Archive for กันยายน 4th, 2007

วันแรกที่ใบไม้ร่วง

กันยายน 4, 2007

ยังจำวันนั้นได้
วันที่ได้เห็นใบอ่อนสีเขียวสด
แทงตัวออกจากกิ่งแห้งๆ
เป็นใบแรก

สัญลักษณ์ของการสิ้นสุดฤดูหนาว
สัญญาณเล็กๆ จากธรรมชาติ
ที่กระซิบบอกกับมนุษย์เบาๆ ว่า
“ใบไม้ผลิแล้ว”

ฤดูร้อนที่เซี่ยงไฮ้ ร้อนเหลือเชื่อ
อบและอ้าว
แห้งแต่เหนียวเหนอะเพราะเหงื่อ
บางวัน ความชื้นในอากาศเล่นเอาหายใจไม่ออก

แต่ไม่เคยมีสิ่งใดโหดร้ายไปเสียหมด
ความร้อนเฉือนเสื้อผ้าที่เคยยาว
ให้ขาดวิ่น แหว่งโหว่
ผิวขาวของสาวหมวย
ออกมาเริงร่าท้าแดด
และสายตาของชายหนุ่ม
ค่อนข้างเปิดเผยกว่าสาวไทย
และนั่นก็ยิ่งทำให้หลายหนุ่มบ่นออกมาว่า
“โอย…ร้อน!”

ผมเฝ้าถามหลายคน
ทั้งเพื่อน น้อง และพี่คนขับแท็กซี่
ว่าฤดูใบไม้ร่วงอันเย็นสบายนั้นจะเดินทางมาถึงเมื่อไหร่
และวันไหนที่อากาศร้อนขนลุกแบบนี้
จะโบกมืออำลาเมืองเซี่ยงไฮ้ไปเสียที

ผมนึกถึงคำพูดของเพื่อนสาวคนหนึ่ง
“จะมีวันหนึ่งที่มีลมอุ่นๆ พัดมาปะทะหน้า
แล้ววันนั้นนั่นแหละ ที่เราจะรู้สึกเลยว่า
ฤดูใบไม้ผลิเดินทางมาถึงแล้ว”

เมื่อวาน หลังจากเดินออกมาจากอาคารสูง
เดินบนถนนที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า
ลมเย็นก็พัดมาปะทะหน้า ที่อยู่หรี่ตาหยีอยู่ใต้ร่มคันเล็ก
เย็นเหลือเกิน เย็นสบาย

ผมหันไปมองใบไม้บนถนน
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะลม หรืออายุขัย
ใบไม้หลายใบปลิดตัวเองลงมาทักทายพื้นถนน
และฟุตบาท ผมพยายามมองหา
ว่าใบไหน “ร่วง” ลงมาเป็นใบแรก

แล้วก็บอกกับตัวเองว่า
“ไอ้บ้า จะหาไปทำไม”

เมื่อใบไม้ใบแรกร่วงลงสู่พื้น
มันก็คล้ายกับสัญญาณเล็กๆ
เสียงกระซิบเบาๆ อีกครั้งของธรรมชาติ
ที่บอกกับเราว่า “ใบไม้ร่วงแล้ว”

เช้าวันนี้ฝนตก
อากาศเย็นสบาย
เมื่อลมพัดปะทะร่างก็ชวนสั่นสะท้านบ้าง
อากาศดีเหลือเกิน
อากาศในแบบที่ควรจะมีใครสักคนเดินหยอกกัน
ต่างจากตอนฤดูร้อน
ที่ไม่ว่าจะรักกันสักแค่ไหน ก็อยากเดินไกลๆ กัน
เหม็นเต่า!

ความเปลี่ยนแปลงของอากาศ
ช่วยทำให้หนึ่งปีอันแสนยืดยาวหดสั้นลง
ผมเอ่ยปากเชิงถามเพื่อนว่า
“ดูเหมือนว่าอากาศร้อนจะไม่กลับมาแล้ว”
เพื่อนบอก “ถ้าฝนตก ก็จะเย็น
ต้องรอดูตอนแดดออก ว่าจะร้อนอีกหรือเปล่า”

ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใม้ผลิ
เป็นฤดูที่อากาศเย็นสบาย
แต่มีเวลาสั้นๆ เท่านั้นเอง

วันนี้อีเมลหลายฉบับในออฟฟิศ
มีคำห้อยมาด้วยว่า Enjoy the weather!

ตลอดกลางเดือนกันยายน
ไปจนกระทั่งหมดเดือนตุลา
อากาศน่าจะเย็นสบาย
และ ใช่, เราควรมีความสุขกับอากาศแบบนี้

เวลามีความสุขแล้วไม่มีคนมาสุขด้วย
มันก็ไม่ได้สุขน้อยลงหรอก
เพียงแต่มันไม่เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง.

เขียนถึงร่ม ในวันที่โลกเปียก

กันยายน 4, 2007

มีของหลายสิ่งที่ “ลงตัว” ของมัน
แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง
แต่ก็แค่ “บ้าง” เท่านั้น
ไม่ได้เปลี่ยนอะไรใหญ่โต
ไม่ได้เปลี่ยนมานานมากแล้ว

หนึ่งในของเหล่านั้น มี “ร่ม” อยู่ด้วย

วันนี้ลมเย็นพัดปะทะหน้าตั้งแต่บ่าย
ตอนหัวค่ำ ฝนตกกระหน่ำลงมาทำเอาโลกเปียก
ใบไม้ปลิดตัวจากขั้วลงมานอนแอ้งแม้งบนพื้น
ฝนทำใบให้แฉะ ติดแน่นกับฟุตบาท
มองเผินๆ ดูคล้ายลวดลายบนทางเดิน
ลวดลายธรรมชาติ

อากาศดีเหลือเกิน
เย็นเกือบหนาว
หนุ่มสาวกอดกัน
บ้างจูบ
ฝนพรำ
ร่มหลายคันกางออก

“ร่ม” มีความสมบูรณ์อยู่มาก
ตั้งแต่ชื่อที่ใช้เรียกขาน
คำว่า “ร่ม” ฟังแล้วน่ารักและเย็น

“ซื้อร่มคันนึงครับ”
“อย่าลืมพกร่มไปด้วย”
“เข้ามาในร่มสิครับ”

แหม ดีเนอะ คนเราพก “ร่ม” ได้ด้วย

ร่มเป็นอุปกรณ์อย่างง่าย
ในยามปกติมันทำตัวแคบๆ หุบๆ
ซุกอยู่ตามซอกมุมห้อง
บ้างก็แขวนผอมๆ ไว้ข้างฝาผนัง
ดูไร้ความสำคัญ

แต่พอในยามที่ต้องการ “ร่ม”
มันก็พร้อมที่จะกางตัวออก
ปกป้องคนใต้เงาร่ม
จากแดดและฝน

จากแคบ เป็นกว้าง
จากไม่มี เป็นมี

ทันทีที่ร่มกาง จะเกิด “พื้นที่” พิเศษใต้ร่มขึ้น
“พื้นที่” ที่ความรู้สึกต่างจากพื้นที่นอกร่มสิ้นเชิง
ปลอดภัย ร่มเย็น ไม่เป็นหวัด

ร่มคันเล็กๆ ที่กางออกมา สร้างความรู้สึกที่แตกต่าง

เมื่อร่มกาง
ไม่ได้เกิด “พื้นที่” เฉพาะ “ใต้ร่ม” เท่านั้น
แต่ยังเกิด “เส้นทาง” และความเป็นไปได้อีกด้วย

ก่อนกางร่ม มีแต่คำว่า “ไม่ได้”
เดินตากฝนไม่ได้ ไปไหนไม่ได้
พอกางร่มเท่านั้นแหละ “ทาง” ก็เกิดทันที
“พื้นที่” ใต้ร่มที่เคลื่อนไหวไป ก็คือ “ทาง” นั่นเอง

ร่มค่อนข้างลงตัว
เพราะเมื่อมันกางออกมา
รูปร่างของมันมีลักษณะโค้งลง
เตรียมให้ฝนไหลหยดลงสู่พื้นรอบร่ม
ส่วน “ที่ว่าง” ใต้เพดานร่มนั้น
ก็ให้ความรู้สึก “ส่วนตัว” แก่ผู้ที่อยู่ในนั้น

เรายืนติดกัน แต่คนละร่ม
เหมือนอยู่กันคนละโลก

หญิงสาว ชายหนุ่ม ใต้ร่มเดียวกัน
เหมือนโลกใบนั้นมีสองคน

ร่มไม่เคยใหญ่ไปกว่านี้
ร่มที่ดี ขนาดน่ารัก
ไม่เหมาะกับการใช้งานสามคน
สองคนกำลังดี
หนึ่งคนคือปกติ
หากลมแรงหน่อยอาจเหงานิดๆ

เวลาคนหนึ่งคน
เดินสวนกับคนสองคนที่อยู่ในร่มเดียวกัน
วินาทีหลังจากนั้น เขาจะเหงาขึ้นมาชั่วคราว
แต่เดี๋ยวมันก็หายไป กับฝน

ร่มรู้ว่า เราเดินกันเยอะไม่ได้
สามคนทีไรจะต้องมีใครสักคนเปียก
หรือไม่ก็เปียกปอนกันไปหมด
ใต้พื้นที่ของร่ม เหมาะสมสำหรับสองเท่านั้น

ร่มที่ดีมีน้ำหนักเบา
ร่มส่วนใหญ่ ถือได้ด้วยมือเดียว
อีกมือจะเหลือไว้ทำอะไรล่ะ
หากไม่ใช่จับมืออีกคนใต้ร่มเดียวกัน
อ้อ หรืออาจเอาไว้หิ้วถุงใส่ห่อก๋วยเตี๋ยว
ที่ซื้อมากินคนเดียวคืนนี้ก็เป็นได้
ร่มไม่รู้ด้วยหรอก ชีวิตใครชีวิตมัน

ร่มแบบปกติๆ ปลายด้ามจะงอ
รอเกี่ยวกับตะขอแขวน
งอให้จับ รวมถึงงอให้สวย

ร่มมีมิติของเวลา
ร่มเปียก ร่มแห้ง
ร่มจะเปียกเมื่อกาง
และรอแห้งก่อนค่อยหุบ

ร่มอันเดียว
แต่แปลงร่างได้
อย่างกับทรานสฟอร์มเมอร์!

ร่มจึงอัศจรรย์
อุปกรณ์ป้องกันแดดและฝน
ที่บังเอิญผู้คนสัมผัสความรู้สึกบางอย่างกับมันได้

ความรักบางคู่อาจเริ่มต้นจากร่ม
กวีบางบท เพลงบางเพลง
อาจเกิดขึ้นใต้เพดานร่มเล็กๆ นี่เอง

ร่ม เป็นสิ่งของที่ค่อนข้างโรแมนติก
หากใช้สองคน ต้องมีคนหนึ่งถือ
และอีกคนหนึ่งเอียงตัวเข้าหา

บนถนนที่มีร่มหลายคัน
หากลองสังเกต
เราจะเห็นโลกใบเล็กๆ ของผู้คน
บ้างเดี่ยว บ้างเป็นคู่
ใต้ร่มเหล่านั้น

กระทั่งฝนหยุด
ร่มหุบลง
โลกใบเล็กเหล่านั้นหายไป
โลกใบใหญ่กลับมาอีกครั้ง
หัวไหล่ที่เบียดกันได้เวลาห่าง
รอวันฝนตก มันจะกลับมากระทบกันอีก.