ยังมีหนังสือเล่มหนึ่ง
ทะลึ่งเอา “ณ.เณร” มาตั้งเป็นชื่อ
ในใจถาม-ไม่กลัวหรอกหรือ
ว่าคนจะอ่านชื่อไม่ออก
นั่นสินะ นั่นสินะ
มันควรจะอ่านว่าอะไร
“ณ.เณร” เอ…หรือไม่ใช่
“เธอๆ เห็นหนังสือ ณ.เณร หรือยัง?”
“หนังสือเกี่ยวกับอะไรหรือเธอ
ไฉนจึงตั้งชื่อชวนขัน”
“อ๋อ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
เห็นมันวางอยู่ที่ซุ้มโน้น”
“ซุ้มไหนเหรอเธอซุ้มไหน?”
“ซุ้มอะเดย์ไง โน่น ไกลโพ้น
เห็นน้องๆ ในซุ้มกำลังตะโกน
ช่วยขายจนเหงื่อหลั่งริน”
“ท่าทางจะขายไม่ค่อยออก
ทั้งบอกทั้งเชียร์กันยกใหญ่”
“ว้า น่าสงสาร ฉันอยากไปให้กำลังใจ
ซื้อไปวางไว้ รองโต๊ะรองเก้าอี้ก็ยังดี”
“อะไรกัน จะบ้าเหรอเธอ
นี่มันหนังสือนะคะคุณพี่!
คุณค่าของมันก็น่าจะพอมี
เอาไปรองโต๊ะรองเก้าอี้ได้ยังไง”
“งั้นเราเดินไปดูกันเสียหน่อย
ไปสอยมาสักเล่มสองเล่ม
เผื่อเอาไว้อ่านในร้านแอร์เย็นๆ
ว่าแต่ มันจะเครียดไหมเนี่ยเธอ?”
“ไม่นะ ฉันคิดว่าไม่
เห็นเขียนไว้บนปกว่า
อารมณ์ดีอะไรสักอย่างนี่แหละหนา
แต่เธอก็อย่าเชื่อไป”
“นั่นสินะนั่นสิ
แล้วใครเขียนเธอรู้ไหม
เอ…ใครเขียนนี่ฉันก็ไม่ได้สนใจ
แต่เห็นว่าเขายืนช่วยตะเบ็งขายอยู่ในนั้น”
“คงตะโกนจนเหงื่อตก
หน้าซีดเป็นจิ้งจกต้มไปแล้วสินั่น
สมแล้วล่ะกับโทษทัณฑ์
ที่ตั้งชื่อหนังสือไม่รู้จะอ่านว่าอะไร”
“อ้าว สวัสดีครับพี่ๆ
เจอกันที่นี่ไปเสียได้
ผู้คนมาซื้อหนังสือตั้งมากมาย
ไม่คิดว่าจะได้เจอกัน”
“อ้าว นี่ วิชิต
น้องชายคนสนิทของฉัน
พวกพี่ๆ กำลังคุยเรื่องหนังสือชื่อ “ณ.เณร” กัน
ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกี่ยวกับอะไร”
“ณ.เณร เหรอครับพี่
น่าจะเกี่ยวกับวัดใช่ไหมหนอ
อาจเป็นศิษย์โปรดของหลวงพ่อ
แล้วก็บวชต่อ เป็น “ณ.เณร”"
“ฮ่าฮ่า น้องเธอนี่ก็ช่างคิด
แต่ดูจากปกแล้วไม่น่าใช่
ปกมันเหมือนว่าเนื้อใน
น่าจะเกี่ยวกับอะไรที่เป็น “ที่ทาง”"
“เหรอครับพี่ เหรอครับพี่
มันวางอยู่แถวไหน”
“มามะ เราพากันเดินไป
ไปดูไอ้เจ้า “ณ.เณร” กันอีกที”
“ณ ครับ ณ
เพิ่งมาถึงงานเมื่อวานนี้
เหลืออีกสาม-สี่เล่มเองครับพี่
ซื้อวันนี้แถมฟรีลายมือ”
“อ๋อ มันอ่านว่า “นะ” นี่เอง
หนังสือเกี่ยวกับอะไรเหรอคะน้อง”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ พี่ต้องลอง
เปิดอ่านดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ”
“อ๋อ ผมนึกออกแล้วครับพี่
มันเคยเป็นคอลัมน์ในอะเดย์คอลัมน์หนึ่ง
บางตอนขำ บางครั้งซึ้ง
บางครั้งก็อึ้งๆ ไม่รู้มันจะเขียนทำไม”
“อ้าวเฮ้ย วิชิต พูดเบาๆ หน่อย
เดี๋ยวไอ้หนุ่มน้อยนั่นมันได้ยินเข้า”
“อ๋อ ไอ้ตี๋นั่นเองเหรอคือเขา
โอเคพี่ ด่ามันเบาๆ เดี๋ยวมันได้ยิน”
“ว้าว หนังสือสวยจังเลย”
“นั่นสิ ไม่เคยเห็นหนังสือสีสวยแบบนี้”
“โหย เชยกันจังเลยพวกพี่ๆ
สีแบบนี้ผมเห็นเป็นประจำ”
“เอามาทำเป็นหนังสือแล้วน่ารักดี
ซื้อสักเล่มดีไหมฉัน”
“เฮ้ย พี่ เดี๋ยวผมไปซีร็อกซ์ในอะเดย์มาให้อ่านก็แล้วกัน”
“อ๊ะๆ น้องครับมันไม่เหมือนกันไปเสียทีเดียว”
“อะไรนะครับพี่คนขาย?”
“เดี๋ยวพี่จะอธิบายสั้นๆ
มีตอนใหม่รวมเข้าไปด้วยกัน
กับตอนที่น้องเคยอ่านผ่านตา”
“แหมแหม ทำอย่างกับเทปอาร์เอสแกรมมี่”
“เปล่าเลย พี่เขาไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้น
แต่พอดีมีต้นฉบับบางชิ้นบางอัน
ที่เขียนไว้เกี่ยวกับ ณ ที่นั่นที่นี่”
“อ๋อ เป็นเรื่องจากสถานที่ต่างๆ เหรอคะ”
“ใช่แล้วครับ สถานที่ใกล้ๆ
โรงพยาบาล ร้านขายน้ำลำไย
ร้านตัดผม ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ”
“อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง
ช่วยบอกคนเขียนด้วยนะคะว่า
เห็น “ณ.เณร” แล้วนึกกันไปมา
ว่าเป็นเรื่องในศาลา ในกุฏิ”
“ฮ่าฮ่า ขำดีจริงๆ ครับพี่สาว
เดี๋ยวผมจะไปบอกพี่เขาให้
ว่าคราวหน้าคราวหลังจะตั้งชื่ออะไร
ก็ให้มันอ่านได้เสียบ้างน่าจะดี”
“หนังสือเล่มนี้ อ่านว่า “นะ”
จดจำมันไว้ ณ ครับคุณพี่
รีบซื้อเลยนะครับ กำลังขายดี
เหลืออีกแค่สาม-สี่เล่มเอง”
“หนังสือ “ณ.เณร” เนี่ยนะ
น้องโม้แล้วล่ะนั่น”
“ครับ ผมเองก็งงอยู่เหมือนกัน
หรือพวกเรากำลังอยู่ในฝันของใครบางคน”
…
แล้วผมก็ตื่นขึ้นมา
ปก ณ อยู่ตรงหน้าผม
เดือนตุลานี้มันจะไปวางบนแผงแผ่หลาผึ่งลม
ฝากหยิบมันขึ้นมาชื่นชมก็ยังดี.
