ต้นไม้และชายชราที่มีเวลาแค่หนึ่งเดือน

ธันวาคม 21, 2006

1.
ไม่กี่วันก่อน ลมหนาวกระแทกหน้าหนาๆ ของเราให้พอรู้สึก
ซึ่งขนาดหน้าหนาระดับกระเบื้องตราช้างเรียกพี่ยังสัมผัสได้
นั่นแปลว่า ลมหนาวที่เรานึกว่ามันจะไม่มาตามนัด ได้พัดหวนมาแล้ว!

รู้สึกดีใจ เพราะโอกาสที่จะได้สัมผัสอากาศสบายๆ
แบบนอนแล้วไม่อยากตื่นแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก
และยิ่งปีก็ยิ่งหดน้อยลงเรื่อยๆ นี่ยังสบประมาทอากาศ
กับเพื่อนอยู่เลยว่า “มันจะหนาวไปซักกี่วันก๊าน!”
ทั้งที่ในใจก็อยากให้หนาวไปอีกซักสองเดือน
หนาวประมาณนี้ หนาวกำลังดี

นอกจากจะดีใจที่ได้เดินเหินแหวกลมหนาวสบายๆ แล้วนั้น
ยังดีใจกับลมที่เหมาะสมกับบรรยากาศในหน้าเทศกาลงานฉลอง
อากาศหนาวชวนให้เรามารวมตัวกันเพื่อความอบอุ่น
จะรวมเป็นหมู่ เป็นคู่ หรือสวิงกิ้ง คิง ควีน ก็น่ารักทั้งนั้น
ลองนึกการรวมตัวกันรื่นเริงท่ามกลางกลิ่นเหงื่อไคลเหงื่อมัน
เหงื่อฉันเหงื่อมึงเหงื่อกูดู ก็จะรู้ว่ามันช่างน่าหดหู่มากกว่ารื่นเริง
หนาวๆ แบบนี้แหละ น่ากอดกัน น่าเต้นรำ น่าจิบเบียร์
และน่าเบียดๆ เสียดๆ กันแล้วนับถอยหลังขึ้นวันใหม่
ซึ่งก็ไม่รู้จะนับไปทำไม แต่มันก็แลดูพิเศษและสนุกดี

2.
เดือนธันวาฯ เดินเข้ามาในปฏิทินทีไร
เราจะได้พบเห็นต้นไม้ประเภทหนึ่งเสมอ ไม่ว่ากี่ปีต่อกี่ปี
ต้นไม้นั้นคือ ‘ต้นคริสต์มาส’
อ้าว! อย่าเพิ่งจินตนาการภาพต้นสน
หัวแหลมทรงสามเหลี่ยมที่ถูกประดับด้วยไฟระย้า
ห้อยระโยงลูกบอลสีทองสีเงินเต็มต้นต้นนั้น
เรากำลังคุยกันถึง ‘ต้นคริสต์มาส’ จริงๆ

‘ต้นคริสต์มาส’ ที่มีใบอ่อนข้างบนเป็นสีแดง แทงขึ้นมาแซม
ใบเขียวเป็นแฉกๆ ที่เกาะอยู่เต็มลำต้น นึกออกใช่มั้ย?
อืม…ต้นนั้นแหละ!

‘ต้นคริสต์มาส’ ได้ชื่อมาจากสีสันของมันนั่นเอง
ใบอ่อนด้านบนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงในช่วงปลายปีถึงต้นปี
จริงๆ แล้วเป็นไม้พุ่มขนาดกลางและเติบโตสูงใหญ่ได้ถึงสามเมตร

สามเมตร! สูงไม่ใช่เล่น

ว่าแต่ มีใครเคยเห็นต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ขนาดนั้นบ้างไหม?
อาจจะมี แต่เราเชื่อว่าน้อยคนนัก เราก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เคยเห็น
ยิ่งกว่านั้น เรามักคุ้นตากับมันในแบบที่อยู่ในถุงพลาสติกสีดำ
ที่เค้าใช้เพาะพันธุ์พืชกัน หรือไม่ก็อยู่ในกระถางเล็กๆ
ที่ถูกยกมาขายกันในฤดูหนาว และคนก็นิยมซื้อกัน
ไปประดับบ้านหรือสำนักงานเพื่อสร้างบรรยากาศ
จบงานแล้วก็เก็บ

เก็บไปไหน?

เราสงสัยมาตลอดว่า
ไอ้พวกต้นคริสต์มาสนี่มันอพยพไปทำมาหากินกันแถวไหน?
ใต้สะพานลอย กลับบ้านที่ต่างจังหวัด หรือบินไปไซบีเรีย?
ด้วยเพราะว่า เราไม่เคยเห็นหน้าค่าตามันมาตลอดปี
มาโผล่อีกทีก็เป็นช่วงฤดูหนาวเสมอ

อย่างในตอนนี้ มองไปทางไหนก็เห็นพรรคพวกของมัน
วางอยู่เกลื่อนกลาดไปหมด แต่พอเดือนธันวาฯ เดินทางจากไป
พวกมันก็จรลีหนีหน้าหายไปอย่างพร้อมเพรียง
ราวกับว่ามันกลัวเดือนมกราฯ จะเดินมาเขกกบาล!

ช่างเป็นต้นไม้ที่มีอายุสั้นเสียเหลือเกิน
สั้น-เท่าห้วงอารมณ์สนุกของคนที่ซื้อและ ‘ใช้’ มัน
เราเชื่อว่ามันเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ถูก ‘ปลูก’
แต่มักถูก ‘วาง’ และ ‘ยก’ และ ‘ย้าย’ ซะมากกว่า

ต้นไม้ที่ไม่ได้ถูก ‘ปลูก’ ให้รากไชลงไปลงในดินนั้นโตยาก
หากปุ๋ยอันน้อยนิดในกระถางเล็กๆ ใบนั้นหมดลง
มันก็คงแคระแกรน ยังไม่ต้องนับถึงการวางทิ้งไว้แล้วไม่ดูแล

3.
ชายแก่ในชุดแดงๆ หนาวๆ เครายาวๆ หงอกๆ ชอบขี่กวาง
ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราอยากรู้ว่า
ก่อนเดือนธันวาฯ ลุงแกไปทำอะไรอยู่ที่ไหน?
แกมีชีวิตความเป็นอยู่ยังไง?
แล้วทำไมไม่มีใครนึกถึงแกเลยแม้แต้น้อย
พอจะมานึก ก็นึกกันพร้อมๆ กัน ในเดือนธันวาฯ
ซึ่งแกก็จะป๊อปปูล่าขึ้นมาทุกครั้ง

แล้วคุณลุงซานต้าก็จะควบกวางกลับไปภายในเวลาค่ำคืนเดียว
หายไปจากห้างสรรพสินค้า, หน้าร้าน, โบรชัวร์, โปสเตอร์,
โฆษณา, ฯลฯ อีกสารพัด
พอเข้าเดือนมกราฯ ผู้คนก็ลืมลุงกันหมด
และไม่มีใครนึกถึงลุงอีกในระหว่างเดือนมิถุนาฯ สิงหาฯ กันยาฯ
ต้องรอเดือนธันวาฯ วนมาอีกที

แล้วระหว่างปี ลุงไปทำอะไรอยู่ที่ไหนครับ?

4.
ในเทศกาลนี้เอง ที่เราเคยสวมบทบาทเป็นซานต้าหน้าเด็ก
ขับรถไปหยิบยื่นของขวัญให้กับเด็กสาวคนหนึ่ง
แม้ไม่ได้ลงไปทางปล่องไฟ แต่ก็ตื่นเต้นทั้งคนให้คนรับ
ของขวัญในวันนั้นเป็น ‘ต้นคริสต์มาส’
เป็นต้นคริสต์มาสในถุงพลาสติกหุ้มดินจำนวนน้อย
รอคอยเจ้าของใหม่ผู้ใจดีแหวกฉีกขยี้ขยำถุงโยนลงถังขยะ
แล้วนำต้นไม้ต้นเล็กๆ ต้นนั้นไปใส่ลงในดินอันอุดม
เพื่อให้รากมันชอนไชหาอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตต่อไป

และเธอผู้นั้นก็ใจดีอย่างว่า
นำต้นไม้อายุสั้นไปใส่ลงในผืนดินของสนามหญ้าหน้าบ้าน
ให้ได้เติบโตต่อไป ส่วนจะเติบโตแค่ไหน ถึงสามเมตรมั้ย?
เราก็ไม่รู้เหมือนกัน

ถ้าให้เดา ก็เดาว่ามันน่าจะเติบโต
อย่างน้อยก็คงโตกว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่

ไม่ต่างจากความสัมพันธ์,
ต้นไม้ที่มีโอกาสได้ฝังรากลงในดินที่อุดมสมบูรณ์ย่อมแข็งแรง
ส่วนต้นไม้ที่นำไปประดับเฉพาะฤดูกาล หิ้วไปวาง
ยกไปแต่งเสริมเติมบรรยากาศให้ไม่เหงา ตรงโน้นทีตรงนี้ทีนั้น
มีโอกาสสูงที่สุดท้ายจะแห้งตาย เพราะถูกทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง
พอหมดช่วงเทศกาล คนคนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจมันอีก

ต้นไม้อย่างต้นคริสต์มาสที่มีไว้เพื่อประดับบ้าน
สร้างบรรยากาศให้รื่นเริงบันเทิงใจชั่วครั้งชั่วคราวเฉพาะฤดูกาลนั้น
ออกจะน่าสงสาร เพราะต้นของปีนี้ก็จะถูกทิ้งไป
และปีหน้าก็จะมีต้นใหม่มาตั้ง เพื่อถูกทิ้งอีก

เราว่า คนอย่างคุณลุงซานต้าก็น่าสงสาร
เป็นบุคคลที่ถูก ‘คิดถึง’ เฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้น

ไม่เฉพาะฤดูหนาวหรอกล่ะมัง
เรามักเผลอปฏิบัติกับบางสิ่ง บางคน ในลักษณะคล้ายๆ กันนี้
รู้สึกดีในห้วงเวลาหนึ่ง และลืมไปเหมือนไม่เคยมีอยู่

5.
เท่าที่ลองนั่งคิด นอนคิด อาบน้ำคิดดู
ในที่สุดเราก็รู้ว่า ตลอดปี ก่อนเดือนธันวาฯ
คุณลุงซานต้าหายไปไหน? และเค้าทำอะไรอยู่?
คุณลุงแกไปปลูกต้นคริสต์มาส.

16 Responses to “ต้นไม้และชายชราที่มีเวลาแค่หนึ่งเดือน”

  1. พุงกลม Says:

    55 เออจริง คุณลุงซานต้าแกไปปลูกต้นคริสต์มาส แล้วก็แบกมาขายแม่ค้าพ่อค้า เอาเงินไปซื้อของขวัญมาแจกเด็กๆ นั่นเอง อิอิ

    เคยคิดว่าคุณลุงแกคงเป็นบุรุษไปรษณีย์ระหว่างที่ไม่ได้ส่งของขวัญ😀

    ไม่เคยรู้เลยหล่ะว่าเจ้าต้นคริสต์มาสสีแดงจะสูงได้ถึงสามเมตร คงสวยน่าดูเลยนะที่เห็นดอกสีแดงบานเต็มต้นเหนือหัวเรา

  2. เติ้ล Says:

    “รู้สึกดีในห้วงเวลาหนึ่ง และลืมไปเหมือนไม่เคยมีอยู่ …”
    ประโยคนี้อ่านแล้วเศร้ายังไงชอบกล

    แต่จะว่าไปลุงชุดแดงที่ถูกคิดถึงเฉพาะฤดูกาล
    ก็อาจน่ายินดีปรีดากว่าคนที่ถูกลืมไปชั่วชีวิต – – ไม่เวียนมาบรรจบอีกครั้งเหมือนฤดู

    ป.ล. อากาศเย็นดีจริง ๆ ชอบ!

  3. pattararanee Says:

    ลึกซึ้ง…ตรึงใจ…อ่านแล้วสะเทือนในอารมณ์เหลือเกิน

    November 12
    ดีใจ
    การที่คนเรามีอายุขัยหลายสิบปีหรืออาจมากไปจนถึงร้อยปี (หากสุขภาพดีมั่กมักกกกก) เราคงได้รู้จักผู้คนมากมาย ตามหนทางที่เดินไป
    เพราะชีวิตคนเปรียบเป็นการเดินทางแบบหนึ่งเหมือนกัน ระหว่างทางจึงได้พบประสบการณ์หลากหลาย ที่สำคัญยังได้สัมผัสตัวตนของคนอีกหลายคน
    คนบางคน เราได้ทำความรู้จักไปจนถึงตับไตไส้พุง บางคนก็แค่ยิ้มแย้มทักทายแล้วจากกันไป
    บางหนเราอยากรู้จักคนบางคนเพื่ออะไรบางอย่าง อาจเพื่อการงาน หรือแม้กระทั่งเพื่อเติมเต็มจิตวิญญาณของเราเอง
    ในความสัมพันธ์ที่พัฒนากันไปตามเวลานั้น มีหลายสิ่งเกิดขึ้น หากจะให้นิยามส่วนสำคัญน่าจะเป็น “ความผูกพัน”
    ในสายใยบางๆ แห่งคำว่าผูกพันนี้ แม้มันจะแอบซ่อนอยู่จนบางครั้งยากจะมองเห็น แต่เมื่อใดที่เราต้องแยกจากใครสักคนนั้นในถนนสายหนึ่ง เราจะมองเห็นสายสัมพันธ์นั้นได้ชัดเจน เพราะมันจะยังคงอยู่ตามหนทางเบื้องหลังที่เราทิ้งไว้
    วันใดที่เราต้องหวนกลับมาในหนทางเดิม เราคงคิดถึงใครสักคนขึ้นมาบ้าง แม้เพียงเราก้มลงมองไปตามทาง ก็จะได้เห็น “สายสัมพันธ์” เรียงรายอยู่ตามทาง การจะย้อนทวนความสัมพันธ์จึงไม่ยากเย็นเลย
    หากยิ่งในความผูกพันนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า “มิตรภาพ” คงอยู่ด้วยแล้ว รอยยิ้มที่จริงใจ จะปรากฎอีกครั้งเมื่อ “ดีใจ” ที่ได้พบกันอีกครา

    ต้นไม้กับชายชรา ผู้มีเวลาปรากฏตัวอันน้อยนิด คงดีใจที่มีคนทักทายอย่างจริงใจนะคะ ^_^

    ปล. ส่งจดหมายไปหาคุณลุงซานต้าได้ที่นี่ http://www.northpole.com/


  4. มาที่ฟินแลนด์ซิครับ ผู้คนที่นี่ฉลองคริสต์มาสตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม นอกจากนี้ยังมีบ้านของซานต้าตัวจริงอยู่ที่เมืองโรวานิเอมิ(Rovaniemi) หรือจะไปถึงหุบเขาหู(Korvantunturi—แปลจากภาษาฟินแลนด์ตรงๆ)โรงงานจริงๆของซานตาคลอส ที่นี่จะฤดูไหนก็เปิดเพลงJingle Bellทั้งปี อยากเจอซานตาคลอสเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เขาปลูกต้นคริสต์มาสหรือเปล่า ต้องไปถามลุงแกเองนะ

    ปล.ที่นี่ก็มีต้นคริสต์มาสสูง2เมตรกว่าให้เห็นบ้าง ส่วนต้นคริสต์มาสที่เราเรียกว่าต้นสน คนที่นี่ใช้ไม้สปรูซครับ เราอาจจะเคยเห็นคนอังกฤษหรืออเมริกันไปตัดต้นสนมาไว้ในบ้าน เราเลยคิดว่าฝรั่งใช้ต้นสนในวันคริสต์มาสกัน แต่ที่นี่ไม่เป็นที่นิยมเลยครับ

  5. นิ้วกลม Says:

    โอ้โห…ข่าวสารจากบ้านซานต้าตัวจริงเสียงจริงเลย
    ว่างๆ ลองแวะไปหาแกช่วงหน้าร้อน
    แล้วถ่ายรูปมาฝากกันบ้างสิศร
    อยากรู้ว่าตอนหน้าร้อนลุงแกนุ่งผ้าแบบไหน?
    เอ…หรือฟินแลนด์ไม่มีหน้าร้อน?😀

  6. Modz(มด) Says:

    บ้านเราแค่วันที่ 25 ธันวาแค่วันเดียว อาจจะมีวันก่อนและหลัง 25 ธันวา บวกลบไปซัก5วันได้ (นิดเดียวเอง) ที่จะได้เห็นชายชุดสีแดง หน้าตาใจดี(เหล่านั้น) เหมือนที่พี่เอ๋บอกว่า “รู้สึกดีในห้วงเวลาหนึ่ง และลืมไปเหมือนไม่เคยมีอยู่” ซานต้าเป็นก็อย่างนั้น…

    อ่านไปก็ซึ้งเหมือนกานแถมยังได้รู้ความสัมพันธ์(ลับ)ของพี่เอ๋กับสาวน้อยคนนึง^0^ คิกๆ

    ป.ล.1 อากาศเย็นมากๆ ชอบบบ นึกว่าปีนี้จะไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาวซะแล้ว
    ป.ล.2 ดูแลสุขภาพด้วยนะคะพี่เอ๋+ทุก ๆ คน

  7. Vingt-Neuf Says:

    แต่ปอว่าอากาศมันเริ่มจะเย็นเกินไปแล้วค่า
    สำหรับคนขี้หนาวอย่างเรา ;p

    ว่าแต่ พี่เอ๋หายหวัดแล้วหรอคะ?
    รักษาสุขภาพกันด้วยน้าค้า ^^

  8. pattararanee Says:

    โอ้ยโย้ยโหยยย ไม่น่าเชื่อว่าบ้านนี้มีอายุไม่กี่เดือน -โห ถ้าเทียบเป็นเด็กละก็คอยังไม่แข็งเลย- แต่มีคนแวะมาพัก..ฝากออกซิเจนกะคาร์บอนไดออกไซด์ไว้เพียบ
    นี่ก็ปาเข้าไป 5,404 ครั้งเข้าไปแล้ว ณ บัดนาวที่โพสต์นี่นะฮับ
    (อันนี้ไม่นับคนกันเองที่เวียนเข้ามาบ่อยๆ เพราะว่างนะ)

    เห็นที่บอร์ดโน้น ดูเงียบเหงา ไม่รู้เป็นเพราะอากาศหนาวเกินปายยยย รึเป่านะคะ ^_^
    http://www.yimsiam.com/board/V70/index.asp?wbID=roundfinger

    ส่วนที่บอร์ดนี้ก็เฮฮาดีครับพี่น้องครับ
    http://www.chaliang.com/Board.asp


  9. ที่นี่ก็มีหน้าร้อนครับ แต่ค่อนข้างสั้น ประมาณปลายพฤษภาถึงปลายกรกฎาเป็นหน้าร้อน (บ้านซานต้าก็ยังเปิดนะครับ) คนที่นี่บอกว่าปีนี้เมื่อหน้าร้อนค่อนข้างร้อน ประมาณ25-27องศา(พี่ๆคงจะถามกันว่าร้อนตรงไหน) แต่อย่าลืมว่าที่นี่หน้าหนาวอาจต่ำกว่า-35องศาได้ สำหรับเขา 25องศาอยู่ในขั้นร้อนอ่ะครับ (ผมก็เริ่มชินกับ-10องศาแล้วซิ ไม่รู้ว่าจะกลับไปเมืองไทยแล้วจะเป็นอย่างไร)


  10. อ้อลืมๆ แม่(ชาวฟินแลนด์)ของผมก็เลี้ยงต้นคริสมาสไว้4กระถางในห้องรับแขกครับ มันแดงเฉพาะช่วงนี้จริงๆครับ อยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้มา3เดือนไม่เคยเห็นพวกมันแดง พอเข้าเดือนธันวาคมก็แดงขึ้นมาซะงั้น อย่างกับพวกมันรู้ปฏิทินอ่ะ

  11. PeeYong Says:

    ลุงซานต้าแกคงเหนื่อยหนะครับ หลังจากทำงานหนักมาตลอดเดือนธันวา เดือนที่เหลือแกเลยหนีกวางเรนเดียร์ ขี่เรือบินไปนอนอาบแดดตามชายหาด และค่อยๆหาซื้อของขวัญเก็บไว้เรื่อยๆ ไว้ใกล้ๆจะได้ไม่ฉุกละหุก !

    ^_^

  12. jummdcu Says:

    เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนที่มีคนรอคอย
    ก็ยังดีกว่าเวลาตั้งมากมาย.. แต่ไม่อยากให้มาถึง

  13. นิ้วกลม Says:

    โอ้โห อันนี้คมครับพี่
    แต่หลังจากหนึ่งเดือนนั้นแล้วถูกลืม
    มันก็น่าเศร้าอยู่เหมียนกัลล์นิ😀

  14. pattararanee Says:

    ต้นทางที่กรุงเทพฯ เรื่อง : ฌณฌณก

    ตะลอนทัวร์กับซานตาคลอส

    เทศกาลแห่งความรื่นเริงและการประดับประดาต้นสนมาถึงอีกครั้ง ประเทศในซีกโลกที่เป็นต้นแบบเจ้าของวัฒนธรรมเทศกาล วันคริสต์มาส สืบทอดประเพณีและความเชื่อของตนเองอย่างเหนียวแน่นไม่แพ้ประเทศทางซีกโลกตะวันออกที่ต่างก็พยายามเหนี่ยวรั้งรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนเองไว้อย่างสุดความสามารถ

    ใกล้ถึงวันคริสต์มาส ประเทศทางซีกโลกตะวันตกประโคมกิจกรรมต่างๆ นานาที่เกี่ยวเนื่องกับคริสต์มาส เพื่อสร้างความคึกคัก สร้างบรรยากาศแห่งการฉลองคริสต์มาสกันอย่างสนุกสนานและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นอกจากการประดับต้นคริสต์มาสให้สวยงามแล้ว ซานตาคลอส ก็เป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของเทศกาลคริสต์มาส มีเรื่องเล่ากันว่าซานตาคลอสจะไต่ลงมาตามปล่องไฟกลางดึกเพื่อนำของขวัญมาให้เด็กๆ ที่แขวนถุงเท้ารอไว้ก่อนที่พวกเขาจะเข้านอน การนำของขวัญไปมอบให้กับเด็กๆ ดูเหมือนจะเป็นภารกิจหลักของซานตาคลอส

    แต่วันนี้ ซานตาคลอสต้องทำกิจกรรมมากมายหลายอย่างกว่าแต่ก่อน เช่น วิ่งการกุศล ดำน้ำเปิดการแสดงให้อาหารปลา ขับยวดยานไปตามท้องถนนเพื่อประชาสัมพันธ์เทศกาลคริสต์มาส ฯลฯ และที่น่าสังเกตก็คือซานตาคลอสวันนี้มีหน้าตาเกลี้ยงเกลาอย่างหนุ่มเกาหลีก็ได้ คมเข้มชวนฝันอย่างหนุ่มอิตาเลียนก็มี เป็นอาทิ

    ซึ่งน่าจะหมายความได้ว่าคุณลุงซานตาเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกแบบไม่เกี่ยงเชื้อชาติและวัฒนธรรม

    ซานตาคลอสวิ่งแข่ง: เมื่อหนุ่มๆ ชาวอิตาเลียนกลุ่มใหญ่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี พร้อมใจกันแต่งกายเหมือนซานตาคลอส แล้วทำกิจกรรมวิ่งแข่งผ่านหน้าโคลอสเซียม สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโรม เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวและสร้างบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2549 โคลอสเซียม (Colosseum) คือสนามกีฬาของโรมที่ใหญ่ที่สุด จุคนได้กว่า 50,000 คน และมีความโดดเด่นในแง่สถาปัตยกรรม สถานที่แห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของโรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเปรียบเสมือนสังเวียนแห่งความตาย เพราะเป็นสถานที่ที่ฝูงชนมาชมการต่อสู้กันอย่างเลือดเย็นระหว่างมนุษย์กับสัตว์ร้าย หรือแม้แต่มนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันเอง

    ซานตาคลอสว่ายน้ำกับปลาไหล: เมื่อเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซันไชน์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทำหน้าที่สวมชุดซานตาคลอสลงว่ายน้ำเล่นกับฝูงปลาในถังกระจกเลี้ยงปลา และโชว์การให้อาหารปลาประจำวันตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมจนถึงวันคริสต์มาส ซึ่งทำแบบนี้กันเป็นประจำทุกปีเพื่อสร้างสีสันให้กับเทศกาลคริสต์มาสและดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว บังเอิญปลาไหลมอเรย์ว่ายผ่านมา ซานตาคลอสจึงหยอกล้อกับปลาไหลให้ชม กรุงโตเกียว (Tokyo) มีเสน่ห์ด้วยวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบชาวญี่ปุ่น การเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวสะดวกสบายด้วยรถไฟใต้ดินที่ดูผังครั้งแรกอาจกำลังหลงทาง แต่เมื่อใช้จริงๆ แล้วง่ายดายและรวดเร็ว โตเกียวมีย่านท่องเที่ยวอันโด่งดังมากมาย เช่น กินซ่า ฮาราจูกุ โรปงกิ ชิบูย่า

    ซานตาคลอสวิ่งมาราธอน: เมื่อนักวิ่งชาวเกาหลีใต้พร้อมใจกันสวมใส่ชุดซานตาคลอสเพื่อเข้าร่วมการวิ่งแข่งขันในรายการ ‘ซานตา มาราธอน’ ในกรุงโซล เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา มีนักวิ่งเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 1,000 คน เป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร นำเงินรายได้มอบแก่ผู้ยากจน กรุงโซลได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปีค.ศ.1988 และเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ร่วมกับญี่ปุ่น คงไม่บอกว่ากรุงโซลมีความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ มากเพียงใด ยิ่งตอนนี้ภาพยนตร์เกาหลีกำลังตีตลาดภาพยนตร์ทั่วโลก นักท่องเที่ยวประเทศต่างๆ ก็อยากไปเกาหลีใต้

    ซานตาคลอสต้องอาบน้ำทะเล: เมื่อชายคนหนึ่งต้องทำหน้าที่สวมใส่ชุดซานตาคลอสแล้วลงอาบน้ำทะเลร่วมกับชาวเมืองนีซ การลงอาบน้ำทะเลของซานตาคลอสที่ชายหาดเมืองนีซเป็นธรรมเนียมปฏิบัติติดต่อกันมาทุกปี เรียกว่า คริสต์มาส บาธ (Christmas Bath) ปฏิบัติต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 62 แล้ว โดยในปีนี้มีนักว่ายน้ำ 180 คนสมัครใจร่วมธรรมเนียมอาบน้ำทะเลกับซานตาคลอส ขณะที่น้ำมีอุณหภูมิเพียง 17 องศาเซลเซียส เมืองนีซ (Nice) ตั้งอยู่ริมชายหาดริเวียราอันโด่งดังซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นเมืองแรกในยุโรปที่มีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว เป็นเมืองตากอากาศที่โด่งดังมากของยุโรป แม้แต่พระราชินีวิคทอเรียแห่งอังกฤษก็ยังเสด็จไปพักผ่อนในช่วงฤดูหนาวติดต่อกันหลายปี

    ซานตาคลอสมีมอเตอร์ไซค์นำทาง: เมื่อชายคนหนึ่งแต่งตัวเป็นซานตาคลอสนั่งโบกธงอยู่ในรถซึ่งนำขบวนโดยนักขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่แต่งตัวเป็นกวางเรนเดียร์เพื่อโปรโมทเทศกาลคริสต์มาสที่จัดขึ้นโดยห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา กรุงเทพฯ (Bangkok)….เอ่อ..เดิมเรียกกันว่าเมืองบางกอก กรุงเทพฯ มีจุดท่องเที่ยวทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม โบราณสถาน และแหล่งจับจ่ายซื้อของที่เต็มไปด้วยสินค้าทันสมัยมากมาย

    ซานตาคลอสสู้เพื่อป่า: สมาชิกกรีนพีซ (Greenpeace) แต่งตัวเป็นซาตาคลอส เปิดการประท้วงอยู่ที่บริเวณหน้ารัฐสภาในกรุงบัวโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา เรียกร้องให้รัฐสภาออกกฎหมายคุ้มครองป่าไม้พื้นเมืองของชาวอาร์เจนตินา ข้อความบนป้ายมีความหมายว่า “ถ้าไม่มีต้นไม้ ก็ไม่มีคริสต์มาส ออกกฎหมายคุ้มครองป่าตั้งแต่บัดนี้” บัวโนส ไอเรส เป็นนครแห่งการค้าและเมืองท่าที่ยิ่งใหญ่ มีสวนสาธารณะมากว่า 100 แห่ง และยังได้ชื่อว่า ‘ปารีสแห่งอเมริกาใต้’ อีกด้วย

    http://203.154.97.32/jud/sun/ ปีที่ 16 ฉบับที่ 6753 วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2549

  15. roundfinger Says:

    ขอบคุณมากเลยครับคุณเอี้ยง
    ซานต้า อะราวนด์ เดอะ เวิลด์ เลยเชียว.

  16. TunYa Says:

    มีคนคิดถึง่บ้างเป็นบางเทศกาล…เป็นบางเวลา…ก็ยังดีกว่าไม่มีคนคิดถึงเลยนะคะ…(((ยิ้ม)))


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: