ความสุขอาจเป็นสิ่งที่เราเคยรู้จักมันอยู่แล้ว

มกราคม 4, 2007

1.
เมื่อวานจัดห้องครับ
‘จิตที่แจ่มใส ย่อมไม่อยู่ในห้องรกๆ’ ใครสักคนกล่าวไว้
หากไม่กล่าว ก็ขออนุญาตกล่าวเอง เพราะทุกครั้งที่ห้องรก
เรามักจะรู้สึกว่าจิตใจเริ่มรุงรังและยุ่งเหยิง

ความยุ่งเหยิงครั้งนี้ เกิดจาก ‘หนังสือ’ ล้วนๆ เลยครับ
เป็นหนังสือที่คาราคาซังคาห้องคาใจมานานสองสมัย
สองสมัยที่ว่า คือ สองสมัยของงานหนังสือแห่งชาติ
มีหนังสือที่ซื้อมาราวหกสิบเล่มที่ยังอ่านไม่จบ
หมายความว่า บางเล่มอ่านแล้ว แต่ยังไม่ถึงหน้าสุดท้าย
และบางเล่มยังไม่ได้เริ่มเอาตาไปสัมผัสหน้าแรก!

หนังสือที่กองไว้ก็เป็นแค่ปึกกระดาษ
หากพูดให้หรูหราก็เหมือนกับโลกอีกหลายใบที่รอให้เราเข้าไปค้นหา
แต่ตราบใดที่ยังไม่เปิดประตูโลกใบนั้นเราก็ไม่มีวันค้นพบ
หนังสืออันมีค่า ก็ไม่มีค่าอะไร หากไม่ได้ถูกเปิด

หนังสือจะเป็นหนังสือ ก็ต่อเมื่อมีผู้อ่านมันเท่านั้น

การจัดห้องครั้งนี้ทำให้ได้สะสางหนังสือทั้งเก่าและใหม่
เล่มที่อ่านแล้วก็เก็บขึ้นหิ้ง เล่มที่ยังไม่ได้อ่านก็กองกันไว้ที่หัวเตียง
ทำตัวเหมือนเด็กกำลังจะเอ็นทรานซ์ (แอดมิชชัน-คราวนี้ถูกชัวร์)
ที่ตั้งใจว่าจะอ่านให้หนักหน่วงขึ้น

ระหว่างที่จัดหนังสือใหม่ๆ ก็เผอิญไปเจอเข้ากับหนังสือเก่าเล่มหนึ่ง
ที่ซื้อมาตั้งแต่เดือนธันวาฯ พ.ศ. สองพันห้าร้อยสี่สิบสาม ตามที่จดไว้ในหน้าแรก
อืม…หนึ่ง…สอง…สาม…สี่…ห้า…หกปีแล้วสินะ
จำได้ว่าเคยอ่านไปแล้ว จำได้ว่าชอบ
แต่แปลกใจว่าทำไมไม่มีการขีดเส้นข้างใต้ตัวหนังสือเลยแม้แต่ขีดเดียว
จึงลงมือลงตาอ่านอีกครั้ง และก็สำเร็จมันภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง
หนังสือเล่มนั้นชื่อ ‘ชีวิตที่เจียระไนแล้ว’

2.
‘ชีวิตที่เจียระไนแล้ว’ เขียนโดย คุณณิพรรณ กุลประสูตร
โปรยปกไว้ว่า ‘ความเรียงชีวิต ความเรียงความคิด ความเรียงความรู้สึก’

จำได้ว่าขณะนั้น (เมื่อหกปีก่อน)
มีงานเขียนประเภทความเรียงที่มีอารมณ์เฉพาะแบบหนึ่ง
ที่ไม่กล้าให้นิยาม แต่เอาเป็นว่า อ่านแล้วรู้สึกดีกับชีวิต
เกิดอุณหภูมิอุ่นๆ ที่หน้าอกข้างซ้าย
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นที่หนังสือ ‘ด้วยรักและช็อกโกแลต’
(เป็นเล่มที่เราชอบมาก) ต่อเนื่องมาถึงหนังสือซุปไก่ทั้งหลาย
‘Chicken Soup for the Soul’
กระทั่งมาถึง ‘เรื่องเล็ก’ ของพี่โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์
ในมติชน สุดสัปดาห์ ที่เราติดงอมแงม และขออนุญาตห้อย
‘กาแฟและชา หมาและแมว’ ของพี่โตมร ศุขปรีชาไปด้วย
(นี่ก็ชอบมากครับ)

กลุ่มก้อนของงานความเรียงที่ว่า
นำพานักอ่านหลายคนให้รู้จักกับนักเขียนชื่อดัง(ตอนนั้น)คนหนึ่ง
คือ โรเบิร์ต ฟูลกัม ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง
ขณะนั้นตามอ่านงานของฟูลกัมอยู่สอง-สามเล่ม กระทั่งหายอยากก็หยุดไป
แล้วจู่ๆ ชื่อของ โรเบิร์ต ฟูลกัม ก็หายไปจากแผงหนังสือ
แบบค่อยๆ ซึมหายไปไม่ให้รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็ลืมคุณลุงแกไปแล้ว

อะไรที่มากเกินไป ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเลี่ยน
ขณะนั้นมีนักอ่านหลายคนเริ่มเลี่ยนกับหนังสือแปล
เรื่องราวแห่งความสุขยี่ห้อซุปไก่
และเริ่มโหยหารสชาติอื่นๆ มาให้สมองได้ลองลิ้มชิมรสบ้าง
เราก็เป็นคนหนึ่งที่ห่างหายไปจากงานลักษณะนี้ ทั้งที่เคยชื่นชอบมาก

3.
กระทั่งได้มาเปิดอ่าน ‘ชีวิตที่เจียระไนแล้ว’ ในหกปีให้หลัง
ก็ได้พบว่า หลายข้อความในหนังสือเล่มนี้ อ่านแล้วมีความสุข
นอกจากมีความสุขแล้วยังได้มุมคิดง่ายๆ ที่มองข้ามไปทั้งที่อาจเคยมองแบบนั้น

โดยเฉพาะบท ‘ความสุข ‘รู้แล้วตั้งแต่อยู่อนุบาล’’
จำได้เลยว่า ข้อความในเครื่องหมายเน้นคำนั้นเป็นชื่อหนังสือของคุณลุงฟูลกัม
เป็นเล่มหลังๆ ตอนที่เราไม่ได้ตามอ่านงานของเค้าแล้ว

คุณณิพรรณคัดข้อความบางส่วนในหนังสือเล่มนั้นมาใส่ไว้ในหนังสือเล่มนี้
เราคัดมาใส่ไว้ในนี้อีกต่อหนึ่ง–

ผมได้ตระหนักแล้วว่า สาระความจำเป็นในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข
และมีความหมายนั้น ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือสลับซับซ้อน แต่เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้
มาแล้วนานแสนนาน หลักการที่ผมเขียนเป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้ตั้งแต่สมัยอยู่
โรงเรียนอนุบาล ไม่ใช่จากระดับปริญญาโท หรือเอก

สิ่งที่ผมเรียนรู้ตอนเป็นเด็กอนุบาล คือ
-แบ่งปันทุกสิ่งแก่เพื่อนๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว
-เล่นอย่างยุติธรรม ไม่เอาเปรียบเพื่อน
-ไม่รังแกคนอื่น โดยเฉพาะผู้อ่อนแอกว่า
-เก็บสิ่งของให้เข้าที่ เมื่อใช้เสร็จ
-ทำความสะอาดสถานที่ให้เรียบร้อย เมื่อเล่นเสร็จ
-ไม่แย่งเอาสิ่งของของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง
-เมื่อทำให้คนอื่นเจ็บ ต้องขอโทษ
-ล้างมือก่อนรับประทานอาหารหรือขนม
-กดชักโครกทุกครั้ง เมื่อทำธุระในห้องน้ำเสร็จ
-ขนมคุกกี้ใหม่ๆ และนมเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
-มีชีวิตอยู่อย่างสมดุล รู้จักแบ่งเวลา เรียนบ้าง วาดรูประบายสี
ร้องเพลง เต้นรำ เล่นบ้าง ทำงานบ้าง
-นอนหลับสักงีบในตอนบ่าย
-เมื่อออกสู่โลกภายนอก จงระวังรถรา จับมือกันไว้ให้มั่น เดินเกาะกลุ่มไปด้วยกัน
-ปลาทอง หนูพุก หนูขาว หรือเมล็ดพืช มีเกิดแล้วก็มีตาย คนเราก็เช่นเดียวกัน
จงระลึกถึงหนังสือ ‘มานะกับมานี’ หรือหนังสือแบบหัดอ่าน ก.ไก่ ข.ไข่
คำสำคัญที่เราหัดอ่าน-เขียน และมักเขียนตัวโตๆ คือ ‘ระวัง’

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องเรียนรู้ เราได้เรียนรู้แล้วตั้งแต่ชั้นอนุบาล

ลองคิดดูสิว่า โลกนี้จะมีความสุขแค่ไหน ถ้าประชาชนทุกคนได้กินขนมคุกกี้อร่อยๆ
และดื่มนมตอนบ่ายสามโมง พอง่วงก็ปูผ้าลงนอนสักงีบ ลองคิดดูสิว่าจะวิเศษ
แค่ไหน ถ้ารัฐบาลของทุกประเทศถือการจัดระบบระเบียบในรัฐบาลให้เรียบร้อย
ถูกต้อง เป็นนโยบายสำคัญ และเมื่อทำสกปรกเลอะเทอะก็จัดการเก็บกวาด
ทำความสะอาด ไม่ทิ้งให้เป็นภาระแก่คนข้างหลังต้องมาสะสาง

และนี่คือสิ่งที่เราสามารถนำไปใช้ได้เสมอ ไม่ว่าจะอายุมากน้อยเท่าใด
เมื่อออกสู่โลกกว้าง จงจับมือกันให้มั่น และเดินเกาะกลุ่มไปด้วยกัน
———————————————————-

ยังมีบางข้อความในหนังสือเล่มนี้ ล้อเล่นกับสมองของเราไปมาระหว่างอ่าน
ในบท ‘คนรักหนังสือ’

‘หนังสือดีๆ บางเล่มอยู่กับเราไปตลอดชีวิต’

โรเบิร์ต สเติร์น สถาปนิกอาวุโสบอกว่า
“หนังสือเป็นเหมือนเพื่อนเก่าที่คุณอยากไปเยี่ยมบ่อยๆ เช่นหนังสือบางเล่ม
ถึงแม้คุณจะเคยอ่านมาแล้ว แต่ก็อยากจะอ่านอยู่เรื่อยๆ มันทำให้คุณ
เพลิดเพลินและสบายใจ”

4.
เมื่อวานนี้ เราได้ไปเยี่ยมเพื่อนเก่ามา แต่ไม่เพียงเท่านั้น
เพื่อนคนนั้นยังได้พาเราไปหาตัวเราเมื่อครั้งสมัยหกปีที่แล้วด้วย
ร่วมโดยสารไปกับบางข้อความที่เราเคยอ่านผ่านมา
บางข้อความที่เราเคยชอบมันมาก
และบางความคิดที่เราก็เคยคิดแบบนั้น
บางสิ่งที่เราเคยรู้อยู่แล้ว เคยรู้จักมันเป็นอย่างดี
แต่ก็หลงลืมไป เมื่อเวลาเดินผ่านมาถึงวันนี้

รู้สึกดีที่ได้เดินทางไปเยี่ยม ‘เรา’ คนนั้น
ดีใจที่ได้จัดห้อง ดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่า และดีใจที่ได้เจอตัวเราเอง

ว่างๆ ลองกลับไปเยี่ยมเยียน ‘คนคนนั้น’ ดูบ้างก็ได้
มีโลกหลายใบหลายสมัยวางเรียงรายอยู่ในห้องของพวกเรา
รอให้เราเปิดประตูเข้าไปเยี่ยม ‘คนในนั้น’ อีกครั้ง

และ…ใครจะไปรู้
‘คนคนนั้น’ อาจเล่าเรื่อง ‘ความสุข’ ที่เราเคยรู้ให้เราฟังก็ได้.

28 Responses to “ความสุขอาจเป็นสิ่งที่เราเคยรู้จักมันอยู่แล้ว”

  1. Vingt-Neuf Says:

    พี่เอ๋ทำให้ปอคิดถึง ‘คนคนนั้น’

    .. ไดอารี่ ..

    สมุดที่ตั้งใจว่าจะเขียนบันทึกทุกวัน แต่ไม่เคยทำได้สักที
    ทุกวันบ้าง นานวันบ้าง จนเลืกเขียนไปเลยก็มี

    แต่ไม่ว่าจะกลับไปเยี่ยมเยียน ‘คนคนนั้น’ กี่ครั้ง
    ‘คนในนั้น’ ก็ทำให้เรายิ้มและร้องไห้ได้ทุกทีสิน่า…

  2. น้ำ Says:

    พี่นิ้วกลม ผมอยากไปเยี่ยมชมบ้านพี่นิ้วกลมจังอ่ะครับ

  3. แนน Says:

    สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะเอ๋..
    ‘ความสุข’อวลอยู่รอบตัวเราเสมอ
    ถ้าเราพร้อมที่จะเจอ
    มีความสุขมากๆนะคะ..

  4. PeeYong Says:

    มีหนังสือคาที่บ้านเพียบเหมือนกันครับ พยายามทยอยอ่านอยู่เรื่อยๆ

    สวสัดีปีใหม่นะครับ

  5. sarinya Says:

    “กาแฟและชา หมาและแมว” เล่มโปรดของเราเหมือนกัน
    ได้มาตอนวันเกิด จากน้องชายที่หายไปจากชีวิตเราแล้ว
    ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาอ่านก็จะคิดถึงคนให้อยู่เสมอ

    เราชอบกาแฟและแมวล่ะ
    แล้วนิ้วกลมล่ะชอบอะไร

    ขอให้เป็นอีกปีที่ดีนะ
    HAPPY NEW YEAR 2007

  6. พิกเลต Says:

    ปีใหม่กลับบ้านที่ต่างจังหวัด ทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่เหมือนกัน เลยได้พบกับกล่องสมบัติเล็ก ๆ ส่วนตัว ข้างในบรรจุจดหมายและ ส.ค.ส.นับสิบๆฉบับ อายุอานามไม่ต่ำกว่าสิบปี เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกและวันเวลาเก่า ๆ ตัวอักษรอาจลบเลือนไปตามกาลเวลา แต่ความรู้สึกจะยังคงอยู่ตราบเท่าที่เรายังหายใจ
    “การได้อยู่กับครอบครัวอันเป็นที่รักนับเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่”

  7. PAT Says:

    ได้นึกถึงความสุขในช่วงเวลาที่ผ่านมา หัวใจก็ยิ้มได้ .. ได้ทำในสิ่งที่ชอบ หัวใจก็อิ่มเอม..

  8. pattararanee Says:

    November 08, 2006
    ต้นส้มแสนรัก
    ใครเคยได้อ่านหนังสือเล่มนี้บ้าง “ต้นส้มแสนรัก”?
    แล้วอ่านกันกี่ครั้ง?

    เอาล่ะ ฉันอ่านรอบแรกตอน ม.5
    ตอนนั้น อ่านแล้วร้องไห้ เศร้า รู้สึกสะเทือนใจมากมาย แต่แค่ร้องไห้แล้วก็ผ่านไป

    อีกครั้งกับ ต้นส้มแสนรัก เมื่อเวลาผ่านไปสิบกว่าปี
    ฉันอ่านแล้วก็ยังมีน้ำตาไหล….
    ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย….
    มีความสะเทือนอารมณ์เกิดขึ้นเป็นจังหวะ ตามห้วงเวลาที่เรื่องดำเนินไป
    เป็นความเศร้าที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องราว ที่เมื่อครั้งวัยรุ่น ยังไม่สามารถตีความใดๆ ได้
    ตอนนี้ฉันโตเกินพอที่จะเข้าใจในระดับธรรมดาเสียแล้ว

    ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไม ต้นส้มแสนรัก จึงยังอยู่ในใจของใครหลายๆ คน
    เหมือนกับที่ จะให้ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ย่อมได้
    สำหรับตัวฉัน มีหนังสือเพียงไม่กี่เล่มที่ฉันอยากอ่าน “ซ้ำ”

    (ข้างบนนี้ มาจากบันทึกส่วนตัว)

    พอได้อ่าน หัวข้อนี้ ของคุณเอ๋ ทำให้รู้สึกตัวว่า ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ต้องกลับไปอ่านซ้ำ
    และคงเป็นหนังสือทุกเล่มที่มีอยู่ หากมีเวลาคงได้หวนกลับไปอ่านอีกครั้ง
    ^_^

  9. นิ้วกลม Says:

    ปอ
    เราไม่เคยเขียนไดอารี่ซักที ตั้งใจกี่ปีก็ทำไม่ได้
    ตั้งแต่เขียนบล็อกนี่แหละ มีวินัยมาก หวังว่าวันนึงกลับมาย้อนอ่านคงหนุกดี

    น้ำจ๋า
    เจอกันเย็นนี้มั้ยว้า?

    แนน+PeeYong
    หวัดดีปีใหม่ครับ😀

    sarinya
    แปลกดีครับ เราให้หนังสือเล่มนี้กับคนคนนึงไปเหมือนกัน
    และเค้าก็ได้หายต๋อมไปแล้วเหมือนกันครับ
    เราชอบหมาและช็อกโกแล็ตครับ

    พิกเลต
    ทุกครั้งที่จัดห้อง ต้องมีจังหวะตัดสินใจทิ้ง-ไม่ทิ้ง
    บางอย่างที่เคยไม่ทิ้ง พอถึงวันนึงก็ตัดสินใจทิ้งจนได้
    จัดห้องทีไร ใช้เวลานานทุกทีครับ มัวแต่จะทิ้ง-ไม่ทิ้งอยู่นี่แหละ

    PAT😀

    คุณเอี้ยงครับ
    ต้นส้มฯ เป็นหนังสือที่เรา(และเพื่อนบางคน)ไม่กล้าอ่านซ้ำครับ
    กลัวไม่ซึ้งเท่าครั้งแรก ฮ่าฮ่า…
    เพราะนี่คือหนังสือเล่มนึงในสองเล่มที่อ่านแล้วน้ำลาย เอ้ย น้ำตาไหลโจ๊ก
    อีกเล่มคือ ข้างหลังภาพ ครับ
    เคยกลับไปอ่าน ข้างหลังภาพ อีกครั้ง ก็รู้สึกไม่เหมือนครั้งแรกซะแล้วครับ

    เคยคิดว่า หนังสือบางเล่ม หนังบางเรื่อง เพลงบางเพลง
    มีช่วงเวลา และจังหวะอายุของมัน
    หากพ้องกันกับเรื่องราวของเราตอนนั้น เราก็จะรู้สึกกับมันเยอะ
    พอเวลาผ่านไป เรื่องราวในชีวิตเปลี่ยนไป ความรู้สึกต่างไปก็คงไม่แปลก(มั้ง)😀

  10. สิ Says:

    ว่างๆมาจัดบ้านให้สิบ้าง 5555

    พี่เอ๋ สิเกิดไม่ทันมานะมานี มันเป็นยังไงคะ?

    สิว่าหนังสือบางเล่ม ที่มีส่วนที่เราชอบมากๆ เราจะอยากกลับไปอ่านมันบ่อยๆ

    อาจจะเป็นแค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือกลับไปมองประโยคใดประโยคหนึ่งที่เราชอบ

    เมื่อก่อนสิชอบจดประโยคต่างๆที่ชอบจากหนังสือหลายๆเล่มไว้ในสมุดบันทึก

    แล้วกลับมาอ่านก็ยังรู้สึกดีเช่นเคย.. ^^

  11. yayaa Says:

    อ่านแล้วก็เลยหยิบหนังสือในห้องขึ้นมาดู
    เห็นลายมือเพื่อนเราอยู่ด้วยนึกถึงสมัยยังเรียนอยู่
    ตอนติวสอบนี่อยากให้ผ่านช่วงนั้นไปไวไว
    ตอนนี้อยากย้อนเวลากลับไป…เฮ้อ

    อ่านเพลินถึงข้อความของคุณพิเลต
    รู้สึก….คิดถึงบ้านจัง

  12. oum Says:

    พอห้องไม่รกแล้วมันจิตแจ่มใสจริงๆ

  13. oum Says:

    พอห้องไม่รกแล้วมันจิตแจ่มใสจริงๆ พี่เอ๋ อาจเพราะมันดูสบายตาเลยพลอยสบายใจไปด้วย

    ว่างๆ จะกลับไปเยี่ยมเยียน คนคนนั้น ดูบ้าง เพราะตอนนี้เริ่มคิดถึงเค้าแล้วสิ

    : )

  14. Modz(มด) Says:

    เวลาจัดห้อง(ซึ่งแทบจะไม่เคยจัด)รึว่าชั้นหนังสือ มดจะใช้เวลานานมาก
    ไม่รู้อ่ะ..อย่างชั้นหนังสือนะ จะนานไปกับการอ่านหนังสือ…อ่านมันทุกเล่มที่เห็น
    ไม่ว่ามันจะเป็นเล่มที่อ่านตั้งแต่อยู่อนุบาล มีพี่หมีน้อย มีตัวบ้าบออะไรก็ไม่รู้ อืมม..ทุกตัวจะพูดได้หมด! (คิดในใจ..แม่ง กรูอ่านไปได้วะ? ^0^)

    พออ่านไปเหมือนเหตุการณ์ต่างๆ ความทรงจำ มันไหลเข้ามาในหัวเลย

    ตอนนี้ไม่ค่อยได้ย่างกรายเข้าใกล้ชั้นหนังสือ..อ่านหนังสือสอบอย่างเดียว

    แต่เดินผ่านทีไร ก็จะเห็นหนังสือเล่มเหลืองอ๋อยเล่มนั้นเสมอ(ไม่เห็นให้มันรู้ไป)

    “หนังสือเป็นเหมือนเพื่อนเก่าที่คุณอยากไปเยี่ยมบ่อยๆ เช่นหนังสือบางเล่ม
    ถึงแม้คุณจะเคยอ่านมาแล้ว แต่ก็อยากจะอ่านอยู่เรื่อยๆ มันทำให้คุณ
    เพลิดเพลินและสบายใจ”…เนปาลเป็นหนึ่งในหลายๆเล่มที่เป็นแบบนั้นค่าพี่เอ๋ (อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้กำลังใจกลับมา^^)

    ป.ล.1 ช่วงนี้เป็นฤดูกาลสอบ(อ๊ากกกกก)
    ป.ล.2 “โช อึม บุน ซุน กัน ซา รัง เฮ โซ”…ฉันอาจไม่ได้รักคุณตั้งแต่แรกเห็น แต่ฉันรักคุณตั้งแต่เริ่มอ่าน…ลอกมาจากหนังสือของพี่ก้องฤทธิ์ ศิษย์รักครู เอ้ย! พี่ก้อง ทรงกลด อยู่หรอก คิกๆ
    ป.ล.3 ช่วงนี้อากาศจะเย็นลงอีก3-5องศานะคะ พี่ๆ รักษาสุขภาพด้วยค่า

  15. spermy Says:

    สวัสดีปีใหม่นะ พี่นิ้วกลม
    ลองอ่าน ผ่านพบไม่ผูกพัน ของอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ดูสิ อ่านแล้วลองอ่านรวมกับเจ้าชายน้อยอีกรอบนึงนะ ทำให้ไม่อยากจะผูกตัวเรากับอะไรไว้เลย สนุกดีถ้าพี่มีเวลาว่างก็ลองอ่านดู

  16. นิ้วกลม Says:

    สิ
    อ้าว เดี๋ยวนี้เด็กๆ เค้าไม่ได้เรียนภาษาไทยกับมานะมานีแล้วเหรอ?
    มานะเป็นพี่ มานีเป็นน้อง ชอบไปดูปู ดูงู ดูอา ดูอีกา มาดู ดูรู รูปู
    อะไรทำนองนั้นน่ะ

    อูม
    แล้วตอนนี้ห้องรกปะล่ะ?

    มด
    ขอบคุณเน้อ อากาศจะเย็นอีกก็ดีสิ ช่วงนี้บ้านเมืองร้อนรุ่มเหลือเกิน

    spermy
    ชอบ ผ่านพบฯ มากครับ ขอบคุณที่แนะนำครับ😀

  17. jummdcu Says:

    ตั้งใจจะจัดห้องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
    จนผ่านปีนี้มาหลายวันแล้วก็ยังไม่สำเร็จซะที
    พอเข้ามาอ่านหัวข้อวันนี้คงได้โอกาสลุยกันซะที
    หนังสือ (อันมากมาย) ก็ยังคงไม่ค่อยเป็นระเบียบ
    คงจะต้องหาชั้นหนังสือมาเพิ่มซะแล้วซิ
    หลายๆเล่มก็ยังไม่ได้อ่าน หลายๆเล่มก็อ่านไปซะตั้งหลายรอบ
    สำหรับนักเขียนในดวงใจอีกคนที่ชอบคือ..คุณชมัยพร แสงกระจ่าง
    ซึ่งเป็นคนที่เขียนนิยาย แล้วทำให้เราอยากตามหาหนังสืออีกหลายๆเล่มมาอ่าน
    และเข้าใจเลยว่าการจะเป็นนักเขียนได้ดี ก็ต้องเป็นนักอ่านทื่ดีด้วย

    สำหรับความสุขนั้นเราก็รู้จักกับมันมาอยู่แล้ว
    แต่บางทีพอมีสิ่งมาใดมาทำให้ใจแกว่งไกวไป
    ก็ต้องตามไล่ล่าหาความสุขกลับคืนมาอยู่บ่อยๆ
    ตอนนี้พยายามทำตัวให้มีความสุขกับความพอเพียง
    ก็มีความสุขไปอีกแบบนะไม่ร้อนไม่รน

  18. pattararanee Says:

    เอ้อออ คุณเอ๋ ทันรุ่นมานี มานะ ปิติ ชูใจ ไอ้แก่ ด้วยรึนี่…
    เหอๆๆๆๆ -^_^-

  19. pattararanee Says:

    sorry แก้คำผิด เป็น “เจ้าแก่” ค่ะ ^^

  20. oum Says:

    เพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่ มองไปในห้องตัวเอง สบายตาสบายใจกำลังดี
    และจะพยายามให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป (ท่ามกลางความวุ่ยวายนอกห้อง)

    ห้องพี่เอ๋ยังไม่รกใช่มั้ย

    : )

  21. roundfinger Says:

    อูม จะบ้าเหรอ?
    เพิ่งจัดไป แกจะให้มันรกแล้วเร๊อะ?!

  22. หน้ากลม Says:

    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
    หนังสือทุกเล่มที่นิ้วกลมกล่าวถึง
    อยู่บนหิ้งหนังสือของเรานี่เอง
    สำหรับเรื่องชีวิคที่ถูกเจียระไนแล้ว ของคุณณิพรรณ กุลประสูตร
    เราซื้อมาเมื่อพฤษภา 42(เราเจอก่อนนิ้วกลมอีกแน่ะ)
    ส่วนในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน
    มีรวมเล่มออกมาอีกในชื่อมองย้อนชีวิต
    ถึงจะไม่สดเท่าเล่มแรกแต่ก็ให้มุมมองดีๆกับเรามากทีเดียว

    หากคนที่อ่านหนังสือเหมือนกัน
    พอจะจัดเป็นคนพวกเดียวกันได้แล้ว
    มาถึงตอนนี้…เราไม่แปลกใจเลย
    ว่าทำไม?
    เราถึงตกหลุมรักตัวหนังสือของคุณตั้งแต่แรกอ่าน
    อ้าว!
    ก็เรามันพวกเดียวกันแล้วนี่นา🙂

  23. oum Says:

    แหม คนเค้าถามเพราะความเป็นห่วงเป็นใย
    เห็นว่าชอบขนหนังสือเข้าห้อง กลัวจะจัดไม่ทันน่ะ

    : P

  24. jummdcu Says:

    เย้เย้ จัดห้องเสร็จไปครึ่งทางแล้ว
    หวังว่าพรุ่งนี้คงจะเสร็จซะที
    มีหนังสืออีกเป็นตั้งเลยที่ยังไม่ผ่านสายตา…

  25. roundfinger Says:

    หน้ากลม(หนึ่ง?)
    ฮ่าฮ่า ก๊กเดียวกัน

    อูม
    ขอบใจที่เป็นห่วงเน้อ ว่างๆ มาช่วยจัดด้วยดิ
    😀

  26. oum Says:

    ได้ๆ ว่างๆ จะไปช่วยจัดให้(รก)นะ 555

    ลองมองดูกองหนังสือตัวเองอีกครั้ง หนังสือที่ซื้อตอนงานหนังสือที่ผ่านมายังอ่านไม่หมดเลย อันที่จริงก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายก่ายกอง แต่ไม่รู้ทำไม มันอ่านไม่หมดซะที ผิดกับ หนังสือที่ซื้อจากร้านหนังสือทั่วไป แค่ข้ามคืน ก็อ่านจบ
    เป็นกันมั้ย ?

  27. jummdcu Says:

    เห็นด้วยกับคุณ oum ค่ะเมื่อวานเพิ่งจัดหนังสือเสร็จ
    มีหนังสือหลายเล่มจากงานสัปดาห์หนังสือฯ ที่ยังรอคิวผ่านสายตาอยู่
    อีกไม่กี่เดือนก็จะจัดอีกแล้ว
    คงต้องทยอยๆเอามาอ่านแล้วล่ะ
    ช่วงนี้สกรีนหนังสือมากขึ้นค่ะ

  28. นิ้วกลม Says:

    เป็นเหมือนกันอูม😀


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: