ฝรั่งเรียก ” Great Wall”
คนไทยเรียก “กำแพงเมืองจีน”
คนจีนเรียก “ฉางเฉิน” แปลว่า “กำแพงยาว”
ยาวจริงๆ นั่นแหละ ยาวสุดลูกหูลูกตา
(อวัยวะที่มีชื่อว่า “ลูกหู” อยู่ตรงไหน ใครรู้วานบอก)
จริงๆ แล้วป่วย แต่แรด
ไม่น่าจะเอาตัวเองไปป่ายปีนกำแพงเมืองจีนขณะที่ร่างกายไข้ขึ้น
แต่ก็อยากไปดูมันอีกครั้ง เป็นครั้งที่สอง หลังจากได้ทำตาโต
อ้าปากร้อง “โอ้โห” ไปแล้วเมื่อสองปีก่อน วันนั้นตอนลงจากรถฝนตก
แต่พอเดินๆ ไป ฟ้าก็ค่อยๆ คลี่ตัวออก เผยให้เห็นมังกรยักษ์
เลื้อยฉวัดเฉวียนวนเวียนอยู่เหนือยอดเขา
จำได้ว่าวันนั้น อึ้ง!
อยากรู้ว่า วันนี้จะอึ้งอีกไหม
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เวลาเราเห็นสองรอบมันจะจืดลงไหม?
อยากไปหาคำตอบ
ไปที่ “ป้าตาหลิง” จุดกำแพงที่ฮ็อตฮิตที่สุด
ผู้คนมากพอๆ กับงานลอยกระทงภูเขาทองยังไงยังงั้น
สังเกตเห็นป้ายแดงๆ เขียนเป็นตัวหนังสือจีน และมีลายเซ็นของผู้คนเต็มไปหมด
ก็เลยถามเพื่อนว่ามันคืออะไร ได้ความว่า มันคือป้ายเรียกร้องให้ช่วยกัน
ส่งเสียงให้ “กำแพงยาว” นี้ติดอันดับเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เพิ่งจัดใหม่
ผมเพิ่งได้อ่านบทความในนิตยสารแจกฟรีเมื่อไม่นานนี้ว่า
การจัดรอบใหม่นั้น กำแพงเมืองจีนไม่ติดอันดับ ในนั้นเขียนว่า
ยังพอมีเวลาสำหรับพวกเราชาวจีน ช่วยกันทำให้มันติดอันดับกันเถอะ
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวิธีช่วยให้มันติดอันดับนั้นคืออะไร
อ่านจบก็อดสงสัยไม่ได้ว่า กำแพงยักษ์ไร้ที่สิ้นสุดนี้ไม่ติด
แล้วจะมีอะไรที่มหัศจรรย์อีก เพราะหากเทียบกับตัวต่อตัว
“สเกล” ความมหึมาของมันไม่น่าจะมีอะไรในโลกที่มนุษย์สร้าง
มาเทียบเคียงได้
ผมยังบอกเพื่อน “แค่คิดจะสร้างก็บ้าแล้ว”
แต่จริงๆ ก็ออกจะตลกคนเรา ว่าจะจัดอันดับใหม่ทำไม
มันเป็นกรณีใกล้ๆ กับดาวพลูโต
ที่จู่ๆ ก็จะเฉดหัวน้องพลูโตออกนอกระบบสุริยะ
มนุษย์เรานี่อยู่ไม่สุขจริงๆ
ผมว่า หากจะจัดอันดับเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ก็น่าจะเป็นการเลือกจากยุคใหม่ ไม่เห็นต้องไปรื้อของเก่าเลยนี่
…
ห้าชีวิตในกลุ่มเรา ยกเว้นผมแล้วทุกคนเพิ่งมาเห็นกับตาเป็นครั้งแรก
หนึ่งในนั้นเป็นสาวน้อยตาบ้องแบ๊ว อายุเพียงแปดเดือนเท่านั้น
แม่ของเธอกระเตงเธอไว้ข้างหน้าเหมือนจิงโจ้ เพื่อพาขึ้นไปเดินบน
กำแพงยาวนี้ ผมแซวว่า “โหย นี่ได้เห็นกำแพงเมืองจีนตั้งแต่ยังเด็กน้อยเลยนะ”
แม่ของเธอหัวเราะแล้วตอบกลับมาว่า “ฉันไม่คิดว่าเธอจะจำได้หรอก”
มันก็น่าสนใจดี กระทั่งสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำให้ตาของหลายคนลุกวาว
แต่ก็ไม่อาจทำให้ตาของเด็กสาวแปดเดือนโตขึ้นแต่อย่างใด
เธอมองมันเหมือนมองไส้เดือน เหมือนมองหนอนตัวเล็กๆ
ซึ่งจะว่าไป เธออาจตื่นเต้นกับไส้เดือนมากกว่า
เพราะมัน “กระดึ๊บ” ได้
ความมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการเปรียบเทียบ
หากเรายังไม่เห็นสิ่งธรรมดา เราก็จะไม่เห็นความพิเศษในสิ่งมหัศจรรย์
เธอยังเห็นโลกมาแค่นิดเดียวเอง
จะให้เธอตกใจอะไรกับกำแพงยาวยักษ์นี้
บางทีเราเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน
ตราบที่ยังไม่เจอคนธรรมดาๆ ผ่านเข้ามาในชีวิต
เราก็ยังคิดว่าคนนั้นไม่ได้มหัศจรรย์อะไร
และก็เหมือนๆ กันอีก ความมหัศจรรย์และอันดับเปลี่ยนแปลงได้
วันหนึ่งเกิดทะลึ่งอยากจัดอันดับความมหัศจรรย์เสียใหม่
สิ่งที่เคยมหัศจรรย์อยู่อาจจะ “หลุด” ไปเสียเฉยๆ
เฮ้อ! มนุษย์ผู้โลเล
แต่สิ่งมหัศจรรย์จริงๆ ก็มีอยู่จริง
ลองถ้ามันพิเศษแล้ว มันคงไม่มีวันหลุดอันดับไปได้
ผมเดินอยู่บนนนั้นสองชั่วโมงกว่า คิดว่าตัวเองแก่ขึ้น
เหนื่อยง่ายขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะร่างกายไม่เต็มร้อยหรือเปล่า
เดินไปก็คิดถึงภูเขาที่เนปาล อยากกลับไปเดินลิ้นห้อยบนนั้นอีก
เรานั่งรถสไลด์ลงมาถึงฐาน เดินต่ออีกหน่อย
แล้วเพื่อนก็ชี้ให้ผมดูป้ายขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือจีน
“ฉางเฉิน ติดอันดับหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกครั้งใหม่”

ผมหันไปมองแคทลีน สาวน้อยที่เพิ่งเห็นโลกมาแค่แปดเดือน
เมื่อเธอได้มายืนตรงนี้อีกครั้ง เธอจะรู้สึกอย่างไร?
แต่ผมเชื่อว่า เธอคงรู้สึกพิเศษขึ้น เมื่อได้ผ่านเรื่องธรรมดามามากกว่านี้
