ทำทุกวันให้เป็นงานศพ

มกราคม 19, 2007

1.
คุณมุกหอม วงษ์เทศ เคยให้ทรรศนะอันคมคายเกี่ยวกับ ‘คำนิยม’
ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากสำหรับหนังสือในยุคสมัยนี้ไว้ในหนังสือ
‘เล่นแร่แปรธาตุ’ ดังต่อไปนี้

วัฒนธรรมการเขียน “คำนิยม” นั้นดูจะไม่ปรากฏในหนังสือของฝรั่ง
ที่เราเอาอย่างซึ่งมีแต่ “คำนำ” อันเป็นชื่อที่ไม่ระบุ “คุณค่า”
…การชื่นชม ตำหนิ หรือวิพากษ์วิจารณ์ก็มักเขียนกันใน “คำนำ”
หรือ “บทนำ” ส่วนคำโปรยโฆษณามักจะคัดมาจากบทวิจารณ์หนังสือ
ที่ตีพิมพ์ไปแล้ว หรือคำชม/วิจารณ์ของ Readers ที่มีจรรยาบรรณ

ด้วยเหตุที่ไม่รู้กำพืดแน่ชัด ข้าพเจ้าจึงสันนิษฐาน อนุมานและเสี่ยงทายว่า
ประเพณีประดิษฐ์ของ “คำนิยม” นี้น่าจะมี สปิริตทางวัฒนธรรม
ร่วมกับหนังสือประเภทหนึ่ง นั่นคือ “หนังสือ (อนุสรณ์) งานศพ”

ข้อสังเกตของคุณมุกหอมเกิดขึ้นเพราะเห็นว่า หนังสืองานศพทุกวันนี้
มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเสนอภาพประทับว่าผู้ตายเป็นคนดีบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ปราศจากมลทิน ไร้เรื่องด่างพร้อย และเปี่ยมไปด้วยคุณงามความดี
ที่น่าอาลัยยิ่ง

ย่อหน้านี้ยิ่งขำ–
ผู้เขียนที่นิยมเสาะแสวงหา “คำนิยม” อย่างจริงใจและจริงจัง
อาจไม่อยากรอ หรือไม่หวังไปถึงหนังสืองานศพของตัวเอง
ที่ตัวเองไม่ได้ทำ และไม่ได้เห็น หรืออาจไม่มีใครทำให้

ตั้งแต่อ่านบทความนี้จบ เราก็ไม่ขอ ‘คำนิยม’ จากใครอีก
และเห็นว่าจะเป็นการดีกว่าถ้าขอ ‘คำนำ’ แทน
ไหนๆ เราก็ยังไม่ตาย และยังแก้ไขปรับปรุงตัวเองได้
คำวิจารณ์และแนะนำในแง่มุมต่างๆ จากบุคคลที่เราเคารพและชมชอบ
น่าจะเป็นประโยชน์กว่า ‘คำ’ ที่มีแต่ ‘นิยม’ อย่างเดียว

2.
เมื่อคืนก่อน นั่งอ่านนิตยสารจีเอ็ม ในส่วนจีเอ็ม คาเฟ่
เล่มนี้คุยกันในหัวข้อ ‘ชีวิตกับความตายและความหมาย
ของการดำรงอยู่’ อ่านๆ ไปก็มีบางวาบที่ ‘ปลง’ จนขี้เกียจ
จะหายใจต่อไป (บางที ‘ปลง’ มากไปก็ไม่ค่อยดี)

หลังภาคสนทนา มีบทสัมภาษณ์ของพี่คุ่น-ปราบดา หยุ่น
คำพูดบางประโยคชวนให้คิด
“…ผมจึงพยายามใช้ชีวิตอย่างปราศจากความแค้นเคือง
ความบาดหมางหรือความอึดอัดใจกับทุกคนที่ผมรักและเคารพ
ทุกทีที่ผมเจอใคร ในเวลาที่ต้องกล่าวคำอำลา ต้องยกมือไหว้
ผมอยากแน่ใจว่า ถ้ามีเหตุให้ไม่ได้เจอกันอีก มันจะเป็นการ
เจอกันครั้งสุดท้ายที่ดีเสมอ…”

อดขีดเส้นใต้ไม่ได้

ในส่วนบทสัมภาษณ์พี่โตมร ศุขปรีชา มีการพูดถึง
หนังสือที่เราได้อ่านเมื่อหลายปีก่อน
‘Tuesdays with Morrie’ เรื่องราวของครูมอร์รีที่รู้ตัวว่า
กำลังจะตาย จึงได้จัดงานศพของตัวเองขึ้นมาขณะยังมีชีวิต
และก็ตามแบบของงานศพฝรั่ง ที่จะมีการเอ่ยสรรเสริญ
คุณงามความดีของผู้ตายโดยญาติสนิทมิตรสหาย

เพียงแค่ว่างานนี้ ‘ผู้ตาย’ นั่งผึ่งหูฟังคำดีๆ เหล่านั้นอยู่ในงานด้วย

3.
เป็นสัจธรรมยิ่งกว่าสัจธรรม ที่เราไม่รู้ว่า ‘วันสุดท้าย’ ของใคร
จะเป็นวันไหน เวลาใด (เพราะเราไม่ใช่ยมทูตในเรื่อง Death Note)

ในแง่ของหนังสือ เราเห็นด้วยกับคุณมุกหอม ว่าไอ้ครั้นจะมา ‘นิยม’
กันนักหนามันก็แลดูฟูมฟาย และอวยกันเกินไปหน่อย

แต่ในของความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ใกล้ชิดกัน
เราเห็นว่า น่าจะทำทุกวันให้เป็นงานศพ ไม่ใช่ในแง่ที่เศร้าใจ
แต่ในแง่งามแห่งความ ‘นิยม’ ซึ่งกันและกัน

แปลก-ที่คนเราชอบด่ากันตอนมีชีวิต และสรรเสริญกันในยาม
ที่คนคนนั้นไม่มีโอกาสได้ยินแล้ว

ถ้ารู้ว่าวันนี้ต้องเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน
เราคงพูดจาในสิ่งที่ดีสำหรับอีกฝ่าย
ย่อมมิใช่ ‘คำนิยม’ ยกย้อป้อล้อที่ไม่จริงใจ
แต่เป็น ‘คำจริงใจ’ ทั้งหลายที่เรามักเขินอายที่จะพูดออกมา
และมักเก็บไว้พูดผ่านควันธูปแทน

ในเมื่อการเจอกันระหว่างเรากับคนคนนั้น
มีโอกาสเป็น ‘วันสุดท้าย’ ได้ทุกครั้ง
จะไม่เอ่ย ‘คำนิยม’ ให้ฟังกันหน่อยหรือ?

51 Responses to “ทำทุกวันให้เป็นงานศพ”


  1. ปอยังเป็นคนสตรีที่มีรังสิอำมหิตอยู่ไม่สามารถอยู่อย่างปราศจากความแค้นเคืองเหมือนที่พี่คุ่นกล่าวไว้ได้เลย

    เฮ้อ!

  2. jummdcu Says:

    เหมือนเคยได้ยินใครบางคนพูดว่า
    ‘ให้ทำทุกวันเสมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิต’
    เพราะเราไม่รู้ว่า..วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น..
    ถ้าตอนนี้เจอใครก็คงต้องเอ่ย ‘คำนิยมที่มาจากใจ’
    อย่างน้อยเราก็จะได้เก็บภาพดีดีนั้นไว้
    แม้ว่าสถานการณ์ในบางวัน อาจจะทำให้อารมณ์บ่จอย
    จนอาจจะลืมที่จะกล่าว ‘คำนิยม’ กันไปบ้างก็ตาม

  3. pattararanee Says:

    วันนี้คุณบอกรักใครหรือยัง?????

  4. แขก Says:

    จริงๆก็พยายามใช้ชีวิตแบบ ‘ตายก่อนตาย’ มานานแล้ว
    พอคิดแบบนี้ ความต้องการหลายๆอย่างมันก็แผ่วลง
    แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะตัดความต้องการออกได้ทั้งหมด
    อะไรที่คิดว่ามันเป็นจริตของเรา ก็รีบทำ หรือหาโอกาสให้ได้ทำมากที่สุด
    (ตอนนี้ก็เลยขยันเที่ยว ขยันเดิน ฮ่า ฮ่า! เป็นข้ออ้างในการเที่ยวหรือเปล่าไม่รู้)

    กับคนรอบข้าง ก็จำไม่ได้ว่าเรารู้สึกเคียดแค้นใครบ้างหรือเปล่า
    เพียงแต่ไม่ค่อยมี ‘คำนิยม’ ให้ใคร
    ส่วนใหญ่จะเป็นคำพูดห้วนๆ ตรงๆ แทงเข้ากลางใจเลยยิ่งดี
    ไม่ถนัด ‘คำนิยม’ แต่ถนัด ‘ทำนิยม’ มากกว่า คิดว่านะ

  5. แขก Says:

    ‘ดีใจที่ก่อนตายได้อ่านงานเขียนของนิ้วกลม’

    วันนี้ลองเอ่ย ‘คำนิยม’ ดูบ้าง
    ฟังดูเหมือนเว่อร์ๆ ชวนอ้วกเนอะ

    แต่ช่างมันเถอะ เอาตรงๆนี่ล่ะดี

  6. pattararanee Says:

    ก็โปรยดอกไม้ใส่กันไป… ทำกันด้วยความจริงใจนะเนี่ย
    เรียกได้ว่าเป็นการให้กำลังใจ
    ทำแล้วได้บุญดีนักแล…

  7. jummdcu Says:

    ‘ดีใจที่ก่อนตายได้อ่านงานเขียนของนิ้วกลม’

    คุณแขกเอ่ยคำนิยมนี้ขึ้นมา
    คุณนิ้วกลมก็ยิ้มไม่หุบกันพอดี
    แต่ขอแอบใช้คำนิยมเดียวกันกับคุณแขก
    มอบให้กับน้องนิ้วฯด้วยละกันนะ
    หวังว่าจะไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ

  8. นิ้วกลม Says:

    โอ้โห…ขอไปโปรยบนปกเลยละกันครับพี่ๆ ทั้งสอง
    แหม…ขนาดน้าน!

    ผมว่าไอ้คำพูดห้วนๆ ตรงๆ แทงเข้ากลางใจ
    มันก็ดีเหมือนกันครับ ผมก็ชอบเพื่อนที่เป็นแบบนั้น

    วันนั้นคุยกับเพื่อนนักเขียนรุ่นเดียวกันคนหนึ่ง
    เรากำลังจะมีผลงานออกมาพร้อมๆ กัน
    ผมบอกเค้าว่า อ่านแล้วไม่ชอบมาด่ากันได้นะ อยากฟัง
    เค้าตอบผมว่า แต่ของเราอย่าด่านะ เรารับคำแรงๆ ไม่ได้
    เราไม่ค่อยแข็งแรง เดี๋ยวจะเลิกเขียนหนังสือไปซะก่อน

    ผมฟังแล้วหัวเราะ ชอบความน่ารักของเพื่อน 😀

    ในชีวิตของเรา ก็คงต้องการคำนิยมเสริมสร้างกำลังใจบ้างครับพี่
    ถึงผมบอกกับเพื่อนว่า ด่ากันได้ แต่ก็แอบหวังในใจว่า
    จะมีซักคนที่ชอบผลงานของเราบ้าง หากด่าหมดคงท้อ (หุหุ)

    คำชมประโยคเดียว ต่ออายุนัก(หัด)เขียน(ไม่ค่อยแข็งแรง)คนนึง
    ไอ้หลายวันนะครับ ผมว่า
    อาชีพอื่นก็คงไม่ต่างกันละมั้งครับพี่ๆ ว่าไหม?
    😀

  9. นิ้วกลม Says:

    แก้คำ: ได้หลายวันนะครับ…

  10. แขก Says:

    ไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับหมอจุ๋ม จะใช้ซ้ำกี่ครั้งก็ได้ครับ
    ถ้ามันออกมาจากใจ…(ขอตัวไปอ้วกก่อนนะครับ)

    ตอนนี้ผมโปรยดอกไม้ให้ท่านนิ้วไปก่อน
    จะได้มีงานเขียนออกมาให้อ่านเยอะๆ อิ อิ!

    กำลังหาโอกาส’ปาก้อนอิฐ’อยู่เหมือนกัน
    แต่ยังไม่สบโอกาส ฮ่า ฮ่า! ระวังไว้นะท่านนิ้ว

    ปล.ไม่มีอารมณ์เคียดแค้นเลยนะครับท่าน 😛

  11. yayaa Says:

    ไม่ถนัดคำนิยมเช่นกันค่ะ
    แต่ความรู้สึกหลังได้อ่านงานเขียนคือ
    อยาก “รู้จักใช้ชีวิต” แบบนิ้วกลมค่ะ

  12. yayaa Says:

    เอ…เริ่มอิจฉานิ้วกลมซะแล้ว

  13. แขก Says:

    นิ้วกลม Says:คำชมประโยคเดียว ต่ออายุนัก(หัด)เขียน(ไม่ค่อยแข็งแรง)คนนึง
    ได้หลายวันนะครับ ผมว่า อาชีพอื่นก็คงไม่ต่างกันละมั้งครับพี่ๆ ว่าไหม?

    ใช่ครับ เห็นด้วย ทุกคนต่างก็ต้องการคำชม
    แต่พี่ก็เป็นพวกไม่อยากได้ยินคำชมตามธรรมเนียม
    ถ้าไม่รู้สึกอย่างนั้นจริง อย่าพูดดีกว่า ไม่โกรธกัน ชิวชิว
    ก็เลยไม่ชอบชมใคร ถ้ามันไม่น่าชมจริง
    แต่ก็ไม่ด่าใครนะครับ เพราะทุกคนก็ไม่ชอบคำด่า
    เพียงแต่ขอบอกตรงๆล่ะกัน
    แรงบ้าง เบาบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับวัคซีนแต่ละคน
    ถ้าไม่บอก คิดจะชมอย่างเดียว ก็ถือว่าไม่รักกันจริง

    ส่วนใครที่ได้รับคำชมมากมายแล้วเหลิง ก็ระวังตัวไว้
    ไม่ใช่แค่ก้อนอิฐ แต่จะเป็นดาบ (ฮ่า ฮ่า! )
    😛

  14. pattararanee Says:

    ใครสนใจ…หากอยากได้ดอกไม้ ก้อนอิฐ หรือดาบ!!!
    ก็ไปหัดกันก่อนนะ เอิ๊กๆๆๆ

    คอร์สนี้ 4,500.- บาท
    แต่เราสนใจอีกอันนึงต่างหาก ที่คุณกาเหว่าเป็นวิทยากร อ่ะค่ะ

    ไปดูกันเลย
    http://www.l-learning.com/course_outline/index_course.php?c_id=7

  15. นิ้วกลม Says:

    ฮ่าฮ่า…ก้อนอิฐ ทำให้คนโตขึ้นครับ
    เพราะปามาโดนแล้วหัวปูดหัวโน ก็เลยสูงขึ้นน่ะครับ หุหุ.
    (พี่แขกขยันพิมพ์มากเลยครับ)
    😀

  16. pattararanee Says:

    คุณเอ๋คะ
    มีคำถามค่ะ

    ที่หน้าต่างนี้
    ล่างสุด สุดๆ เลยนะคะ
    นั่นเป็น “รอยยิ้ม” รึเปล่า ^_^

    *หรือว่าเราคิดไปเองอ่ะ

  17. แขก Says:

    ท่านนิ้วก็ไหลได้ไปเรื่อยแฮะ
    เป็นพวกฟลาเนอร์จริงๆด้วย

    แล้วดาบล่ะท่าน ฮึ ฮึ…

  18. นิ้วกลม Says:

    คุณเอี้ยงช่างสังเกตมากๆ เลยครับ 😀

    พี่แขกครับ ดาบนี่ไม่รู้ครับ ยังไม่เคยโดน
    และ ไม่ต้องห่วงครับ ไม่มีคำชมให้เหลิงขนาดน้าน.
    😀

    เอ…ผมว่าเราออกจากหัวข้อกันมาไกลเลยนะครับเนี่ย.
    😀

  19. jummdcu Says:

    รู้สึกวันนี้เจ้าของบล็อกจะยิ้มหวานหลายทีแล้วนะจ๊ะ
    ส่วนคุณแขกหาโอกาส..ปาก้อนอิฐ..ให้ได้นะ
    รับรอง’ อิฐ ‘ ก้อนนี้ปาโดนก็ไม่เจ็บหรอก
    แค่ทำให้ปวดหัวนิดหน่อย เพราะต้องใช้สมองไล่ตามมุขน่ะ
    ใครที่ถูกปาด้วย ‘ อิฐ ‘ ก้อนนี้มาแล้วคงรู้ดี
    แต่หายากหน่อยนะ เพราะตัวเองก็หาอยู่นานมากเลย

  20. แขก Says:

    เอาล่ะครับ เลี้ยวรถกลับไปที่หัวข้อหลักดีกว่านะครับ ฮึ ฮึ

    ผมสนับสนุนแนวคิด ‘วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน’ เต็มร้อย
    ถ้าอยู่ในสภาคงยกมือผ่านทุกญัตติ

    เพราะเมื่อเดือนมกราคมปี่ที่แล้ว
    ผมเพิ่งเสียน้องชายไปด้วยอุบัติทางรถยนต์
    ปกติ เราจะเจอกันเฉพาะตอนผมกลับบ้านที่ต่างจังหวัด
    ผมเองก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านซะเท่าไหร่
    นอกจากจะกลับเพื่อพาพ่อแม่และน้องๆไปเที่ยว
    ปีที่แล้ว ผมชักชวนครอบครัวเดินทางหลายครั้งหลายครา
    ถี่มากจนญาติๆเอ่ยปาก ทำไมบ้านนี้เที่ยวกันได้บ่อยนัก
    ความคิดตอนนั้นอยากพาพ่อกับแม่ไปเปิดหูเปิดตามากกว่า
    เพราะท่านก็อายุมากขึ้นทุกวัน ก็อยากใช้เวลาร่วมกันเยอะๆ
    ไม่ได้คิดว่า คนที่เราจะสูญเสียเป็นน้องชายที่อายุยังน้อย
    มันเร็วเกินไป มันยังไม่ถึงเวลา
    มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ครอบครัวเราคิดจะทำร่วมกัน
    แต่ก็ยังไม่ไม่ทำ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปอย่างช้าๆ
    ใครจะรู้ได้ว่า คนที่เราเคยใช้ชีวิตด้วยกันมา
    อยู่ๆ เขาก็หายไป……

    …หายไปอย่างที่ไม่มีวันจะกลับมา

  21. แขก Says:

    แก้ไข : อุบัติเหตุทางรถยนต์ ครับ

  22. สิ Says:

    สิว่า ติกันอย่างจริงใจดีกว่ากัดฟันชมแล้วไปนินทาลับหลังนะ

    เอาแบบว่าตายไปให้คนเค้าอาลัยเพราะความดีการกระทำของเราจริงๆดีกว่าค่ะ

    พี่เอ๋ ถึงจะโดนอิฐปาหัวสิก็ไม่สูงขึ้นเลย 555+ หมดช่วงเจริญเติบโต+หัวแข็งเกินกว่าจะโน

    ปล.ที่สิเรียนเยอะ บางอย่างที่เรียนก็เพราะสิสนใจด้วยหละมั้งคะ บางอย่างก็รู้ไว้ก็ดี

    ถ้าได้เรียนอะไรที่เราสนใจจริงๆมันก็เป็นเรื่องที่สนุกดีค่ะ

    อย่างตอนนี้สิเรียนพื้นฐาน3Dอยู่ ได้ลองคิดอะไรบ้าง ก็สนุกไปอีกแบบ 🙂

    ปล. เสาร์นี้พี่เอ๋ตัดสินใจจะนั่งรถเมล์สายไหนรึยัง 555

  23. ปอนด์ Says:

    โอ้ อ่านคอมเมนต์นี้แล้วนึกว่าหลงเข้ามาอยู่ห้อง chat ‘เม้นต์กันได้ปะติดปะต่อดีมากๆ ฮี่ ฮี่

    เสียใจด้วยกับคุณแขกนะคะ เราเข้าใจความรู้สึกของคุณแขกนะ
    เพราะเราก็เสียคุณพ่อไปตอนเดือนตุลา ที่ผ่านมานี่เอง
    ก่อนวันคล้ายวันเกิดเราแค่ 2 วันเอง
    ใจเกือบสลายเลยล่ะ
    เลยเห็นด้วยกับพี่นิ้วกลมที่เราควรทำให้ทุกวันเป็นงานศพ
    แต่ก็ทำยากนะเนี่ย 😀

    สำหรับเรา เรายังเศร้าอยู่กับคำว่า งานศพ
    เราขอใช้คำนี้แทนละกันนะ (จะได้สะเทือนใจน้อยหน่อย)
    ‘ทำเหมือนกับวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตคุณ’

    แต่เอ๊ะ ความหมายมันคนละทางเลยนิ เหอ เหอ 😀

  24. แขก Says:

    ขอบคุณครับคุณปอนด์ และขอแสดงความเสียใจด้วยเช่นกันครับ

    ตอนนี้ผมก็ยังคิดถึงน้องชายอยู่ครับ คิดถึงทีไรก็ใจหายทุกที
    แต่เราก็ต้องพยายามเข้มแข็งครับ
    ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเราเองครับ แต่เพื่อคนรอบข้างเราด้วยครับ

    ‘ทำเหมือนกับวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตคุณ’ เอาให้เต็มที่เลยครับ

    ปล.ผมเลี้ยวรถกลับมาก็เลยพาคุณปอนด์เศร้าไปด้วย
    เดี๋ยวคราวหน้าจะหา 😀 มาฝากนะครับ

  25. ben'tale Says:

    เห็นด้วยๆ …
    เพราะ การมองเห็นสิ่งดีๆในตัวคนอื่น
    ย่อมดีกว่าจ้องจับผิดกันแน่นอน

    คนเรามองโลกด้วยสายตาที่ดีต่อกันเป็นที่ตั้ง
    อะไรๆก็คงง่ายขึ้นแยะ

    สายตาแบบนั้น… ถ้าไม่รู้จะทำยังไง เริ่มยังไง

    ลองอ่านหนังสือของนิ้วกลม

    😉


  26. ขอแจมด้วยนะครับ เรื่องทำให้ทุกวันเป็นงานศพผมเห็นด้วย แต่ไม่ใช่มัวแต่มาเศร้ากันตลอดเวลานะ… อาม่าของผมอายุ94 ผมใจหายเหมือนกัน ก่อนผมมาฟินแลนด์เขายังค่อนข้างสบายดี ล่ำลากันอย่างมีความสุข แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็มีโรคคนแก่นิดหน่อยแล้วแหละ แต่ไม่คิดว่าเมื่อเดือนที่แล้วแกจะอาการหนักขึ้นถึงขั้นพูดไม่ได้แล้ว ตอนแรกผมเสียใจร้องไห้(จำได้ว่าวันนั้นคือคริสต์มาสอีฟ กำลังมีปาร์ตี้กับHost family) แต่ตอนนี้ผมทำใจได้แล้วครับ ชีวิตคนเราไม่มีความแน่นอน ปลงได้ก็ไม่เสียใจครับ

  27. แขก Says:

    สู้ สู้ ครับ เด็กชายศรน้อย 😀

    เดือนนี้ เจ้าของบ้านมี party นอกบ้านทุกคืนวันศุกร์เลยนะ
    สงสัยกำลังซึมซับ ‘ทำเหมือนกับวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตคุณ’
    เจอนางฟ้ามั่งหรือเปล่า อิ อิ
    แล้วเอ่ย ‘คำนิยม’ กับนางฟ้าบ้างหรือยัง เร็วๆนะ 😀

  28. หมี Says:

    เข้ามาอ่านบ่อยถึงบ่อยมากกก (แต่เป็นประเภทไม่ค่อยคอมเมนต์)
    พอดีเมื่อคืนอ่าน GM ฉบับเดือนมกรา ปกพี่หนุ่ย อำพล (เล่มเดียวกับที่พี่นิ้วกลมอ่านนั่นแหล่ะ อืม..แล้วก็เล่มเดียวกัน
    กับบล็อกของเจ้าของบล็อกนี้ได้ลง ‘Blog of the Month’ คอลัมน์เกือบใหม่ถอดด้ามของ GM – ดีใจด้วย!!!)

    ช่วงที่เรียนอยู่’มหาลัยมีน้องที่นิสัยแสนจะน่ารักคนหนึ่งพูดประมาณว่า…สำหรับเค้าทุกวันนี้ถ้าใครเดินเข้ามาในชีวิต(ในทุกๆความสัมพันธ์) เค้าจะรักและรักษาความรู้สึกดีๆ นั้นให้ดีที่สุด …

    เรารู้สึกดีมากๆ กับคำพูดของรุ่นน้องคนนั้น เพราะเค้าพูดจากใจและเค้าทำอย่างนั้นจริงๆ โดนใจเรามาก(ซึ่งมีเพื่อนนิยามว่า ชอบคนง่าย แต่รักคนยาก)ก็ได้หยุดคิดและลองทำดีกับคนใกล้ชิด รักษาน้ำใจ เอื้อเฟื้อ

    แล้วก็คิดเสมอว่าถ้ามีอะไรทำให้เราไม่ได้เจอกันอีกจะไม่เสียใจ
    ใช่มั้ย? เพราะที่ผ่านมาเราได้ทำ’ดี’ ให้กันและกันดีที่สุดแล้ว

    (ทุกวันนี้ก็ยังพยายามทำทุกวันให้ดีที่สุดอยู่ ทำยากเหมือนกันน่ะ ยากจริงๆ)

  29. roundfinger Says:

    คุยกันสนุกเชียวครับ
    ฟังเพลินมั่กๆ หุหุ
    😀

    หมีครับ
    ดีใจมากครับที่บล็อกได้ลงในคอลัมน์นั้นของจีเอ็ม.

  30. Modz(มด) Says:

    ปกติมดชมคนอื่นง่าย พอได้ชมคนอื่น(อย่างจริงใจ)แล้วมันรู้สึกดี(ทั้งคนที่ชมและคนที่ถูกชม)

    ชอบคำพูดของพี่คุ่น-ปราบดา มากค่ะ
    “…ผมจึงพยายามใช้ชีวิตอย่างปราศจากความแค้นเคือง
    ความบาดหมางหรือความอึดอัดใจกับทุกคนที่ผมรักและเคารพ
    ทุกทีที่ผมเจอใคร ในเวลาที่ต้องกล่าวคำอำลา ต้องยกมือไหว้
    ผมอยากแน่ใจว่า ถ้ามีเหตุให้ไม่ได้เจอกันอีก มันจะเป็นการ
    เจอกันครั้งสุดท้ายที่ดีเสมอ…”

    จะพยายามทำทุกวันให้เป็นงานศพค่ะ

    ป.ล. ถ้าในทุกๆวันมีโอกาสเป็นวันสุดท้าย…แล้ววันนี้คุณบอกรักใครรึยังคะ?
    (อาจจะเป็นครั้งแรก..สำหรับบางคนที่อ้ำอึ้งมานานนน) เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้บอกก็ได้น้า ^^

    ป.ล.2 พี่เอ๋ต้องการ”คำนิยม”มั้ยค้า รึว่าฟังจนเบื่อแย้ว

    ป.ล.3 พี่เอ๋ fighting fighting บล็อกพี่เอ๋นี่อ่านแล้วได้อะไรเยอะเลยนะคะ

  31. roundfinger Says:

    บรรทัดสุดท้ายถือเป็น ‘คำนิยม’ นะมด
    หุหุ 😀

  32. Modz(มด) Says:

    พี่เอ๋ยังวนเวียนอยู่ในบล็อกหรอเนี่ย? 55+

    ทุกๆคนเค้าคงอยากจะให้คำนิยมพี่เอ๋เหมือนมด….[ก็ของเค้าดีจริงๆนิ]

    เอาไว้ให้วันอื่นละกัน…เพราะนี่คงยังไม่ใช่”วันสุดท้าย”ละมั้ง?

  33. roundfinger Says:

    แซวเล่น แซวเล่น…

  34. Modz(มด) Says:

    พิมพ์คุยกันซะงั้นอ่ะ อย่างกับแชท อิๆ ชอบค่ะชอบบบ

    ป.ล.เมื่อคืนวันศุกร์ดูแฟนพันธุ์แท้ด้วยล่ะ ได้6คนสุดท้ายแล้วน้า

    ถ้าพี่เอ๋ได้ดู คงรู้ว่า การกระทำของคุณปฏิภาค แฟนพันธุ์แท้โลกศิลปะ

    นั้นมันน่าชื่นชมขนาดไหน นี่มดยังติดตา+ติดใจอยู่เลย

    ป.ล.2 มดแอบเชียร์คุณปฏิภาคมานานแย้ววววแล้วก็จะเชียร์ให้ได้ตำแหน่งfan of the year เล้ยยย ^^Yes! Yahoo!

  35. หมี Says:

    เพิ่งเข้าเวบ อะเดย์ มา อิฐ พิมพ์ปกใหม่ออกแล้วเหรอพี่นิ้วกลม
    อยากจะวิ่งไปดูที่ร้านจัง บ้านนอก เอ้ยต่างจังหวัด จะมีไหมหนอ
    ถ้าบอกว่า อดใจไม่ไหว โครตอยากอ่านเลย ถือว่าให้ ‘คำนิยม’
    กันป่ะ
    ปล. โตเกียวไม่มีขา พิมพ์ครั้งที่ 5 พิมพ์ครั้งล่าสุดตามคำเรียกร้อง หนังสือใครน่ะขายดีจัง อ่านสนุกจริง

  36. แขก Says:

    ‘ราชวงศ์ใดจะรั้งแผ่นดิน หาสำคัญไม่ หากแต่สยามได้ปกครองสยาม…’

    ‘งานเขียนประเภทใด หาสำคัญไม่ หากแต่นิ้วกลมได้เขียนแบบนิ้วกลม…’

    ขออภัย เอาไปอีก 1 คำนิยมนะ กำลังเห่อพระนเรศวร

  37. สิ Says:

    อ่านงานเขียนของนิ้วกลมแล้วตายได้ 555555555 คุ้นๆมั้ยคะ

  38. ปอนด์ Says:

    รู้สึกเราจะติดคำนิยมไว้ (เพราะมัวแต่พูดเรื่องอื่นๆ )

    พี่เอ๋ เคอะ 😀 (แอบเขิล)
    เรื่องราวของ(พี่เอ๋) นิ้วกลม ทำให้เราต้องถามตัวเองกลับทุกทีว่า เราได้ ‘ใช้’ ชีวิตไปบ้าง หรือยัง
    และเมื่อไหร่ที่เราหมดกำลังใจ แรงบันดาลใจจะหาได้จากหนังสือพี่นิ้วกลมเสมอ
    ขอบคุณที่เป็นนักเขียนนะคะ

    ขอบคุณ คุณแขก น้องศรด้วย จริงอย่างที่ทุกคนว่า
    เราต้องเข้มแข็งเนอะ
    สู้ว้อย 😀

  39. pattararanee Says:

    “เมื่ออ่านโตเกียวไม่มีขา แล้วต้องออกเดิน เพราะ….มันไม่มีขาที่จะเดินมาหาเรา”
    ไปหามันเองจะถึงเร็วกว่า ว่ามั้ยคุณเอ๋ ^_^

  40. pattararanee Says:

    พี่แขกคะ ยังเป็นความรู้สึกเดิม เหมือนปีที่แล้วเลยค่ะ คือ ใจหาย…และเศร้า

  41. PeeYong Says:

    โอ! ไม่ได้เข้ามา2วัน เม้นต์กันกระจาย ยังกะแชตกันอยู่เลยนะครับ

    อ่านบล็อกนี้ต้องอ่านคอมเม้นต์ด้วย เหมือนกินส้มตำ ต้องมีไก่ย่างด้วย ถึงจะเอร็ด

    🙂

  42. นิ้วกลม Says:

    เห็นด้วยกับคุณ PeeYong เลยครับ
    ดีไม่ดี อ่านคอมเม้นต์มันส์กว่าอ่านบล็อกอีก หุหุ

    มด–เราว่า ‘แฟนพันธุ์แท้’ คืนนั้นมันดราม่าน่าดู
    เราเคยเสียน้ำตาให้ ‘แฟนพันธุ์แท้’ ในปีแรก
    หลายช็อต อย่างกับดูหนังชีวิต

    แต่มาปีนี้…เราว่าคุณปฏิภาคหล่อไปหน่อยนะ หุหุ

    ขอบคุณสำหรับ ‘คำนิยม’ ทั้งเล่นทั้งจริงนะครับ
    เอ…แต่หัวข้อนี้ไมได้ตั้งขึ้นมาเพื่อล่อหลอกเอาคำชมนะครับ
    อย่าตกหลุมพรางที่ไม่ได้ขุด หุหุ (ทำไมต้องหัวเราะแบบนี้หว่า)

    หมีครับ
    ขอบคุณมากๆ เมื่อวานเพิ่งเห็นปกโตเกียวฯ ฉบับล่าสุด
    ถูกใจมากเลย น้อยครั้งที่งานสามมิติจะถูกใจเหมือนที่คิดไว้
    เพราะตอนทำสองมิติแล้วหลับตานึกภาพมันปูดๆ มันๆ วาวๆ
    มักจะสวยกว่าตอนทำจริง แต่เล่มนี้โอเคเลย
    เดินผ่านแผงก็เหล่ไปดูกันได้ครับ ติ-ชมได้ครับ
    ยินดี ยินดี.
    😀

  43. นิ้วกลม Says:

    ยังไม่มีหัวข้อใหม่
    แต่ที่หัวข้อ ‘ฟลาเนอร์’ มีเรื่องเล็กๆ ให้อ่านครับ
    เชิญสังสรรค์ได้ครับผม.
    😀

  44. epsie Says:

    เราเพิ่งเขียนถึงคุณนิ้วกลมเมื่อวาน ในโพสต์ ‘ปิ๊งหนุ่ม’ น่าจะอยู่ในความหมายของ’คำนิยม’ นะ

    >>ตัดบางส่วนมาจากบล็อค

    เราเคยเขียนถึงเค้าไปนิดนึงแล้วว่าเป็นนักเขียนขวัญใจเราคนล่าสุด คุณนิ้วกลม เจ้าของ บ้านพักฝากอากาศ ที่ขึ้น top blog และ top post เป็นประจำสม่ำสเมอ
    .
    เห็นชื่อเค้าครั้งแรกก็ที่ปกหนังสือ โตเกียวไม่มีขา แต่ก็ไม่ได้หยิบขึ้นมาอ่าน เพราะคิดในใจว่าคงเป็นหนังสือพาเที่ยวของเด็กวัยรุ่นที่เขียนด้วยสำนวนกวนตีนๆ แหง (เดาจากชื่อหนังสือ) และตอนนี้ยังไม่คิดจะไปญี่ปุ่นก็เลยไม่หยิบมาเปิดดู ไม่หยิบมาพิจารณาเลยซักนิด ป่านนี้อาจจะเป็นของหายาก เพราะแฟนคลับท่านเยอะเหลือเกิน
    .
    มาอ่านงานของเค้าครั้งแรกที่ onopen เค้าเปิดทีเดียวสองคอลัมน์เลย มั่นมาก รูของผู้บริโภคอ่านไปขำไป แล้วก็มักจะเออออห่อหมกไปกับเค้าด้วยว่าอืม จริง (ว่ะ) กับ บุกคนสำคัญ เค้าพาไปรู้จักประวัติและแนวคิดของบุคคลที่มีชื่อเสีียง ด้วยวิธีเขียน วิธีคิดที่แปลก ทำให้อ่านแล้วรู้สึกว่า ทำไมเราอ่านประวัติคนเหล่านี้แล้วไม่เคยคิด หรือจับประเด็นได้อย่างที่เค้าคิดเลยหล่ะเนี่ย
    .
    มาเจอว่าเค้าเขียนบล็อคด้วยตอบเหลือบไปเห็นว่าบล็อคอ.ปิ่น มีลิงค์ของเค้าเพิ่มขึ้นมา ก็เลยลองเข้าไปอ่านดู ปรากฎว่าเจ้าตัวอัพบล็อคเกือบทุกวัน แล้วคนอ่านก็เยอะมาก บางโพสต์คนคอมเมนต์เกือบครึ่งร้อยทั้งๆ ที่เพิ่งอัพไม่กี่ชั่วโมง
    .
    เราว่าประเด็นที่เค้าเขียนบล็อค แล้วก็ทัศนคติในเรื่องต่างๆ ของเค้าน่าสนใจทีเดียว

  45. แขก Says:

    ยุบหนอ พองหนอ…
    หัวใจนิ้วกลม ยุบหนอ พองหนอ…

    คำนิยมหลั่งไหล
    อย่าตกหลุมพรางที่ไม่ได้ขุดนะท่านนิ้ว หุหุ 😀

  46. แขก Says:

    นิ้วกลม Says: ขอบคุณสำหรับ ‘คำนิยม’ ทั้งเล่นทั้งจริงนะครับ

    ม่าย มี คราย เค้า ทาม เล่น เล่น หรอก อ้าย น้อง…เอื้อก!!!

  47. jummdcu Says:

    คิดว่าคนในนี้น่าจะเอ่ย ‘คำนิยม’
    ให้นิ้วกลมอย่างจริงใจ ใช่มั้ยน้า…
    เก็บไว้เป็นกำลังใจ
    แล้วผลักดันเป็นตัวหนังสือดีๆมาให้พวกเราอ่านเรื่อยๆนะ
    ถ้าอ่านแล้วดี ใครๆก็อยากอ่าน จริงๆนะ

    ปล. อ่านหนังสือนิ้วกลม ยังไม่เคยผิดหวังค่ะ
    ไม่ว่าแหล่งที่มาจะมาจากไหนก็ตาม

  48. jummdcu Says:

    ฝากบอกคนที่เคยสูญเสียคนที่ตัวเองรัก
    ไม่ว่าจะในรูปแบบกระทันหัน
    หรือรูปแบบที่พอจะเตรียมใจกันไว้ล่วงหน้ามาก่อนบ้าง
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ เพราะโดยส่วนตัวก็เคยเจอเหตุการณ์นั้นมาถึงสองครั้ง
    แต่ไม่ค่อยกระทันหันก็พอทำใจได้บ้าง
    และเห็นความเจ็บป่วย ความตายมาเยอะเหมือนกัน
    ลึกๆ ถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกเสียใจ เศร้าใจอยู่ดี
    ทุกวันนี้พยายามจะทำให้ได้อย่างที่คุณปราบดาให้สัมภาษณ์ไว้น่ะ
    แอบทิ้งอารมณ์หม่นๆไว้นิดนึง คงไม่ว่ากันนะ

  49. นิ้วกลม Says:

    คุณ epsie
    ขอบคุณมากๆ ครับ
    😀

  50. epsie Says:

    เราต่างหากที่ต้องขอบคุณนิ้วกลมเขียนงานดีๆ มาให้อ่าน

    เอาเป็นว่าจะไปซื้องานเขียนฉบับพิมพ์บนกระดาษมาอ่านแล้วกัน

    เขียนบล็อคคู่ขนานกับอ.ปิ่นก็สนุกดีนะคะ เขียนบ่อยๆ เผื่อรวมเล่มแบบคุณคุ่นกับคุณวินทร์ไง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: