จักรยานเพื่อนรัก
เราคงอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ได้
ฉัน-มนุษย์-ตกดึกคงต้องแยกย้าย
ครั้นจะหอบหิ้วแกขึ้นเตียงคงไม่งาม
เมียฉันอาจรำคาญแกมอิจฉา
และอาจจะเอาตะปูมาแอบเจาะยางแก
จักรยานเพื่อนรัก
ค่ำคืนที่เซี่ยงไฮ้อาจจะหนาว
น้ำค้างรุ่งสางอาจพร่างพราว
แกอาจเหน็บหนาวด้วยลมแห่งฤดูใบไม้ร่วง
เป็นห่วง แต่ฉันไม่มีผ้าคลุมให้แกหรอกนะ
จักรยานเพื่อนรัก
คืนนี้ฝนอาจโปรยปราย
ดูแลตัวเองด้วยนะสหาย
อย่าปล่อยให้สนิมขึ้นเสียล่ะ
จักรยานเพื่อนรัก
เราเจอกันตอนกลางวันมามากเกินไปแล้ว
ฉันต้องนอน แกต้องผ่อนพัก
ฝากแกไว้กับแสงไฟสีส้ม-ข้างถนน
นั่นอาจทำให้แกอุ่นขึ้นบ้าง…หวังว่า
จักรยานเพื่อนรัก
ขอโทษที่ต้องล่ามแกเอาไว้
ไม่ได้หมายความว่าจะโหดร้ายอะไร
แค่ไม่อยากให้ใครมาลักพาตัวแกไปเท่านั้นเอง
จักรยานเพื่อนรัก
คืนนี้ของฉันช่างยาวนาน
ของแกผ่านไปเร็วไหม
พรุ่งนี้เช้าเราค่อยเจอกันใหม่
หวังว่าแกคงเข้าใจ
ไม่มีใครอยู่ด้วยกันตลอดเวลาได้หรอก
…
ได้มีโอกาสเดินคนเดียวตอนกลางคืนบ่อยครั้ง
พบเห็นจักรยานถูกล่ามไว้อย่างโดดเดี่ยว
ใต้แสงสีส้มของไฟถนน ห้อมล้อมด้วยความเงียบ
แปลกดี ที่บางครั้งผมว่ามันเหงา
บางคราวก็ดูคล้ายหมา
เป็นหมา-ที่เจ้านายเล่นด้วยตอนกลางวัน
และทิ้งมันไว้เดียวดายยามค่ำคืน
…

ดิกกี้

เฉาก๊วย

สมชาย

ไอ้ด่าง

อีนวล

ไอ้เสือ

ไอ้ดำ

ไอ้แต้ม

ไอ้หมี
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 1:36 am
สงสัยจักรยานของพี่ต้องเรียก
“ยัยชมพู”
(เพราะสีชมพูหวานเชียว)
ตอนนี้ก็จอดให้เหงาๆอยู่ใต้แฟลต
เดี๋ยวคงต้องไปปัดฝุ่นให้ซะแล้ว
คิดถึง “ยัยชมพู”
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 2:15 am
ท่านมนุษย์เพื่อนรัก
พวกเราเข้าใจท่าน
พวกเราก็ไม่ชอบนอนบนเตียงนักหรอก
เพราะนั่นเป็นที่สำหรับท่านและภรรยา
ท่านมนุษย์เพื่อนรัก
ค่ำคืนที่เซี่ยงไฮ้อาจจะหนาว
น้ำค้างรุ่งสางอาจพร่างพราว
แต่พวกเราก็ไม่รู้สึกเหน็บหนาวจากลมแห่งฤดูใบไม้ร่วง
ไม่ต้องเป็นห่วง และไม่ต้องเอาผ้ามาคลุมหรอก
พวกเราอยากมองความสวยงามของค่ำคืน
ท่านมนุษย์เพื่อนรัก
แม้คืนนี้ฝนอาจโปรยปราย
พวกเราจะดูแลตัวเองให้ดี
ท่านก็เช่นกัน อย่าปล่อยให้หวัดเล่นงานเสียล่ะ
ท่านมนุษย์เพื่อนรัก
เราเจอกันตอนกลางวันมามากเกินไปแล้ว
ท่านต้องเข้านอน พวกเราก็ต้องผ่อนพัก
แค่แสงไฟสีส้ม-ข้างถนนก็อุ่นพอ
ท่านมนุษย์เพื่อนรัก
ไม่ต้องขอโทษที่ต้องล่ามพวกเราเอาไว้
พวกเรานั้นเข้าใจ
และไม่อยากให้ใครมาลักพวกเราไปจากท่านเช่นกัน
ท่านมนุษย์เพื่อนรัก
ไม่รู้เหมือนกันว่าคืนนี้ของพวกเราผ่านไปเร็วไหม
แค่คิดไว้ว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะได้เจอกันใหม่
พวกเราก็เข้าใจ
ไม่มีใครอยู่ด้วยกันได้ตลอดเวลา
:]
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 8:39 am
ไม่อัพบลอกเรื่อง หกตุลา หน่อยเหรอครับ
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 10:05 am
สวัสดีค่ะ นิ้วกลม..
เพิ่งเห็นblog (เชยกว่านี้มีอีกไหม?) ^__*
เลยอ่านซะเพลิน
ขยันคิด ขยันเขียนดีจริง..ขออนุโมทนา ^__^
เห็นทีจะต้องกลับไป อัพเดทเว็บตัวเองบ้าง..ตะไคร่จะขึ้นอยู่แล้ว
^__*
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 11:11 am
มนุษย์เพื่อนรัก
กับ
จักรยานเพื่อนรัก
ตอบกันน่ารักมากค่ะ
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 11:50 am
เข้ามายิ้ม
รูปเล่าเรื่อง…
ได้อีกนะ!!!
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 12:03 pm
..หัวใจแอบอมยิ้ม
ไปกับเจ้า สองล้อปั่น..
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 12:43 pm
เห็นแล้ว คิดถึง จากกับยาน ที่บ้าน
ปัจจุบันใช้การไม่ได้
จอดทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความบากบั่นของคนขี่
เพราะเคยปั่นไปล้มไป แผลก็เยอะ แต่คิดถึงจัง “v – v”
ไปบอกแม่ให้หาหลังคามาคลุมให้อีม่วงฟลามิงโก้ก่อนเด้อ!!!
แท้งกิ้วทั่นนิ้วฯ
…ฟิ้ววววววว…
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 1:22 pm
ชอบรูปที่มีแสงส้มๆยามค่ำคืน แต่ไม่อยากบอกเล้ยว่า…จนป่านนี้เรายังขี่จักรยานไม่เป็น (.T_T.)
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 5:12 pm
จักรยานแบบนี้สวยดีเนอะ
ไม่ค่อยได้เห็นใครขี่แล้ว
ที่เห็นทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่คนหมอบ
ปั่นแบบนี้ขึ้นดอยจะเป็นยังไงนะ
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 6:08 pm
ปั่นลงดอยท่าทางจะมันส์กว่านะ
:]
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 6:39 pm
“จักรยานเพื่อนรัก
ขอโทษที่ต้องล่ามแกเอาไว้
ไม่ได้หมายความว่าจะโหดร้ายอะไร
แค่ไม่อยากให้ใครมาลักพาตัวแกไปเท่านั้นเอง”
เหมือนสุนัขยังไงไม่รู้แฮะ
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 7:53 pm
ทุกวันนี้ จักรยาย(เรียกตามความอาวุโส)ที่บ้าน
แม่ ก็ยัง เอามาออกกำลังตอนเช้า
และพากันไป ตลาดอยู่
อายุประมาณ 19 ปีแล้ว
ถ้าเทียบตามสัดส่วน ก็คง เป็นยายแล้ว
แถม ยังเอาแต่ใจอีกด้วย
แม่ที่เป็นเพื่อนกันมานาน ปั่นได้คนเดียว
คนอื่น ตีซี้เข้าหน่อย ทำโซ่หลุดทุกที
เห็นแม่บอกอยากซื้อใหม่หลายทีแล้ว
แต่ก็ซ่อมเจ้าตัวเก่าทุกที
สงสัยทิ้งเพื่อนคนนี้ไม่ลง
สวัสดี พี่เอ๋ ไม่ได้เข้ามานาน
ขอตัวไปอ่านย้อนหลังก่อนนะคะ^_____^
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 8:34 pm
Nice shot ครับ
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 8:57 pm
ในทางกลับกัน เจ้า “จักรยาน” เองก็คงอยากบอกเจ้านาย(คนขยัน)ของมัน ว่า “ไม่มีใครอยู่ด้วยกันตลอดเวลาได้หรอก” ช่วยปล่อยให้มันพักบ้าง นะขอรับเจ้านายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 9:04 pm
แต่ตอนนี้ “สมอง” กะลังอยากให้ “ร่างกาย” รู้ว่า “ไม่มีใครอยู่ด้วยกันตลอดเวลาได้หรอก”
ขอเวลาพา “สมอง” ไปพักก่อนหล่ะนะ ราตรีสวัสดิ์
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 9:07 pm
ชอบ..อีนวล..ชะมัด
อยากให้มาหมอบข้างๆ
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 9:09 pm
ชอบ ชอบ
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 9:10 pm
แหม ฟังคนอื่นพูดถึงจักรยานแล้วก็มานั่งคิดดูว่า
ชีวิตนี้ผ่านจักรยานมากี่คัน แต่ก็ไม่เคยผูกพันกับคันไหนนานนะครับ
จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่ต้องออกมาขี่เล่นกับแก๊งนักซิ่งในหมู่บ้าน สนุกดีครับ
ไม่ค่อยได้มีจักรยานเท่ๆ กับเขาสักเท่าไหร่ มีก็เจ้าเฟซสันมีตะกร้าข้างหน้า
ทุกวันนี้ก็ยังจอดอยู่หน้าบ้านเลยครับ ยางนี่ลมซึมประจำ จะขี่ทีต้องเติมลม
ฟังเรื่องจักรยาน 19 ปีของแจ๋มแล้วก็คิดตามว่าถ้าเป็นเรา
ก็คงจะผูกพันกับมันเหมือนกัน รวมถึงอีม่วงฟลามิงโก้ของพี่เอี้ยงด้วย
เชื่อว่าบ้านหลายหลังคง “เก็บ” จักรยานคันเก่าเอาไว้คล้ายๆ กัน : )
ส่วน “ยัยชมพู” ของพี่จุ๋ม ท่าทางจะยังแข็งแรงดี ใช้การใช้งานได้ดีอยู่นะครับ : )
…
คุณจักรยาน ตอบกลับมาน่ารักเชียวครับ : )
…
หกตุลาฯ…คุณยาขอบเขียนสิครับ เดี๋ยวเข้าไปอ่าน อยากอ่านครับ
…
ว้าว! สวัสดีพี่เพลงดาบฯ ครับ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมเยียนนะครับพี่ : )
…
MaY*/ หน้ากลม / ไอฝน > : )
…
คุณคาราเมล > ลองเริ่มจากมอเตอร์ไซค์ดูไหมครับ?
…
บีม > เราก็ชอบจักรยานของที่นี่ เราว่าแบบมันผอมๆ ก้านๆ แล้วก็เก่าๆ ดี
…
โย๊ะ > หนุกทั้งขึ้นทั้งล่องนิ
…
Chow Win Fa > ครับ เหมือนครับ
…
yuthana > : )
ตุลาคม 7, 2007 ที่ 10:36 pm
พี่เอ๋เขียนถึง “จักรยาน” ได้ดีทีเดียวค่ะ
“ไม่มีใครอยู่ด้วยกันตลอดเวลาได้หรอก” — สื่อความหมายได้เศร้ามาก หุหุ
–จักรยานน่ารัก
–ถ่ายรูปคลาสสิคดีค่ะ
ตุลาคม 8, 2007 ที่ 12:50 am
จักรยานเหงา
หมาเหงา
คนเหงา
ตุลาคม 8, 2007 ที่ 7:51 am
^^ จักรยานก็มีหัวใจนะ…อิอิ
อ่านวันนี้แล้วรู้สึกแบบนี้จริงๆค่ะ..
ว่าแต่เพลงปลากรอบวันนี้..เข้ากันดีจริงๆ
แต่ตอนนี้ คงไม่มี 9Millions Bicycles in Beijing แล้วนะคะ เพราะคงแทนที่ด้วยเก๋งคันงามแทน..อิอิอิ
ตุลาคม 8, 2007 ที่ 9:48 am
มีจักรยานเอื้ออาทรสีเหลืองอยู่คันหนึ่งที่ตอนนี้ปั่นมาทำงานทุกวันเลยค่ะ
เอื้ออาทรจากเจ้านายเพราะว่าออกงบประมาณสนับสนุนให้กึ่งหนึ่ง(คือว่าจะให้หมดก็ดูลูกน้องจะไม่พยายามเท่าไหร่ ให้ไปขวนขวายเพิ่มเติมบ้างประมาณนั้น)
ไม่เคยลงมาแอบมองมันตอนกลางคืนสักที (กลัวผี)เลยไม่รู้ว่ามันเหงา มันหนาว หรือมันมีอะไรจะบอกเราหรือเปล่า
เจอกันก็เช้ากับเย็น บางวันก็ทิ้งไว้ออฟฟิศเพราะติดไปทานข้าวเย็น(เอาไปด้วยไม่ไหว สู้รถคันใหญ่ไม่ได้ เดี๋ยวมีหวังได้ไปพิสูจน์พื้นฟุตบาท)
ขอบคุณที่นำภาพจักรยานกลางคืนของเซี่ยงไฮ้มาให้ชม สวยกว่า….กลางคืนเยอะเลย
สวยกว่า คลาสสิคกว่า แต่ไม่รู้ว่าเหงากว่าจักรยานกลางวันหรือเปล่าเนอะ
ตุลาคม 8, 2007 ที่ 9:57 am
ชอบอีนวลกะไอเสือ
ตอนนี้แทบไม่ได้ขี่จักรยานเลยคะ
คิดถึงจักรยานคันเก่าและคันเก่ง
ที่ตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ไหนแล้ว
ขอเรียกอีนวลแล้วกัน อิอิ
ตุลาคม 8, 2007 ที่ 10:46 am
>> เห็นเเล้ว เฮ้อ!!~~~~
>> Y3Y
>> ขี่จักยานไม่เป็น
ตุลาคม 8, 2007 ที่ 12:47 pm
แอ๊ด..
จักรยานมีบันได บันไดจักรยาน
จำได้ว่าใช้เวลาในการหัดขี่ จักรยาน..นานมาก
หัดมาตั้งกะ ป.4 มาเป็นเอาตอน ป.6
ระหว่างนั้นทำได้แค่ กระแต๊กๆ ไม่กล้าโหนตูดขึ้นบนเบาะ
รู้สึกว่าสูงและทรงตัวไม่อยู่ (จักรยานคล้ายๆในรูปนี่แหล่ะ)
เวลาพ่อใช้ให้ไปทำธุระ ก็เอาจักรยานไปด้วย
ขี่ไม่เป็นแต่อยากเอาไป เอาไปให้เป็นภาระ – -
พ่อบอกว่า มึงเดินไปยังจะเร็วซะกว่า..ฮ่า ก็นะ..
เหมือนชดเชยเวลาในการหัดถีบจักรยาน พอถีบจักรยานเป็นปุ๊บ!
ก็ขับมอเตอร์ไซค์เป็นปั๊บ! และได้หมุนพวงมาลัยรถยนต์ตอน ม.1
คือมีพื้นฐานมาแน่นปึ๊ก
จักรยานมีบันได พอขึ้นไปได้ ก็ถีบบันไดทิ้ง
ตอนนี้ใช้รถยนต์มากกว่าจักรยาน
ขี่มอเตอร์ไซค์ก็มากกว่าจักรยาน
จักรยาน จักรยาน จักรยาน…
เราใช้เวลาศึกษากันนาน และพาลให้เราจากกันเร็ว
กริ๊ก..
ตุลาคม 8, 2007 ที่ 4:41 pm
เด้วกลับบ้านไปถีบ(จักรายาน)สักที
ชอบพี่ตั้งชื่อจักรยาน^^
ตุลาคม 8, 2007 ที่ 11:10 pm
พี่นิ้ว
พี่เปงคนที่อ่อนไหว
กับสิ่งรอบตัวมากเลยนะคะ
ตุลาคม 9, 2007 ที่ 9:11 am
: )
ตุลาคม 9, 2007 ที่ 11:35 am
เห็นจักรยานมากมายแล้วคิดถึงมหา’ลัย (- -’)
ตุลาคม 9, 2007 ที่ 1:07 pm
ปั่นจักรยานช่วยรักษาโลกได้ครับ
ตุลาคม 9, 2007 ที่ 2:00 pm
คุณ echaba ยังดีนะคะมาขี่จักรยานเป็นเอาตอนป.6
เรานะ พ่อแม่เคยพาไปให้หัดขี่แถวสวนสาธารณะตั้งแต่ 6 ขวบ
แต่รู้สึกว่าจะล้มอ่ะค่ะ ก็เลยเกิดฝังใจไม่อยากหัดอีกเลย กลัว
เจ็บตัว บวกกับในชีวิตประจำวันที่กรุงเทพก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีความจำเป็น
อะไรที่ต้องขี่จักรยานให้เป็น จนล่วงเลยมาถึงตอนเรียนป.โทเลยค่ะ
มีคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากขี่จักรยานให้เป็นให้ได้
และเพราะคนนี้ เราถึงขี่ได้ในที่สุด
นอกเรื่องซะหน่อยนะคะ พี่เอ๋ เออยากถามว่าพอจะเป็นไปได้มั๊ยคะ
ที่เพื่อนบ้านทุกคนในนี้จะมีมีทติ้งกันน่ะค่ะ พร้อมเจ้าของบ้านที่ไม่ทราบ
ว่าจะได้กลับมาบ้านเกิดอีกทีเมื่อไหร่น่ะค่ะ คือลองถามดูน่ะค่ะ เห็นใจคนที่
ไปงานเปิดตัวคนอ่านไม่ได้หน่อยนะคะ (ทำตาหน้าสงสารสุดฤทธิ์ค่ะ)
ตุลาคม 9, 2007 ที่ 3:07 pm
ตั้งชื่อจักรยานเองเหรอ แหม! เข้าใจคิดนะจ๊ะ
ตุลาคม 9, 2007 ที่ 7:23 pm
+ เดินผ่านมา
ไม่สิ ,, ปั่นจักรยานผ่านมากลางดึก
ผ่านมาเรื่อย ๆ สะดุดเข้ามาที่นี่ได้ไง
ชอบในตัวพี่นิ้วกลมมากๆ ฮูเล่
แม่ก็อ่านหนังสือของพี่นิ้วกลม อ่านกันทั้งบ้าน
ทั้งบ้านมีแม่กับลูกแบ่งกันอ่าน
อีนวลน่ารัก ~
พฤศจิกายน 12, 2007 ที่ 9:58 am
เราก็ขี่จักยานมานาน
แต่ไม่ยักกะเคยคิดถึงมันเลย
สงสัยเราจะไม่มีหัวใจ
TT_TT
ธันวาคม 9, 2007 ที่ 9:16 am
สองล้อถีบคู่ใจ ทั้ง..
สองคัน..นั้นหายไป…ใน..
สองเดือน
คิดถึงฮะ
T_T
ธันวาคม 9, 2007 ที่ 9:22 am
“จากกับยาน” จริงจริง แบบนิรันดร์