กลับเมืองไทยมาได้ 7 วัน แปลกดีเหมือนกันครับ
ที่ผมพบกับ “ความงาม” บ่อยเหลือเกิน
เป็นการพบที่ทำให้คำถามในสมองค่อยๆ คลี่คลาย
ผมกำลังมีปัญหากับ “ความงาม”
หรือจะพูดให้ชัด ก็อาจต้องบอกว่า
ผมกำลังมีปัญหากับรสนิยมเกี่ยวกับความงาม
เพราะยิ่งตัวเลขอายุเพิ่มขึ้นก็เริ่มเห็นอะไรงามง่าย
จากที่ก่อนหน้านี้อยู่ในช่วงที่เห็นดีเห็นงามยากเหลือเกิน
เมื่อเห็นว่าไอ้นี่ก็งามไอ้นู่นก็งามก็เลยงง
งงว่าตัวเองหลายใจและพยายาม “มองแบบเอาใจช่วย”
มากเกินไปหน่อยไหม ซึ่งหากจะพูดจาเป็นภาษาศาสนาหน่อย
ก็อาจพูดได้ว่า “มองอย่างที่มันเป็น”
ไม่พยายามไปดัด ปรับ เปลี่ยน อะไร
มองแบบ-เออมันก็เป็นเช่นนั้นแล
เลยรู้สึกว่าตัวเองกำลังแก่และแห้งแล้งทรรศนะ
ซึ่งอาจจะดู “เป็นกลาง” เกินไปสำหรับอาชีพสร้างสรรค์
ซึ่งจะให้ดีแล้วน่าจะมีความชอบ เกณฑ์ สไตล์ และทรรศนะ
ว่าไอ้นี่ไม่สวย ฉันไม่ชอบ มันน่าจะเป็นแบบนี้สิ
แต่นี่ยิ่งวันก็ยิ่งกลายเป็น “ก้อนหิน” ที่มานั่งชมโลก
มอง-แล้วก็พยักหน้าหงึกๆ “มันก็สวยในแบบของมัน”
…
วันนั้น ที่งาน แมว ณ ต้นไม้ อัพ-ทรงศีล ทิวสมบุญ
พูดประโยคหนึ่งเกี่ยวกับ “ความงาม”
อัพบอกว่า “วินาทีที่เรามองภาพเขียนภาพหนึ่ง
แล้วเรารู้สึกว่า เออเว้ย สวยดีว่ะ ตอนนั้นเราก็มีความสุขแล้ว”
ผมเก็บมาคิดว่า เราควร “มอง” สิ่งต่างๆ แบบไหน
อะไรที่สวยและงามอันนั้นไม่ต้องคิดมาก ยังไงก็สุข
แต่ถ้าเป็นอะไรที่ในความรู้สึกแรกมันไม่งามล่ะ?
เราควรจะมองหา “ความงาม” ไหม หรือการที่เรารู้สึกว่า
“อี๋ อุบาทว์” นั่นมันถูกต้องแล้ว?
…
สองวันก่อน ผมเปิดหนังสือ “ต้นไม้สายใยชีวิต”
ของ จอห์น เลน สนพ. มูลนิธิเด็ก
มีบางข้อความในหนังสือที่เหมือนกำลังชวนผมคุย
เรื่อง “ความงาม”
“ระบบอุตสาหกรรมอย่างที่เป็นอยู่นี้ ได้เข้ามามีบทบาท
สำคัญยิ่งในกระบวนการการกีดกันศิลปะออกจาก
ชีวิตประจำวันของเรา มันทำให้เครื่องไม้เครื่องมือ
กับวิธีการประดิษฐ์ของใช้ในชีวิตประจำวันเปลี่ยนแปลงไป
เกือบชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งในอดีต สิ่งเหล่านี้คือ
หนทางที่เราใช้แสดงออกซึ่งสำนึกแห่งความงาม
และความสมดุลของเรา”
เห็นจะจริง เรามีโอกาส “ประดิษฐ์” เครื่องมือเครื่องใช้น้อยลง
และเรากลายเป็น “ผู้ซื้อ” ที่ทำหน้าที่ “เลือก” ความงามมาใช้
เท่านั้นเอง
เมื่อทุกคนกลายเป็น “ผู้ซื้อ และ ผู้เลือก” นั่นเท่ากับว่า
“ความงาม” มีจำกัด และมีผู้ประดิษฐ์ความงามมาให้เราเลือก
ส่วนเราเองที่มีความงามในแบบของเรา ต่างคนต่างแบบ
ก็ได้แต่เก็บและกดมันไว้ข้างใน ไม่มีโอกาสได้แสดง
“ความงาม” ของเราออกมา
ทั้งแสดงให้ตัวเอง “ชม”
และแสดงให้ผู้อื่น “ชม”
…
ผมมีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับคนที่น่าคุยหลายคน
หนึ่งในนั้นคือ “เจหวาน” นักเขียนกวนๆ
ที่คุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ
ในช่วงหนึ่งของการคุยกัน ผมเล่า “คำถาม” ในหัว
ให้หวานฟัง หวานเล่าเรื่องให้ผมฟังสองเรื่อง
เรื่องแรกเป็นเรื่องของนักเขียนญี่ปุ่นคนหนึ่ง
ที่ชอบเดินทางไปนู่นมานี่ เดินทางเพื่อไป “มอง” โลก
และเขามี “ตา” ที่สนใจความงามในแบบที่ต่างไป
เขามาไทย และสนใจงานปั้น “นรก” ที่วัดแห่งหนึ่ง
มองว่ามันเป็น “ศิลปะบริสุทธิ์” คนออกความคิดคือพระ
ช่างปั้นก็เป็นคนงาน ไม่มีใครคิดว่าตัวเองเป็นศิลปิน
แต่สิ่งที่ทำมันคือศิลปะ เป็นศิลปะที่คนทำไม่ได้คิดด้วยซ้ำ
ว่าจะเรียกมันว่า “ศิลปะ”
เขาบอกว่า เขาเบื่อหน่ายกับศิลปินนามธรรมทั้งหลาย
ที่ชอบ “พูด” มากเกินกว่า “งาน”
ก็ในเมื่อศิลปะใช้ในการสื่อความคิด แล้วจะพูดทำไมให้มากมาย
หากอยากพูดเยอะๆ ก็ไม่ต้องวาดหรือปั้นหรือทำอะไรแล้ว
ก็มายืนพูดเลยดีกว่า
นั่นเท่ากับว่า เขาเห็นว่าศิลปะแบบนั้นไม่งามสักเท่าไหร่
ศิลปะที่ต้องอาศัยปากมาวาดเพิ่ม
หวานยังเล่าถึงเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เปรียบความคิดของคน
เหมือนกระดานหก คนเราส่วนใหญ่ชอบมีความคิดสุดโต่ง
คือไม่อยู่ทางซ้ายของกระดาน ก็ขวาสุดไปเลย
ถ้าไม่ชอบเสื้อผ้าแบรนด์เนม ก็ต้องใส่ผ้าฝ้าย
หรือเสื้อห่านคู่ กางเกงปะๆ ผุๆ มือสอง ทำนองนั้น
เป็นสองฝั่งที่เพื่อนคนนั้นเรียกว่า “โอนอ่อน-แข็งขืน”
(ผมจำคำที่ถูกต้องจริงๆ ไม่ได้ ถ้าหวานเข้ามา
ช่วยแก้ให้ถูกหน่อยนะ)
คือเราก็โต้ตอบกลับด้วยการกระทำแบบหนึ่ง
และเราก็เลือกที่จะมี “ความงาม” ในแบบของเรา
ในขณะเดียวกันก็พยายาม “ปฏิเสธ” ความงาม
ฝั่งตรงข้ามไปด้วย
ผมฟังแล้วคิดว่าทรรศนะเกี่ยวกับความงามของเรา
ไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่มีคำหนึ่งซึ่งผมว่ามันน่ารักดี
นั่นคือคำว่า “มองโลกอย่างเมตตา”
ไม่ต้องเออออห่อหมก แต่ก็ไม่ต้องยืนกรานปฏิเสธ
แต่พยายามมองสิ่งที่ไม่เห็นว่างามด้วยความเมตตา
ซึ่งผมคิดว่า “เมตตา” เป็นบันไดขั้นแรกของความเข้าใจ
คนที่มีความงามต่างไป โลกที่เต็มไปด้วยความงามล้านแปด
บางครั้งก็ต้องการดวงตาที่เมตตาหลายๆ คู่
ยิ่งในยุคสมัยที่ “ความงาม” แตกออกเป็นเสี่ยงๆ
เหมือนในทุกวันนี้
…
หลากหลายทรรศนะเกี่ยวกับ “ความงาม”
ที่เข้ามาปะทะกับผมในช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นี่
ทั้งทำให้เกิดคำถามและคลี่คลายมาซึ่งคำตอบ
ในเวลาอันสั้นและกระชับ
ผมคิดว่า ความงามในความรู้สึกแรกที่ได้พบเห็นสิ่งใดก็ตาม
นั้นสวยงามและเป็นความรู้สึกบริสุทธิ์ที่ยังไม่ไหลผ่าน
การกลั่นกรอง ขบคิด และความพยายามต่างๆ ของ
กระบวนการ “ฉลาดๆ” ในสมอง
เพราะความรู้สึกไม่ใช่เรื่อง “ฉลาด”
ส่วนความงามหลังจากวินาทีนั้น เป็นความงามที่สมอง
เริ่มเข้ามามีบทบาทในการ “พิพากษา” โดยดึงเอา
ความรู้และความคิดมากมายในหัวออกมาประมวล
เพื่อให้ข้อสรุปกับตัวเองว่า “มันงามไหม”
หลายคนมีคำตอบว่า “งาม” หลังจากคิดและมอง
ด้วยมุมที่แตกต่างไปจากมุมของตัวเอง
หลายคนตอบว่า “ไม่งาม” และคิดว่ามันน่าจะเป็น
แบบนั้นแบบนี้ บางครั้งก็อาจร้องว่า “อี๋ อุบาทว์”
หลายคนตอบว่า “ไม่งาม” แต่ก็ปล่อยมันไป
ตามแต่ที่มันเป็นอยู่ โลกมันก็ต้องคละเคล้ากันไป
บางคนตอบว่า “ไม่งาม” แต่ก็มองมันอย่างเมตตา
เมตตาในความ “ไม่งาม” ของมัน
ในขณะที่บางคนมองเห็นว่ามัน “งาม”
เหมือนอย่างที่ทุกอย่าง “งาม”
ตามหน้าที่และความเหมาะสมของมัน
และบางคนก็แค่ “รู้สึก” กับมัน
ไม่ว่าจะงามหรือไม่
เขาใช้ตาดู และก็ “วางตา”
วางวัตถุและคำพิพากษานั้นไว้ ณ ที่นั้น
แล้วเขาก็หันหลังเดินจากไป
ดอกไม้ ท้องฟ้า ก้อนหิน ตึกรามบ้านช่อง ท่อน้ำทิ้ง
ยังคงตั้งนิ่งอยู่ ณ ที่เดิม
ไร้ความหมาย ไร้ความงาม
เหมือนตอนก่อนที่เขาจะเดินเข้ามา
ความงามมาพร้อมมนุษย์ และจากไปพร้อมมนุษย์
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 10:50 am
>> งามยังไงก็อยู่ที่เเต่ละคนมอง
>> ………….
>> เช้า(ของนู๋)นี้ก็ได้อ่านสิ่งงามๆเเต่เช้าเลยค่ะ
>> ขอบคุณพี่นิ้วนะคะ
>> ……..
>> เเล้วกลับมาชมความงามที่ไทยบ่อยๆนะคะ!!!
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 10:53 am
รู้สึกดี
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 12:03 pm
มิตรภาพ
ความงาม
ที่กำลังงอกงาม
:]
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 12:08 pm
ทุกอย่างล้วนมีความงามในตัวมันเอง
อยู่ที่ว่าเราจะเลือกมองด้านที่มันงามหรือไม่งามเท่านั้นเอง
อย่างที่คุณนิ้วบอก
ถ้าเราเปิดใจมองอย่างเมตตา
อะไรๆก็ง๊ามงาม
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 12:10 pm
เป็นงานเขียนที่งามแล้ว ไม่มีอะไรต้องแก้:)
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 12:13 pm
เรามองว่า “งาม” หรือไม่ เป็นรสนิยม และมุมมอง ส่วนบุคคล
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 3:53 pm
ตอนนี้ถ้าให้ผมกลับไทยอะไรมันก็งาม T_T
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 6:03 pm
…งาม
ในแบบ
ของมัน…
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 6:26 pm
พรุ่งนี้ เอ๋ ต้องกลับไป ซฮ แล้วนิ
จริงๆอยากเจออีก ประทับใจหลายอย่างมาก
หวังว่าเราคงได้เจอกันอีก ณ
อ่าน ณ จบแล้ว ณ
ช อ บ…ปก ( less is more )
ช อ บ…ทุกๆเรื่องราวใน ณ
ช อ บ…ขนาดกระทัดรัดน่ารักของรูปเล่ม
ช อ บ…ขนาดของตัวอักษร
ช อ บ…ภาพแปลนประกอบ สนุกเมื่อนั่งสังเกตุ (เข้าใจคิดแฮะ)
ช อ บ…สีตัวอักษร (สีโปรด)
ช อ บ…ในสิ่งที่เอ๋คิดและกลั่นกรองออกมาเป็น ณ
ช อ บ…ลายเซ็นต์ที่กระดาษแผ่นแรกในพื้นที่ว่าง
ช อ บ ณ
ฮ่าฮ่า..เดินทางปลอดภัย ณ
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 7:49 pm
งดงามที่สุดในหนึ่งชีวิต (แล้วจะเมลไปคุย)
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 9:11 pm
ถึงไม่เคยเจอตัวนิ้วกลมเป็นๆ แต่พอได้อ่านตัวอักษรของท่่านก็รู้สึกได้ว่าท่าน
ใช้ภาษา..งาม
ความทัศนคติ..งาม
หัวใจ..งาม
นิสัย..งาม
และใบหน้า..งาม งาม (งามในแบบนิ้วกลมไง!)
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 9:22 pm
การมองถึงความงาม
เป็นเรื่องของมุมมองของแต่ละคน
ซึ่งการมองสิ่งหนึ่งก็สามารถมีความคิดออกมา
ได้หลายแบบ หลายมุม และหลายความรู้สึก
แต่ถ้าเรามองจากความรู้สึกของเราเอง
ก็ของให้เรา “ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง”
เรารู้สึกอย่างไร มันก็คืดรู้สึกอย่างนั้น
เมื่อรู้สึกว่าสวยคือสวย
และเมื่อรู้สึกว่าไม่สวยคือไม่สวย
ก็ขอให้มองด้วยตัวเอง
และการมองในรูปแบบที่มันเป็น
……………………………………………………………..
แต่ขอชื่นชมทั้งของพี่เอ๋ และคุณเจหวานนะคะ
ขอชื่นชมคำพูดว่า “มองโลกอย่างเมตตา” (^_^)
(0”0)…:::…:::…yAhYeE…:::…:::…(0”0)
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 9:51 pm
อย่าลืม สัมผัส ถึง ความงาม ของ ความดี นะครับผม
^^
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 10:19 pm
รัก ณ
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 10:24 pm
ความงามนั้นขึ้นอยู่กับสายตาของผู้มองจริงๆ
บางอย่างตอนเด็กๆเคยมองว่าไม่สวย ตอนนี้หันกลับไปดูใหม่มันก็เข้าทีดีนี่หว่า
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 10:29 pm
กำลังอ่าน ณ อยู่ นะ ครับ
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 11:06 pm
งั้นคงต้องกลับมามองความงามนานๆแล้วมั้งค่ะ
ขอบคุณมากที่เซ็นหนังสือให้วันนี้
รอมาเป็นอาทิตย์
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 11:12 pm
ในที่สุด
ก็ได้เจอพี่เอ๋ตัวเป็นๆ
อ่านที่พี่เอ๋เซ็นให้บน ณ +อ่านคำนำของพี่ก้อง
เห็นด้วยอย่างแรงค่ะ
พี่เอ๋เป็นมิตรมากๆ
แต่เสียดายถ่ายรูปด้วยกันมารูปเดียวเอง
แอบเกรงใจ
แถมเค้ายังมีรถเข็นกั้นเรากะพี่เอ๋ไว้ เลยเหมือนถ่ายเราละบังเอิญติดพี่เอ๋มาเลย
- -
แต่ไม่เป็นไร
ยังไงต้องได้เจอกันอีก
เนอะพี่เอ๋เนอะ
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 11:30 pm
สวัสดีอีกครั้งค่ะ
ที่จิงเพิ่งรู้จักพี่นิ้วกลมได้แค่3วัน
และอ่านนิ้วกลมไปแล้ว3เล่ม
และวันนี้ดีจัยมากเพราะว่ามาหา
หนังสือ โลกจิต
แต่มาเจอเพ่นิ้วกลม
เลยไม่ได้โลกจิต ได้ ณ แทน 555+
ชอบทรรศนะคติแบบนี้มากๆ
ถึงขนาดเอาข้อความขึ้นบนหัวนอนจิงๆๆ
ฆวามเฆญชิน 555+
และวันนี้ยังได้ถามคำถามว่านิ้วที่ถ่ายรูปนิ้วอารัย
และเสียดายที่ไม่ได้ถามว่าทามไมมานถึงเป็นนิ้วนั้น
อาจมีคนถามคำถามเพ่แบบนี้บ่อยเลยก้อได้
เพ่วางตัวได้ดีจิงๆ ทั้งที่น้ำก้อแค่คนอ่านคนหนึ่งในล้านๆคน
ขอบคุนค่ะ สำหรับลายเซ็น ความคิดสร้างสรรค์
และคติสำหรับคนใกล้เอ็นว่า
ชะล่าจะล่าช้า -o- -^-
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 11:32 pm
อีกไม่ถึง 30 ชั่วโมงก็คงได้หอบหิ้ว “ความงาม”
ข้ามน้ำข้ามทะเลไปแล้วสิเนอะ
อวยพรล่วงหน้าให้เดินทางปลอดภัยนะ
แล้วเจอกันใหม่ พร้อมๆกับ “ความงามของมิตรภาพ”
เหมือนดังเช่นหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานะ
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 11:51 pm
nice to meet you – princess & friends

bon voyage
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 12:00 am
ถึง พี่เอ๋ค่ะ
วันนี้บังเอิญเจอพี่ในงานหนังสือ(เพราะว่าจะไปซื้อกระเป๋า) แล้วก็ได้ซื้อหนังสือของคุณนิ้วกลมไปหมดแล้ว ก็เลยให้เซ็นต์ที่คั่นหนังสือแทน ดีใจมากนะคะที่ได้เจอตัวจริง เพิ่งติดตามผลงานไม่ถึงปีเลยค่ะ จนทุกวันนี้ต้องมีหนังสือ “อิฐ” อยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือด้วย (ทั้งที่อ่านหนังสือเรียนอยู่..เป็นกำลังใจคะ) นี่ก็คิดอยู่นานว่าจะพิมพ์มั๊ย(ทั้งที่คนอื่นพิมพ์กันเป็นร้อยๆ)กลับมาจากงานหนังสือก็ว่าจะลองมาทักทายพี่สักหน่อย เข้าบล็อกมาหลายครั้งไม่เคยทักทายสักที เอาเป็นว่าดีใจมากคะที่ได้เจอกัน แล้วจะติดตามผลงานไปเรื่อยๆนะคะ
* ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 12:48 am
ไอฝน > ดีใจที่ชอบหลายอย่าง ณ
epsilon > ขอเปลี่ยนคำว่า “งาม” เป็น “หล่อ” ได้มะ (หุหุ…ล้อเล่น)
jamezard > คำว่า “ความงามของความดี” น่าสนใจดีนะครับ
สิ > อ่าน ณ จบแล้วหรือ?
underguskin > ขอบคุณครับ
Anonymous > ยินดีครับ ยินดี : )
ทราย > ดีใจที่ได้เจอตัวเป็นๆ เช่นกัน
ตากลม > นิ้วที่ใช้และตอบไป-นิ้วนางข้างซ้าย ลองเดาเล่นก็ได้ครับว่าทำไม
พี่จุ๋ม > ขอบคุณสำหรับมิตรภาพเช่นกันครับ
Anonymous > ขอบคุณที่ทักทายกันครับ ทักง่ายๆ ไม่ต้องคิดนานนิ หากทักครั้งหน้าก็ลงชื่อด้วยก็ได้นะครับ เดี๋ยวจะ “นิรนาม” กันใหญ่ : )
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 2:31 am
พรุ่งนี้หวังว่าผมคงได้แอบเห็นพี่นะ ขอบคุณที่พี่เขียนเรื่องนี้ พอดีผมเพิ่งอกหักมาสดๆร้อนๆ หายไปทำใจมาตั้งแต่วันพุธ เพิ่งจะมีสติกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ความห่างไกลมันไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรเลยแล้วเราจะเข้าใจกันทำไมเนี่ย แล้วตกลงความรักมันงามจริงหรือครับ (ผมยังคิดว่ามันงามอยู่นะ) ช่วงนี้ผมอยากเห็นอะไรก็ได้ไม่ต้องงามแต่แค่สบายตาสบายใจ แต่มันยากจริงๆแฮะ แต่พรุ่งนี้ผมขอเห็นความงามจากงานของพี่และตัวของพี่นิ้วกลมแล้วกันครับ
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 3:39 am
ดีค๊ะ คุณนิ้วกลม
ได้ติดตามอ่านผลงานของพี่ในอะเดย์มาก้อหลายฉบับอยุ
แต่พอมาอ่านฉบับล่าสุดแล้วได้รับรู้ว่า
พี่จะเขียนในเล่มนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้ว
รุสึกตกใจ เพราะว่าในการอ่านอะเดย์ของหนู
บทความแรกๆที่จะเปิดอ่านคือของคุนนิ้วกลม
ก้อเรยตามมาอ่านกานต่อในไดอารี่
ขอบคุนสำหรับบทความดีๆทุกเรื่องที่เขียนมาน่ะค๊า
ตอนเน้กะลังพยายามอ่านย้อนในไดอารี่อยุ
อ่านบทความของคุนแล้วหั้ยข้อคิดอะไรหลายอย่างเลย
อ่า…ต้องขอบคุนจิงๆ
แล้วจาเข้ามาอ่านอยุเรื่อยน่ะค๊า
^0^
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 8:23 am
ชอบประโยคนี้คับ “ความงามมาพร้อมมนุษย์ และจากไปพร้อมมนุษย์”
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 9:41 am
“รัก ณ”
ถึงจะเคยอ่าน ณ ในอะเดย์ไปแล้ว แต่พอมาอ่านอีกทีก็รู้สึกดีเหมือนเดิมค่ะพี่เอ๋
บอกอีกที แต่คราวนี้.. “รัก นะ พี่เอ๋”
กำลังจะไปงานสัปดาห์หนังสือ รอก่อนนนนนนนนน้าพี่เอ๋ !!!!!!
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 11:17 am
ช่วงนี้ แอนไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่ เลยไม่ค่อยมีโอกาสได้เขียน comment เลยค่ะ
ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะเขียนให้มากขึ้นกว่าเดิม
แต่พอดีที่หอไม่มีอินเตอร์เน็ต T_T (ชีวิตมันน่าเศร้าจริง ๆ นะพี่)
อ่านเรื่องความงามแล้วคิดถึงเพลงนิทานหิ่งห้อยของเฉลียง ไม่รู้จะเคยฟังรึป่าวนะคะ
———————————————————————
นิทานหิ่งห้อย// เฉลียง
เด็กน้อยได้ยินเรื่องราวกล่าวขานมานาน หากใครได้จับหิ่งห้อยมาเก็บเอาไว้ไต้หมอน
นอนคืนนั้นจะฝันดี จะฝันเห็นดวงดาวมากมาย ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม
เด็กน้อยนั่งตักคุณยายใคร่ถามความจริง ยายยิ้มกินหมากหนึ่งคำ ไม่ตอบอะไรส่ายหัว
ใจเด็กน้อยอยากเห็นจริง อยากเห็นดวงดาวมากมาย อยากเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง
อยากฝันสวยงาม หิ่งห้อยนับร้อยนับพันส่องแสงระยิบระยับกัน สว่างไสวไปทั้งต้นลำพู
เด็กน้อยแอบออกมาไล่คว้าแสงน้อยมาดู ใส่ไว้ในกล่องงามหรู
ซ่อนไว้ใต้หมอนแล้วนอนคอยฝันดี
รุ่งเช้าพอได้ลืมตามองเห็นคุณยาย มาแกล้งถามว่าเจออะไรสนุกแค่ไหนที่ผัน
ใจเด็กน้อยจึงทบทวนในฝันเห็นอะไรมากมาย รีบค้นเร็วไว ใต้หมอนเปิดฝานั้นดู
หิ่งห้อยในกล่องตอนนี้เหมือนหมอนตัวหนึ่ง ไม่สวยดังซึ่งตอนอยู่ใต้ต้นลำพูส่องแสง
ยายจึงยิ้มแล้วสอนตาม จะมองเห็นความงามที่จริง
อย่าขังความจริงไม่เห็นอย่าขังความงาม
หิ่งห้อยนับร้อยนับพันส่องแสงระยิบระยับกัน สว่างไสวไปทั้งต้นลำพู
เด็กน้อยถือกล่องออกมาเปิดฝาแล้วแง้มมองดู
หนอนน้อยในกล่องงามหรูก็เปล่งแสงสุขใส บินไปรวมกัน
เด็กน้อยนอนหลับสบายอมยิ้มละไม ไต้หมอนไม่มีกล่องอะไร ไม่มีสิ่งไดๆถูกขัง
นอนคืนนั้น จึงฝันดี ฝันเห็นดวงดาวมากมาย
ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม
——————————————
บางทีความงามมันก็คือความจริงนั่นแหละค่ะ ^_^
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 1:12 pm
ขอบคุณที่มาป๊ะ!กันตัวเป็นๆนะจ๊ะท่านพี่
แม้ไม่ได้ถ่ายรูปร่วมกันแต่จะจดจำไว้ในใจแทน
แล้วปีหน้ามาอีกนะพี่น้า ^o^
ปล.อ่าน ณ จบแล้วหนุกมาก ชอบทุกตอนเลยจ้า
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 3:17 pm
พี่เอ๋คะ หนูได้หนังสือ ณ แล้วนะคะ
ดีใจม๊ากมากค่า แล้วจะอ่านนะคะ
เสียดายมากที่ไม่ได้กินเหล้า เอ๊ย เจอพี่เอ๋เลย
เพราะว่าหนูมัวแต่ไปหา”ความงาม” ในการกินผักจิ้มแจ่ว (ลดความอ้วนอยู่น่ะค่ะ)
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ สำหรับหนังสือฟรี ๆเอ๊ย ดี ๆ ค่า
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 3:39 pm
วันนี้เก็บห้องเพราะเมื่อวานดูทีวี แชมป์เปี้ยน
นึกถึง ณ สนามโบว์ลิ่ง
แล้วดันไปคิดว่า ยังไงก้อเก็บไม่เสร็จหรอก รกจะตาย
แล้วไงหรอ
เอาไว้อาทิตย์หน้า ว่างๆก้อแล้วกัน 55
อ่านจบแล้ว ณ
อ่านตอน a day แล้วซึ้งแทนพี่โหน่ง
วันนี้ออกไปซื้อของกินที่พ่ออยากกิน มาหั้ยพ่อ
เพราะนึกถึง ณ งานศพ
แล้วก้อแบ่งหั้ยพ่อกิน เพราะ ณ ร้านอาหารทะเลด้วย
: )
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 5:02 pm
(จากข้างต้น)
งดงามที่สุดในหนึ่งชีวิต (แล้วจะเมลไปคุย)
สวัสดี
แล้วจะเมลไปคุย
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 6:17 pm
ดีใจที่ได้เจอพี่เอ๋
:D:D
(เมื่อกี้เม้นไม่ติดแฮะ)
น่าจะเอาหนังสือพี่ขนมาให้ทุกเล่มเนอะ
จะได้มีรูปนิ้วกลมๆ ของพี่ทุกเล่ม 555
แต่เกรงใจ
ไม่เป็นไรให้ ณ เป็นตัวแทน
ยังอ่าน ณ ไม่จบเลยคะ
แต่เอา ณ ไปสัมผัสหมอกที่ดอยกะอากาศดีๆที่ปายมาแล้ว ฮ่าๆ
หวังว่าโปสการ์ดจะร่อนไปถึงเมืองจีนแล้วนะ
ไว้คุยกันนะพี่เอ๋
เดินทางโดยสวัสดิภาพคะ
โรส
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 7:09 pm
อ่านจบก่อนงานแมว ณ ต้นไม้วันนึงอ่ะพี่เอ๋
ชอบไอเดียรูปในหนังสือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 7:59 pm
แห้วครับ อดเลยครับวันนี้ อดไปทั้งที่ตั้งใจไว้เป็นอาทิตย์ว่าจะไปให้ได้วันนี้ แต่มันกลายเป็นวันโลกแตกของผม ถ้าเล่าคงยาวมากๆ เซ็งมากๆเลยครับ อะไรมันผิดพลาดผิดแผนไปหมดเลย ไว้คราวหน้าผมจะไม่พลาดแบบโง่ๆ ง่ายๆ แบบนี้อีกแล้วให้ตายเถอะ อดจนได้
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 9:05 pm
วันนี้หลุดคอนเซปต์เสื้อดำนะคะ
เราเจอกันแล้วๆ
เดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ
แล้วเจอกัน(ในบล็อก)ค่ะ
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 10:06 pm
..ณ 9.56 PM
ณ หน้าจอคอมพิวเตอร์
ความคิด ณ จุดหณึ่ง
…อะไรๆมัณก็งามตามปกติธรรมดาของมัณยู่แล้ว ณ
เราเองณี่แหละ ณ
ที่เลือกมองว่ามัณไม่งาม…
รู้สึกว่า ช่วงณี้ ณ กำลังอิณเลย ณ คะ
ร่วมชื่ณชมด้วย ณ คะ
คุณณิ้วกลม
ด้วยการใช้ ณ บ่อยเป็นกรณีพิเศษ
*ขอบคุณคุณ ULTRA-ANN ด้วยณ คะ
ไม่ได้ฟังเพลงณิทาณหิ่งห้อยมาณาณแล้ว ณ
คิดถึงเพลงจังณี้ค่ะ….
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 10:53 pm
“มองโลกอย่างเมตตา”
งามแล้วค่ะ ^^
เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 11:43 pm
อ่านที่พี่เอ๋เขียนแล้ว คิดถึงคนคนหนึ่งจังที่โลกของเขาสวยงามเสมอแม้ในวันที่เราคิดว่ามันเลวร้ายที่สุด ฝากขอบคุณคนคนนั้น(ไม่กล้าบอกเองมันเขิน) สำหรับมิตรภาพความเป็นเพื่อนที่งดงามตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา ณ บ้านพักฝากอากาศหลังนี้ และหวังว่ามันจะงอกเงยและงดงามตลอดไป
ปล.( รู้หรอกน่าว่าเข้ามาอ่านแม้จะไม่เคยเม้นท์ก็เหอะ )
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 2:02 am
อ่านแล้วได้แง่คิดจริงๆครับ ..
ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆอย่างนี้นะครับ ..
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 1:43 pm
“เราก็เลือกที่จะมี “ความงาม” ในแบบของเรา
ในขณะเดียวกันก็พยายาม “ปฏิเสธ” ความงาม
ฝั่งตรงข้ามไปด้วย”
….เราเคยเป็นแบบนี้อยู่ช่วงนึงล่ะ มันเป็นอารมณ์ที่คิดแค่ง่ายๆว่าถ้าไม่ใช่แบบนี้ ก็ต้องเป็นอีกแบบที่ตรงข้ามสุดๆเลย
แต่พอมีเวลามาคิดจริงๆแล้ว สิ่งที่เราบอกว่าไม่ใช่ มันเป็นสิ่งที่เราไม่ยอมเปิดใจต่างหาก ถ้าเราได้เปิดใจ คิดว่าน่าจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 6:58 pm
หลายๆครั้งเมย์ก็เป็นคนสุดโต่งเหมือนกัน
แต่สุดท้ายชีวิตก็ต้องมีบางครั้งที่ความสุดโต่งมันอิ่มตัว
มันก็จะค่อยๆลดลงมาอยู่ตรงกึ่งกลาง
ตรงที่พอดี ตรงที่เหมาะกับชีวิตเรามากที่สุด
เป็นตัวเรามากที่สุด
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 8:29 pm
ความงามมักเกิดขึ้นในทุกๆที่ที่เราเดินทางไป….
ความงามมักเกิดขึ้นรอบๆตัวเรา….
และ
วันนั้น…ก็เกิดขึ้น
เมื่อเรา เจอกัน
ณ มะขามป้อม
ค่ะ
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 10:55 pm
เราว่าเรางาม 555
กูself
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 11:30 pm
^
^
^
อืม..งามจริงๆแหละ ^_^
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 12:49 am
พอดีมาอ่านวันนี้
พอดีได้คำตอบสำหรับเรื่องที่คิดไว้เมื่อวาน
ความงดงาม ณ บทความนี้ ช่วยได้เยอะเลยค่ะ =)
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 1:14 pm
ความงามของหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกใบนี้
เยอะเหลือเกิน
แต่เราเองยังไม่เคยเหนความงามแบบที่ตัวเองอยากจะเหนเลยสักครั้ง
(แบบสุดโต่งน่ะคะ)
หวังว่าวันนึงเราจะสามารถมองความงามให้ง่ายขึ้นได้บ้าง
พฤศจิกายน 7, 2007 ที่ 3:42 am
อ่านแล้ว ใช่….
ดีใจที่ได้อ่านค่ะ
พฤษภาคม 12, 2008 ที่ 9:22 pm
นิ้วกลม..คือจุดเริ่มต้นของการอยากเป็นนักเขียน
เมษายน 10, 2009 ที่ 5:29 pm
กุอยากฟังเพลงว้อยไม่อ่าน