เพื่อนและไอพ็อด

มกราคม 5, 2007

1.
เราไม่ได้นั่งคุยกันแบบปะทะสายตาซึ่งๆ หน้ากันแบบนี้นานพอดู
แต่ความนานนั้นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกเขินอาย
หรือก่อกำแพงน้ำแข็งให้ต้องมานั่งละลายมันก่อนที่จะเอ่ยคำพูด
เจอปุ๊บก็คุยปั๊บ-คุยกันได้สนุกสนานและสนิทสนมเหมือนเพิ่งเจอกันเมื่อวาน
เหมือนเราได้เจอกันทุกวัน

ระยะห่างระหว่างกรุงเทพฯ กับ ซานฟรานซิสโก อาจหดเหลือแค่หน้าจอมอนิเตอร์กั้น
หากเราได้โปรยตัวหนังสือใส่กันผ่านโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น
แต่การณ์กลับมิเป็นเช่นนั้น เราเจอกันจำนวนนับครั้งได้ในโลกไซเบอร์
และใช่ว่าเมื่อได้เจอกัน เราจะส่งตัวหนังสือมาทักทายอีกฝ่าย
บางที การกระเด้งขึ้นมาของสถานะ ‘ออนเอ็ม’ ก็ทำหน้าที่แค่บอกอีกฝ่ายว่า
‘กูยังมีชีวิต’ แล้วต่างฝ่ายก็ลงมือทำกิจกรรมของตัวเองต่อไป

ถึงแม้มีบางโอกาสที่ได้ส่งตัวหนังสือแลกเปลี่ยนถามไถ่กันบ้าง
แต่ยังไงยังไง การสื่อสารที่เชื่อมความรู้สึกถึงกันอย่างสมบูรณ์นั้น
ก็ยังต้องการ ‘การสบตา’ อยู่ วันยันค่ำ

แต่-เฮ้ย! ไม่ได้หมายความว่าเราจะสบตากันเพื่อดื่มด่ำรสหวานจากอีกฝ่าย!
แค่รู้สึกว่า การสบตาเพื่อนมันทำให้เราได้สบใจไปด้วย

2.
ในระยะห่างของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนผู้ชาย
ไม่เจอก็ได้ แต่เจอก็ดี
หมายความว่าเราไม่ได้ต้องการการพบปะเจอหน้ากันบ่อยๆ
แต่เมื่อไหร่ที่เจอเราก็รู้สึกเฮฮา ลามก สกปรก สนุกสนาน
เหมือนเมื่อครั้งยังร่ำเรียนด้วยกันอยู่

สำหรับเพื่อนบางคน มั่นใจได้ในความสนุกและเฮฮา
แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่เราจะมั่นใจได้ว่าเราสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง
ไม่เพียงสนุกสนาน เพื่อนจำพวกหลังยังพร้อมจะนั่งฟังความทุกข์
เรื่องที่คิดไม่ตก เรื่องเศร้า เรื่องที่เราล้มเหลว เรื่องที่เราไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง
รวมไปถึงการแบ่งปันความคิดอย่างเปิดใจโดยที่ทั้งสองฝ่ายรู้ว่า
ความเกรงใจมิใช่สิ่งจำเป็นสำหรับ ‘เพื่อนอย่างเรา’

ห่วยก็ว่าห่วย-ซัดกันตรงๆ

ในจำนวนเพื่อนมากมายที่ร่วมหัวเราะไปด้วยกัน
มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เราจะเลือกให้มันมานั่งชมเราหลั่งน้ำตาโชว์
ไม่กี่คนที่เรากล้าด่ามันเต็มๆ ปาก และอยากฟังมันด่าให้เต็มสองรูหู
เพราะรู้ว่าคำด่าเหล่านั้นล้วนแปรรูปออกมาจากเจตนาดี

ในจำนวนเพื่อนมากมายที่นั่งล้อมวงพ่นเรื่องชวนหัว
มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เรากล้าเล่าความฝันปัญญาอ่อนให้มันฟัง
และมั่นใจว่ามันจะไม่เอ่ยประโยคกระด้างๆ ออกมาสกัดกั้นความฝันของเรา
และแน่นอน เรายินดีเงี่ยหูฟังความฝันของมันเสมอ
ในจังหวะที่ใครสักคนเผลอ เรามักแอบเติมกำลังใจให้กันระหว่างนั้น

ในจำนวนเพื่อนมากมายที่นั่งส่งเสียงดังรอบขวดเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เราจะกล้าเล่าเรื่องราวแย่ๆ ที่ได้กระทำลงไป
โดยมั่นใจได้เลยว่ามันจะไม่เอาไปเล่าต่อให้ชาวบ้านได้หัวเราะเยาะเย้ย
ในวงเหล้าที่ไม่มีเรานั่งอยู่

ในจำนวนเพื่อนมากมาย
มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เราพร้อมร่วมเดินทางไปกับมัน ขอแค่มันเอ่ยปากชวน
เรื่อง ‘ที่หมาย’ เดี๋ยวค่อยไปบอกกันระหว่างทางก็ได้

ในจำนวนเพื่อนมากมาย มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

3.
เรานั่งคุยกับเพื่อนเก่าจนเวลาเลยล่วงไปถึงวันใหม่
เวลาผ่านไปไวกว่านั่งดูพี่หม่ำหกล้มหน้าคว่ำในรายการชิงร้อยชิงล้านเสียอีก
ผลัดกันเล่าเรื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ที่นั่นและที่นี่
เรื่องราวที่ขาดหายไปในชีวิต ก็ค่อยๆ ปะติดปะต่อ
ถักทอเป็นโครงคร่าวๆ ของภาพชีวิตขนาดใหญ่ที่ประกอบขึ้นจาก
จิ๊กซอว์ตัวเล็กๆ จำนวนมหาศาล

พอจะเห็นภาพสิ่งที่ต่างฝ่ายได้ผ่านมันมาในช่วงเวลาที่แยกย้ายกันไป

การ ‘อัพเดต’ ชีวิตและประสบการณ์ของกันและกันน่าจะสำคัญ
สำหรับความสัมพันธ์ของเพื่อนในระยะยาว ไม่ใช่แค่จะได้คุยกันรู้เรื่อง
แต่ยังหมายถึงจะได้ค่อยๆ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงในชีวิต
และความคิดในกะโหลก

รับรู้เพื่อตั้งรับ

คนเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อนกันก็น่าจะรับรู้ความเปลี่ยนแปลงนั้น
จะได้ตั้งตัวทันกับสิ่งที่เพื่อนเปลี่ยนไป ค่อยๆ เข้าใจและเรียนรู้
ดีกว่าที่จะมารู้สึกตัวอีกทีแล้วพบว่า ‘เฮ้ย! มึงคนเก่าหายไปไหน’

แหม…เพื่อนนะ-ไม่ใช่หุ่นขี้ผึ้งจะได้หยุดชีวิตอยู่กับที่!

เราคุยกันสารพัดเรื่อง ตั้งแต่ใหญ่ไล่ไปเล็ก
ช่วงท้ายๆ ใกล้ดึก เราถามเพื่อนถึงเครื่องเก็บเพลงที่มีชื่อว่า ไอพ็อด
ด้วยความล้าสมัย เราปรึกษามันว่า
หากอยากซื้อ ควรจะซื้อเครื่องที่มีความจุเท่าไหร่?

เพราะเท่าที่ดูมา ขนาดแปดกิ๊กฯ ราคาประมาณเก้าพันกว่าบาท
ขณะที่ขนาดสามสิบกิ๊กฯ ราคาแค่หมื่นนิดๆ (ไม่ได้หมายความว่าถูก
แต่หมายถึงว่า มันแพงกว่าไอ้แปดกิ๊กฯ แค่นิดเดียวเอง)

เพื่อนแนะนำให้ซื้อแบบสามสิบกิ๊กฯ
เราถามต่อว่า “แล้วแบบหกสิบกิ๊กฯ ล่ะ เอาไว้ดูหนังได้ด้วยใช่มั้ย?”
เพื่อนบอก “เอาแค่สามสิบกิ๊กฯ ก็ฟังไม่หมดแล้ว ไอ้หนังน่ะ
แรกๆ ก็เห่อดูอยู่หรอก แต่พอนานๆ ไปก็ไม่ได้ใช้เลย”

เพื่อนยังบอกอีกว่า ตั้งแต่ไปที่นู่นก็ฟังเพลงเยอะขึ้น หลากหลายขึ้น
มีเพลงในเครื่องมากขึ้นเยอะ ฟังจนจำชื่อเพลงชื่อศิลปินไม่ได้

ฟังแล้วเรายิ้ม
ตัดสินใจกับตัวเองว่า ถ้าจะซื้อ มากสุดก็แค่สามสิบกิ๊กฯ ก็น่าจะล้นเกิน

เราว่าเพลงก็เหมือนเพื่อน
ไอพ็อดก็เหมือนหัวใจ

มีเพลงมากไปก็ใช่ว่าจะดี
ใจที่ใหญ่เกินไปก็ใช่ว่าจะเป็นใจที่มีคุณภาพ

เรามักมีนิสัยฟังเพลงซ้ำไปซ้ำมา
อยากใส่ใจกับมัน อยากตั้งใจฟังเนื้อเพลง อยากจำหน้าตาศิลปินได้
เราอยากมีเพลงโปรด เราไม่ได้อยากมีเพลงเยอะ.

21 Responses to “เพื่อนและไอพ็อด”

  1. น้ำ Says:

    🙂 ขยันเขียนดีครับผม ตีสาม จะตีสี่ ก็ยังนั่งเขียน แต่ก็ตามอ่าน ตลอดครับผม

  2. Modz(มด) Says:

    ซึ้งค่ะพี่เอ๋..ซึ้ง …..I agree with all of you ka, especially,
    “เราอยากมีเพลงโปรด เราไม่ได้อยากมีเพลงเยอะ.”

    มดก็อยากมีเพลงโปรด ไม่ได้อยากมีเพลงเยอะ….

    [คิดได้ไง ที่เอาไอ้เจ้าipodมาเปรียบเทียบกับเรื่องนี้…สุดยอดด “Two Thumps up” ค่า]

    ชอบมากมายค่า^0^

  3. Doraethee Says:

    ชอบจังคะเรื่องนี้ อ่านแล้วนึกตามไปด้วยเลย
    นึกถึงเพื่อนอยู่ไม่กี่คนที่มันอยู่ข้างเราตลอดเวลาเลย :):)

    นิสัยฟังเพลงซ้ำนี่ก็เป็นคะ มันเหมือนว่าอยากเข้าให้ถึงเพลงนั้นจริงๆ🙂

  4. PeeYong Says:

    ไม่ง่วงเหรอครับ นั่งเขียนตอนตี3 แล้วนิ้วกลมเข้างานกี่โมงครับเนี่ย🙂

    เห็นด้วยกับ “เราอยากมีเพลงโปรด เราไม่ได้อยากมีเพลงเยอะ” อย่างแรงครับ

  5. pattararanee Says:

    คุณเอ๋ เขียนเรื่อง “เพื่อน” ไว้หลายหัวข้อแล้วนะคะ
    สงสัยว่า ตอนวัยรุ่นคงจะมีวีรกรรมร่วมกับเพื่อนๆ มากพอดู
    ไม่ลองเล่าไว้ในบล็อกแบ่งปันกันอ่านบ้างเหรอคะ ;>

    ปล. คุณ PeeYong คะ
    เอี้ยงเองก็สงสัยค่ะว่าคุณเอ๋นอนดึก จึงคิดว่านั่นเป็นอาการของ “คนอายุ” มากหรือเปล่าที่ “นอนดึก นอนน้อย และนอนกลางวัน” -ว่าแต่คุณเอ๋นอนกลางวันด้วยรึเปล่าเอ่ย- ^_^

  6. ake Says:

    การกระทำ “กูยังมีชีวิตอยู่” ยังทำอยู่สม่ำเสมอครับ

    ผมเคยเขียนถึงเพื่อนไป Entry นึงว่า
    “ระยะห่างระหว่างเพื่อน ควรวางไว้ที่เท่าไหร่”
    เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนที่บทจะนิ่ง ก็นิ่งมากๆ
    เหมือนจะขาดการติดต่อไปเลยด้วยซ้ำ
    เพื่อนก็บ่นว่าหายไปบ้าง
    แต่เรารู้จักกันมานานจนรู้ใจ
    การที่เราได้มานั่งอัพเดทชีวิตกันบ้าง
    หรือหายไปบ้าง
    ก็ไม่ได้แปลว่าเราห่างหายไปจากกัน

    ปล. iPod แค่ 2 GB ก็ Shuffle เพลง mp3 ได้ 3 วัน
    โดยเล่นเพลงไม่ซ้ำด้วยครับ

  7. jummdcu Says:

    รู้สึกตัวเองโชคดีเหมือนกันนะนี่
    ที่พอมีเพื่อนที่เป็นยิ่งกว่าเพื่อนอย่างที่เอ๋ว่ามา
    ส่วนเรื่องเพลง ก็ฟังเยอะอยู่
    วันสองวันนี้ที่ฟังเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบก็คือ
    เพลง…พื้นที่เล็กๆ ของบอย ตรัย
    อาจจะเป็นเพราะอยากจะเป็นผู้ใหญ่หัวใจเด็กก็ได้มั้ง?

  8. สิ Says:

    สิว่าmsnบางทีมันก็สื่อความรู้สึกของเราได้ไม่ดีเท่าการที่เรได้เอ่ยปากคุยกับมันหรอก มันเป็นสิ่งที่สิรู้สึกจริงๆว่า msnสื่อความรู้สึกและความคิดถึงของเราได้ไม่ดีเท่าปากเราหรอก แต่ละคนเปลี่ยนไปตามกาลเวลาค่ะ ชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง ถ้าหยุดก็เท่ากับตาย

    บางเพลงที่ชอบฟังซ้ำๆ สักพักก็อาจจะเบื่อ แต่เมื่อมันหายไปจากวงจรการฟังของเราและได้กลับมาฟังมันอีกครั้งหนึ่ง เพลงเดิมๆ ความรู้สึกดีๆก็ยังมีเหมือนเคย ปัจจุบันของสิอยู่ที่1กิ๊ก เพลงเต็มเครื่อง แต่ฟังอยู่ไม่กี่เพลงจริงๆค่ะ เหมือนมือถือ คนเราเลือกซื้อฟังชั่นครบ สุดท้ายก็ใช้แค่โทรเข้าโทรออกอยู่ดี (อันนี้สิเป็น ไม่ทราบว่าคนอื่นจะเป็นด้วยรึเปล่า)

    สวัสดีค่ะ ^^

  9. สิ Says:

    ปล.พี่เอ๋ ตอนเด็กๆพวกดูปู อีกา อะไรเนี่ยสิเรียนนะ แต่สิว่ามันไม่ใช่มานีมานะอะไรของพี่เอ๋อะ

  10. mon Says:

    อ่านแล้วคิดถึงเพื่อน ๆ จัง
    เรียนจบก็แยกย้ายกันไปทำงาน ไปกะแฟนกันหมด
    อย่างดีก็ได้แค่อ่านตัวหนังสือ ได้ยินแค่เสียง
    ว่า กูยังมีชีวิตอยู่

    เราตัวคนเดียว ฟังเพลงคนเดียว แล้วก็อยู่คนเดียวล่ะกัน

    เฮ้อ ! เศร้า

  11. roundfinger Says:

    เรื่องนอนดึก เริ่มเป็นนิสัยแล้วครับ
    อยากนอนกลางวันเหมือนกันครับ
    แต่หัวหน้านั่งอยู่ข้างๆ ครับ
    ต้องรอให้เค้าหลับก่อน เราถึงจะหลับได้ หุหุ

    ปล.ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องความจุไอพ็อดครับ😀

  12. yayaa Says:

    ปกติก็นอนดึกเป็นนิสัย
    แต่ไม่ถึงกับตี 4 นะ
    เก่งจริง ๆ ที่ไปทำงานต่อได้โดยไม่หงุดหงิด สมองยังแล่นดีอีก
    เพราะตัวเองก็ทำงานดึกต่อเช้าเป็นบางครั้ง (เมื่อวานกว่าจะได้นอนก็ตี 4)
    ยอมรับว่า ใกล้ ๆ 48 ชม. แล้วไม่ได้นอนมันหมดลานจริง ๆ
    แต่ยังไงก็แนะนำให้นอนเร็วกว่านี้หน่อยนะ
    เพราะร่างกายคนเราต้องการพักผ่อน
    อีกอย่างร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนบางชนิดที่เป็นประโยชน์กับเรา
    ในช่วงตี 2 ตี 3 นะคะ
    (อิ อิ…เผลอทำตัวเป็นคุณครูซะแล้ว ไม่ว่ากันนะ)

    ว่าแล้ว…วันนี้นอนเร็วหน่อยดีกว่าเรา

    อ๋อ…
    ส่วนตัวเราว่าไอพ็อดเนี่ยคงไม่เหมาะกับการดูหนังเป็นเรื่องเป็นราว
    แต่ถ้าต้องการเก็บข้อมูลมาก ๆ ไว้พกพาเช่น หนังสือเป็นเล่ม ๆ เนี้ยเหมาะทีเดียว
    อันนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งานค่ะ

  13. พิกเลต Says:

    เพื่อนก็มีอยู่มากโข ทั้งเพื่อนเรียน เพื่อนทำงาน เพื่อนที่แม้ไม่ได้เจอกัน แต่ยังเหนียวแน่นก็มีอยู่ เพื่อนมักขอคำปรึกษาแต่เรามักไม่ปรึกษาใคร
    เปล่า เราไม่ได้เก่งมาจากไหนแต่อาศัยเรียนรู้ด้วยตัวเอง เรียนรู้จากการดำเนินชีวิต ผิดบ้าง ถูกบ้างก็ว่ากันไป แต่ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน
    *เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ไปไวมากๆ เครื่องจิ๋วๆ เครื่องเดียวทำได้ตั้งหลายอย่าง เลือกให้เหมาะกับคนเล็กๆ อย่างเราก็พอ เพลงที่ชอบแม้เวลาผ่านไปฟังกี่ครั้งก็ยังเพราะ
    แล้วจำนวนเพลงที่ชอบจะสะสมเพิ่มตามจำนวนอายุ ตามฤดูที่แตกต่าง อิ…อิ..

  14. หน้ากลม Says:

    เราชอบdesignของipod
    น้องสาวกับน้องชายของเรา
    มีกันคนละอัน
    ส่วนเรา
    ก็ยืมของน้องๆใช้ถ้ามีโอกาส…:P
    อีกอย่าง…
    เข้ามายกมือเห็นด้วยอีกคนกับประโยคที่ว่า…
    “เราอยากมีเพลงโปรด เราไม่ได้อยากมีเพลงเยอะ”

  15. นุช Says:

    เห็นนอนดึก ๆ เลยนึกคำพูดที่พี่เอ๋เคยพูดไว้ที่ร้านประตูสีฟ้าวันนั่นแหละ…
    ประมาณว่า
    “งานประจำเหมือนเมียหลวง งานเขียนเหมือนกับเมียน้อย
    ที่แอบมีแต่ก็มีความสุขดีและไม่เหน็ดเหนื่อย…”

    555

  16. roundfinger Says:

    ฮ่าฮ่า ยังจำเรื่องเมียได้อยู่เหรอนุช😀

  17. นุช Says:

    555 จำได้สิคะ

    เหอ ๆ เปรียบเทียบได้ชัดเจน…

  18. ชบาแก้ม Says:

    ทุกวันนี้เพลงที่เราฟังเป็นประจำ คือเพลงที่เราชอบฟังตั้งแต่สมัยเรียนปี 1
    ส่วนซีดีแผ่นล่าสุดที่ซื้อ คือแผ่นของพี่บอย ชุด บุคคลที่ 3
    ส่วนเพื่อนที่เราเรียกได้เต็มปากว่าเพื่อน
    เวลามีปัญหาก็ปรึกษากัน ไม่เจอกันตั้งนานแต่ก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม
    คือเพื่อนที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ ม. 1
    เหมือนชีวิตมันไม่ค่อยเคลื่อนไหวเลยเนอะ

  19. ต้อม Says:

    ไม่เพียงแต่กลุ่มผู้ชายเท่านั้นหรอกที่คิดแบบนี้
    กลุ่มผู้หญิงก็มีคิดอย่างนี้เหมือนกัน
    หลังจากพ้นจากรั้วมหาลัย
    พวกเราก็ไม่ได้คุยๆ ยาว เจอหน้ากันเป็นๆ อย่างเคย
    ถึงแม้พวกเราจะอยู่กรุงเทพ และต่างจังหวัดบ้าง
    แต่เวลาที่จะมาเจอกัน ไม่ค่อยมี
    ได้แต่ส่งเสียงถึงกันบ้าง ส่งโปสต์การ์ดถึงกันบ้าง
    ก็ทำให้ได้รู้ว่าเรายังมีชีวิตอยู่
    ถึงแม้ไม่ได้เจอกัน แต่เราก็ยังรู้ว่าเรายังมีกันและกัน


  20. มีใครเคยกล่าวไว้ว่า
    “พอใจที่จะมีตุ๊กตาเพียงตัวเดียว
    เพราะถ้ามากมาย ก็จะรักพวกมันได้ไม่ครบทุกตัว”

    ซึ่งข้าพเจ้าชอบมากเลย
    ข้าพเจ้าชอบที่จะมีสีที่ชอบที่สุดเพียงสีเดียวเท่านั้น

    นั่นแหละ มันถึง …พิเศษ

    ใช่มั้ยนิ้วกลม


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: