คำถามเกี่ยวกับความฝัน (หนึ่ง)

มกราคม 24, 2007

เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน ‘ความฝัน’
ทั้งในความหมายหมอดูทำนายความฝัน
หรือในความหมายของผู้พิชิตความใฝ่ฝัน
แต่เรามีความฝัน
มีเสมอ ไม่มีวันไหนเลยที่เราจะไม่มีความฝัน

เราว่าความฝันจำเป็นกับชีวิตพอๆ กับออกซิเจน
ใช่! ความฝันหล่อเลี้ยงให้เรามีชีวิต
ถ้าไม่มีฝัน เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร
จะเดินหน้าไปสู่แห่งหนไหน

บนเส้นทางชีวิต อาจเดินเรื่อยเปื่อยได้บ้าง
แต่ให้เดินอย่างไร้จุดหมายตลอดไปก็คงหมดเรี่ยวแรงลงสักวัน
ฝันทำให้เรามีแรงพลังที่จะเดินไปข้างหน้า
อยากไปดูหน้าความฝันนั้นให้เห็นเต็มๆ ตาสักครั้งก่อนหยุดหายใจ

เคยเปรียบเทียบความฝันเป็นยอดเขา
เราเห็นมันอยู่ตรงนั้น และพยายามเดินเข้าไปให้ใกล้ขึ้น
ใกล้ขึ้นและใกล้ขึ้น ใกล้ที่สุดเท่าที่จะเข้าใกล้ได้
บางความฝันดูอยู่ไกลๆ ก็สวยงามดี
แต่พอเข้าใกล้แล้วกลับกลายเป็นอีกอย่าง
แต่บางความฝันยิ่งใกล้ก็ยิ่งสวยงามมากเข้าไปใหญ่

เคยมีคนบอกว่า “ความฝันเป็นสิ่งประหลาด
เมื่อเราไปถึง มันก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว”

เมื่อพิชิตฝันลงได้ มันก็กลายร่างเป็นความจริง

บางคนบอกว่า ไม่ควรทำความฝันให้เป็นชีวิตจริง
เพราะเมื่อฝันเป็นชีวิตจริงแล้วเราอาจไม่โหยหามันเท่าเดิม

อาจด้วยชอบขีดเขียนคำว่า ‘ความฝัน’
(แต่แน่ใจว่าไม่ถึงขนาดหมกมุ่น)
น้องนุ่งบางคนจึงส่งคำถามมาตามสายโทรศัพท์
เป็นสายโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับโมเด็ม
เป็นคำถามที่ส่งมาตามจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
เป็นคำถามเกี่ยวกับความฝัน

เป็นคำถามที่เราไม่รู้คำตอบ
เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน ‘ความฝัน’
แต่เรามีความฝัน-เหมือนกันกับใครๆ
และเราก็คิดว่า น่าจะได้ลองแลกเปลี่ยนกัน

เราชอบคุยกับคนอื่นเรื่องความฝัน
เราชอบฟังเขาเล่า ประกายตาเขาจะเป็นประกาย
เหมือนถูกดูดหายเข้าไปในโลกจินตนาการ
คำพูดคำจามักจะมีพลังกว่าในห้วงเวลาปกติ
ยิ่งพูด ยิ่งสนุก และมีชีวิตชีวา

คำถามของน้องบางคนมีอยู่ว่า
ระหว่าง ‘สิ่งที่ต้องทำ’ กับ ‘สิ่งที่อยากทำ’
ระหว่าง ‘ความจริง’ กับ ‘ความฝัน’
ถ้ามันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ถ้ามันเป็นสิ่งที่ต้องเลือก
เราจะเลือกอะไรดี?

ถ้าเราไม่มี ‘ความฝัน’ เราจะไปตามหามันที่ไหน?

เราตอบไม่ได้ เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
แต่เราอยากคุยด้วย
เราชอบคุยเรื่องความฝัน.

29 Responses to “คำถามเกี่ยวกับความฝัน (หนึ่ง)”

  1. wät Says:

    ความฝันเป็นสิ่งสวยงาม เป็นจุดหมายให้เราไปให้ถึง แต่คนเราก็มีหลายความฝัน บางฝันทำให้เป็นจริงได้ และหลายฝันต้องทิ้งไประหว่างทาง ^^

  2. pattararanee Says:

    ใครๆ ก็คงมีฝันกัน ว่าแต่จะฝันเล็ก ฝันใหญ่ ฝันดี ฝันเด่น ฝันแห้ง หรือฝัน….อะไรดี ไปคิดกันต่อเอาเองนะ ^^”
    สำหรับ ความฝัน ที่มีอยู่มันไม่ใหญ่เลย แต่มันมากมาย จนบางทีก็คิดไม่ตกว่าเราโลภเกินไปหรือเปล่า
    แต่อย่างน้อยเราก็กำลังเดินตามทางไปสู่ฝันของเรา
    อาจเหมือนตอนคุณนิ้วกลมเดินไป ปุนฮิลล์ ก็ได้ ใช้เวลา น้อยวันกว่าที่ควรจะเป็น เหนื่อยหนักหนา แต่สุดท้ายก็ไปจนถึง…..
    เรากำลังเดินไป ยังความฝันของเรา โดยมีคุณนิ้วกลมเป็นตัวอย่าง
    ขอบคุณค่ะ ^_^

  3. ฟ้า Says:

    ฟ้าว่าความฝันเปลี่ยนเป็นความจริงได้ถ้าเรามีความมุ่งมั่นและลงมือทำจริง..
    ถึงแม้ที่สุดแล้ว เราจะไปไม่ถึงฝัน(ขอเรียกว่าความหวังแทนได้มั้ย)
    แต่ก็ยังเชื่อ ว่าสิ่งที่เราได้ทำไป ไม่เท่ากับศูนย์แน่นอน..
    — ก้าวนึง ก็คือประสบการณ์ —

    1%ก็มีโอกาสเป็นความจริงได้
    ความฝันหล่อเลี้ยงและขับเคลื่อนแต่ละชีวิตได้จริง ๆ
    บนพื้นฐานความจริง ฟ้าว่า..มันไม่ทำร้ายใคร ถ้าเรายังรู้สึกตัว ^^

    ฟ้าก็เป็นคนนึงที่รักที่จะฝัน
    และยังมีความสุขที่จะค่อย ๆ ติดตามตัวเองไปทีละก้าว
    บางที..ปลายทางอาจไม่สำคัญเท่าระยะทางที่เราได้ผ่านมาก็ได้นะ
    พี่คิดว่ายังไงคะ ?

  4. pattararanee Says:

    ขณะเดินตามหาความฝัน “เห็นมันตรงนั้นแล้วล่ะ” อยู่ดีๆ มันก็หายไป
    บางทีที่เหนื่อย…มาก จนต้องเอ่ยปากถามว่า
    “มีฝันปลอมๆ ขายไหมนะ” ขอเอามาดับกระหายคลายความอยากได้ฝันนั้นก่อนสักหน่อย…

  5. roundfinger Says:

    โอ้โห คมๆ กันทั้งนั้นเลยครับ

    เห็นด้วยกับคุณ wat ครับ
    ดูเหมือนจะมาสอดคล้องกับความฝันมากมายของคุณเอี้ยงด้านล่าง

    ฟ้าครับ
    ชอบที่บอกว่า ก้าวนึงก็คือประสบการณ์
    อืม ระหว่างทางเดินสู่ยอดเขา อาจนำเราไปสู่ยอดใหม่ก็ได้
    แต่ถ้าไม่เดิน เราจะไม่มีวันเจอซักยอด
    และก็เช่นกัน ต่อให้เราเลือกเดินไปอีกทาง(คนละทางกับความฝัน)
    มันก็อาจนำเราไปสู่ยอดใหม่ หรือทางเส้นนั้นอาจไปบรรจบ
    กับยอดเขาที่เคยฝันไว้ก็ได้

    ส่วนถ้าใครชอบนั่งอยู่บ้านเฉยๆ และเห็นว่าสบายดีแล้ว อันนี้ก็ไม่ว่ากันครับ
    คนคนนั้นอาจค้นพบสัจธรรมเข้าให้แล้ว (ฮ่าฮ่า)

    แต่ไม่อยากรีบพบสัจธรรมครับ
    ไหนๆ เกิดมาทั้งที พบทั้งยอดเขา พบทั้งเหว
    แล้วค่อยพบสัจธรรม ก็มันส์ครบถ้วนดีออก.
    😀

    เรื่องเกี่ยวกับความฝัน ยังมีตอนต่ออีกหลายวันครับ
    มาล้อมวงแลกเปลี่ยนกันนะครับ.

  6. สิ Says:

    พี่เอ๋ตอบสิรึเปล่าเนี่ย?

    reality can destroyed the dream why shouldn’t the dream destroy reality

    สิว่าความฝันไม่ควรทำลายความจริง เพราะความฝันเป็นแรงผลักดันให้เรามีความสุขในชีวิตจริง
    หากสิ่งที่เราฝันกับชีวิตจริงมันไปด้วยกันได้
    ความฝันของสิมันเพิ่งเริ่มต้น ..

    พี่เอ๋ คือแบบสถานการณ์ที่สิเลือกระหว่างสิ่งที่อยากทำกับต้องทำน่ะ
    มันเกิดจากการที่สิโดนบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูก แล้วสิไปปรึกษาใคร
    เค้าก็บอกแฮะว่าสังคมไทยมันก็แบบนี้แหละ อืม.. อธิบายไม่ถูกค่ะ
    สิเลยเลือกหนทางที่สิคิดว่าดีที่สุดนะ.. พิมแล้วงงๆ -*-

  7. เติ้ล Says:

    ระหว่าง ‘สิ่งที่ต้องทำ’ กับ ‘สิ่งที่อยากทำ’
    ระหว่าง ‘ความจริง’ กับ ‘ความฝัน’
    ทั้งหมดทั้งมวล สำหรับเติ้ล เติ้ลมองว่ามันเกี่ยวกับความปลอดภัย
    เติ้ลมีความจริงที่ต้องทำ ซึ่งมันทำให้มั่นคง ปลอดภัย
    ส่วนความฝันที่อยากทำ มันยังไม่รู้ความเป็นไป และ – – ต้องเสี่ยง (ที่จะเปลี่ยน)
    เป็นนิสัยหวงแหน ‘ความปลอดภัย’ (เรียกง่าย ๆ ว่า “กลัวจนนิสัยเสีย”)
    พี่เคยพูดไว้ ว่าพี่ชอบยืน “ถ่างขา” อยู่ระหว่างฝั่งที่สำเร็จกับไม่สำเร็จ (ประมาณนั้น จำคำไม่ได้แฮะ)
    เออ … เติ้ลว่าที่หลายคนทำฝันไม่สำเร็จ เพราะไม่กล้าถ่างขาแบบที่พี่ทำนั่นแหละ
    (ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในนั้น)
    ส่วนความฝันจะไปตามหามันที่ไหน?
    เติ้ลว่ามันต้องสืบไปตามเส้นทาง ‘ความอยาก’
    แม้ ‘ความอยาก’ จะดูชั่ววูบกว่าความฝัน
    แต่ในชีวิตคนหลายครั้ง เราก็ ‘อยาก’ บางสิ่งถี่ขึ้น จนกลายเป็น ‘ขาดไม่ได้’
    เมื่อถึงตอนนั้น สิ่งที่ว่าอาจแปรเป็นความฝัน ที่ถ้าขาดไป ไม่ได้ทำ เราจะตายตาไม่หลับ

    มั้ง!!!

  8. danlbom Says:

    บางทีความฝันก็ทำให้เราเจ็บปวด เพราะว่านั่นเป็นความฝัน
    บางทีความฝันก็ทำให้เราพบกับความสุข เพราะว่านั่นเป็นฝันที่เป็นจริง

  9. pattararanee Says:

    คนบางคนมองว่า เป็นความฝันโง่ๆ
    แต่สำหรับฉัน ฝันนั้นอาจโง่มากกว่าโง่ แต่เราก็สุขใจ ที่จะทำให้ฝันนั้นเป็นจริง
    เพราะมันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

    ไม่ว่าใครจะมีฝันแบบไหน โง่หรือฉลาดหรือธรรมดา
    ก็ขอให้ มีแรงใจไฟฝัน
    จงอย่าปล่อยให้ใครมาดับไฟฝันของเราตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยค่ะ
    เสียดายที่อุตส่าห์ฝัน
    ^_^

  10. PeeYong Says:

    “หาก อยากเห็นพื้นแผ่นดินสดใส

    แต่ไม่ยอมลอยเรือข้ามไป ปล่อยเรือไว้อย่างนั้น

    แล้ว อีกเมื่อไรจะถึงฝั่งฝัน

    ต้องขอไปตามใจซักวัน ออกตามฝันซักที”
    .
    .
    .
    ตอนนี้ผมยังงงตัวเอง ว่าจริงๆแล้วความฝันของผมคืออะไร

    พูดง่ายๆคือ ฝั่งฝันไม่รู้อยู่ไหน เรือเลยยังไม่ได้ต่อ

  11. jummdcu Says:

    ถ้าพูดถึงเรื่องความฝัน…

    เป็นคนที่ไม่ค่อยมีความฝันเท่าไหร่
    ชีวิตดำเนินไปตามกฎเกณฑ์
    อยู่กับความเป็นจริงซะส่วนใหญ่
    ยังแอบชื่นชมคนที่มีฝันมากมาย และสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้
    ตอนนี้กำลังจุดไฟฝันให้กับตัวเองอยู่
    รู้สึกถึงความตื่นเต้น…โดยเฉพาะเมื่อทำฝันบางอย่างสำเร็จ…
    เข้าใจถึงความรู้สึกของคนที่ไขว่คว้าหาฝันแล้วฝันเป็นจริงเลย

    สำหรับ ‘สิ่งที่ต้องทำ กับสิ่งที่อยากทำ’
    หรือ ‘ระหว่างความจริง กับความฝัน’
    บางครั้งก็พูดยากนะว่าจะเลือกอะไรดี
    แต่สำหรับตัวเอง…
    น่าจะเป็นสิ่งที่ทำแล้วเรามีความสุข ไม่ผิดไปจากกฎเกณฑ์ของสังคม
    ไม่ทำให้ผู้อื่นหรือตัวเราเองเดือดร้อน
    แม้ว่าบางครั้งเราอาจจะไม่ได้ทำตามสิ่งที่ฝันไว้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
    แต่เราก็ยังเก็บเอา ‘ความฝัน’ นั้นไว้ เป็นแรงผลักดัน
    ให้เราทำสิ่งต่างๆได้อย่างมีพลังมากขึ้น
    แล้ววันหลังเราค่อยกลับมาสานฝันกันต่อ

    พิมพ์ๆไปก็งงๆไป ด้วยความไม่ใช่นักล่าฝันตัวยง
    แต่อยากเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังไล่ล่าหาฝัน
    และกำลังทำฝันให้เป็นจริง
    เมื่อมีโอกาสก็อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไปนะคะ
    แล้วอย่าลืม ‘หยิบฝัน’ มาเผื่อแผ่คนอื่นๆด้วยนะ

  12. pattararanee Says:

    ฝันแห้ง ไม่งอก ไม่ผัก
    อืม ดูท่าจะไปด้วยกันกับ สิ่งที่ต้องทำนะ
    แห้งๆ ว่างๆ ไร้ผัก สิ่งมีประโยชน์
    ส่วน “สิ่งที่อยากทำ” ก็ยังเป็น “ฝัน” ต่อไป เพราะยังไม่ได้ลงมือทำซะที

    *คือว่าหิวข้าวก็ พูดถึงเป็นของกิน ^_^

  13. Spacetrain Says:

    เราก็ชอบความฝัน
    และคิดว่า ความฝัน ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้

    เราว่า ความฝัน เหมือนแสงไปที่อยู่ปลายทาง
    ถ้ามันอยู่ไกลมากๆ เราอาจจะหลงทิศได้
    แต่ตราบใดที่มันยังไม่ดับแสงลง
    เราก็ยังจะคงเดินเข้าหาแสงนั้นอยู่ดี

    ถึงแม้เมื่อถึง จุดหมาย มันอาจจะไม่สวยงามอยากที่คิดไว้
    แต่ยังไงมันก็มีค่า

    ไม่ใช่ให้เห็นคุณค่าของความฝัน
    แต่ทำให้เห็นคุณค่าของตัวเราเอง

  14. snowflake Says:

    หนูก็ชอบฝันค่ะ
    เด็กๆๆก็ฝันมาตลอดว่าอยากเป็นนู่น อยากเป็นนี่ อยากไปนู่นอยากไปนี่ ตอนเด็กๆๆหนูว่ามันสนุกดีนะคะ ที่เราได้จินตนาการไปเรื่อยๆๆ ว่าถ้าเราได้ไป ได้ทำจิงๆๆ มันจะมีความสุขเพียงใดนะ
    แต่ตอนนี้เมื่อหนูโตขึ้น หนูรู้แล้วค่ะบางทีความฝันกับความจริงมันก็ต่างกันมาก คือความฝันยังไงก็คือความฝัน สำหรับหนูนะคะ แต่ของคนอื่นหนูไม่รู้ ชีวิตของหนูตอนนี้เลยอยู่กับชีวิตที่เป็นจริง แต่หนูก็ยังคงมีความฝันอยู่ มันเป็นสิ่งที่เหมือนกับแรงกำลังใจอะไรซักอย่างที่ทำให้เราฮึดสู้ขึ้นมาได้จิงๆๆ
    ปล.จากที่ได้อ่านของคนอื่นๆๆมาก็ทำให้รู้ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำความฝันของตนให้เป็นจิงได้หรอก แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ทุกคนมีความฝันต่างหากละที่สำคัญ :>

  15. spermy Says:

    ความฝัน กับความจริง
    สิ่งที่ต้องทำ กับสิ่งที่อยากทำ
    ถ้าลองเอามาเชื่อมกัน
    ถ้า ความฝัน คือ สิ่งที่อยากทำ
    แล้วสิ่งที่อยากทำ คือ สิ่งที่ต้องทำ
    และ สิ่งที่ต้องทำ คือ ความฝัน
    ดังนั้น ความฝัน คือ ความจริง
    🙂

  16. แขก Says:

    วันนี้ตื่นแต่เช้า เพราะต้องรีบไปสถานีรถไฟธนบุรีให้ทันก่อน 6.15 น.
    ความจริงนั่งรถไฟฟ้าจากเกษตรมาถึงที่นี่ ใช้เวลาแค่ 30 นาที
    แต่รถไฟฟ้าเที่ยวแรกดันเริ่มทำงานหกโมงตรง
    กว่าจะมาถึงสถานีรถไฟธนบุรีก็คงจะไม่ทันเวลา
    ใครไม่รู้จัดเที่ยวรถไฟ ทำไมไม่จัดให้สอดคล้องกันพอดีกับรถไฟฟ้า
    จะรีบไปไหนตั้งแต่เช้า
    เราจำต้องยอมนั่งแท็กซี่มาซะไกล
    โชคดีที่กรุงเทพฯ รถไม่ติดมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะช่วงเช้าๆแบบนี้

    เราไปถึงสถานีฯก่อนเวลาเล็กน้อย พอมีเวลาแวะซื้อหนังสือพิมพ์อ่านเล่นบนรถ
    ที่ชานชลา รถไฟขบวนเป้าหมายจอดรออยู่แล้ว
    นายตรวจฯยืนต้อนรับตั้งแต่หน้าประตูรถไฟ
    เรายื่นการ์ดให้ไป นายตรวจฯสแกนที่การ์ด
    แล้วก็พาเราไปที่นั่งที่ได้จองไว้แล้วริมหน้าต่างบานใหญ่

    เบาะที่นั่งขบวนนี้ใช้สีและลวดลายคล้ายๆสายการบินรอยัลเนปาล
    ทำให้นึกไปถึงการเดินทางแบบแบ็คแพ็คเกอร์ครั้งแรกในชีวิต
    เงินก็ไม่ค่อยมี ภาษาอังกฤษก็งูๆปลาๆ เนปาลเองช่วงนั้นก็กำลังยิงกันเป็นกิจวัตร
    ยิ่งท่านแม่รู้ว่าเราจะเดินทางคนเดียว ยิ่งพาลจะล้มโครงการด้วยความเป็นห่วง
    เราได้แต่บอกว่า เขาประกาศหยุดยิง 2 เดือน ไปตอนนี้ไม่เป็นไร ปลอดภัยชัวร์…

    มัวแต่นั่งเม่อลอยถึงอดีต รถไฟออกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
    รู้แต่ว่า สถานีต่อไปเป็นสถานีด่านเจดีย์ 3 องค์
    รถไฟหยุดพักที่สถานีนี้แค่ 5 นาที
    มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของมอญเดินตรวจการ์ดตามปกติ
    สักครู่รถไฟก็ออกเดินทาง

    จุดหมายต่อไปคือเมืองมะละแหม่ง เมืองท่าริมฝั่งทะเลอันดามัน
    เมืองที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม บ้านพักตากอากาศ
    และสถานที่ราชการที่สำคัญของรัฐวัฒนธรรมมอญ

    เราหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้ สำรวจพาดหัวข่าวอย่างลวกๆ

    เกาหลีฉลองยิ่งใหญ่ ครบรอบ 10 ปี รวมประเทศ…

    ผลโหวตประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก เนปาลครองตำแหน่ง 3 ปีซ้อน…

    การประชุมวัฒนธรรมโลกที่ปัตตานี
    มีตัวแทนจากนานาชาติเข้าร่วมมากที่สุดในประวัติการณ์…

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ รายงานผลสำเร็จโครงการปลูกป่าทั่วเขตเวสต์แบงค์
    เตรียมขยายผลสู่ประเทศเพื่อนบ้าน…

    ชาวธิเบต เริ่มเดินทางกลับประเทศ
    เพื่อให้ทันงานแสดงธรรมเทศนาครั้งสำคัญขององค์ดาไลลามะที่นครลาซา…

    จีน-รัสเซีย-อเมริกา
    ร่วมปล่อยดาวเทียมสำรวจระดับคาร์บอนไดออกไซด์ ดวงที่ 13…

    เราไล่สายตาไปเรื่อยจนมาสะดุดที่ข่าวนี้
    ‘นิ้วกลม’ นักเขียนชาวไทยคว้ารางวัลโนเบลสาขาส่งเสริมความฝัน

    ในที่สุด ฝันของเราก็เป็นจริง…

  17. jummdcu Says:

    โอ้โฮ! พี่แขกหายไปนาน
    กลับมาทีก็มาแจกรางวัลให้คนแถวนี้ซะงั้น
    สงสัยต้องช่วยดึงตัวคนแถวนี้ที่ศีรษะชนเพดาน
    ให้ลงมาซะหน่อยแล้ว
    แต่ถ้ามีรางวัลนี้จริง…
    ก็ขอยกมือสนับสนุนอีกเสียงละกัน
    รวมๆกับหลายๆคนในนี้จุ๋มว่าน่าจะเป็นมติเอกฉันทํนะ

  18. ปอนด์ Says:

    อู้วๆๆๆ คุณแขก มีฝันที่แจ๋วจริง
    แปะ แปะ แปะ (ไม่ใช่เสียงฝน) ตบมือให้ดังๆ 😀

    แน่นอนคุณจุ๋ม

  19. jummdcu Says:

    อ้อ! พี่แขกไปช่วยสร้างฝันให้เป็นจริงหน่อยซิ
    ชะแว้บไปปั่นกระทู้ฟลาเนอร์ต่อหน่อยนะ
    จะครบ 100 responses แล้ว อีก 10 เอง

  20. cher3155 Says:

    มีปลอกหมอนหนุน แสนโปรด พิมพ์สกรีนไว้ว่า

    When having nothing use your dream to make money
    When having everything use money to make your dream

    หนุนแล้วนอนหลับฝันดีค่ะ


  21. พี่แขกสุดยอดจริงๆครับ ผมเกือบคิดไปว่าโลกไปนี้เป็นไปตามฝันนั้นแล้วจริงๆ 🙂

  22. roundfinger Says:

    ขอบคุณที่มาคุยกันเรื่องฝันนะครับ ได้มุมมองดีๆ เยอะเลยครับ

    สิ…ใช่แล้วคำถามจากสิและอีกบางคน แต่เราตอบไม่ได้ เลยมาชวนคุย
    สำหรับที่เล่ามา เอาใจช่วยให้ทำสิ่งที่(สิว่า)ถูกเน้อ!

    เติ้ล…หากลองได้เสี่ยงดูสักครั้ง ก็จะเริ่มมันส์กับครั้งต่อไป
    ลองเสี่ยงดูสิ รีบเสี่ยงในเวลาที่ยังเสี่ยงได้เน้อ!

    บอม…อืม อาจจะอาจจะ

    คุณเอี้ยง…ผมนึกถึงเพลง ‘เร่ขายฝัน’ ของเฉลียงจังครับ

    PeeYong…เราชอบเพลงนั้น เดี๋ยวมาคุยต่อเรื่องหาฝั่งฝันกันดีกว่า

    พี่จุ๋ม…ดูน่าอิจฉาซะด้วยซ้ำ พี่จุ๋มดูจะมีความสุขกับความจริงดีออกครับ

    รถไฟอวกาศ…สี่บรรทัดสุดท้ายคมมากครับ นับถือๆ

    เกร็ดหิมะ…ชอบที่บอกว่า ทุกคนมีความฝันนั่นล่ะสำคัญ ฮึดฮึด!

    spermy…เพิ่งเขียนตอนสองเสร็จ กลับมาอ่านที่ spermy เขียน
    แล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างคล้ายๆ กันอยู่ในนั้นครับ

    พี่แขกครับ…เด็ดสะระตี่!

    cher3155…ขอบคุณสำหรับปลอกหมอนครับ

    ศร…ราตรีสวัสดิ์!

    คุยต่อได้อีกนะครับ แต่ละคนคมๆ กันทั้งน้านเชียว ชอบอ่านครับ สนุกดี
    😀

  23. pattararanee Says:

    โห พี่แขก ไปไม่ชวน จามว้ายยยยยยย
    ฝันที่เป็นจริง มีรถเข็นมาฝากคุณนิ้วกลมด้วยนะเนี่ย
    อ่ะ มารับเร้ววววว!!!!
    ^_^

  24. แขก Says:

    ฮัลโหล…อืมม..คุยได้ ตอนนี้อยู่มะละแหม่ง เออ อากาศกำลังดี
    จะมาเหรอ เออ ฝากเอี้ยงชวนหมอจุ๋ม คุณปอนด์ แล้วก็น้องศรมาด้วยนะ
    ใครอยากมาอีกก็ได้… ไม่เป็นไร ไม่รู้จักกันก็มาได้ จะได้รู้จักกัน
    บอกด้วยแล้วกัน จะได้เตรียมที่พักไว้ให้
    …แต่ไม่ต้องชวนท่านนิ้วนะ ปล่อยให้เขียนบล็อกไปก่อน เดี๋ยวไม่มีอะไรอ่าน
    เออ เออ แล้วเจอกัน หวัดดี…

    ที่เพ้อมาซ้าายาวว…
    แค่คิดว่า ความจริง กับ ความฝัน มันก็น่าจะปนๆกันอยู่นั่นแหละ
    บางสิ่งที่เหมือนจะเป็นจริงได้ยาก แต่มันจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลยหรือ

    แค่ได้เดินเข้าไปใกล้ความฝันทีละนิดๆมันก็มีความสุขแล้ว…
    😀

  25. Sukanlaya Says:

    แม้บางครั้ง จะไปไม่ถึง “ฝัน”
    แต่อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่เราได้จาก “ฝัน”
    ก็คือ เราได้ความสุขจากการฝัน

  26. pattararanee Says:

    ถึงว่าสิ
    “เรายื่นการ์ดให้ไป นายตรวจฯสแกนที่การ์ด” ฝันนี่เอง
    รถไฟไทย เจริญก้าวหน้าได้ขนาดนี้เลยรึ หุหุหุ

    นั่นดิ คนบางคนฝันถึงเกาะเล็กเกาะน้อย
    อืม เราขอเกาะไปด้วยคนนะ….

  27. อ้วนดำ Says:

    ไม่อยากเป็นคนที่ปราศจากฝันเลย

    แต่ทำไมหนอ เราถึงยังนึกไม่ออกว่าความฝันของเราคืออะไร

    เราเคยมีฝันอะไรบ้าง

    หรือเรามัวแต่อยู่ในกรอบที่เขาขีดไว้ให้เดิน

  28. แขก Says:

    คุณอ้วนดำครับ…

    ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าเราจะเป็นใคร
    เราทุกคนล้วนถูกกำหนดขอบเขต…
    บ้างก็จริง บ้างก็คิดขึ้นเอง
    คนส่วนใหญ่พึงพอใจ ที่จะอยู่ในขอบเขตเหล่านี้
    ส่วนบางคนกลับเหมือนถูกบังคับให้อยู่
    แต่ก็มีบางคนที่อยากจะออกนอกลู่ แหกกฎ
    แม้ว่าสิ่งที่อยู่อีกฟากหนึ่งจะทั้งน่ากลัว และยังมองไม่เห็นก็ตาม

    คัดจาก ‘8 Mile’ มาฝาก

  29. yayaa Says:

    เห็นหัวข้อตอนแรกคิดว่าน้องนิ้วจะทำนายฝัน

    อ่านแล้วทำให้นึกย้อนว่าเคยฝันไว้ว่ายังไง
    ความจริงวันนี้เป็นสิ่งเดียวกับที่ฝันไว้หรือเปล่า
    แล้วความฝันต่อไปคืออะไร

    ต้องขอบคุณน้องนิ้วที่ทำให้กลับมานั่งคิดทบทวน
    หลังจากไม่ได้คิดถึงสิ่งนั้นนานมาแล้ว


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: