
มีโอกาสได้ไปแอบดูนักกีฬากระโดดน้ำทีมชาติจีนซ้อม
ทันทีที่เข้าไปก็เหมือนตกอยู่ในภวังค์
ซ้ายขวาหน้าหลังเต็มไปด้วยมนุษย์ที่กำลังพุ่งตัวลงสู่ผิวน้ำ
บ้างทำน้ำแตกกระเซ็น บ้างก็หรุบหายไปแทบไม่สะเทือนผิวน้ำ
เสียงร่างกายกระแทกน้ำดังไม่ขาดสาย
เหมือนสายฝนหล่นเปาะแปะเปาะแปะ
แต่เสียงทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากมนุษย์แค่สามสิบชีวิต!
โดดลงมา แล้วก้าวขึ้นไป โดดลงมาใหม่ แล้วก้าวขึ้นไปอีก
ซ้ำแล้วซ้ำอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีหยุดพัก
ในจำนวนเวลาที่ได้เข้าไปในที่แห่งนั้น
พอจะนับได้ว่าแต่ละคนกระโดดไม่ต่ำกว่าสามสิบครั้งเข้าไปแล้ว!
อ้อ เราเข้าไปแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
แชมป์เหรียญทองโอลิมปิกคนหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์ว่า
เขาฝึกซ้อมกระโดดน้ำวันหนึ่งหลายร้อยครั้ง
โดด โดด โดด อยู่อย่างนั้นทั้งวัน
ก่อนที่จะถึงการแข่งขัน
นักกีฬาเหล่านี้ต้องกระโดดซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้กี่หมื่นหน
ทั้งหมดนั้นก็เพื่อการกระโดดที่สมบูรณ์แบบที่สุดเพียงไม่กี่ครั้ง
ในการแข่งขันจริง
ทั้งหมดนั้นก็เพียงเพื่อ “เหรียญทอง”
เด็กน้อยตัวเล็กๆ ก้าวขึ้นบันไดครั้งแล้วครั้งเล่า
ทำสมาธิ จัดระเบียบร่างกาย และกระโดดลงมา
แล้วขึ้นไปใหม่ แล้วกระโดดลงมาใหม่
วนเวียนอยู่อย่างนั้น ราวกับโลกนี้มีเพียงแท่นกระโดด
และบ่อน้ำเท่านั้น
เราคุยกันว่าตอนเราอายุเท่าพวกเธอพวกเขาเราทำอะไรอยู่?
เจ็ดขวบ แปดขวบ เรายังกระโดดหนังสติ๊ก ปั่นลูกข่าง อยู่เลย
ใครบางคนในทีมเล่าให้ฟังว่า
พวกเขาทำชีวิตหายไปช่วงหนึ่ง
เพราะต้องฝึกซ้อม ฝึกซ้อม และฝึกซ้อมเท่านั้น
ไม่มีโอกาสได้เป็นเห็นโลก
ต้องเก็บตัวอยู่ในค่าย
กระโดดน้ำเท่านั้น คือสิ่งที่เขาควรทำ
กระทั่งครู ก็ยังต้องจ้างเข้ามาสอนในค่ายเก็บตัว
เขามีเวลาสั้นเหลือเกินสำหรับเหรียญทอง
เลยวันวัยไปแล้ว ก็ยากที่จะทำได้สมบูรณ์แบบ
เวลาทั้งหมดนั้นจึงต้องอุทิศให้กับการกระโดดน้ำ
ใครอีกคนหนึ่งในทีมพูดขึ้นมาว่า
ราวกับพวกเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้
นี่คือจุดประสงค์ในการเกิดมาของพวกเขา
แล้วใครอีกคนก็พูดถึงชีวิตหลังเกษียณ
สำหรับบางคน ชีวิตก็ว่างเปล่า
เพราะนอกจากเหรียญทองโอลิมปิก
พวกเขาก็ไม่ได้เตรียมเป้าหมายอื่นเอาไว้
ชีวิตที่มีแต่การกระโดดน้ำจะเป็นอย่างไร?
ระหว่างที่ยืนดูและยืนฟังเสียงร่างกายกระทบน้ำไม่ขาดสาย
เรารู้สึกเลยว่า เราเองช่างเกียจคร้าน ไม่ตั้งใจ ไร้การฝึกฝน
การที่จะเดินหน้าไปถึงเป้าหมายสูงสุด แน่นอนมันต้องการการอุทิศ
ทั้งกายและใจให้กับสิ่งนั้น
แต่ชีวิตก็มีมิติอื่น
สำหรับเรา ลดเป้าหมายลงสักหน่อย
มีเวลาหายใจหายคอ เดินเล่นกินลมชมวิว
ควงแขนคนรักไปในที่ที่ไม่มีเหรียญทองบ้าง ก็น่าจะดีเหมือนกัน
มีบางคนเกิดมาเพื่อเหรียญทอง
บางคนคงไม่ใช่
บางคนเกิดมาและไม่เคยกระโดดน้ำเลย
ในขณะที่บางคนกระโดดนับล้านครั้ง
เสียงร่างกายหล่นกระทบน้ำวินาทีต่อวินาทียังดังก้องอยู่ในหู
อยากขยันมากขึ้น
อีกอารมณ์หนึ่งก็อยากพักผ่อน
กรกฎาคม 14, 2007 ที่ 6:06 pm
เหนื่อยก็พัก
หนักก็วาง
.
.
.
เหมือนจะง่าย
แต่รู้ว่าไม่ง่ายเลย…
^____^
กรกฎาคม 14, 2007 ที่ 9:46 pm
ใครบางคนในทีมเล่าให้ฟังว่า
พวกเขาทำชีวิตหายไปช่วงหนึ่ง
เพราะต้องฝึกซ้อม ฝึกซ้อม และฝึกซ้อมเท่านั้น
ไม่มีโอกาสได้เป็นเห็นโลก
ต้องเก็บตัวอยู่ในค่าย
ชอบประโยคนี้จัง เหมือนเป็นการจมอยู่กับอะไรบางอย่าง (แต่อาจเป็นสิ่งที่ตัวเองรักก็ได้)
ระหว่างทำสิ่งที่เราชอบแต่ต้องจมปรักอยู่กับมัน กับการออกไปเปิดโลกกว้าง ดูว่าในโลกนี้มันมีอะไรบ้าง จะเลือกอะไรดี?
กรกฎาคม 14, 2007 ที่ 11:01 pm
ยาวมากพี่เอ๋
ขอตัวไปอ่านหนังสือสอบก่อน เดี๋ยวกลับมาอ่านก่อนไปทะเลค่ะ =]
กรกฎาคม 14, 2007 ที่ 11:07 pm
ตอนแรกปุ๊กก็เฉยๆกับกีฬากระโดดน้ำน่ะ เรียกว่าไม่ได้อยู่ในความสนใจเลยล่ะ เวลามีแข่งกีฬาก็ไม่เคยดูเลย – -”
จนกระทั่งได้อ่านหนังสือแปลญี่ปุ่นเรื่อง Dive เป็นเรื่องของนักกีฬากระโดดน้ำวัยรุ่น จากนั้น ทัศนคติของปุ๊กต่อกีฬากระโดดน้ำก็เปลี่ยนไป วัยรุ่นที่ทุ่มเทให้กับกีฬานี่มันเท่ห์จริงๆ
แต่ก็อย่างที่พี่เอ๋ว่ามาค่ะ พวกเขาเหล่านั้นก็สูญเสียชีวิตวัยรุ่นไป เพราะไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นเลย
ถ้าพี่เอ๋มีเวลาก็ลองหาอ่านดูนะคะ คนเขียนคนเดียวกับเรื่อง “เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม” ค่ะ
กรกฎาคม 14, 2007 ที่ 11:44 pm
ยาวมากพี่เอ๋
ขอตัวไปทำงานก่อน
กรกฎาคม 15, 2007 ที่ 11:18 am
โดดน้ำ
โดดเรียน
โดดเด้ง
โดดเด่น
อย่างที่เอ๋ว่า คนเรามันจะ”โดดเดี่ยว”บ้าง จะเป็นไรไป
ดีจริง กลับบ้านหลังนี้ได้แล้ว
บ้านที่ฟอนต์เล็กแต่ความหมายใหญ่
กรกฎาคม 15, 2007 ที่ 12:27 pm
“เรารู้สึกเลยว่า เราเองช่างเกียจคร้าน ไม่ตั้งใจ ไร้การฝึกฝน
การที่จะเดินหน้าไปถึงเป้าหมายสูงสุด แน่นอนมันต้องการการอุทิศ
ทั้งกายและใจให้กับสิ่งนั้น”
ขอบคุณ..สำหรับประโยคนี้ค่ะ
กรกฎาคม 15, 2007 ที่ 1:26 pm
ตอน7ขวบเหรอ สิก็เล่นหนังยางแหละ
บางช่วงเวลาชีวิตของเราก็หายไป เพื่อจะได้อะไรบางอย่างมาแทนที่ =]
กรกฎาคม 15, 2007 ที่ 3:23 pm
ใช่ค่ะ ชีวิตมีหลายมิติ
ไม่จำเป็นต้องขึ้นไปถึงจุดสูงสุด ไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่ๆมีเหรียญทอง
แค่มีคนที่เรารักและคนที่รักเราคอยให้กำลังใจ คอยประคับประคองบ้าง
มดว่ามันมีค่าต่อจิตใจมากนะ
ป.ล. ดีใจที่ทั่นพี่กลับมาน้า
ป.ล.2 สองบรรทัดสุดท้ายมันจริงที่สุดเลยล่ะ ^0^
กรกฎาคม 15, 2007 ที่ 8:15 pm
Welocome Back
กรกฎาคม 15, 2007 ที่ 8:48 pm
ยินดีกลับต้อนรับกลับชุมชน wordpress นะครับ
อ่อ ผมมีreview นวนิยายมีมือ มาให้อ่านกันด้วย
เผื่อคนที่,ระหว่างตัดสินใจ,ไปซื้อ จะได้รีบๆไปซื้อกัน
แต่คิดว่าคนที่เข้ามาอ่านบล้อกพี่คงไปซื้อกันหมดแล้วแหละ-*-
ระหว่างที่ผมเดินทางเพื่อไปพบM ผมได้อ่านนวนิยายมีมือ แล้วพบว่า หลังจากอ่านจบชีวิตผมได้เกิดเรื่องประหลาดๆ ขึ้น
ผมพบว่า ตัวเองนั่งอยู่บนรถไฟใต้ดิน ที่นั่งของผมอยู่ระหว่างที่นั่งด้านซ้ายและขวา
หันหน้าตรงไป มีเสาแท่งนึง กั้นอยู่ระหว่างผมกับหญิงคนหนึ่ง
หรือว่ามีใครบงการชีวิตผมให้เป็นอย่างนี้นะ ผมคิด
หรือว่าผมได้ถูกดึงตัวเข้ามาในนวนิยายของนิ้วกลมซะแล้ว
คิดได้ไม่นานผมก็ถึงสถานีที่ต้องลง สถานีสีลม ซึ่งเป็นสถานีที่เชื่อมระหว่าง รถไฟใต้ดิน กับรถไฟฟ้า
ระหว่างที่กำลังเดินบนทางเชื่อมนั้น จู่ๆผมก็ปวดท้องขึ้นมา
ระหว่างเดินเพื่อไปหาห้องน้ำ ผมคิดในใจว่า จะโทรหา M เพื่อบอกว่าใกล้ถึงที่นัดพบแล้ว
ระหว่างนั้นนั่นเอง ผมกลับมีความคิดอีกแวบนึงเข้ามาว่า หรือMจะโทรหาผมระหว่างปลดทุกข์อยู่
แล้วในขณะที่ผมปลดทุกข์ M ก็โทรเข้ามาพอดี เธอถามคำถาม เหมือนที่ผมต้องการจะตอบ
หรือว่ามีคนอ่านจิตใจของเราได้นะ ผมคิด
พอเสร็จธุระ ผมรีบเดินทางต่อเพื่อไปพบM
แล้วผมก็สะดุดกับป้าย ที่มีชื่อว่า Maytenee…
เรื่องระหว่างผม กับ M จะเป็นอย่างไรต่อไปคุณคงไม่มีทางรู้
แต่เรื่องระหว่างนิ้วกลมและนวนิยายของเขา จะเป็นอย่างไร
คุณสามารถหาได้ที่สำนักพิมพ์ ระหว่างบรรทัด
ชีวิตคนเราคงอยู่ระหว่าง…
กรกฎาคม 15, 2007 ที่ 8:58 pm
นั่งดูรายการย้อนรอย.. มีเรื่องเกี่ยวกับ ถาปัตย์จุฬา
ดูไป นึกถึง+คิดถึง พี่เอ๋ไป
สบายดีนะคะ?
“ไม่รัก แต่คิดถึง” 555
กรกฎาคม 16, 2007 ที่ 10:21 am
เคยมีคนพูดว่า ถ้าเป็นสิ่งที่เรารัก เราจะทำมันได้อย่างไม่มีวันเบื่อ
ตอนเจ็ดขวบ ยังโดดหนังยางเล่นกับเพื่อนๆอยู่เลยคะ (ถึงว่าโดดทั้งวันไม่มีวันเบื่อ!)
แต่น้องๆที่เค้ากระโดดน้ำกันทั้งวัน ถ้าเป็นสิ่งที่เค้ารัก มันน่าชื่นชมมากคะ
เด็กเจ็ดขวบที่มุ่งมั่นได้ขนาดนั้น
แต่ถ้าไม่ใช่ก็คงน่าเสียดายมุมมองอื่นที่เค้ายังไม่เคยได้สัมผัส
กรกฎาคม 16, 2007 ที่ 12:29 pm
ที่เราทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่เรารัก
แต่เรารักคนที่ชอบในสิ่งที่เราทำ
กรกฎาคม 16, 2007 ที่ 12:50 pm
“บ้านที่ฟอนต์เล็กแต่ความหมายใหญ่”…. sanookpradesh
ชอบคำนี้ค่ะ
และก็ชอบหัวข้อนี้ด้วย
ในชีวิตนี้ไม่เคยได้กระโดดน้ำเลย (เพราะว่ายน้ำไม่เป็น)
และก็ยังมีอีกหลายๆอย่างที่ไม่ได้ทำ
คงไม่สายถ้าจะค่อยๆทยอยทำในสิ่งที่ไม่เคยทำในอดีต (ทั้งที่อยากทำ)
ได้เห็นโลกในอีกมุม..มันดีอย่างนี้นี่เอง
กรกฎาคม 16, 2007 ที่ 1:15 pm
อู้วววววววววววววว.
กระโดดน้ำ เคยกระโดนครั้งนึง เจ็บอะเพราะหน้าอกกระแทกน้ำ
สอนให้รู้ว่า บางครั้งการทำอะไรด้วยความคึกคะนองทำให้เราเจ็บตัวได้
แต่ได้ประสบการณ์ ทำให้กล้า กระโดดหนที่ 2 3 4 5……
กรกฎาคม 17, 2007 ที่ 3:16 pm
ดีจัง ได้มีโอกาสไปดูเขาซ้อมกันด้วย
เห็นแล้วนึกถึงหนังเรื่อง Rough
ไม่เคยโดดน้ำ เคยแต่โดดเรียนอ่ะ
กรกฎาคม 17, 2007 ที่ 4:14 pm
เคยกระโดดน้ำสองครั้งเท่านั้น เป็นเรื่องบังคับตอนเรียนว่ายน้ำ
แต่ขอโทษเถอะ ต้องให้เพื่อนคนที่โดดก่อนหน้า ลอยตัวรอพาเติ้ลเข้าฝั่ง
เพราะว่ายน้ำไม่เป็น
…
เคยอ่านเรื่อง Dive ของโมริ เอโตะ
เขาเขียนเรื่องท่วงท่าการโดดน้ำว่า
‘ตีลังกาเพิ่มขึ้นหนึ่งครั้ง ได้เห็นโลกเพิ่มขึ้นหนึ่งรอบ’
อืม – - คงจะจริง
กรกฎาคม 17, 2007 ที่ 4:41 pm
กลับไปจะลองหา Dive มาอ่านดู ท่าทางจะดีจริงนิ
กี่เล่มจบครับ?