Archive for กรกฎาคม 26th, 2007

ฟังก์ชั่นของตุ๊กตา

กรกฎาคม 26, 2007

เคยสงสัยไหมครับว่า “ตุ๊กตา” มีขึ้นมาทำไมในโลกใบนี้?
ผมสงสัย ผมสงสัยว่า ทำไมโลกใบนี้จึงไม่เคยมีตุ๊กตาเพียงพอ?
ทำไมจึงมีตุ๊กตาหน้าใหม่เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน?
ผลิตมาเท่าไหร่ ก็ขายได้อีก อีก อีก และอีก
แม่ไม่ส่งต่อตุ๊กตาให้ลูกเหรอ? ก็ไม่ใช่
ตุ๊กตาเองเป็นสินค้าใช้แล้วทิ้ง? ก็ยิ่งไม่น่าจะถูก

ถึงผมจะสงสัย แต่ก็ไม่เคยลงมือหยิบจอบเสียมมาขุดหาคำตอบจริงๆ จังๆ
กระทั่งมาถึงวันนี้ ระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน ผมก็คิดถึงเรื่องตุ๊กตาขึ้นมา

ออฟฟิศของผมเพิ่งย้ายมายังอาคารแห่งใหม่
ทุกคนมีโต๊ะทำงานตัวใหม่ สดใส สะอาด สว่าง และสงบ
จริงๆ แล้วออฟฟิศย้ายมาได้หนึ่งเดือนแล้ว
แต่ผมกับเพื่อนอีกสองคนย้ายก้นไปนั่งที่ปักกิ่งเฉียดเดือน
เลยได้ย้ายเข้าออฟฟิศใหม่ทีหลังคนอื่นเขา
เมื่อมาถึง โต๊ะของพวกเราจึงเป็นเพียงสามตัวสุดท้ายที่ยังคง
มีความสะอาด สว่าง สงบ อยู่
โต๊ะของเพื่อนๆ คนอื่นก็รกกันเป็นธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว

ผมมองปราดเดียวก็รู้สึกได้ว่า โต๊ะรกๆ ที่เรียงรายอยู่มันมีชีวิต
และถ้าหากเดินไปดูใกล้ๆ ก็จะเห็นบุคลิกและนิสัยของเจ้าของโต๊ะ
ด้วยสิ่งประดับประดาบนโต๊ะนั่นแหละที่บอกได้ว่านายคนนี้ขี้เก๊ก,
ไอ้หนุ่มนี้บ้าเซ็กซ์, น้องคนนี้อ่อนหวาน, น้องคนนั้นขี้แต่งตัว,
น้องคนโน้นดิบห่าม, พี่คนนั้นแอบอ่อนไหว

รูปถ่าย, ต้นไม้, ภาชนะ, กระทะ, ตะหลิว (สองอย่างหลังแกล้งเติมเล่น)
ทุกองค์ประกอบรอบๆ (เหนือ-ใต้-ซ้าย-ขวา) โต๊ะบอกกับเราได้
กระทั่งใต้โต๊ะที่เต็มไปด้วยก้อนขี้มูกที่เจ้าของป้ายเอาไว้
ก็บอกนิสัยเจ้าของโต๊ะตัวนั้นได้เป็นอย่างดี ไหนจะสีสันที่เลือกประดับ
บางคนก็ keep cool กูต้องขาว-เทา-ดำ เท่านั้น
บางคนนี่ก็จัดจ้าน ฉันต้องสีสะท้อนแสง สะท้านทรวง เท่านั้น
บางคนก็มั่ว ใครให้อะไรมา ของชำร่วย เม็ดบ๊วย โดราเอมอน วางได้หมด
เดินดูโต๊ะคนอื่นนี่มันก็เพลินไปอีกแบบ เหมือนแอบดูกระเป๋าตังค์ชาวบ้าน

ผมวางของไม่กี่ชิ้นลงบนโต๊ะ ผมชอบโต๊ะที่มีของน้อยๆ
และเกลียดโต๊ะรกๆ เอามากๆ แม้ว่าจะชอบทำมันรกเองอยู่บ่อยๆ

เดินไปเดินมา ผมก็สงสัยว่า ทำไมโต๊ะผมมันถึงไม่ค่อยมีชีวิต?
คือมันเหมือนไม่มี ‘คน’ มานั่ง เหมือนเป็นโต๊ะสาธารณะ
แต่มันไม่มีวิญญาณ ไม่มีนิสัย ไม่มีอารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต
อาตี๋ อาเฮีย อาฮุย อาร์เอส อาเจ็ด อารอง น้องสาม พี่สี่
ไม่มีเลย

มันดูเหมือนว่า มีใครบางคนเพิ่งเก็บของแล้วลุกออกไป
และดูเหมือนว่าจะไปหวนกลับมาอีก เหมือนห้องที่ยังไม่มีคนย้ายเข้า
เหมือนเตาที่เขม่ายังไม่เกาะ เหมือนเงาะที่ยังไม่สุก
เหมือนคุกที่ไม่มีนักโทษ เหมือนโบสถ์ที่ไม่มีนักบวช
เหมือนขวดที่ยังไม่มีใครเปิด เหมือนเด็กเพิ่งเกิดที่ยังไม่รู้จักตุ๊กตา

ใช่! ตุ๊กตา!
ผมหันมองรอบตัว เกือบทุกโต๊ะที่สนุกและรกรุงรัง
มันต้องมีตุ๊กตาน้อยใหญ่ ทั้งที่ตัวเท่าลูกควายและตัวเท่าลูกปิงปองกองอยู่บนโต๊ะ
บางตัวเกาะขอบโต๊ะ บางตัวยืนตระหง่าน บางตัวแขวนห้อยไว้กับโคมไฟ
มันชวนให้ผมนึกถึงตุ๊กตาที่บ้าน ผมหอบตุ๊กตามาจากกรุงเทพฯ ตั้งหลายตัว
กะจะมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน เป็นทั้งเพื่อนและสิ่งรำลึก
แต่พอเก็บข้าวเก็บของ ผมก็เอามันไปกองไว้ในตู้เสื้อผ้า แล้วก็ลืมมันไปสนิท

ผมว่าบางทีประโยชน์ใช้สอยของตุ๊กตามันอาจเป็นอะไรทำนองนี้
มันมีไว้ ‘กินที่’ สิ่งของที่ ‘จำเป็น’

โต๊ะที่ไม่มีตุ๊กตา จะเต็มไปด้วยการงานและของต่างๆ ที่ ‘จำเป็น’
ตุ๊กตามีหน้าที่สร้างสมดุลให้สถานที่นั้นๆ มี ‘สิ่งที่ไม่จำเป็น’ บ้าง
ทุกอย่างในชีวิตมันจะต้อง ‘จำเป็น’ ไปหมดเลยเชียวหรือ?

เมื่อเราวางตุ๊กตาลงไป พื้นที่สำหรับงานก็จะหายไปหนึ่งตารางตุ๊กตา
ยิ่งวางตุ๊กตามาก เราก็ยิ่งงานน้อยลง (และเจ้านายก็คงเขม่นเรามากขึ้น)

“จะซื้อไปทำไม ไม่มีประโยชน์อะไรเล้ย”
ผมจำได้ เวลาที่ผมหรือพี่สาวอยากได้ตุ๊กตา ป๊ามักบอกพวกเราแบบนี้เสมอ
วันนี้ผมเพิ่งนึกประโยคที่จะบอกกับป๊าได้
“ก็ซื้อไปให้รู้ว่า ชีวิตเรามันน่าจะมีสิ่งที่ไม่มีประโยชน์บ้างไงป๊า”

อาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ-ฟังก์ชั่นของตุ๊กตาก็อยู่ตรงที่มันไม่มีฟังก์ชั่นนั่นเอง

วันนั้นผมเดินผ่านคนขายตุ๊กตาหมูสีชมพูตัวกลมๆ
ผมชอบใจมาก เขาเอาตุ๊กตาหมูผูกเชือกแล้วถือเอาไว้หลายสิบตัว
ดูแล้วน่ารักดี ผมเดินผ่านไป แต่ก็ต้องเดินกลับมาซื้อ
ด้วยอารมณ์ล้วนๆ ไร้เหตุผลสิ้นเชิง

พรุ่งนี้ผมจะเอาตุ๊กตาไปวางเล่นบนโต๊ะทำงาน
ด้วยหวังว่า โต๊ะของผมจะมีชีวิตชีวามากขึ้น
ไม่ใช่แค่เฉพาะการมีตุ๊กตาอยู่บนโต๊ะหรอก
แต่มันมีชีวิตชีวามากขึ้น
เมื่อพื้นที่ทั้งหมดในชีวิตมีบางส่วนที่มันไม่มีประโยชน์บ้าง

null