดดร้อนเหมือนทุกวัน เครื่องปรับอากาศหนาวฉ่ำเหมือนทุกบ่าย
แต่อุณหภูมิในร่างกายผมไม่ค่อยปกตินัก.