“สงกรานต์ปีนี้เล่นน้ำกันก็รักษาวัฒนธรรม ประเพณี อันดีงามของไทยเราเอาไว้นะคะ ไม่ใช่เล่นกันด้วยความรุนแรง มีทะเลาะตบตีกัน น้ำแข็ง เม็ดแมงลัก หรือปืนที่ฉีดแรงๆ ก็หลีกเลี่ยงกันนะคะ” นอกจากอาจารย์ในห้องเรียนและคุณแม่ในห้องกินข้าวแล้วทุกวันนี้เรายังมี “ผู้บังคับบัญชา” อีกหลายท่านอยู่ในจอทีวี
ใกล้สงกรานต์ที ก็จะได้ยินประโยคทำนองนี้อยู่เนืองๆ “เล่นสงกรานต์ก็เล่นกันแบบไทยๆ นะคะ” ก็เลยมีคำถามว่าแล้ว “สงกรานต์แบบบราซิล” หรือ “สงกรานต์แบบคิวบา” นี่มีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ที่สงสัยกว่านั้นก็คือ “สงกรานต์แบบไทย” นี่ต้องเล่นยังไงเหรอ
มิใช่ไม่เห็นด้วยกับการเล่นน้ำอย่างละมุนละม่อม ใช้น้ำเป็นอุปกรณ์ประกอบความสนุก ไม่ใช่อุปกรณ์ประกอบอาชญากรรม เพียงแค่อดสะดุดหูสะกิดใจไม่ได้ทุกครั้งที่ได้ฟังว่า “การเล่นอย่างน่ารักเรียบร้อยนั้นเป็นการเล่นแบบไทยๆ” มันใช่จริงหรือ
ทำไมเราจึงได้เป็นเจ้าของ “ความน่ารัก”, “ความเรียบร้อย และ “ความดีงาม” แล้วคำความหมายดีๆ เหล่านั้นมันประกอบขึ้นมาเป็นคำว่า “ไทยๆ” จริงหรือ
เมื่อวานได้นั่งคุยกับรุ่นน้องสองคน พวกเขาเล่าให้ฟังว่า ตอนที่เรียนอยู่ที่สถาปัตย์ อาจารย์สอนเรื่อง Thainess และมีโจทย์ให้แต่ละคนไปควานหา “ความเป็นไทย” มาส่ง น้องๆ หากันเลือดจมูกแทบทะลัก (สงสัยไปหาในปฏิทินแม่งโขง สุราไทย) ก็ยัง “ไม่ไทย” ในความหมายของอาจารย์ นั่นสินะ แล้วความเป็นไทยมันคืออะไรกัน มันมีคำตอบจริงหรือ
ความเป็นไทยจริงๆ จะเป็นอย่างไรผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าเรามีความเป็นไทยที่เราอยากเป็นมาตลอด เราอยากให้ชนชาติของเรา ดีงาม, เรียบร้อย, น่ารัก, อ่อนน้อม, ยิ้มเก่ง, เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ (กระทั่งผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยน่าเคารพ) รวมไปถึงการกล่าวอ้างขนมธรรมเนียมประเพณีอันดีงามอย่างการรดน้ำดำหัว
ถามผม-ผมว่ามันก็น่าสนุกดีหากเราจะนำประเพณีเก่าแก่มาใช้ใหม่เอาสนุก วันสงกรานต์ก็แวะไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่กันสักหน่อย ให้คุณลุงคุณป้าอาม่าอากงหยอดน้ำใส่กบาลสักสองสามหยด เป็นศิริมงคลหรือไม่นั้นไม่เป็นไร แค่ได้เห็นญาติผู้ใหญ่ยิ้มกว้างๆ นั่นก็น่าจะเป็นผลลัพธ์ของการรดน้ำดำหัวที่น่าพอใจแล้วนี่นา เพียงแค่การระลึกถึงญาติผู้ใหญ่นั้นไม่จำเป็นต้อง “ล็อค” พิธีกรรม (ที่ว่ากันว่าดีงาม) เอาไว้อย่างนั้นอย่างกับหมูป่าที่ถูกสตาร์ฟไว้ในพิพิธภัณฑ์ เราสามารถพัฒนาไปเป็นการซื้อไวน์ เอ่อ…หรือซื้อเครื่องดื่มอะไรก็ได้ที่ญาติผู้ใหญ่ชอบไปรดน้ำใส่คอแล้วนั่งหัวร่อกันอย่างสนุกสนานก็ไม่น่าจะผิดธรรมเนียมประเพณีอะไร เราน่าจะมีสิทธิคิดพิธีกรรมใหม่ๆ ให้เหมาะกับยุคสมัยนี่นา (อ้อ แต่ “เมาไม่ขับนะคะท่านผู้ชม”)
ผมว่าแบบนั้นต่างหากที่ “ไท้ยไทย” ผมว่าคนไทยขี้พลิกแพลง และชอบผสมโน่น ยำนี่ จนกระทั่งหาวิธีใหม่ๆ ของตัวเองได้ และทุกครั้งที่เห็นวิธีการใหม่ๆ ที่ยังคงไว้ซึ่งเนื้อหาของ “แก่น” เดิมที่ดีงาม ผมก็ชื่นชมในใจทุกครั้ง คนที่คิดอะไรแบบนั้นได้เก่งจะตายไป
ส่วนการสาดน้ำซู่ซ่า ปะแป้งแจ๊ะแจ๊ะนั้น ผมว่ามันเป็น “การละเล่น” มากกว่า “วัฒนธรรมอันดีงาม” มันค่อยๆ วิวัฒนาการจากขันน้ำเป็นปืนฉีดน้ำ สายยาง และกระบอกฉีดยาฆ่าแมลง เพราะได้ชื่อว่า “เล่น” แล้วละก็ ผู้เล่นมักหาวิธีเล่นให้สนุกที่สุดจนได้ ซึ่งไม่ว่าจะเล่นแล้วดีหรือร้ายอย่างไร ผมว่ามันก็ถูกตัดขาดออกไปจาก “ความเป็นไทย” ไปแล้ว
หมายถึง “ความเป็นไทย” ที่เราอยากเป็น แต่ในทางตรงกันข้าม มันกลับสะท้อน “ความเป็นไทย” ในสังคมยุคปัจจุบัน (ที่ความรุนแรงคือความมัน การได้แต๊ะอั๋งคือความสนุกของทั้งผู้ที่ได้แต๊ะและผู้ถูกแต๊ะ) ด้วยซ้ำไป
แบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกกันว่า “วัฒนธรรม” ซึ่งไม่จำเป็นต้องดีงามเสมอไปสักหน่อย
แต่เรามักเลือกที่จะหลับตา ไม่ยอมมองสภาพปัจจุปัน และนั่งฝันถึงความดีงามที่เราอยากมีอยากเป็น ผู้บังคับบัญชาในทีวีทั้งหลายจึงพร่ำสอนให้เรา “เล่นสงกรานต์แบบไทยๆ” ซึ่งหมายความว่าไทยในฝันของเขา ที่ยกขันขึ้นมารดหัวไหล่ เสร็จแล้วก็ยกมือไหว้กันไปมา (ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าการเล่นน้ำแบบนี้เท่านั้นที่ดี)
ขอยกมือสนับสนุนด้วยคนให้เล่นสงกรานต์กันอย่างน่ารักและเป็นมิตร เพียงแค่ไม่เห็นว่านั่นเป็นการเล่นสงกรานต์แบบไทยๆ แหม พูดอย่างกับว่าถ้าเผลอไปแต๊ะอั๋งแก้มสาวคนไหนแล้วพี่ตำรวจจะมายึดบัตรประชาชนและเนรเทศออกนอกประเทศ แถมการที่จะรณรงค์ให้ผู้คนเล่นสงกรานต์กันอย่างสุภาพและเคารพผู้อื่นนั้น ผมว่าเราคงต้องให้เหตุผลที่มากกว่า “ความเป็นไทย” เราควรให้เกียรติเพศตรงข้าม (ทั้งหญิง, ชาย, เกย์, เลสเบี้ยน, ฯลฯ) หรือไม่ควรคึกคะนองฉีดน้ำแรงๆ ใส่ใครจนเขาได้รับบาดเจ็บ เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ “มนุษย์” ไม่ควรทำ
ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงต่อเพื่อนมนุษย์ หรือการเอาเปรียบนานาชนิดนั้นเป็นเรื่องที่มนุษย์ไม่ควรจะทำอยู่แล้ว เพราะนอกจากจะไปทำร้ายผู้อื่น การกระทำนั้นมักจะย้อนมาทำร้ายตัวเอง (ไม่ร่างกายก็จิตใจ) เสมอ
หมายถึง “มนุษย์” ทุกคนไม่ควรทำ ไม่ใช่ว่า “คนไทย” ไม่ควรทำ เพราะถ้าทำแล้วมันจะไม่ไทย แต่ถ้าคนบราซิลหรือคิวบาน่าจะทำได้–ไม่น่าใช่อย่างนั้น
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ ผมไม่มีวิธีการเล่นน้ำที่ดีมาฝากหรอกครับ เพียงแค่ขอให้เล่นกันให้สนุกสนานสำราญใจ จะเล่นแบบไทยหรือสไตล์แซมบ้าก็เชิญกันตามสะดวก เพราะผมว่า “การเล่นให้สนุก” นั้นครอบคลุมไปถึงการไม่มีทุกข์มาถึงตัวอยู่แล้ว
สวัสดีปีใหม่ไทย ขอให้ชุ่มฉ่ำครับ!
