Archive for กรกฎาคม 16th, 2007

แรงบันดาลใจของเราชื่อความเหงา

กรกฎาคม 16, 2007

คุยเอ็มเอสเอ็นกับ ‘เนตร’
เนตรเป็นนักศึกษาที่เรียนออกแบบอะไรเกี่ยวกับผ้าๆ ใยๆ (Textiles Design)
เนตรเขียนคำห้อยท้ายเอ็มไว้ว่า ‘สภาวะ แย่’

“สวัสดีพี่”
“สวัสดี ยังแย่อยู่อีกหรือ?”
“ทำไมมันไม่ยอมหายไปซะที”
“มันคืออะไร?”
“ความเหงาไงพี่”
“อ้อ”
“เวลาพี่เหงาพี่คิดถึงอะไร?”
“แฟนมั้ง”
“ไม่เอาดิ เอาแบบรูปธรรมหน่อย เอ นามธรรมสิ”
“ตกลงจะเอา รูป หรือ นาม”
“ทั้งสองอย่างน่ะ”
“คิดถึงใบไม้ที่ปลิดตัวจากขั้ว ขนนกที่ลอยอยู่กลางอากาศ”
“นี่เหงาจนเอามาเป็นคอนเซ็ปต์ในงานออกแบบผ้าแล้ว”
“โหย จริงดิ”
“จริง กำลังทำอยู่”
“เจ๋งดี ชอบชอบ”
“พี่นึกถึงอะไรอีก? สีล่ะพี่?”
“สีน้ำตาลก็ดูเหงานะ เทาก็ใช่ ชมพูปนเทา เหมือนเคยมีความรักแต่หม่นแล้ว”
“อืม…ฟอร์มล่ะพี่?”
“วงกลมที่แหว่งๆ”
“อืม มีอีกไหม?”
“อะไรก็ได้ที่มันแหว่งวิ่นน่ะ”
“อืม…”
“เส้นบางๆ เส้นขาดๆ เส้นน้อยๆ แต่ไร้ทิศทาง”
“ขอบคุณมากพี่”
“จ้า”
“ไว้เสร็จแล้วจะเอามาอวด”
“จริงนะ อยากเห็น”
“ได้ๆ เสร็จแล้วเดี๋ยวส่งให้ดู อยากอวด”
“ดีๆ ชอบคอนเส็ปต์”
“เคยฟังเพลง เพื่อนของเราชื่อความเหงาไหม?”
“เคย เราชอบเพลงนี้”
“เนตรก็ชอบ นั่นล่ะที่มาของคอนเส็ปต์”

ผมออกจะชอบที่เอาความเหงาที่เกาะรุงรังในใจมาใส่ไว้ในงานออกแบบ
และออกจะนับถือชื่นชมอาจารย์ของเนตรที่ใจกว้างเปิดรับคอนเส็ปต์ดีๆ แบบนี้
อดนึกถึงตัวเองตอนเรียนไม่ได้ว่า ถ้าเอา ‘ความเหงา’ ไปเสนออาจารย์
อาจารย์ท่านจะทำหน้าอย่างไร

“เอามันไปใส่ในงานแล้วขอให้ทุเลาลงบ้างเน้อ”
“จ้า ขอบคุณมาก”

คุณล่ะ พูดถึงความเหงา คิดถึงอะไร?

ใส่อะไรเข้าไป ก็กลายเป็นอย่างนั้น

กรกฎาคม 16, 2007

ระหว่างยัดขากระต่ายเข้าปาก
เราคุยกันเรื่องร่างกายของแต่ละคน
ช่วงนี้อ้วนหนัก เพราะไม่ได้ออกกำลังกายมานาน
ตั้งแต่ขาพลิก ตาตุ่มปูด ก็หยุดวิ่งเล่นในสนามบาสฯ ไป
พุงเริ่มห้อย เพื่อนร่วมโต๊ะคนหนึ่งบอกว่า
“นายไม่กินเนื้อวัว นายก็เลยร่างกายไม่กำยำเหมือนวัว
นายชอบกินหมู ก็เลยจะกลายเป็นหมูไปแล้ว”

เราก็คิดตาม เออเว้ย ท่าจะจริง
เอ่อ…หมายถึง จริงว่ากินเนื้อสัตว์ชนิดไหนก็จะมีร่างกายคล้ายสัตว์ชนิดนั้น
ไม่ได้หมายความว่า จริง-ที่กำลังจะกลายเป็นหมู!

เงยหน้าบอกเพื่อน “จริงแฮะ วัวไขมันน้อย หมูไขมันเยอะ
ไก่กินเข้าไปก็ไม่อ้วนเท่าหมู งี้เราน่าจะกินม้าเนอะ
เพราะร่างกายของม้านี่สวยที่สุดแล้ว”

เพื่อนขำ “งี้ถ้ากินมะเขือเทศจะเป็นไง?”
จริงๆ ก็แก้มแดงเนอะ ตอบกลับไป “ก็น่าจะดูสดชื่นนิ”

หันไปมองขากระต่ายทอดกระเทียมในจาน แล้วหันไปมองเพื่อน
“งี้วันนี้พวกเรากระโดดลงบันไดกันเถอะ”

เรื่องที่ว่า “ใส่” อะไรเข้าไป ตัวเราก็จะเป็นแบบนั้น มีความจริงอยู่เยอะ
บางคนก็บอกว่า “You are what you read.”
อ่านหนังสือแบบไหนก็จะกลายเป็นคนที่คิดแบบนั้น มีมุมมองโลกแบบนั้น
จริงๆ แล้วจะให้ดีก็คงต้องอ่านเยอะๆ หลายๆ แบบ จะได้งงๆ ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบไหนดี

สมองเราว่างเปล่า อาจมี ‘อะไร’ ติดมานิดหน่อย
ไม่รู้จะเป็นบุญเก่า หรือ ดีเอ็นเอ หรือ พันธุกรรม
หรือใครจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่
แต่โดยส่วนใหญ่สมองเราว่างเปล่าน่าดู
เหมือนลิ้นชักที่รอเอา ‘ของ’ ไปใส่
ทีนี้พอจะหยิบอะไรออกมา มันก็หยิบได้แค่ ‘ของ’ ที่ใส่เข้าไป
อะไรที่ไม่เคยใส่เข้าไปก็ไม่มีให้หยิบ

ใส่เข้าไปเยอะก็มีให้หยิบเยอะ
แต่บางทีใส่เข้าไปเยอะเกิน ก็หาไม่เจอ
ต่างจากลิ้นชักนิดหน่อยตรงที่สมองบางทีก็เหมือนเครื่องปั่น
คือพอใส่เข้าไปแล้ว ‘ของ’ ทั้งหลายก็เอามาปั่นรวมกันเองโดยอัตโนมัติ

ใส่หมู ก็กลายเป็นหมู
ใส่ไก่ ก็กลายเป็นไก่
ใส่กระต่าย ก็กระโดดได้ โย่!

สมองกับพุง ก็เหมือนๆ กัน
มีอิ่ม มีหิว และต้องการเวลาย่อย
ก่อนที่จะแปรรูปเปลี่ยนร่าง ‘สาร’ ทั้งหลาย
ซึมหายเข้าไป กลายเป็นตัวเรา