เวลามนุษย์รู้สึกเคว้งๆ คว้างๆ ว้าๆ เหว่ๆ สัมผัสได้ถึงอากาศโล่งๆ รอบตัว
มนุษย์ชอบหันมาถามกับตัวเองว่า “ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อไปอะไร”
นักคิดทั้งหลายนั่งกุมกบาลควานหาสัจธรรมมาตอบอภิมหาปริศนานี้
หลายคนได้คำตอบ หลายคนยังคงขยี้หนังศีรษะหาต่อไป
ในสเกลใหญ่ระดับ “ชีวิต” มันฟังดูไม่ง่ายนักที่จะหาคำตอบมาเติมเต็ม
ความว่างเปล่ารอบๆ ร่างกาย แต่หากลองหดคำว่า “ชีวิต” ลงมา
เหลือเป็นคำว่า “เจ็ดสิบปี” หรือตายเร็วหน่อยก็ “หกสิบปี”
เราก็จะรู้สึกถึงความกระจ้อยร่อยจิ๊บจ๊อยของ “ชีวิต”
แหม มันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร และอาจจะสั้นเกินไป ไม่พอที่จะมีเวลาให้
กับการมานั่งขบคิดหาความหมายของการดำรงอยู่ เอาเวลาไปแด๊นซ์
กระแทกก้นสาว เบียดไหล่หนุ่มในสลิม อาร์ซีเอดีกว่า
อ้าว นั่นนักปรัชญาที่กุมกบาลอยู่หันมามองทางนี้แล้วตะโกนมาว่า
“ก็เพราะชีวิตมันสั้นน่ะสิไอ้หนู สั้นเกินกว่าที่จะใช้มันเรื่อยเปื่อยไปทุกวัน
โดยไม่รู้ว่าจะมีชีวิตสั้นๆ นั่นอยู่ไปเพื่ออะไร”
ปล่อยให้นักปรัชญากับเด็กหนุ่มถกเถียงกันต่อไป
ชีวิตมันสั้น ขี้เกียจเถียงด้วย
เรามักจะรู้สึกเคว้งๆ เซ็งๆ ไม่รู้ว่าจะเดินไปไหน จะไปทำอะไร
หนักข้อเข้าวันไหนเหงามากๆ ก็พานจะเลยเถิดไปถึง “อยู่ไปทำไม”
อ้าว พี่ กระเถิบออกมาจากขอบตึกก่อน วางน้ำยาล้างห้องน้ำไว้ก่อน
อย่าเพิ่งซดมันลงไป สงสารคุณหมอต้องมานั่งล้างท้องพี่อีก
แล้วท้องนี่คงล้างให้สะอาดยากกว่าห้องน้ำหลายเท่านะพี่นะ
หากลองหด “ชีวิต” ลงให้สั้นกว่านั้น สั้นกว่าหกสิบปี
“ชีวิต” ก็เป็นแค่วันนี้เท่านั้นเอง
เมื่อหดมันลงมาซะเล็กจิ๋วขนาดนี้ เราอาจมีคำถามที่น่ารักขึ้น
จาก “ชีวิตนี้เราอยู่ไปเพื่ออะไร?”
เป็น “วันนี้เราอยู่ไปเพื่ออะไร?”
จาก “จุดประสงค์การดำรงอยู่ของชีวิต”
เป็น “จุดประสงค์การดำรงอยู่ของวันนี้”
แล้ววันนี้จะได้มีอะไรทำ มีจุดประสงค์การเรียนรู้
และที่สำคัญ-ไม่เหงา
…
ผมเคยสงสัยว่า ทำไมหัวหน้าของผมจึงต้องตะเกียกตะกาย
ไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ร้านนี้ปิด ก็ยังพยายามหาร้านอื่น
ต้องนั่งแท็กซี่ไปกินไกลหน่อยก็ยังพยายามจนสำเร็จ
ผมเพิ่งรู้จากเพื่อนร่วมงานเมื่อสองวันมานี้เองว่า
หัวหน้าของผมเคยสอนเพื่อนของผมว่า
ให้ตั้ง “จุดประสงค์” ของแต่ละวันไว้อย่างน้อยสามข้อ
อาจเรียงลำดับยากบ้าง ง่ายบ้าง และธรรมดาบ้าง
เช่น วันนี้ฉันจะกินไข่ระเบิดให้ได้, วันนี้จะอ่านหนังสือให้ได้หนึ่งร้อยหน้า,
วันนี้จะต้องวิ่ง, วันนี้จะห้ามตัวเองไม่ให้แกะสิวบนหน้าเล่นให้ได้,
วันนี้จะไปดูหนังเรื่องนั้นให้ได้, วันนี้จะตื่นเช้าให้ได้, วันนี้จะไม่เขี่ยหัวหอม
ออกจากจานข้าวผัด, วันนี้จะไม่ทำงานเลยเวลา, วันนี้จะไม่ขับรถเร็ว,
วันนี้จะสูบบุหรี่แค่สองมวน, วันนี้จะต้องเห็นสะดือยุงให้ได้, ฯลฯ
จะยากหรือง่าย ในเรื่องที่ชอบหรือไม่ชอบ ก็ตามแต่จะเลือกกำหนด
“จุดประสงค์ในการดำรงอยู่ของวันนี้” เลือกได้ตามสะดวก
ข้อแม้มีแค่ข้อเดียวคือ กำหนดแล้วต้องพยายามบรรลุวัตถุประสงค์นั้นให้ได้
แล้วเราก็จะตอบตัวเองได้ว่า “วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อได้กินไข่ระเบิด”
เราจะได้รู้ว่าวันนี้เราตื่นขึ้นมาทำไม เราหายใจไปเพื่ออะไร
ในสเกลที่เล็กลง ความคิดที่เรียบง่ายขึ้น เรื่องเล็กๆ ที่ให้ความสำคัญ
แผนการที่สำเร็จได้ไม่ยาก และคำตอบที่ไม่ยิ่งใหญ่จนปวดกบาล
เราอาจมีชีวิตอยู่เพื่อกินไข่ระเบิดในวันนี้
และเพื่อไปช่วยชีวิตปลาวาฬในวันพรุ่งนี้ก็ได้
ค่อยๆ กำหนดวัตถุประสงค์ของ “ชีวิต” ในสเกล “วันต่อวัน”
ชีวิตอาจจะง่ายขึ้น มีอะไรให้ทำ และมีความสำเร็จเล็กๆ ให้ชื่นใจทุกวัน
…
ผมชอบชีวิตที่มีจุดประสงค์ มันมีพลังและกระตือรือล้นดี
หากเปรียบกับการเดินทาง จุดประสงค์ก็เป็นแค่จุดหมาย
แต่ระหว่างทางยังมีอะไรอีกมากมายให้ก้าวผ่าน
เรากำหนดว่าจะเดินทางไปกินไข่ระเบิด แต่ระหว่างทางเราอาจแวะซื้อ
หมูปิ้งหน้าปากซอยก็ได้ หรือสุดท้ายไปเจอแม้ค้าสวย จีบกัน ลงเอย
เป็นฝั่งเป็นฝาช่วยกันเปิดร้านขายไข่จนระเบิดกันไปเลยก็ไม่แน่
ระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้นใครจะไปรู้ เรามีจุดหมายไว้ก็เพื่อให้มันมี
ระหว่างทางเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีจุดหมายตื่นมาก็ไม่รู้จะเดินไปไหน
แล้วบางทีมันก็ชวนให้หดและหู่ ห่อและเหี่ยว โหยและหา
คนเรามักจะรู้สึกได้ “เติมเต็ม” เวลาที่ทำอะไรสักอย่างสำเร็จ
แต่เรามักจะลืมไปว่า ความสำเร็จที่ว่ามันไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่อะไร
ขนาดที่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตไปพิชิตมัน
แค่คิดว่าวันนี้จะเขียนบล็อกแล้วได้เขียนก็ “สำเร็จ” แล้ว
…
จุดประสงค์ของการดำรงอยู่ในวันหนึ่ง ก็ทำให้วันหนึ่งวันนั้นมีความหมาย
มีเรื่องท้าทาย และมีจุดหมายให้พิชิต และดีใจเมื่อสำเร็จ
หากเราค่อยๆ ขยายตัวให้มันในทางกว้าง แต่คงความเล็กของมันไว้
สัปดาห์นี้ฉันดำรงอยู่เพื่ออะไร?
เดือนนี้ฉันดำรงอยู่เพื่ออะไร?
ปีนี้ฉันดำรงอยู่เพื่ออะไร?
ก็ดูเหมือนชีวิตในแต่ละช่วงเล็กๆ มีอะไรให้มุ่งหมายดีเหมือนกัน
ความหมายของการดำรงอยู่ทั้งชีวิตนี้ หากหาได้ก็เชิญหากันเถิดครับ
แต่ผมว่า บางที เราก็ดำรงอยู่เพื่อที่จะหาความหมายของการดำรงอยู่นั่นแหละ
ทั้งหมดก็เพื่อตอบและปลอบใจตัวเองว่า ฉันไม่ได้เกิดมาหายใจทิ้งไปวันๆ
ก็เท่านั้นเอง






