งานสี่สิบห้าปีวรรณศิลป์

มกราคม 27, 2007

ข่าวฝากครับ ช้าไปหน่อย เผื่อใครผ่านมาและผ่านไป ขอเชิญครับผม

ชมรมวรรณศิลป์ จุฬาฯ ขอเชิญผู้ที่สนใจในแวดวงหนังสือ
มาร่วมสนุกด้วยกันในงาน “๔๕ ปีวรรณศิลป์”

พลาดไม่ได้กับ…การเสวนา
“วรรณศิลป์ผลิใบ คลื่นลูกเก่า – ใหม่แห่งวรรณกรรม”

ร่วมฟังการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณกรรมในปัจจุบัน
ทั้งวรรณกรรมแนวทดลอง วรรณกรรมในโลกไซเบอร์ หนังสือทำมือ
และหนังสือนักศึกษา แนวการเขียนใหม่ๆ รวมถึงการให้คำแนะนำ
สำหรับผู้ที่กำลังฝึกเขียน ผ่านทาง 1 นักเขียนอาวุโส และ 3 นักเขียนร่วมสมัย

– ชมัยภร แสงกระจ่าง เจ้าของนามปากกา “ไพลิน รุ้งรัตน์”
นักวิจารณ์หนังสือและนักเขียนชื่อดัง เจ้าของผลงาน “รังนกบนปลายไม้”
ที่สร้างเป็นละครหลังข่าวภาคค่ำช่อง 3 ในขณะนี้

– อรุณวดี อรุณมาศ นักเขียนหญิงคลื่นลูกใหม่ เข้าชิงรางวัลซีไรต์จากรวมเรื่องสั้น
“การล่มสลายของสถาบันครอบครัวที่ความรักไม่อาจเยียวยา”

– “นิ้วกลม” เจ้าของผลงาน “โตเกียวไม่มีขา”, “กัมพูชาพริบตาเดียว”,
“เนปาลประมาณสะดือ” และความเรียง “อิฐ”

– ปณิธาน รอดเหตุภัย ยุวกวีดีเด่นแห่งชาติ
ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ Young Thai Artist Award
จากรวมบทกวี “ใจกรุง” และรางวัลดีเด่นจากรวมบทกวี “แห่งห้วงฤทัยสมัย”

และกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย
– การออกร้านขายหนังสือและหนังสือทำมือ
– การจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านวรรณกรรม
– การมอบรางวัลการประกวดเรื่องสั้นละบทกวี “รางวัลเกียรตินิยมวรรณศิลป์ ครั้งที่ ๓”
– การอ่านบทกวีประกอบดนตรี (Melopoetry)
– การเปิดตัว “ภาคีวรรณศิลป์” การรวมกลุ่มของชมรมวรรณศิลป์ 4 สถาบัน
ได้แก่ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และ ศิลปากร

พบกันในวันเสาร์ที่ 27 ม.ค. 2550 ณ สวนสันติชัยปราการ
(รอบป้อมพระสุเมรุ ปลายถนนพระอาทิตย์ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ปากคลองบางลำพู)

กำหนดการ
14.00 น. เปิดร้านขายของและแสดงนิทรรศการ
15.00- 16.00 น. รับลงทะเบียน
16.00- 16.45 น. เปิดงาน / มอบรางวัลเกียรตินิยมวรรณศิลป์
16.45-17.15 น. การอ่านบทกวีประกอบดนตรี
17.15-17.45น. เปิดตัวภาคีวรรณศิลป์
17.45-20.00 น. การเสวนาในหัวข้อ
“วรรณศิลป์ผลิใบ คลื่นลูกเก่า – ใหม่วรรณกรรม”

*สามารถเดินทางไปยังสวนสันติชัยปราการได้ทางรถเมล์
สาย 3, 6, 15, 19, 43, 65 และ 82

24 Responses to “งานสี่สิบห้าปีวรรณศิลป์”

  1. แขก Says:

    ฝากข่าวไม่ช้าไปหน่อยละท่านนิ้ว ช้ามากกกก…
    จะเอาก้อนอิฐไปปาหัวท่านที่งานทันมั้ยเนี่ย

  2. หมี Says:

    พี่นิ้วกลมระวังตัว+หัวน่ะ เดี๋ยวโดนอิฐ
    ขาโหดมาแล้ว

  3. นายด.โดม Says:

    โหพี่เอ๋ รายงานข่าวช้าจางพี่ รุเมื่อสายไปซะแล้วววว
    เอาไว้เจอกันงานหน้าแล้วกันครับ

  4. พุงกลม Says:

    55 เข้ามาขำคนฝากข่าวช้า

  5. สิ Says:

    ช้าไปจริงๆด้วยพี่เอ๋ -*-

    ปล.หาซื้อสมองไหวในฮ่องกงไม่ได้ ยังไม่วางแผง หรือว่าหมดคะเนี่ย? เดินตามหามาทั่วสยามมา2อาทิตย์แล้ว

  6. roundfinger Says:

    วันนี้สนุกดีครับ
    ได้นั่งฟังอีกสามท่านพูด แลกเปลี่ยนทรรศนะสนุกมาก
    แต่ละคนก็เก๋าๆ กันทั้งนั้นครับ
    😀

    ขอบคุณพี่แขกกับคุณเอี้ยงด้วยครับที่ไปนั่งตากยุงเป็นเพื่อนกัน
    ไม่กล้าบอกข่าวมากนักครับ กลัวว่าจะถี่เกินไป

    สิ…อู้หู ดีใจมากเลย นี่ออกตามล่า สมองไหวฯ แล้วหรือ?
    เพิ่งเข้าแท่นพิมพ์ไปเองจ้า จะมีงานเปิดตัววันที่ หก กุมภาฯ นี้ครับ
    (ซึ่งก็น่าจะเป็นวันที่ได้เห็นหนังสือเป็นรูปเป็นเล่มเป็นวันแรก)
    ที่ร้านนายอินทร์ สยามพารากอน เวลาประมาณบ่ายโมงครับ
    จะเอาข่าวมาแปะอีกทีนะครับ รับรองว่างานนี้ไม่ช้า

    ขอบคุณที่อยากอ่าน และแอบหวังว่าจะเพลินบ้าง(ไม่เพลินบ้าง)
    กับรสชาติใหม่ใน สมองไหวฯ นะสิ.
    😀

  7. jummdcu Says:

    เข้ามาอ่านแล้ว เสียดายมาก
    เพราะมีนักเขียนคนโปรดมากๆของตัวเองไปร่วมงาน
    คนนึงก็คือคุณชมัยพร แสงกระจ่าง (เป็นนักเขียนอีกคนที่ทำให้อยากอ่นหนังสืออีกหลายๆเล่ม)
    ส่วนอีกคนก็คงจะเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ (เป็นนักเขียนที่ทำให้ “ฝันลุกซู่” เลยล่ะ)
    ฝากบอกเอี้ยงกับพี่แขกนะว่าอิจฉาที่ได้ไปเป็นฟลาเนอร์แถวๆสวนสันติชัยปราการ
    เอาไว้เจอกันงานหน้านะ

  8. keyzame Says:

    พลาดเลยอ่ะ

    แต่วันที่สมองไหวออกจะไม่พลาดน้ะ

    สัญญาๆๆ

    แหะๆ

    ขอหายจากการเม้นท์ไป 3 วันเน้อ ไปโลกที่ไม่มีเน็ต
    เด๋วกลับมาจะมาตามอ่าน อิอิ

  9. roundfinger Says:

    โลกที่ไม่มีเน็ต–อยากไปมั่ง
    😀

  10. toh Says:

    บังเอิญเดินผ่านไปแถวนั้น เลยได้มีโอกาสนั่งฟังตั้งแต่เริ่มไปสักพักจนจบเสวนา
    จริงๆเราไม่รู้จักใครเลยในนั้น นอกจากคุณนิ้วกลมนี่แหละ และเป็นการเห็นตัวจริงครั้งแรก ฮ่าๆๆ
    นั่งฟังไปก็รู้สึกดีนะ เป็นความรู้ใหม่ๆ และต่างคนต่างก็มีความคิดเห็นที่ “เข้าท่า” ในแบบตัวเอง
    เจ๋งเป้ง จ๊าบโป้ง เดอะวินเนอร์คร๊าบบบบ.

  11. roundfinger Says:

    ฮ่าฮ่า…ทำไมเห็นตัวจริงแล้วต้องหัวเราะด้วยล่ะครับ ฮ่าฮ่า…

  12. toh Says:

    ฮ่าฮ่าฮ่า…โพสไวจัง กินขนมปัง เคี้ยวยังไม่ทันกลืนเลย ฮ่าฮ่าฮ่า…

  13. roundfinger Says:

    ฮ่าฮ่า…เป็นพื้นที่ของคนใจร้อน
    จริงอย่างที่คุณชมัยภรตั้งข้อสังเกตไว้ครับ ฮ่าฮ่า…
    😀

  14. หัวใจเดินทาง Says:

    แอบไปนั่งฟังแป๊บนึง ที่จริงๆ แอบไปดูตัวมากกว่า 666 (ไม่ห้าก็หก)

    อะไรกันครับ มีหนังสือเล่มใหม่อีกแล้วเหรอ เล่มก่อนยังอ่านไม่จบเลย เพิ่งอ่านกัมพูชาฯ จบไปไม่นาน ตอนนี้เลยต้องหาหนังสือของท่านอื่นอ่านต่อ ไม่งั้นเดี๋ยวต่อมอยาก (เที่ยว) จะทำงานมากเกินความจำเป็น

  15. แขก Says:

    ฮ่าฮ่า…เป็นพื้นที่ของคนใจร้อน
    แต่ถ้าคนใจร้อน บอกข่าวช้าอีกครั้งเจอดาบแน่!

    ปล.ปกติผมเป็นคนใจเย็นนะครับ 😀

  16. pattararanee Says:

    ไปนั่งตรงนั้นเลยเห็น ความแปลกแยกที่โดดเด่น
    คล้ายเป็นขั้วตรงกันข้ามของกันและกัน
    งานเขียนก็มีหลากแบบ สไตล์ใครสไตล์มันแหล่ะเนอะ ^_^
    ส่งกระจกดูกันก็ไม่น่าจะแปลกเลย

  17. pattararanee Says:

    *ส่อง
    แก้คำผิด เดี๋ยวผิดความหมายจ้า

  18. แขก Says:

    “อินเตอร์เน็ตเป็นพื้นที่ของคนใจร้อน”
    จริงหรือท่าน…?

    “งานเขียนทางเว็บไซด์มีคุณค่าน้อยกว่าวรรณกรรมที่พิมพ์เป็นเล่ม”
    จริงหรือท่าน…?

    อยากจะลุกขึ้นมาโต้แย้ง(อย่างสุภาพ)เหมือนกัน
    แต่ในใจบอกว่า…ใจเย็น เดี๋ยวเค้าจะเข้าใจผิดคิดว่าคนบ้านนี้ใจร้อน!

    ปล. แต่ตอนนี้เสียดายที่วันนั้นไม่ได้แย้ง 😦

  19. pattararanee Says:

    พี่แขกคะ
    ไม่ต้องเสียดายไปหรอก
    การที่เรานิ่งๆ เฉยๆ มันอาจกลายเป็นเดี๋ยวดีเองก็ได้

    คนแต่ละคนก็แตกต่างกัน จะล่วงล้ำกร้ำกรายยังพื้นที่ของเขามากเกินไป อาจกลายเป็นสร้างความรำคาญหรืออกแนวคุกคามกันได้
    อันนี้เราบอกตัวเองนะ ^_^
    อย่าคิดมากนักสิ…

  20. แขก Says:

    ไม่อยากรุกล้ำพื้นที่ใคร
    และไม่ชอบให้ใครรุกล้ำพื้นที่เราเหมือนกัน
    บางอย่างการนิ่งเฉยก็เท่ากับการยอมรับ

    ปล.ม่ายล่ายคิดมาก เห็นมั้ย 😀 😀 😀

  21. jummdcu Says:

    เอี้ยงกับพี่แขกคิดอะไรเหรอ
    จะคิดเหมือนเรามั้ยเนี่ย
    ความสงบ สยบความเคลื่อนไหวหรือเปล่านะ

  22. แขก Says:

    หมอจุ๋มครับ
    ปกติผมก็มักใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหวครับ
    แต่บางครั้งก็รู้สึกว่าบางสถานการณ์มันกลับให้ผลตรงข้าม
    บางที การนิ่งเฉยก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้

    ว้า…คิดมากจริงๆด้วย!

  23. pattararanee Says:

    ความฉลาดทางอารมณ์ จะช่วยให้เรารู้ว่า ตอนไหนควรศอกกลับไปแบบไหน หรือแค่นั่งมองตาคู่กรณีเฉยๆ
    อย่าเรียกว่า ความสงบ สยบความเคลื่อนไหวเลย
    สำหรับเรา บางทีอาจเป็นแค่การคุมสติตัวเองไม่ให้ตะโกนด่าออกไปก็ได้ ค่ะหมอจุ๋ม
    *เอ๋!!! นี่เรายังอยู่ในหัวข้องาน 45 ปี วรรณศิลป์ รึเปล่าเนี่ย?????


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: