ปีหน้าจะเป็นปีแห่ง…

ธันวาคม 24, 2006

1.
งานโฆษณา ‘ส่งตรง’ หรือ Direct Mail ชิ้นหนึ่งของสิงคโปร์ที่เราชอบมาก
เป็นโฆษณารณรงค์ให้คนมาสมัครเป็นทหาร แต่แทนที่จะมาโอ้โลมกันด้วยการ
ให้พระเอกหน้าหล่อ(ที่ไม่อยากเป็นทหารแต่บังเอิญต้องไปเป็นเพราะกลัวถูกจับ)
ออกมาพูดจ้อทางทีวี เชิญชวนแบบเชยๆ ให้เหตุผลแนวชาตินิยม
“ผมได้ทำประโยชน์เพื่อชาติ” หรือ “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด”
โดยที่คนดูดูโฆษณาจนจบแล้วก็ยังไม่รู้ว่าไอ้ ‘อะไร’ ที่ว่าน่ะ มันคืออะไร?
ครีเอทีฟทีมนี้เลือกที่จะพูดเจาะเข้าไปที่ใจของคนหนุ่มที่กำลังหิวประสบการณ์ชีวิต
สื่อที่เลือกใช้ก็สร้างสรรค์เหมาะกับ ‘ไอเดีย’ ที่ต้องการนำเสนอ

เค้าเลือกใช้วิธีแจก ‘หนังสือ’ ครับ

เป็น ‘หนังสือ’ ที่ทำหน้าปกเหมือนนวนิยายเข้มข้นเกี่ยวกับชีวิตทหาร
ตั้งชื่อให้ชวนติดตาม และพอจะคาดเดาได้ว่า เรื่องราวคงมันส์หยด
แต่! เมื่อเปิดดูข้างใน กลับพบแต่กระดาษเปล่า!
ราวกับจะบอกกับผู้ที่ได้รับหนังสือเล่มนี้ว่า “เรื่องราวอันเข้มข้นทั้งหมดนั้น
คุณต้องเติมมันให้เต็มด้วยตัวเอง-ต้องเขียนด้วยตัวเอง”

เมื่อพลิกมาอ่านข้อความในหน้ารองปก ก็จะพบคำพูดท้าทายและกระตุกให้คิด
“หากชีวิตของคุณเป็นหนังสือสักเล่ม จะมีใครอยากอ่านมันมั้ย?”

ในแง่ของงานโฆษณา เราถือว่ามันช่างเป็นสื่อที่ ‘กระทำ’ กับกลุ่มเป้าหมาย
ซึ่งก็คือชายหนุ่มที่กำลังฮึกเหิมเป็นอย่างยิ่ง และเดาว่าน่าจะได้รับผลตอบรับที่ดี
โดยการมีคนหนุ่มที่อยากเติมเรื่องราว ‘น่าอ่าน’ ให้กับหนังสือชีวิตของตัวเอง
ไปสมัครเป็นทหารจำนวนไม่น้อย แต่ผลลัพธ์เกินคาดมากกว่านั้นกลับเป็นว่า
มันสามารถ ‘กระทำ’ กับคนนอกกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย โฆษณาชิ้นนี้ชวนให้เรา
ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ชีวิตของเรามีสีสันและเมามันแค่ไหน?’

2.
หากแบ่งชีวิตออกเป็นช่วงเวลาที่แตกต่าง
ชีวิตแต่ละชีวิตคงแบ่งออกได้เป็นหลายส่วน ตามแต่เกณฑ์การแบ่งของแต่ละคน
ช่วงเด็ก, วัยรุ่น, หนุ่มสาว, ผู้ใหญ่, วัยชรา / ช่วงเรียน, ทำงาน, เกษียณ /
ช่วงมีแฟนคนแรก, แฟนคนที่สอง, มีเมีย, มีเมียน้อย / ช่วงรุ่งโรจน์, ช่วงตกต่ำ,
ช่วงย่ำแย่, ช่วงโคตรแย่, ช่วงกลับมาดีอีกครั้ง / ช่วงเป็นเด็กเชียงใหม่,
ช่วงเป็นตำรวจ, ช่วงเป็นนักธุรกิจ, ช่วงเป็นนายกฯ, ช่วงหลังนายกฯ
ชีวิตใครชีวิตมัน ความคิดใครก็ความคิดมัน คงซ้ำกันยาก

แต่เรามักคิดเสมอว่า หากสามารถร่างพล็อตให้กับเส้นทางชีวิตของตัวเองได้
ก็อยากให้มันมีเรื่องราวผ่านเข้ามาในชีวิตให้ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจให้เยอะ
ชีวิตในช่วงเดียวกัน คนเราก็ใช้มันแตกต่างกัน เอาง่ายๆ แค่ช่วงชีวิตมัธยมฯ
บางคนมีแฟนยี่สิบคน ในขณะที่บางคนไม่เคยจีบผู้หญิงเลย,
บางคนเคยเรียนซ้ำชั้น ในขณะที่บางคนไม่เคยสอบตกซักวิชา,
ไม่ต้องนับไปถึงบางคนเคยติดยา ขณะที่บางคนดูดนมอย่างเดียว
(หมายถึงนมกล่อง!)

ในจำนวนช่วงชีวิตอันหลากหลาย มีช่วงไหนบ้างที่ ‘สะใจ’
และรู้สึกว่า ‘คุ้มค่า’ ที่ได้อยู่ในช่วงเวลานั้น?

เรามักจะอิจฉาคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลายและเข้มข้น
อย่างตอนที่เพื่อนอยู่ในเหตุการณ์สึนามิ ติดอยู่บนต้นมะพร้าวเป็นชั่วโมง
แล้วรอดกลับมาได้ เราก็รู้สึกว่าเพื่อนได้ผ่านประสบการณ์ที่เป็นหนึ่งบท
ใน ‘หนังสือแห่งชีวิต’ ที่เราไม่มีวันได้สัมผัส

พูดถึงหนังสือ, หนังสือหลายเล่มก็เป็นการร้อยเรียงเรื่องราวจากประสบการณ์
ในห้วงเวลาที่น่าสนใจออกมาให้คนอื่นได้อ่านกันอย่างเหงื่อหยด
คุณอาจินต์ มีช่วงชีวิตในเหมือนแร่, ประชาคม ลุนาชัย มีช่วงชีวิตในเรือประมง,
อ. เสกสรรค์ มีช่วงชีวิตเดือนตุลาฯ และในป่า,
พี่บินหลา มีช่วงเวลาแห่งการผจญภัยบนหลังอานจักรยาน, ฯลฯ
นั่นใช่ไหม ‘ชีวิตที่น่าอ่าน’

และบางที,
‘ชีวิตที่น่าอ่าน’ อาจมีความหมายใกล้เคียงกับ ‘ชีวิตที่คุ้มค่า’ ด้วยหรือไม่?

3.
อ่านเจอและได้ยินมาว่า พี่เป็นเอกยกให้ปีนี้เป็นปีแห่งการตามใจตัวเอง
คือ ถ้ามีใครชวนมาทำอะไรสนุกๆ จะทำด้วยหมด
เราได้ยินแล้วก็เห็นว่าเป็นการกำหนดที่น่าสนุกดี ก็ทีองค์กรต่างๆ ยังกำหนดได้เลยว่า
จะให้ปีนั้นปีนี้เป็นปีอะเมสซิ่งไทยแลนด์ แล้วระหว่างปีมันก็อะแมสซิ่งขึ้นมาได้จริงๆ

คิดดูอีกที การกำหนดอะไรทำนองนี้ก็ไม่ต่างจากการร่าง ‘พล็อต’ ให้กับชีวิต
ซึ่งก็ดูน่าจะเป็นการขีดวาดเส้นทางให้ได้ลองเดินตามที่ตั้งใจดูสักปี
เหมือนกับการร่าง ‘บท’ ของนวนิยายชีวิตของตัวเอง ที่กำหนดสถานการณ์
และเจตจำนงของตัวละครคร่าวๆ เอาไว้ตอนตั้งต้น ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้
เหตุการณ์ต่างๆ พาไป จะนำไปสู่อะไรก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นของทั้งผู้เขียน
และตัวละคร

เราว่ามันน่าสนุกกว่าการเดินสะเปะสะปะแบบ ‘ไร้พล็อต’

ปีหน้าของบางคนอาจเป็นปีแห่งการพักผ่อน อาจเป็นปีแห่งการอ่าน
ปีแห่งการฟังเพลง ปีแห่งความรัก ปีแห่งการเรียนรู้ ปีแห่งการสูบบุหรี่
ปีแห่งการงดสูบบุหรี่ ปีแห่งความเบิกบาน (เลิกเครียดเลิกจนเริ่มต้นเข้าพรรษานี้)
ปีแห่งความขยัน ปีแห่งความขี้เกียจ ปีแห่งการสร้างเพื่อนใหม่ ปีแห่ง
การไปต่างจังหวัด ปีแห่งสุขภาพ ปีแห่งความสงบ ปีแห่งการฝึกภาษาอังกฤษ ฯลฯ
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นปีแห่งอะไร
เราว่ามันก็น่าสนุกที่จะได้ลองปลุกปล้ำกับความตั้งใจของตัวเอง

ส่วนของเราเอง เราวาง ‘พล็อต’ คร่าวๆ เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า
ปีหน้าจะเป็นปีแห่ง ‘การผจญภัย’
ผจญภัยไปในโลกอีกใบ-ในพื้นที่ที่ยังไม่เคยทดลองใช้ชีวิต
พื้นที่ใหม่ๆ ทั้งในส่วนของรูปธรรมและนามธรรม
ผจญภัยเพื่อหาวัตถุดิบใส่ตัว ใส่สมอง และสองมือ
เราว่าเรายังอยู่ในช่วงสะสมวัตถุดิบ

และเราก็แอบคาดหวังว่า ปีหน้าจะเป็นปีที่ทำให้ชีวิตเรา ‘น่าอ่าน’
ไม่ได้หมายความว่า คนอื่นจะอยากอ่านหรอก นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวัง
แต่เราคิดว่า หากชีวิตของเราเป็นหนังสือสักเล่ม
และเราได้กลับมานั่งอ่านมันในยามแก่ชรา
เราก็อยากให้มันเป็นหนังสือที่ระหว่างอ่านแล้วเราต้องคิดในใจว่า
“ทำไมมึงใช้ชีวิตได้น่าอิจฉาแบบนี้วะ?”

8 Responses to “ปีหน้าจะเป็นปีแห่ง…”

  1. spermy Says:

    ปีหน้าจะเป็นปีแห่ง……….
    สำหรับเราแล้วปีหน้าของเราจะเป็นปีที่ต้องตัดสินใจ ต้องเลือก อะไรที่เราทนมาตลอดเราจะต้องทนทำต่อไปหรือไม่ หรือจะทำสิ่งที่เราอยากจะทำมาตั้งนานแล้วแต่เราก็ยังไม่มั่นใจว่ามันเหมาะสมสำหรับเราหรือไม่ บางสิ่งเราก็ไม่อาจทำอยางที่ใจเราอยากได้ การตัดสินใจอะไรบางอย่างสำหรับเราแล้วมันเป็นเรื่องที่ยากมาก ปีหน้าเราคงจะต้องเลือกสักที อาจจะดีหรือร้าย ถูกหรือผิดเราก็คงต้องยอมรับกับมันแล้ว

  2. pattararanee Says:

    U_U ^_^ ^v^ \(^0^)/

    ปีหน้าจะเป็นปีแห่งรอยยิ้มจ้า…
    ปีหน้าเราจะ “ยิ้ม” มากๆ
    กะว่า จะยิ้มสู้แล้วล่ะค่ะ หุหุ จะได้ทำอะไรอย่างที่ใจคิดได้สักกะที

    ขอบคุณมากนะคะ ตัวหนังสือของคุณนิ้วกลมเป็นแรงบันดาลใจได้ดีเลยล่ะ!!! ;D

  3. Modz(มด) Says:

    ปีหน้าหรอ จะเป็นปีแห่งอะไรดีล่ะ ปีแห่งโอกาสดีมั้ยเนี่ย เพราะปีหน้าจะเป็นปีที่มดต้องเลือกทางเดินในช่วง3ปีหลัง(ม.ปลาย) ว่าจะไปอยู่ส่วนไหนของโลก หุหุ (ทำอย่างกับว่าได้ทุนคิงส์สกอลาร์ชิป อย่างนั้นแหละ) เอาเป็นว่าไปอยู่ส่วนไหนในประเทศดีกว่า

    [โอกาสก็มีให้เลือกเยอะนะ แต่ถ้าจะเลือกจริงๆ ก็มีแค่ไม่กี่โอกาสนักหรอก]

    ขอให้ปีหน้าเป็นปีแห่งการผจญภัยที่(โคตร)สนุกนะคะพี่เอ๋^0^

    ป.ล.ช่วงนี้พยายามที่จะไม่พิมพ์ภาษาวัยรุ่น เอาถูกต้องดีกว่า (ภูมิใจๆ)

  4. Modz(มด) Says:

    อ้อ! มดว่าชีวิตของคุณอาเสกสรรค์+คุณอาจีระนันท์ ประเสริฐกุลน่าอ่านมากค่ะ
    เคยอ่านเรื่องพวกนี้แล้วรู้สึกว่าเมื่อก่อนคนหนุ่มสาวมีพลังมากค่ะ

    ป.ล. พูดถึงคุณอาเสกสรรค์+คุณอาจีระนันท์ ประเสริฐกุล ก็นึกถึงพี่สิงห์-วรรณสิงห์ ประเสริฐกุลค่ะ มดชอบความคิดที่จะเปลี่ยนโลกของเค้า ถ้าในบางเรื่อง โลกมันเป็นแบบที่พี่สิงห์+ทุกคนอยากให้เป็น ก็คงดีไม่น้อยค่า^^

  5. n_na Says:

    แค่ปีนี้..ก็อิจฉาตาแทบแตก
    ปีหน้าคงอิจฉาตาแทบหลุด
    จะติดตามรอ’การผจญภัยครั้งใหม่’
    ด้วยใจที่จดจ่อ

  6. pattararanee Says:

    เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยเจ้าค่ะ คุณ n_na ^_^
    จะใกล้ไกลขนาดไหน ก็แอบอิจฉาเค้าตลอดเลยเรา
    …คงได้เห็น ดวงอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบเขา…หรือว่าจะแอบเล่นน้ำทะเล… ฯลฯ
    โอ้โห แค่คิดก็…. อิฐ……แล้วววว!!!!

  7. jummdcu Says:

    ยังไม่ทันข้ามปี ชีวิตใครบางคนก็ทำให้คนอื่นแอบอิจฉา(ในความไม่จำเจ)อยู่บ่อยๆ
    ปีหน้าอาจจะเป็นปีที่ตัวเอง อยากจะแหกออกจากกฎเกณฑ์เดิมๆบ้าง
    แต่บางเรื่องคงจะแหกกฎไปเลยไม่ได้ เพราะอาจทำให้คนอื่นถึงแก่ชีวิตได้
    แรงบันดาลใจหลายๆอย่างที่ได้จากเจ้าของบ้านหลังนี้
    ทำให้อยากมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองในบางด้าน
    อย่างน้อยก็มองโลกในแง่มุมใหม่ๆ ให้กว้างขึ้น หลากหลายขึ้น
    คงจะเป็นอีกปีที่มีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้น จะดีหรือเปล่าก็ต้องรอดูกันต่อไป
    ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจ จากใครบางคนจ้า..

  8. นิ้วกลม Says:

    ขอให้เป็นปีที่ดีครับ
    😀


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: