แฉคนไทย (หนึ่ง)

มกราคม 29, 2007

(ก่อนที่จะสำลักความฝันกันจนจุก ขออนุญาตพักไว้ก่อนครับ)

อ่านหนังสือจบไปสองเล่มครับ!
ต้องขอโม้สักหน่อย ถือเป็นความภูมิใจของช่วงเวลานี้
เพราะช่วงนี้อ่านหนังสือหลายเล่มเหมือนคนหลายใจ
แต่ก็ไม่ได้ลงเอยเสร็จสิ้นกับใครเลยจริงๆ สักราย
วันนี้ดีใจ สำเร็จไปตั้งสองเล่ม

เล่มหนึ่งค้างคามานาน ใช้เวลาอ่านอยู่ประมาณสองสัปดาห์
คือ บัลซัคกับสาวน้อยช่างเย็บผ้าชาวจีน ของ ไต๋ซื่อเจี๋ย
แปลโดย โตมร ศุขปรีชา

อีกเล่มเพิ่งซื้อมาวันนี้ครับ X-ray คนไทย 360 องศา
โดย พงษ์ ผาวิจิตร อ่านแล้วมันส์กระเด็น!

มีหลายแง่มุมในหนังสือเล่มนี้ที่รู้สึกว่า ‘โดน’
น่าจะเล่าได้หลายวันไม่แพ้ความฝันที่นั่งนึกก็ได้อีกหลายตอน
วันนี้ขอเอามาแบ่งสักส่วนหนึ่งก่อนก็แล้วกันครับ

ว่ากันด้วย…
การให้คุณค่ากับคนในสังคมไทย

อันดับแรก คือ ชาติตระกูล
จะไปขอลูกสาวใครเขา จะไปสมัครงาน สมัครเรียน
คนไทยมักดูกันที่ชาติตระกูลก่อน
ยิ่งถ้ามีตัวหนังสือ ‘ณ.เณร’ ห้อยปนอยู่ในนามสกุลด้วยแล้ว
ยิ่งมีโอกาสที่คนอื่นจะชื่นชมโดยที่ยังไม่ต้องทำอะไร
ผมเองก็เคยอยากเติมคำว่า ‘ณ มีนบุรี’ ต่อท้ายนามสกุลตัวเอง
อยู่เหมือนกัน

เราจึงมีสังคมอภิสิทธิ์ชนที่เรียกกันว่า ‘สังคมไฮโซ’
ลูกหลานของคนดังไม่ว่าเข้าวงการอะไรก็มักจะได้ ‘เส้นทางลัด’
ไปสู่ความสำเร็จเร็วกว่าคนอื่นที่มีความสามารถเท่าๆ กัน

นิตยสารต่างๆ ก็นิยมซุบซิบคนในสังคมชั้นสูงเหล่านี้
แต่ไม่เห็นมีใครซุบซิบคนเก่งกันบ้างเลย
อืม เราน่าจะมี oops! ฉบับเด็กเคมีโอลิมปิกบ้างเนอะ

แฉ! น้องวิภาอ่านเคมีถึงตีสี่ไม่หลับไม่นอน
แม่บ่นอุบ อยากให้อ่านถึงตีห้า

อันดับสอง คือ ทรัพย์สมบัติ ความร่ำรวย
จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ คือ การหยิบยกข้อสังเกตในชีวิตจริงขึ้นมา
อย่าง ป้าย ‘บ้านนี้อยู่แล้วรวย’ มักจะขายดีกว่า ‘บ้านนี้อยู่เย็นเป็นสุข’
สำนวนไทยอย่าง ‘มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ ถ้ามีที่ทางดีๆ
ก็นับเป็นพ่อเลยแหละ’ หรือข้อสังเกตกับคนถูกหวยที่จะมีญาติโกโหติกา
เพิ่มมาจากไหนต่อไหนมากมาย

ซึ่งก็พอจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า พี่ไทยเราชอบนับญาติกับคนรวย
ส่วนเงินที่รวยมานั้นมาจากไหน พี่ไทยไม่ค่อยสน

อันดับสาม คือ ความเป็นสากล
ใครที่ได้ไปหายใจสูดคาร์บอนไดออกไซด์ที่เมืองนอกเมืองนามา
มักจะมีราศีผ่องอำไพมากกว่าพวกที่หมกตัวอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่เกิด
‘เด็กจบนอก’ ไม่ว่าจบจากห้องแถวในซอกซอยไหนของเมืองนอก
กระทั่งว่าจะจบหรือไม่จบ ก็มักมีราศีดีกว่าชาวบ้าน
เพราะพี่ไทยมักเชื่อว่า เมืองฝรั่งมีดีกว่าบ้านเฮา

ในหนังสือเขียนไว้ด้วยว่า ทั้งที่บางคนที่ไปเรียนเมืองนอก
ก็เพราะสอบไม่ติดในเมืองไทย แต่ผมว่าข้อสังเกตนี้
ดูจะโหดร้ายไปสักนิด

อันดับสี่ คือ ดีกรีการศึกษา
บัณฑิตแม้มาขายขนมครก ก็ยังได้รับการยกย่องว่าเป็น
‘ขนมครกบัณฑิต’ ‘น้ำเต้าหู้ปริญญาโท’ หรือ ‘ไก่ย่างปัญญาชน’
ซึ่งอันนี้ผมยืนยันว่า ‘ขนมครกปริญญา’ ที่มีนบุรีขายดีมาก
แม้ว่าลูกชายคนขายจะไม่ได้จบปริญญาด้านขนมครกมาก็ตาม

แปลกดีที่เรามักรู้สึกว่า คนมีการศึกษาจะทำอะไรได้ดีกว่า
แม้ว่าจะขายเต้าฮวย เฉาก๊วย บ๊ะจ่าง ก็ดูน่าเชื่อถือกว่า
อาเจ๊ อาซ้อ ผู้ชำนาญการมานานกว่ายี่สิบปี

ในหนังสือเล่มนี้พูดถึงการให้ค่าของคนที่ลาออกก่อนเรียนจบอย่าง
ริชาร์ด แบรนด์สัน (เวอร์จิ้น), เดล (เจ้าพ่อคอมพิวเตอร์ขายตรง),
บิล เกต (ไมโครซอฟต์) ที่ได้รับเกียรติเชิญไปสอนนักศึกษา
ในมหาวิทยาลัยดังๆ ของโลก ก่อนตบท้ายว่า กฎของมหาวิทยาลัย
เมืองไทยบอกไว้ว่า ผู้ที่จะสอนคนอื่นได้ต้องจบการศึกษาสูงกว่าหนึ่งขั้น

แม้จะมีวิทยากรนอกมาสอนบ้าง แต่หัวข้อนี้ก็ดูท่าจะจริง
ในแง่ของการให้คุณค่าคนในสังคมส่วนใหญ่ ที่ยังคงวัดคน
จากใบปริญญามากกว่าความสามารถหรือประสบการณ์

อันดับห้า คือ หน้าที่การงาน
โดยเน้นไปที่ข้าราชการ ที่หลายคนยังมีความเชื่อว่าได้เป็นเจ้าคนนายคน

อันดับหก คือ การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ผ่านมา
พูดถึงความสำเร็จที่ต้องประโคมกันให้โด่งดัง

ซึ่งสองอันดับหลัง ผมค่อนข้างเห็นว่าเป็นเรื่องทั่วไป
ที่คนมักให้ค่ากันเป็นปกติ

พรุ่งนี้ (ถ้าไม่ง่วง) จะมาต่อกันที่เก้านิสัยของคนไทย
ที่อ่านแล้วเหมือนนั่งดูตัวเองยังไงยังงั้น
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ!

Advertisements

26 Responses to “แฉคนไทย (หนึ่ง)”

  1. Vingt-Neuf Says:

    มารอตอนต่อไปค่ะพี่เอ๋…

    ส่วนงานคราวหน้า คงเป็นวันที่ 6 กุมภา
    ปอคงไม่พลาดแล้วหล่ะค่ะพี่เอ๋
    (น่าจะ)เจอกันนะคะ ^^

  2. roundfinger Says:

    มาเร็วมากเลยปอ
    เสียดายที่วันนี้ไม่เจอกัน
    แล้วเจอกันวันนั้นเน้อ!
    😀

  3. jIb (วรรณศิลป์จุฬาฯ) Says:

    พี่เอ๋
    เท่าที่เคยได้ยินมา5นิสัยคนไทย
    จากมุมมองนักสังคมวิทยาชาวฝรั่งเศสคือ
    อุจาระเกียจ อุจาระโอ้อวด อุจาระอิจฉา อุจาระโลภ อีกอันจำไม่ได้แร้วอ่า
    กลัวไม่สุภาพ อิอิ
    วันที่6 เจอด้วยคนน้า…

  4. gooogolf Says:

    โอ้ เยี่ยม มีคนอ่านหนังสือแล้วย่อยให้ฟังแล้วววว คิคิ

  5. พุงกลม Says:

    หนังสือน่าสนใจมาก ^_^

    สภาพปัจจุบันก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าคนส่วนใหญ่ยังยกย่องเงินมากกว่าความดีงาม น่าอนาถ..

    ท่านว.วชิรเมธีเคยเขียนไว้ในหนังสือเล่มนึงบอกว่า สังคมไทยเป็นแบบ “ง่าย งก โง่” เจ็บดี หุหุ

    ปล. เคยอ่าน “บัลซัคกับสาวน้อยช่างเย็บผ้าชาวจีน ” แล้วเหมือนกันจ้ะ

  6. danlbom Says:

    ทุกคนเกิดมาจากดิน ไม่ว่าจะมีชาติตระกูล เงินทอง มากมายแค่ไหน
    ก็ต้องกลับไปสู่สถานะเดิมก็คือดิน

  7. หมี Says:

    โห พี่นิ้วกลม ฟังพี่โม้แล้วสะอึกยังงัยไม่รู้ ‘โดน’ จริงๆ
    มันแผดเผา+ทิ้มแทง+เก็ทอารมณ์เหล่านี้ได้เลย
    (มันมีอยู่จริง แต่อยู่ไปจนชินจนไม่รู้สึก มองไม่เห็น)

    วันนี้ไปก่อนน่ะพี่ วันหน้าจะมาฟัง(อ่าน)แฉ ต่อ

  8. alwayslek Says:

    One more krub
    Thai don’t think independently. Usually they will believe what other told them. Basically they already think for us. 555

    My brain is only for moving my body and watching TV.

  9. Modz(มด) Says:

    อ่านไปแล้วโดน..

    อ่านไปพยักหน้า(ยอมรับ)ไป

    คนไทยโดยรวมเป็นแบบนั้น!

    เอาไว้จะมาอ่านที่เหลือละกันนะคะ

    ป.ล.ขอข้อมูลของหนังสือที่ชื่อ”สมองไหวฯ”ด้วยนะคะ ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ

  10. เติ้ล ณ เพชรเกษม Says:

    ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นเรื่องที่เราควบคุมแทบไม่ได้
    ทั้งนามสกุล ชาติตระกูล ฐานะมันติดตัวเรามาตั้งแต่ยังพูดไม่เป็นคำ
    เป็นกระแสสังคมที่อยุติธรรม และตัดโอกาสคนธรรมดา ๆ ไปหลายเรื่อง
    แต่เอาเถอะ เพราะบางเรื่องเป็นคนธรรมดาที่สุดไว้ก็ดี

    ป.ล. กระแสสมองไหวฯ แพร่สะพัดไปทั่วตั้งแต่ยังไม่วางขาย – – ยินดีด้วยพี่


  11. อ่านแล้วก็เห็นด้วยนะครับ คนไทยก็ประมาณเนี้ยแหละ

    ปล. อยากอ่าน oops! ฉบับเด็กโอลิมปิกด้วยอะ คงฮา+มีสาระดี

  12. pattararanee Says:

    อันดับแรก คือ ชาติตระกูล
    ไอ้เราก็มีนะ พอมีสกุลรุนชาติอยู่บ้าง ไม่เถื่อนถ่อยจนน่าตกใจ
    ต๊าย!!! แต่เพื่อนก็มัก ซุบซิบภึงเราว่า “โอ้!!! ป้ามืดตึ๊ดตื๋อดีจริงๆ” 5555

    อันดับสอง คือ ทรัพย์สมบัติ ความร่ำรวย
    ขอรวยความดีจะดีกว่า ญาติจะได้ไม่ต้องมากนัก ญาติไม่ค่อยชอบคนดีๆ เห็นเค้าชอบมาหาเวลา “ถูกหวย” ดูอย่างคุณครูมวยคนนั้นสิ มาขอเป็นญาติ เงินหมดในพริบตา

    อันดับสาม คือ ความเป็นสากล
    ไม่เคยไปเมืองนอกที่ไหน เราว่าออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ที่ไหนก็เหมือนกันหมด เมืองไทยยิ่งแล้วใหญ่ กรุงเทพฯ ติดอันดับมลภาวะเป็นพิษทุกเรื่อง เป็นสากลๆ!!!

    อันดับสี่ คือ ดีกรีการศึกษา
    ความสามารถถีบคนอื่นส่งให้ตัวเองสู่ที่สูง เป็นเรื่องส่วนบุคคลอันตราย ห้ามลอกเลียนแบบ ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด
    เราว่าดีกรีอะไร เป็นคนดี คงมีความสุขใจกว่า

    อันดับห้า คือ หน้าที่การงาน
    ข้าราชการ ที่ดีต้องทำงานหนักๆ โดยกินมากๆ นอนเยอะๆ แวบบ่อยๆ เฮ้อ!!!!

    อันดับหก คือ การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ผ่านมา
    อีนนั้เป็นเรื่องของ marketing ต้องชิงพื้นที่กัน ไม่งั้นเดี๋ยวขายไม่ออก โอ้!!! โลกทุนนิยม วัตถุนิยมโดยแท้

    ^_^

  13. jummdcu Says:

    ช่วงนี้อ่านหนังสือไม่จบซักเล่ม
    มาแอบอ่านแถวๆนี้แทน
    อ่านไปแล้วเหมือนจะเห็นด้วย
    จะตามอ่านต่อตอนไปนะ

  14. jummdcu Says:

    แก้คำ : จะตามอ่านตอนต่อไปนะ

  15. สิ Says:

    บ้านอยู่มีนบุรีเหรอพี่เอ๋ ? งั้นก็ สิ ณ ราชบุรีมั่ง 55555

    สิว่าเรื่องระดับการศึกษา บางทีมันก็บ่งบอกอะไรไม่ค่อยได้นะคะ

    อย่างที่สิได้เจอ อาจารย์บางท่านที่จบปริญญาสูงๆ ยังสอนเด็กได้ดีสู้อาจารย์คนอื่นไม่ได้ก็มี

    ส่วนความสำเร็จในหน้าที่การงาน สิแอบคิดว่ามันก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีของเค้าซะส่วนหนึ่งนะ

    ปล.ยังไม่เอียนกับความฝันนะคะ

  16. อ้อย Says:

    อ้อย ณ. บางกะปิ ฮ๋าๆๆเอาซะหน่อย
    เฮ้ยน้องวิภาอ่านถึงตีสี่เเต่คุณเเม่อยากให้อ่านถึงตี5
    อืมน่าคิด ฮ๋าๆๆ

  17. แขก Says:

    เรียน ท่านนิ้ว ณ มีนบุรี

    หลังจากได้อ่านข่าวสารที่ท่านนิ้วแจงมานั้น
    ข้าพเจ้าก็ให้รู้สึกสะท้อนใจนัก
    อันว่าแผ่นดินสยาม แผ่นดินแม่ แผ่นดินเกิดของข้าพเจ้า
    และเป็นแผ่นดินเกิดของท่านนิ้วนั้น
    จะมากไปด้วยค่านิยมเยี่ยงนี้เชียวหรือ
    ข้าพเจ้ารู้สึกขัดแย้งในใจ แต่ข้าพเจ้าจะยังไม่วิพากษ์ท่านแต่อย่างใด
    เหตุเพราะสารจากท่านนั้นยังมิเสร็จสิ้นความ
    ประเดี๋ยว ข้าพเจ้าจะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก ‘อ่านไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด’
    หวังว่าท่านคงเข้าใจ

    ด้วยความนับถือแถมเคารพรัก
    แขก ณ นครขอนแก่น

    ปล. หากจดหมายนี้ดัดจริตเกินงาม ข้าพเจ้าขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

  18. yayaa Says:

    ความจริงสิ่งที่เรายกย่อง
    ก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนต่างใฝ่ฝัน

    (เอ… ยังฝันไม่เลิก 555 )

  19. thecyanline Says:

    55 โดนๆ จะรอติดตามอ่านตอนต่อไป 🙂

  20. roundfinger Says:

    ตอบมด: สมองไหวในฮ่องกง
    คือชื่อหนังสือเล่มใหม่ของเรา
    กำลังจะออกมาให้เห็นหน้าค่าตากัน
    เดือนกุมภาฯ นี้ครับ
    ฝากไว้ให้พิจารณาด้วยเน้อ!
    😀

    จาก
    เอ๋ ณ มีนบุรี บัณฑิตปริญญาตรี ถูกเลขท้ายสองตัว.

  21. สิ Says:

    ^
    ^

    ๔กให้หมดแล้วค่อยมาว่ากันอีกที 555

  22. อ้วนดำ Says:

    ดีจัง ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ากรุงไปซื้อหนังสืออ่าน

    มีคนอ่านแล้วย่อยให้ฟังอย่างนี้ช่วยเปิดกบาลได้เยอะแฮะ

    คุณคนเขียนทำไมช่างเข้าใจคนไทยได้อย่างถึงแก่นดี

    รอตามอ่านต่อไปค่ะ

  23. ช่อแก้ว Says:

    ป้าย ‘บ้านนี้อยู่แล้วรวย’ มักจะขายดีกว่า ‘บ้านนี้อยู่เย็นเป็นสุข’

    เสื้อ
    ใส่แล้วฝันแข็งแรง
    ก็ขายได้แล้ววันนี้

  24. talent Says:

    เคยไปเที่ยวเมืองจีน ไกด์สาวชาวจีน(พูดไทย)
    บอกว่า
    คนไทยชอบถ่ายอยู่ 3 อย่างเมื่อมาเที่ยว
    1. ถ่ายรูป
    2. ถ่ายห้องน้ำ
    3. ถ่ายเงิน (ช็อปปิ้ง)

    ทุกวันนี้ยังคงคิดอยู่ว่า แล้วคนประเทศอื่นเค้าไม่ทำกันรึไง!!
    ผ่านมาเกือบ 10 ปี

    คนไทยยังนิยมถ่ายอยู่เหมือนเดิม
    แล้วก็ได้คำตอบแล้วว่า
    คนไทยถ่ายมากกว่าคนประเทศอื่นจริงๆ
    โดยเฉพาะข้อสาม

  25. ผ่านมาคะ Says:

    ขออีกข้อได้มั้ยคะ

    เรื่องเชื่อเวรกรรมแบบไม่ลืมหูลมตาของพี่ไทยไง

    ละครเรื่องไหนตัวร้ายไม่พินาศสะใจ ไม่ยอมเด็ดขาด ไม่สนุก
    จนกลายเป็นนิสัย ทีนี้ดีไม่ดี ก็อยากเห็นความพินาศล่ะ
    เช่น รถชนกันหรอ ตายมั้ย?

    โลกใบนี้ คนเลวมันต้องได้รับกรรม

    สนุกจังเลยยยยย

    -*-


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: