บังเอิญได้ ตราบใดที่เรายังอยู่บนโลกใบเดียวกัน

พฤศจิกายน 15, 2006

1.
รถมิตซูบิชิ โคลท์ สามประตู สีขาว ที่มีจานล้อเป็นลายหมีน่ารักน่าชัง
ที่วิ่งอยู่บนถนนกรุงเทพฯ จะมีสักกี่คันกันเชียว?

2.
เราเคยนั่งรถคันนั้น นานมาแล้ว
นานจนเกือบลืมความทรงจำเกี่ยวกับรถ และเจ้าของรถ
เกือบลืม แปลว่ายังไม่ลืม
และอาจแปลครอบคลุมไปถึง ลืมไม่ได้!

3.
รถสีขาวที่มีล้อเป็นหมีทั้งสี่ล้อคันนี้ วิ่งเข้ามาในชีวิตเธอ
ขณะนั้น เราเองก็ยังวิ่งวนเวียนอยู่รอบๆ วงชีวิตของเธอ
วิ่งอยู่รอบๆ รถคันนั้น กระทั่งเราหลุดวงโคจรออกมา
แต่รถล้อหมีคันนั้นก็ยังคงจอดอยู่ที่เดิม ในบ้านหลังเดิม
ทำไมเรารู้? ก็เราเคยขับรถไปแอบดูมัน

4.
ทางของเธอกับทางของเราเคยเป็นทางที่ใช้ร่วมกัน
เพราะบ้านของเธอเป็นทางผ่านก่อนที่จะถึงบ้านของเรา
หลายครั้งที่เราแวะส่งเธอ บางครั้งที่เธอขับเลยไปส่งเรา
บ้านของเราอยู่บนเส้นทางเดียวกัน

5.
แต่หลังจากที่เราแยกทางกันไป
ก็คล้ายกับว่าทางเส้นเดียวกันนั้น ถ่างกว้างออกเป็นสองเส้น
เธอไม่จำเป็นต้องขับเลยบ้านของตัวเองอีกต่อไป
และเราก็ไม่จำเป็นต้องแวะจอดก่อนถึงบ้านของตัวเอง

6.
ทางเส้นเดิม มีความรู้สึกเดิมๆ มีภาพเดิมๆ
แต่ไม่มีวันเหมือนเดิม

7.
หลายปีผ่าน
เช้าวันหนึ่งที่เราออกจากบ้านเช้ากว่าปกติ
บนทางเส้นเดิม รถติด
เราจอดต่อท้ายรถมิตซูบิชิ โคลท์ สามประตู สีขาว!
ยากที่จะหยุดสมองไม่ให้คิดฟูมฟาย จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้
รถเริ่มขยับตัว เราหักพวงมาลัยไปทางขวา จอดเทียบรถสีขาวคันนั้น
เหลือบมองที่ล้อ จานล้อลายหมี!
เงยหน้าขึ้นมา ได้เจอกับคนที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมาหลายปี
ตาจ้องตา อยากยิ้มให้แต่ไม่กล้า
มองเห็นแววตาของเธอไม่ชัด เพราะมันซ่อนอยู่ใต้แว่นกระจกใส
สัญญาณไฟปล่อยรถให้เคลื่อนที่ ล้อหมีหมุนไปข้างหน้า
ใช่…หมุนไปข้างหน้า
ล้อของรถเราก็หมุนไปข้างหน้าเช่นกัน
บนถนน รถทุกคันล้วนวิ่งไปข้างหน้า ไม่มีคันไหนถอยหลัง
และคงมีแต่ ‘รถตาย’ เท่านั้น ที่จะหยุดอยู่กับที่

8.
เราเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง
ส่วนเธอขับตรงไป

9.
บนถนน-บนโลกใบนี้
ความบังเอิญเกิดขึ้นได้โดยมิจำเป็นต้องบอกกล่าวกันล่วงหน้า
มันจะแปลกอะไร ในเมื่อเรายังวนเวียนอยู่บนโลกใบเดียวกัน
เส้นทางของเรามีโอกาสมาตัดกันได้เสมอ

10.
เมื่อวาน ได้อ่านอีเมลฉบับหนึ่ง
เจ้าของเป็นอดีตนักศึกษาแพทย์ที่เคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่โตเกียว
เป็นคนคนเดียวกับนักศึกษาแพทย์ที่ตกเครื่องบินในหนังสือ ‘โตเกียวไม่มีขา’
เธอส่งจดหมายมาเพื่อที่จะบอกกับเราว่า เธอได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว
และบังเอิญเหลือเกินที่เรื่องราวของนักศึกษาแพทย์ท้ายเล่ม
สอดคล้องกับชีวิตของเธอราวกับเป็นชีวิตเดียวกัน
เธอตั้งชื่ออีเมลฉบับนี้ว่า ‘เรื่องบังเอิญ’

11.
บังเอิญว่าน้องสาวชอบหนังสือเล่มหนึ่ง เธอโฆษณามาตั้งนาน
บังเอิญเห็นว่าไปซื้อมาได้เล่มสุดท้่ายของร้านพอดี
บังเอิญน่าสนใจเลยหยิบมาพลิกๆ ดู
บังเอิญเอะใจ
บังเอิญว่าเคยไปญี่ปุ่น
บังเอิญเคยตกเครื่องบิน
และจำหนุ่มชาวไทยที่เจอวันนั้นได้แม่น
(และจำผู้ชายหน้าเข้มอีกคนแต่ชื่อ น้ำ ได้แม่นมาก)
เลยรีบพลิกไปหน้าสุดท้าย
น่าตกใจ มีเรื่องที่คล้ายกับในความทรงจำน่าประทับใจเมื่อหลายปีก่อน
หนึ่งในสองหนุ่มนั้นกลายเป็นนักเขียนไปแล้ว
แถมเขียนได้สนุก น่าติดตามอย่างที่ิคิดจริงๆ
นักศึกษาแพทย์คนนั้นกลายเป็นแพทย์หญิงแล้วนะคะ

12.
มันจะแปลกอะไร ในเมื่อเรายังวนเวียนอยู่บนโลกใบเดียวกัน
เส้นทางของเรามีโอกาสมาตัดกันได้เสมอ.

2 Responses to “บังเอิญได้ ตราบใดที่เรายังอยู่บนโลกใบเดียวกัน”

  1. vanda Says:

    เข้าใจๆๆ
    ในที่กว้างๆ เคยเดินสวนผู้ชายคนหนึ่ง ได้กลิ่นเหมือนแบบที่ผ้ารีดใหม่ๆ เป็น
    กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มมั้ง ทำให้นึกไปถึงคนเคยคุ้น..ได้แต่คิดในใจว่า ใช่ป่าวว้าๆ…

    ปรากฎว่าไม่ใช่ แต่ใจเต้นตึกตักๆ ไปแล้ว 555

    นี่ขนาดไม่ใช่นะเนี่ย
    ถ้าใช่ … ไม่รู้จะทำไง ตอนนี้ยังไม่รู้เลย
    เพราะรู้ว่าโลกเราเล็กติ๊ดเดียว ต้องมีวันมาเจอกันอีกแน่ๆ..ไม่รู้วันไหน เนอะ

  2. นิรนาม Says:

    โอ้ยยย
    พี่เอ๋เนี่ย
    จะโรแมนติกไปถึงไหนนนนน

    แนนจ้า


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: