คำถามเกี่ยวกับความฝัน (สี่)

มกราคม 27, 2007

เรามีฝัน
คนที่เรารักก็มีฝัน
และ-เราก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นหนึ่งในฝันของคนที่เรารัก

คนที่เรารัก และคนที่รักเรา มักมีความรักและคาดหวังในตัวเราเป็นปกติ
คาดหวังให้เป็นอย่างนี้อย่างนั้น คาดหวังให้ได้ดิบได้ดี
ได้ดิบได้ดีในแบบที่พวกเขาคิดฝัน ซึ่งอาจเป็นคนละสิ่งกับที่เราฝัน

คราวนี้จะทำยังไง?
ในเมื่อเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก
ตัวเราผูกอยู่กับหลายคน ในหลายสถานะ
เมื่อเราขยับตัว ย่อมส่งผลกระทบต่อคนเหล่านั้นโดยไม่ตั้งใจ
กระทบแรงบ้าง เบาบ้าง แต่ย่อมส่งผลกระทบ
กระทบดีบ้าง กระทบแย่บ้าง แต่ย่อมส่งผลกระทบ

สายสัมพันธ์คล้ายเส้นด้ายที่ผูกโยงเราไว้ด้วยกัน
เมื่อมีรักก็มักมีสายสัมพันธ์เกิดขึ้นตามมา
สายใยที่มองไม่เห็น จึงตัดไม่ได้
อย่าว่าแต่ตัดขาด แค่คิดจะตัดก็ไม่รู้จะจับต้นชนปลายตรงไหน

ในเมื่อเราเป็นฝันของพวกเขา เราจะทำอย่างไร?
อยากให้ฝันของเขาเป็นจริง ก็อยาก
อยากให้ฝันของเราเป็นจริง ก็อยาก
หากมันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ย่อมนำมาซึ่งทางสองแพร่ง
ขณะยืนอยู่ ณ แยกนั้น เราจะตัดสินใจเดินไปสู่ทางใด?

ทางแรก-ไปในทางที่คนที่เรารักวาดฝัน
ทางสอง-ไปในทางที่เราวาดฝัน

ทางแรก เดินไปให้สุดทาง ก้าวทุกย่างด้วยความตั้งใจ
ทำทุกก้าวให้ดีที่สุด เพื่อให้คนที่เรารักและรักเราเค้าได้ปลื้ม
แววตาในยามที่เค้ามองเราอย่างปลาบปลื้มนั้นน่ายินดี
เหมือนเราได้เห็นแววตาของคนที่ได้เห็นความฝันที่เป็นจริง
(โดยไม่ต้องออกรายการของคุณไตรภพ)

แต่ในยามที่ส่องกระจก เราอาจพบแววตาแห่งความเสียดาย
และคับข้องใจว่าถ้าเราเลือกเดินไปอีกทางจะเป็นเช่นไร?

คนเรามีความสุขได้หลายวิธี
สุขจากการที่ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข ก็เป็นความสุขแบบหนึ่งใช่ไหม?

หรือจะเลือกทางที่สอง?
เดินไปตามความชอบและความฝันของตัวเอง
อาจมีบ้างที่คนที่เรารักไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน
แต่ก็ยืนยันที่จะเดินดุ่มไป ในทางที่พวกเขาบอกว่าอันตราย

ยิ่งเลือกทางนี้ยิ่งเหนื่อย ยิ่งต้องฝ่าฟัน
เพราะนอกจากฝ่า+ฟันกับอุปสรรคที่เรียงรายอยู่ตลอดเส้นทางแล้ว
ยังต้องฝ่าฟันกับขวากหนามของคำเตือน คำสบประมาท คำดุว่า
และความห่วงใยจากคนที่เรารักทั้งหลายด้วย

รัก คือ อิสระ
ใครหลายคนพูดไว้

หากความรักคืออิสระ
การปล่อยให้คนที่เรารักได้ทำในสิ่งที่เขาคิดฝันและอยากลงมือ
ย่อมคือความรักประเภทหนึ่ง

ห่วงใยได้ แต่มิใช่กักขัง

ยิ่งวันยิ่งเชื่อว่า คนเราต้องเรียนรู้ดีร้ายด้วยตนเอง
ไม่มีใครสรุปบทเรียนชีวิตให้ใครได้
เพราะเราต่างมีศักยภาพที่แตกต่างกัน
เธอทำไม่สำเร็จ ฉันอาจทำสำเร็จก็ได้
เธอทำสำเร็จ ฉันอาจทำไม่สำเร็จก็ได้
ประสบการณ์ของเธอจึงไม่ควรถูกหยิบขึ้นมาตัดสินชีวิตฉัน

วิชาชีพนั้นดี วิชาชีพนี้ไม่ดี คำเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งจริงแท้เสมอไป
ขึ้นอยู่กับว่า ‘ใคร’ ไปทำ ‘อะไร’ มากกว่า
คนเราถนัดไม่เหมือนกัน มีความสามารถไม่เหมือนกัน รักอาชีพไม่เหมือนกัน
และมีพลังกับการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เท่ากัน

คนหนึ่งอาจยอมทำงานอย่างหนึ่งถึงดึกดื่น
ขณะที่ทำงานอีกอย่างหนึ่งถึงห้าโมงเย็นก็เหนื่อยหน่าย

เรามักทุ่มเทพลังให้กับสิ่งที่เรารักเสมอ

แล้วคนที่เรารักล่ะ?

หากใครสักคนเลือกทางที่สอง-ก้าวไปตามทางที่ฝัน
และลงมือทุ่มพลังกายพลังใจทั้งหมดที่มีใส่เป้แล้วออกเดิน
ใช้เหลี่ยมคมแห่งความรักในทางเส้นนั้นฝ่าและฟันหนามแหลม
ระหว่างทาง กรุยทางที่เคยเดินยากให้ราบเรียบลงได้
ใครคนนั้นอาจได้พิสูจน์อะไรบางอย่าง

พิสูจน์กับตัวเอง
และพิสูจน์กับคนที่เขารัก
พิสูจน์ว่าทางเส้นนั้นสวยงามไม่แพ้ทางเส้นที่ไม่ได้เลือก

ทางสองเส้นต่างสวยงาม
อยู่ที่ใครชอบแบบไหน

แต่ในเมื่อเราจำเป็นต้องเดินบนเส้นทางนั้นอย่างโดดเดี่ยว
โดยมีคนที่เรารักทำได้แค่เพียงคอยเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ
เราก็น่าจะเลือกทางที่เราเห็นว่าสวย มิใช่ทางที่เขาเห็นว่าสวย
ใช่หรือไม่?

แต่หากใครมิได้เลือกทางที่ว่า
อย่าได้เสียใจไป
ใครคนนั้นอาจไม่ได้หลงใหลทางที่ไม่ได้เลือกมากเพียงพอ
เพียงพอที่จะเสี่ยง เพียงพอที่จะยืนยันในความฝัน เพียงพอที่จะก้าวไป
และเขาหรือเธออาจคิดและตอบกับตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้ว่า
“ฉันรักคนที่ฉันรักมากกว่าความฝัน”
“ฉันอยากเห็นฝันของพวกเขาเป็นจริงมากกว่าฝันของฉันเอง”
ซึ่งนั่นย่อมเป็นคำตอบที่สวยงามสำหรับเขาหรือเธอ

แน่นอน-ใครสามารถเดินบนสองทางได้ย่อมน่าอิจฉายิ่ง

เราต่างมีฝัน
คนที่เรารักก็มีฝัน
เราต่างรักกัน
และความรัก คือ อิสระ.

26 Responses to “คำถามเกี่ยวกับความฝัน (สี่)”

  1. jummdcu Says:

    ถ้ามีคนถามว่ามีลูกจะให้มีอาชีพเดียวกันหรือเปล่า
    สำหรับตัวเองก็คงบอกว่า…
    เป็น(ทำ)อะไรก็ได้ ขอให้ทำ(เป็น)ด้วยใจรักละกัน
    สิ่งใดๆก็ตาม ถ้าเราทำด้วยใจรัก เราจะเต็มที่กับมันเสมอ
    แต่ถ้าเป็นสิ่งที่คนอื่นรักแล้วหยิบยื่นให้ โดยที่เราไม่มีใจรักเลย
    คงจะลำบาก อาจจะทั้งกายและใจ

    ใครที่เจอทางแยกและกำลังเลือกเส้นทางให้กับตัวเองอยู่
    เป็นกำลังใจให้นะ
    เพราะตัวเองก็ผ่านการเลือกเดินบนทางแยกมาแล้ว
    ได้บทสรุปกับตัวเองว่า…
    เส้นทางที่เราเลือกด้วยใจรักนั้น แม้จะไม่ราบเรียบบ้างในบางที
    แต่เราก็จะผ่านมันไปได้ในที่สุด

  2. jummdcu Says:

    ท่าทางวันนี้เอ๋จะปวดหัวกับบล็อกนะ
    แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็ตามไปอ่านได้ใน categories 11

  3. เฮียหมู Says:

    เราสุข – คนอื่นไม่สุข
    เราไม่สุข – คนอื่นไม่สุข
    คนอื่นไม่สุข – เราไม่สุข
    คนอื่นสุข – เราอยากสุขตาม
    (“หมอ” อาชีพที่ทำให้ผมเห็นรอยยิ้มของเพื่อนมนุษย์ )

  4. สิ Says:

    “เราไม่สามารถทำอะไรให้ทุกคนพอใจได้ตลอดเวลา” แต่ละคนคาดหวังกับเราไปคนละทิศค่ะ บางทีที่เราฟังเสียงรอบข้างมากเกินไป อาจทำให้เราไม่ได้ยินเสียงจิตใจตัวเอง ว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ตัวเองต้องการ

    เคยมีคนบอกสิว่า บางครั้งเราต้องตัดสินอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง คนที่คาดหวัง+คาดความฝันให้เรานั้น อาจจะด้วยความห่วงใย แต่สุดท้ายคนที่ต้องมารับผลจากฝันเหล่านั้น ก็คือเราเอง สิลองมองเรื่องนี้เป็นอนาคต การเรียนหรือการงาน ถ้าเราเลือกทำสิ่งที่เราไม่ได้รัก แต่คนรอบข้างคิดว่าดี แต่เราต้องอยู่กับมันตลอดไป มันก็คงไม่มีความสุขหรอกค่ะ สิว่าบางอย่าง ก่อนที่จะเลือก ลองฟังเสียงจิตใจของเรา ที่ยังไม่โดนเสียงรอบข้างกลบเสียบ้างก็ดีค่ะ ^^

  5. เฮียหมู Says:

    ผมขอสวัสดีเพื่อนที่บ้านพักฝากอากาศทุกคนนะครับ รวมทั้งคนเขียนด้วย(ไม่รู้ว่าชื่ออะไร… – -“)

  6. สิ Says:

    ไปอ่านที่พี่เอ๋โพสไว้ในส่วนก่อนหน้านี้ หลอกให้เราตามหานะคะ วันนี้เดินอยู่ทั่วสยามเลย เดินไปศูนย์หนังสือจุฬาได้เห็นปกอิฐกะโตเกียวแบบใหม่

    ส่วนตัวชอบอิฐแบบเก่าๆมากกว่า ให้อารมณ์อิฐๆน่าปาหัว(พี่เอ๋)ดี 55+

  7. สิ Says:

    ลองมาคิดๆดู หากไม่ได้เลือกตามที่เราฝัน คงเหมือนรถไฟขบวนนั้นที่เราพลาดไป

  8. shallowsleep Says:

    มีรักเหมือนมีเข็มขัดเพิ่มขึ้นอีกเส้น
    เราต้องแบกรับว่า เฮ้ย เรากินได้แค่นี้นะ กินมากกว่านี้ไม่ได้ ติดเข็มขัด
    หรือเรากินน้อยกว่านี้ไปก็ไม่ได้ เดี๋ยวกางเกงจะหลุดตูดเอา

    แต่บางทีถ้าเข็มขัดเส้นนั้น ยอมให้เราเจาะรูเพิ่มได้ ก็คงดี
    เราจะหย่อน จะตึง ยังไงก็ได้ สบายพุง

    เข็มขัดเส้นนั้นมีชื่อว่า “หวัง”

    แต่ว่าเข็มขัดน่ะ ถ้าคาดผิดที่
    มันอาจทำให้เกิดเรื่องน่าสลดขึ้นได้นะ

    คาดให้ถูกที่ละกัน ก่อนมันจะเปลี่ยนชื่อเป็น
    “ฆาตหวัง”

  9. ฟ้า Says:

    เราโชคดี..
    ที่พ่อกับแม่ไม่เคยบอกว่า ‘ ต้องทำ ‘ หรือ ‘ ต้องเป็น ‘ อะไร

    เราโชคดี..
    ที่พ่อกับแม่ยังคอยเป็นกำลังใจและดูแลสภาพจิตใจที่แปรปรวนในวันที่ต้องตัดสินใจเลือกอะไรในชีวิตของเราเอง

    เราโชคดี..
    ที่ได้ทำอะไรที่รัก และมีความสุขกับมันในทุกวัน ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ในเวลาที่คนอื่นนอนหลับสบาย ถึงเราจะต้องนั่งสเกตแบบหรือออกแบบอะไร ก็เป็นสิ่งที่ยินดีจะทำด้วยความเต็มใจ

    — บางเรื่อง ไม่จำเป็นต้องมองว่ายากง่ายยังไง ไกลใกล้แค่ไหน สิ่งสำคัญอาจอยู่ที่ จะทำหรือไม่ทำ จะเดินต่อหรือหยุดนิ่ง จะเรียนรู้หรือรอคอย(??) ต่างหาก —

    เราโชคดี..

  10. ฟ้า Says:

    ฟ้าชอบนิยามคำว่ารักของพี่shallowsleepนะคะ..
    🙂

  11. กีต้าร์ Says:

    ในยามที่ส่องกระจก เราอาจพบแววตาแห่งความเสียดาย
    และคับข้องใจว่าถ้าเราเลือกเดินไปอีกทางจะเป็นเช่นไร?
    พี่นิ้วกลม….
    เค้าชอบข้อความนี้มากเลยค่ะ…..

  12. chelie416 Says:

    วักมาแทะ แวะมาทัก
    พักหลังมาบ่อย –
    ค่อยๆ ไล่อ่านไปทีละนิด
    ทีละหน่อย

    และจะมาบ่อยๆ
    มาเรื่อยๆ

    พี่เมกิ เองล่ะ

  13. mon Says:

    ใคร ๆ ก็อยากให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข
    อยากให้เค้าได้พบได้เจอแต่สิ่งที่ดี ๆ
    โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า
    สิ่งที่เรายัดเยียดให้เค้าหน่ะ
    เค้าพอใจ…เค้ามีความสุขรึป่าว
    เพิ่งรู้ว่าตัวเองเห็นแค่ตัว
    ก็วันนี้เเหล่ะ

  14. Sayorita Says:

    ชอบสำนวนภาษาใน โตเกียวไม่มีขา
    เลยขอตามต่อมาอ่านต่อที่นี่

    วันพรุ่งนี้ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
    ขอแค่ทำให้ วันนี้ เป็นวันที่เต็มที่

    ถ้าวันพรุ่งนี้คนที่เรารักเกิดตายจากกัน
    หรือตัวเราเองเป็นฝ่ายตายจากไป

    ความคาดหวัง ความฝัน ที่หวังอย่างโน้น อยากได้อย่างนี้
    จะไม่มีความหมายอะไรเลย

    เหลือแค่ตะกอนของความรู้สึกแบบ

    “ตอนนั้น ไม่น่าเลย”

  15. พุงกลม Says:

    แวะมาบอกคุณนิ้วฯ ว่าพรุ่งนี้รายการจับชีพจรโลก ช่อง 9 ตอนสี่ทุ่มกว่าๆ จะพูดเกี่ยวกับเรื่อง an inconvenient truth จ้า..

  16. roundfinger Says:

    ฮ่าฮ่า…ชอบที่คุณ shallowsleep เขียนด้วยคนครับ

    พี่จุ๋มครับ ไม่ปวดหัวหรอกครับ แก้ได้แก้ได้

    เฮียหมู…สวัสดีครับ จากผม-นายชัดเจน (ฮิ้ว)

    สิ…อืม เราชอบทั้งสองแบบ แต่เราชอบปกโตเกียวฯ อันใหม่นะ

    ฟ้า…เรียนออกแบบรือ?

    กีต้าร์…😀

    พี่เมกิ…แวะมาบ่อยๆ ทักกันบ่อยๆ นะคร้าบ!

    mon…😀

    Sayorita…ขอบคุณที่มาเยี่ยมบ้านครับ

    พุงกลม…ดูแน่นอนครับ

    ปุ้ม…😀

  17. Modz(มด) Says:

    ดีค่ะ..พี่เอ๋ ที่หายไปก็เพราะหวัดเล่นงาน(อีกแล้ว)ค่า
    นอนซมไปหลายวัน ไม่รู้ว่าหอบหวัดมาจากค่ายรึป่าว^^

    คุยเรื่องนี้(ฝัน)ยาวจังเลยนะคะ..อ่านไปแล้วมันตรงอย่างบอกไม่ถูก!

    ไม่ได้เข้ามาเลยไม่ค่อยรู้เรื่องหนังสือที่ชื่อ’สมองไหวฯ’อะไรซักอย่าง

    ช่วยชี้แนะด้วยค่า:)

  18. pattararanee Says:

    ฝันที่เราเลือกได้กับฝันที่คนอื่นเลือกให้????
    อะไรตรงใจกว่ากัน?
    ไม่น่าถาม มันก็ต้องฝันที่เราเลือกเองสิป้า
    แต่ในระหว่างฝันถึงกับถึงฝัน คงต้องดิ้นรนกันน่าดู
    เลือกอะไรดี ระหว่างฝันของคนที่เรารักคล้ายเป็น สมการ (x + y) ยกกำลัง 2 เลย
    หรือฝันที่เรารักดีล่ะ????
    อย่าได้ฟันธงตอบว่าอย่างไหนดีกว่ากัน “คุณ” เท่านั้น ต้องตอบตัวเอง

  19. yayaa Says:

    จริง ๆ ทยอยอ่านจากฝันแรก ๆ อดประหลาดใจไม่ได้ว่า
    คุณนิ้วกลมทำไมรู้ว่า บางคนก็เลือกทำความฝันของคนที่เรารักให้เป็นความจริง

    แต่ลองมาคิดดูแล้ว ส่องกระจกดูหรือนั่งไทม์แม็คชีนของ
    โดเรมอนกลับไปก็อาจต้องเลือกทางเดิม
    อาจเป็นเพราะว่าเราต่างรักกัน
    หรือความฝันของเราอาจฝันเพียงให้คนรอบข้างมีความสุขก็ได้


  20. ยังไงก็ขอฝากตัวในบ้านพักนี้อีกคนแล้วกันนะคะ เผื่อว่าจะตามหาความฝันที่ทำหล่นหายเจอค่ะ*-*
    ตั้งแต่เข้ามหาลัยมาก็มั่วแต่ทำตามฝันของคนอื่น หลงใหลในเปลือกนอกของความฝัน จนหาทางกลับมาเป็นตัวเองไม่เจอ อย่าว่าแต่ทำฝันหล่นหายเลย บางทีอาจทำตัวเองคนเก่าหล่นไว้นอกรั้วมหาลัยแล้วก็ได้…

  21. roundfinger Says:

    สวัสดีครับ ปิดตำราแสบ😀

  22. อ้วนดำ Says:

    ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเป็นคนไม่มีฝัน

    หรือฝันว่าอยากเห็นคนที่รักมีความสุข

    จึงได้เลือกเดินทางสายนี้

    แต่ยังนับว่าโชคดีเหลือเกินที่เลือกเดินแล้วมีความสุข

    แม้จะพบอุปสรรค ความยากลำบาก หลุมบ่อบ้าง

    แต่ก็มีกำลังใจที่จะฝ่าฟันไป หรือนี่แท้จริงแล้วคือความฝันของเรา

  23. jummdcu Says:

    อารมณ์เดียวกับอ้วนดำค่ะ


  24. มีคนที่รักแล้ว
    อยากมีฝัน

    ถ้ามีทั้งสองอย่างล่ะก็ คงมีความสุขน่าดูเลย

  25. bluewings Says:

    ใช่แล้วค่ะ คนทุกคนมีความฝัน
    แต่”โอกาส” มีไม่เท่ากันนะค่ะ

    เพราะ”ตัวแปร” ในชีวิตแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน

    คนบางคนมีตัวแปรที่เกื้อให้เลือกได้ว่า จะเดินตามฝันของตัวเอง หรือ คนที่รัก

    แต่กับคนบางคน ทำอย่างนั้นไม่ได้ ถึงแม้อยากจะทำแทบขาดใจ

    ***การตัดสินใจเป็นสิ่งที่ยากเสมอ (โดยเฉพาะกับเรื่องใหญ่ๆในชีวิต)***

    จริงมั้ยค่ะ????


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: