Archive for กุมภาพันธ์ 18th, 2007

ศิลปะแห่งความจริงใจ

กุมภาพันธ์ 18, 2007

‘ความจริงใจ’ เป็นศิลปะประเภทหนึ่ง
ไม่ง่าย ที่เราจะทำตัวจริงใจกับใครสักคน
มีเพียงบางคนเท่านั้น ที่เรากล้า ‘จริงใจ’ ใส่เขา
บางคน จริงใจมากเกินไป ก็อาจทนกันไม่ไหว
รับกันไม่ได้ และอาจฟูมฟายนำไปสู่การเลิกคบหา

การพูดจากันด้วยความจริงใจหาได้ยากในบทสนทนาของคนเพิ่งรู้จัก
แต่ก็ไม่เสมอไป บางคน เพิ่งรู้จักกันก็ซัด ‘ความจริงใจ’ ใส่กันโครมๆ
อาจมีอะไรบางอย่างบอกใบ้กับเราว่า ไอ้คนนี้ ‘จริงใจ’ ใส่มันได้

เราจึงมักหยั่งเชิงอยู่พอสมควร ก่อนที่จะ ‘จริงใจ’ กับใครสักคน
ด้วยรู้ฤทธิ์แห่ง ‘ความจริงใจ’ ดี

แหม ใครจะกล้าทัก คนที่เพิ่งเจอว่า “น่ารักจังเลยค่ะ แต่กลิ่นตัวเหม็นยังกะปลาร้า!”
หรือ “เสื้อกล้ามตัวนี้สวยดีนะคะ แต่ก่อนใส่น่าจะตัดขนจั๊กกะแร้ก่อนนะคะ”
หรือ “ช่วงนี้ทำงานหนักเหรอครับ หัวเถิกเชียว”

มันก็จริงใจกันเกินไป

‘ความจริงใจ’ จึงเป็นศิลปะ
และหากมีใครเปิดสอนคอร์ส ‘ศิลปะแห่งความจริงใจ’ เราอยากไปสมัครเรียน
ความจริงใจเคยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนสนิท ‘ร้าว’ มาแล้ว
แม้ยังคบหากันอยู่ แต่รอยร้าวก็ยังคงร่องรอยไว้ ยากจะกลับไป ‘สนิท’ ดังเดิม

การที่จะพูดจา ‘จริงใจ’ จึงต้องอาศัยศิลปะ
‘สาร’ แห่งความจริงใจน่าจะถูกส่งออกไปพร้อมกับความเข้าอกเข้าใจ
และความปรารถนาดี เมื่อนั้น ‘ความจริงใจ’ จะสวยงาม
ไม่ห่าม ไม่ดิบ ไม่แข็ง ไม่รุนแรงจนเกินไปนัก

ทุกครั้งที่ได้รับคำแนะนำจากเพื่อน, พี่, น้อง ที่จริงใจ
เรามักรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนนั้นกระชับแน่นขึ้น

ยิ่งสนิทกัน เรายิ่งกล้าพูดจากันจากใจ
ยิ่งพูดจากันจากใจ เราก็ยิ่งสนิทกัน

เราชอบคนจริงใจ และเชื่อว่าใครๆ ก็คงชอบ
เราพยายามจริงใจกับคนที่จริงใจได้
และหวังว่าเขาจะจริงใจกลับมา

แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบความจริงใจมากนัก
ก็ต้องรักษาระยะให้พอเหมาะ

วันนี้ได้รับข้อความดีๆ ที่จริงใจจากพี่ชายคนหนึ่ง
เขาระมัดระวังคำพูดคำจามากๆ ว่าจะทำร้ายน้องชาย
ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยปรารถนาดีและความจริงใจ
เมื่อได้ฟังแล้ว ไม่มีเลยที่เราจะโมโห ไม่เข้าใจพี่
มีแต่ที่ได้ยินแล้วอยากยกมือไหว้

ความจริงใจ จึงไม่ใช่ทั้งการเลือกที่จะไม่พูดเรื่องที่ไม่ถูกใจ หรือเรื่องที่เรารู้สึกแย่
และก็ไม่ใช่การสักแต่จะพูดออกไป โดยไม่คิดถึงจิตใจของฝ่ายที่รับฟัง
หากแต่ เป็นการเริ่มต้นการพูดจาด้วยเจตนาที่ดี และถ้อยคำที่นุ่มนวลชวนให้คิดตาม

‘สาร’ ก็ยังส่งผ่านไปเท่าเดิม

ในชีวิตเรา เราต้องการคนพ่น ‘ถ้อยคำจริงใจ’ ใส่รูหูอย่างสม่ำเสมอ
เรื่องที่เผลอ เราต้องการคำตักเตือน
เรื่องที่พลาด เราต้องการคำท้วงติง
เรื่องที่ผิดใจกัน เราต้องการคำบอกกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
เพื่อนประเภทนี้ จะช่วยชี้ให้เรามองเห็นด้านอื่นที่ไม่เคยมอง
ได้ฟังแล้วตรึกตรองก็จะมองเห็นปัญหา นำไปสู่การพัฒนาต่อไป

คบคนจริงใจไว้เยอะๆ ย่อมดีกว่าคบคนขี้ป้อยอ
ติเพื่อก่อ ย่อมดีกว่า ชมเพื่อรอให้มันเลี้ยงข้าว!

เรื่องคำชม ไม่ต้องห่วงหรอก
เพื่อนที่จริงใจก็ยินดีหยิบยื่นให้เราในวันที่เขาเห็นว่า น่าชม
และคำชมนั้นคงมีค่าเข้าไปอีกหลายเท่า
เมื่อเรารู้ว่า ออกมาจากปากของคนที่พูดจากใจจริง

วันนี้เป็นวันที่ได้เรียนรู้ สิ่งที่เคยรู้มานาน
แต่ได้รู้ซึ้งขึ้น เมื่อพบเจอความจริงใจที่ชวนให้รู้สึกดี
จึงอยากบันทึกบอกกับตัวเองไว้อีกทีว่า
ใครๆ ก็ชอบ ‘ความจริงใจ’ กันทั้งนั้น

แต่ความจริงใจที่แล้งไร้ศิลปะ ก็อาจทำร้ายมนุษย์ได้ไม่แพ้คำยกยอปลอมๆ

‘การทะนุถนอมหัวใจ’ กับ ‘ความจริงใจ’
จึงเหมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน มีทั้งสองด้านจึงจะมีค่า

และเวลาที่มีคนแสดงความจริงใจกับเราด้วยโดยไม่ลืมทะนุถนอมจิตใจ
ยิ่งทำให้เรา ‘รัก’ คนคนนั้นมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณพี่ชายคนนั้น

ด้วยความจริงใจ.