เคที แอนน์ บราวน์: หลับตาสิ แล้วจะเห็นชัดขึ้น

มกราคม 23, 2007

1.
เคที แอนน์ บราวน์ ไม่ใช่คนตาบอด
แต่เธอทำตัวให้เหมือนคนตาบอดแล้ววาดรูป
เป็นการวาดรูปด้วยการสัมผัส เธอปิดตาตัวเอง
แล้วใช้นิ้วมือสัมผัสใบหน้าของผู้เป็นแบบ
แล้วเธอก็วาด

2.
เคที แอนน์ บราวน์ เป็นศิลปินที่ไม่ชอบวาดรูป
มีปัญหากับการวาดให้เหมือน
เธอวาดรูปไม่ค่อยเก่ง ก็เลยลองปิดตาวาดรูป
เธอให้เหตุผลว่า การปิดตาตัวเองทำให้เธอไม่จำเป็นต้องวาดให้เหมือนในสิ่งที่เห็น
ด้วยการสัมผัส การถ่ายทอดก็ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ
เมื่อเริ่มสนใจ เธอก็เริ่มไปทำงานเพื่อชุมชนคนตาบอด
ไปดูคนตาบอดใกล้ๆ ว่าเขารับรู้อย่างไร รู้สึกอย่างไร

3.
เคที แอนน์ บราวน์ เชิญคนรู้จัก เพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย
และคนที่พบตามถนนในลอนดอนมาปิดตาตัวเอง
แล้ววาดรูปจากสัมผัสลงบนกระดาษรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสิบคูณสิบนิ้ว
รูปวาดเหล่านั้นเป็นเพียงผิวสัมผัสนูนๆ คล้ายอักษรเบรล
ดูเหมือนเกิดขึ้นจากการถูกเข็มจิ้ม (อยากลองวาดดูบ้าง)

เธอเคยทำนิตยสารแฟชั่นเป็นอักษรเบรล!
โดยใช้จักรเย็บผ้าวาดรูปชุดต่างๆ ให้มีรอยปรุลูบคลำได้
เธอคิดว่า ถึงแม้คนตาบอดมองไม่เห็น แต่ก็อยากแต่งตัวสวยงาม

เธอเคยตั้งคำถามว่า ถ้าใครคนหนึ่งไม่สามารถมองเห็น
เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรสวยงาม เธอตอบตัวเองว่า
สำหรับคนเหล่านั้น ความสวยงามอาจเป็นเสียงของดนตรี

4.
เราว่า เคที แอนน์ บราวน์ เป็นคนแปลก
เห็นโลกแต่พยายามทำตัวให้ไม่เห็นโลก
เอ…หรือควรพูดว่า เธอหาโอกาสมองโลกด้วย ‘ตา’ คู่อื่น
ซึ่งอาจเป็น ‘ตา’ ดวงเดียวกับ ‘คนตาบอด’
ในเพลง ‘ต้นชบากับคนตาบอด’ ของ ‘เฉลียง’

**ไม่อาจชมดอกชบาด้วยดวงตาสองตามีกรรมโลกจึงมืดมน
ไม่อาจพบเห็นเหมือนบางคน ว่าดอกผลนั้นมีสีสันรูปทรงอย่างไร

บอดก็เพียงสายตาเท่านั้น แต่จิตใจก็ยังผูกพันความงาม
อาจจะรับรู้ไปตามกลิ่นที่งาม ฟังเสียงวิไล ร่มไม้บังเงา

สิ่งจะงามอยู่กับใจ บอดที่ใจเห็นไปอย่างไรไม่มีวันงาม
โลกจะสวยนั้นสวยไปตามจิตที่งามมองโลกสดใสไปในทางดี**

5.
เรารับรู้ผ่านดวงตากันอย่างหนักหน่วง จนสัมผัสอื่นถูกลดทอน
ทั้งที่จริง ‘ความงาม’ ผ่านสัมผัสอื่นอาจต่างจากที่ผ่านการรับรู้ทางดวงตา

หากเรานิยมให้นิยาม ‘ความสวย’ ผ่านน้ำเสียง กลิ่นกาย และผิวสัมผัส
โลกอาจมีนางงามจักรวาลเป็นอีกคนหนึ่ง

สัมผัสที่นิ่มนวลละมุนละไม เสียงที่อ่อนหวาน ไม่เสแสร้ง
กระทั่งกลิ่นที่ไม่หอมฟุ้งจนฉุนเหมือนอาบน้ำหอมมาเมื่อเช้า
ก็มี ‘ความงาม’ อยู่ในนั้น

เราอาจไม่งามใน ‘สายตา’ ของผู้ที่มองด้วย ‘ตา’
หากแต่ยังมีความงามที่สัมผัสผ่านสิ่งอื่นได้

และดีไม่ดี ในโลกที่ทุกคนสนใจแต่การจ้องมอง
ต่างคนก็พยายามประดับประดาตัวเองเพื่อเรียกร้องดวงตาให้หันมาทางเดียว
ความงามที่มองเห็นด้วยตาอาจเป็นความงามที่ปั้นแต่งมากที่สุดอย่างหนึ่ง

บางที การหลับตามองใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง
อาจทำให้เราเห็นอะไรชัดขึ้น
เห็นในส่วนที่เขาลืมประดับ.

*เรื่องราวของ เคที แอนน์ บราวน์ นำมาจากนิตยสารฟรีฟอร์ม เดือนพฤศจิกายน
**เนื้อเพลง ‘ต้นชบากับคนตาบอด’ ของ ‘เฉลียง’

29 Responses to “เคที แอนน์ บราวน์: หลับตาสิ แล้วจะเห็นชัดขึ้น”


  1. มองที่ใจ จะเห็นมากกว่าที่คิด
    สงสัยว่าต้องเพิ่มด้วยว่า ให้หลับตามอง นะคะ ^_^

  2. ฟ้า Says:

    เคยรู้มาว่ามีร้านอาหารที่ข้างในมือสนิท
    มีแต่บริกรเท่านั้นที่มีแว่นใส่มองในที่มืดเพื่อให้บริการ
    ว่ากันว่าประสาทรับรสจะดีขึ้นมาก
    นี่ก็คงเป็ฯกรณีคล้ายกัน..

    ธรรมชาติมักจะมีสิ่งใหม่มาเพื่อสิ่งที่ขาดหายเสมอ
    แต่คนกลับมองข้ามมันไป
    ทุกวันนี้เราคงเสพสิ่งที่เป็นรูปธรรมกันจนเกิดความเคยชิน
    ขออย่าให้มันกลายเป็นความเคยตัวเลย
    เพราะสิ่งสวยงามในโลกจะเป็นสิ่งที่ไม่ว่ายังไง เราก้อเข้าไม่ถึงมันได้เลย

    ไม่เคยฟังเพลงต้นชบากับคนตาบอด..แต่จะลองหาฟังดู เพราะอ่านกับฟัง ก้อคงไม่รู้สึกเหมือนกันแน่เลย

    นี่เป็นการคอมเมนต์ครั้งแรกของเรา หลังจากที่เข้ามาอ่านเป็ฯตัวละครลับอยู่นานแล้ว..

    เราชอบงานเขียนของพี่นะ

    😀😀

  3. jummdcu Says:

    ‘ความรักทำให้คนตาบอด..ดีขึ้น’

    เคยได้ยินคำพูดนี้จากคุณอุ้ม สิริยากร
    เคยนั่งเขียนตัวหนังสือในที่มืดๆ ตัวหนังสือดูไม่จืดเลยล่ะ
    น่าเห็นใจคนที่มองไม่เห็นนะ คงจะอึดอัดน่าดู
    แต่ก็เห็นคนตาบอดหลายๆคนที่มีชื่อเสียง
    ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการใช้ชีวิต น่าสนใจมากๆ
    และก็ดูเค้ามีความสุขกับชีวิตดี
    บางครั้งสิ่งสำคัญคงไม่ได้อยู่ที่การมองเห็นด้วยตา
    แต่อาจจะอยู่ที่การมองเห็นด้วยใจก็ได้

    อย่าลืมส่งต่อความรักให้กับคนตาบอดทั้งหลายด้วยนะคะ

  4. เติ้ล Says:

    มีอะไรหลายอย่างในสังคมปน ๆ กันอยู่
    เรื่องดี เรื่องห่วย ผสมจนบางครั้งก็แยกไม่ออก
    การหลับตาอาจเป็นช่องทาง ‘ตัดการรับรู้ห่วย ๆ’ ได้ดีทางหนึ่ง (ละมั้ง)

    เออ แต่บางสถานการณ์ในชีวิตจริงก็หลับตาไม่ได้
    เติ้ลใช้วิธีถอดแว่น จะได้เห็นภาพเบลอ … มองอะไรไม่ชัดบ้างมันก็ดี

  5. pattararanee Says:

    สวัสดีค่ะ คุณเติ้ล
    สายตาสั้นเหมือนกัน เดี๋ยวจะลองทำตามดูนะ จะได้ไม่ต้องเห็นอะไรห่วยๆ ที่ว่านั่น ^_^ ขอบคุณค่ะ

  6. เติ้ล Says:

    เอ่อ คุณ Pattararanee คะ…
    ถ้าตาสั้นมาก อย่าถอดนานนะคะ – – จะมึนไม่ใช่น้อย🙂

  7. Vingt-Neuf Says:

    อ่านแล้วก็อยากลองหลับตาถ่ายรูปบ้างจังค่ะพี่เอ๋
    ไม่รู้จะอารมณ์เดียวกันกับหลับตาวาดรูปมั้ย
    แต่อยากรู้จังว่า ถ้าฟังจากเสียงแล้วกดชัตเตอร์ รูปที่จะออกมาแบบไหนกัน

    ^_____^”

  8. แขก Says:

    เมื่อตอนยังเด็ก เคยแสร้งเป็นคนตาบอด
    หลับตาเดินภายในบ้าน ได้รับสัมผัสแปลกใหม่ ไม่น่ากลัว บ้านเราเอง

    ลองอีกครั้ง คราวนี้ เดินถนน หลับตา มือแตะบ่าเพื่อน
    แม้จะไว้ใจเพื่อน แต่ก็รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย อึดอัด อยากลืมตา อยากมองเห็น
    เข้าใจความรู้สึกของคนตาบอด แต่ยังไม่เข้าใจความงามที่คนตาบอดมองเห็น

    อายุมากขึ้นแล้ว เดี๋ยวลองอีกที…

  9. นิ้วกลม Says:

    เติ้ล…ถอดแว่นก็ไม่เลวนะ น่าสน
    งั้นเราใช้วิธีหรี่ตาก็แล้วกัน ตาตี่อยู่แล้ว สบายมาก!

    ฟ้า…ร้านอาหารนั้นน่าจะอร่อยนิ
    ขอบคุณที่อ่านเน้อ!😀

  10. นิ้วกลม Says:

    เออปอ…น่าสนนะ น่าลอง
    เดี๋ยวว่างจะมาเล่าเรื่องศิลปินอังกฤษนักเก็บเสียงให้ฟัง
    แลกเปลี่ยนกัน คล้ายๆ หลับตาถ่ายภาพเหมือนกันนิ😀

  11. pattararanee Says:

    พี่แขกคะ จะลองที่ไหนดี ในห้องแคบๆ ของพี่ คงไม่มีทางเดินแล้วมั้ง
    ไปที่ถนนสิ แถวหน้า ม.ศรีปทุม นะ จะได้เรียกสติกลับมา … ^^”

    คุณเอ๋คะ
    หรี่ตาตี่ๆ จะช่วยได้เหรอคะ มันยิ่งปรับภาพให้ชัดมากขึ้นหรือเปล่า
    เพราะเราสายตาสั้น เวลาถอดแว่นแล้วหรี่ตามอง…. ทุกอย่างกลับชัดขึ้น….
    ^_^

  12. แขก Says:

    เอี้ยง…
    งั้นไม่ลองดีกว่า เปลี่ยนใจแล้ว เดี๋ยวคราวนี้ไม่เฉียดตาย

  13. pattararanee Says:

    พี่แขก…
    ลองก็ได้ แถวข้าวสารนะ จะได้ “ชน” บางสิ่งที่อยาก “ชน” อิอิ

  14. พิกเลต Says:

    *ตาที่ไม่อาจมองเห็นแต่สัมผัสได้ด้วยใจ
    *ใจที่ไม่อาจเปิดรับสิ่งใดๆ แม้มีดวงตาเป็นแสงสว่าง
    “ใจที่มืดสนิท กับตาที่บอดสนิท อย่างไหนน่ากลัวกว่ากันนะ “

  15. สิ Says:

    พี่เอ๋ อารมณ์เดียวกำบคำพูดที่ว่า ปิดตาแล้วเปิดใจ รึเปล่าคะ?

    ลองรับฟังและมองสิ่งต่างๆด้วยใจ มากกว่าสายตาหรือหูค่ะ

    สิเพิ่งใส่แว่นแฮะทำให้สิรู้ว่าช่วงเวลาตลอดที่ผ่านมา

    เห้ย เราดูอะไรที่มันมัวขนาดนี้เลยเหรอ มันคงเป็นความเคยชินกับโลกมัวๆ

    ทำให้ปัจจุบันนี้ สิก็ยังคงไม่ชอบการใส่แว่น ^ ^

  16. สิ Says:

    ^
    ^
    ^
    รู้สึกหลังๆจะไม่เกี่ยวแฮะ

  17. นิ้วกลม Says:

    เราอยากใส่แว่นตั้งแต่เด็ก
    (เห็นพี่ดู๋-สัญญาใส่แล้วพรางตาตี่ได้)
    แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ใส่เลย สายตายังไม่สั้นซ้าที.😀

  18. jummdcu Says:

    เอ่อ! น้องเอ๋ค่ะ พี่ว่าอาจจะยังมีโอกาสใส่แว่นสายตาพรางตาได้นะ
    ถ้าสายตาไม่สั้น ก็คงต้องรอสายตา…ซะแล้วล่ะ
    จะอีกกี่ปีน้า
    อิอิ ล้อเล่นจ้า

  19. PeeYong Says:

    นึกถึงคอลัมน์ blind line ของปฎิการ เทพมงคล ใน a day เล่ม 70 เรื่อง ให้รักนำทาง ที่พูดถึงรักแรกพบแบบคนตาบอดไว้

    “…อย่าว่าแต่เห็นเลยค่ะ สำหรับคนตาบอด แค่ได้ยินน้ำเสียงที่ไพเราะอ่อนโยน บวกกับอัธยาศัยไมตรี ก็ทำให้ใจวาบหวิวไม่แพ้กัน…”

  20. PeeYong Says:

    คนตาบอดก็ทำบล็อกได้ !!

    http://psatansat.exteen.com/

    น้องเปี๊ยก blogger ตาบอดมากความสามารถ

  21. สิ Says:

    พี่เอ๋ บางคนใส่แว่นตาก็เล็กลงค่ะ อย่างสิเป็นต้น จากเดิมเล็กแล้วเล็กลงไปอีก

    ถ้าพี่เอ๋หรี่ตาอีก จะมองเห็นมั้ย? 55

  22. jummdcu Says:

    ชอบดอกชบาดอกนี้จังเลยค่ะ
    “สิ่งจะงามอยู่กับใจ บอดที่ใจเห็นไปอย่างไรไม่มีวันงาม
    โลกจะสวยนั้นสวยไปตามจิตที่งามมองโลกสดใสไปในทางดี”
    อ่านแล้วอยากร้องเพลงค่ะ

    ขอบคุณนิ้วกลมนะคะที่ทำให้ย้อนนึกถึงความหลัง
    ครั้งยังเป็นเด็ก (มัธยม)

  23. yayaa Says:

    อุ้ย….ขอโทษนะคะพี่จุ๋ม ทำไมโพสชื่อพี่จุ๋มได้
    สงสัยจะคิดถึงนะคะ

    ร้องเพลงต่อดีกว่า 555

  24. epsie Says:

    นึกถึงเรื่อง at first sign

    เกี่ยวกับคนตาบอดที่มีความชำนาญเรื่องการนวดบำบัด ได้พบรักและมีความหวังอย่างมากที่จะมองเห็น ก่อนมองเห็นเค้าจินตนาการสิ่งรอบๆ ตัวไว้มากมาย

    แล้วฝันก็เป็นจริง

    เค้าได้รับการผ่าตัดจดมองเห็นได้ แต่แล้วเค้ากลับพบว่าสิ่งที่เค้าเคยจินตนาการไว้ไม่เหมือนกับโลกความเป็นจริง สุดท้ายเค้าประสบอุบัติเหตุจนกลับมาตาบอดอีกครั้ง

    แต่เค้ากลับมีความสุขกับการตาบอดและปล่อยให้ตัวเองมีจินตนาการไม่สิ้นสุดยิ่งกว่าช่วงเวลาที่เค้ามองเห็น

  25. ปอนด์ Says:

    มี ดวงตา ที่มองเห็นแจ่มแจ้งอยู่แล้วน่ะดีแล้วล่ะ
    อาจจะมีสิ่ง ล่อ มากมายหน่อย แต่ก็ถือเป็นของหวานในชีวิต
    อาจต้องใช้ใจ+สมอง ช่วยในการมองเห็นมากหน่อย(โดยเฉพาะสมัยนี้)

    ปล. เรื่องมุขตามัวเนี่ย เคยแอบใช้เวลาออกไป present หน้าสาธารณชนครั้งแรก เพราะถอดแว่นออก มองอะไรไม่ชัดจะได้ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นเป็นยังไง 555555555 ขี้ขลาดชะมัด

  26. keyzame Says:

    มีครั้งนึงเคยไปบ้านเด็กพิการทางสายตา บ้านพญาไท
    กับทีเคปาร์ค…ไปอ่านหนังสือให้น้องๆฟัง..

    น้องคนที่เราได้อ่านให้ฟังเป็นน้องฝาแฝด
    เราก็หลุดถามไปว่า เป็นฝาแฝดกันเหรอ ?
    เขาก็ตอบว่าใช่ค่ะ แล้วก็บอกชื่อมา…

    ที่ใช้คำว่าหลุดปากก็เพราะจริงๆเราอยากรู้อะไรอีกตั้งเยอะแต่ไม่กล้าถาม…บางทีเราก็เคยนึกเหมือนกันว่าเขารู้สึกยังไง?

    เมื่อเวลาเลี้ยงอาหารน้อง..เราก็เอามือถือมาเปิดเพลงให้น้องฟัง
    ปรากฎว่า…แค่ดนตรี น้องก็แทบจะรุแล้วว่าเป็นเพลงของใคร ทั้งยังร้องตามได้หมดเลยอีกด้วย!!!

    อีกอย่างนึง บอกตามตรงว่าเราไม่เคยคิดมาก่อน
    เราอาจจะโลกแคบ หรือนิสัยไม่ดีก็ได้

    เขามีการให้ทำกิจกรรม ให้น้องๆ(ที่ตาบอด)ออกมาเล่านิทาน
    เราก็พยายามจะให้น้องที่เราเล่าให้ฟังออกไปเล่าให้เพื่อนฟัง
    เขาหันกลับมาบอกเราว่า “พี่ๆหนูอาย”

    ตอนแรกเราไม่ได้คิดอะไร แต่พอกลับบ้านมาเขียนไดร์ ก็แอบนึกในใจว่า
    เขา อาย อะ ไร นะ

    ยังมีเรื่องน่ารักอีกมากมายเช่นเขาจับมือเรา แล้วบอกว่า พี่ไม่อ้วน…

    ทั้งที่คนที่เขาตาดีทั้งหลาย…บอกว่า เรา อ้วน

    ขอเชื่อน้องเขาได้มั้ย!!!!!!

    เพราะ เขา ไม่ น่า จะ โก หก เหรอ??? แหะๆ

  27. ฟ้า Says:

    blogพี่ไม่เคยเหงาเลยจริง ๆ นะ
    ฟ้าเข้ามากี่ทีกี่ครั้งก็มีคอมเมนต์เพิ่มตลอด

    อ๋อ! รู้แล้ว
    นึกถึงblogพี่ ฟ้านึกถึงโต๊ะกาแฟ
    แล้วสภากาแฟของพี่ ก็น่ารักและอบอุ่นกันทุกคน..

    :):D

  28. Vingt-Neuf Says:

    งั้นเดี๋ยวไว้มีโอกาสแล้วจะลองทำดูนะคะพี่เอ๋
    รอฟังเรื่องเล่าเรื่องใหม่ด้วยคับ ^^

    อ่อใช่ ปอพึ่งอ่าน ณ ใน a day 77 จบ ตอนอ่านประโยคถึงนี้
    “คนไทยขึ้นชื่อเรื่องการทำ’ของใหญ่’ แต่ยังขาดแคลน’ของดี’ ”
    แล้วก็นึกถึง ‘ช้าง’ ในวันนั้น เอ๊ะ หรือว่าเป็น ‘อึ่งอ่าง’ กันคะพี่เอ๋?
    แต่จากคอลัมน์นี้ ปอว่าปอได้คำตอบซะที ว่าทำไมปอถึงติดยาคูลท์จัง ;p

  29. epsie Says:

    เข้ามาแก้คำผิด เมื่อกี้หลับตาพิมพ์ !

    หนังชื่อ at first sight
    http://www.imdb.com/title/tt0132512/


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: