ดอกไม้ที่ไม่เฉา

กุมภาพันธ์ 14, 2007

(นี่คือ งานเขียนเมื่อหกปีที่แล้วครับ เคยเขียนส่งไปลงในเว็บไซด์แห่งหนึ่ง
และนำมาร่วมเล่มเป็นหนังสือทำมือกะเค้าด้วย ลองคุ้ยขึ้นมาอ่านใหม่
เห็นว่าตลกดี เลยเอามาแปะไว้ต้อนรับเทศกาลการให้ดอกไม้ครับ)

ทิวลิป ลิลลี่ คาเนชั่น กุหลาบนานาสีนานาสัน
แย่งกันชูช่ออวดความงามเบิกบานของตัวเอง
ไม่ต่างจากผู้คนมากมายในวันนั้น
ที่ดูแล้วหน้าบานไม่แพ้ดอกไม้ในมือเลย

อ๋อ ผมกำลังพูดถึงงานรับปริญญาอยู่น่ะครับ
ช่างเป็นวันที่รอยยิ้มล้นสถานที่จริงๆ
ไม่ว่าสถานที่จัดงานจะกว้างขวางแค่ไหนก็ดูเหมือนว่า
จะแคบไปทันทีเมื่อหน้าของบัณฑิตบวกเข้ากับ
ของญาติมิตรบานกองรวมกัน

เป็นบรรยากาศที่มีสีสันมากวันนึง

ลูกโป่ง ริบบิ้น ของขวัญ และแน่นอน ดอกไม้
ช่วยกันสร้างสีสันให้กับวันนั้นจนดูละลานตา
เหมือนรุ้งถูกระเบิดแตกตกลงมากระจายอยู่ทั่วงาน
ทุกอย่างถูกนำมาเพื่อแสดงความยินดีให้กับบัณฑิตที่เพิ่งจบ
จริงๆต้องใช้คำว่า ‘จบซะที’ มากกว่า
ใครๆก็ต้องดีใจเรียนมาตั้งนาน ก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลก
ที่คนจะซื้อลูกโป่ง ของขวัญ หรือดอกไม้ให้กัน

ทิวลิป ลิลลี่ กุหลาบ คาเนชั่น พรุ่งนี้มันจะเป็นยังไง
มันก็คงต้องเหี่ยวกันไปตามวันเวลา
“ซื้อกันทำไมหว่า? แพงก็แพง”
เคยคิดอย่างนี้กันบ้างรึเปล่า
ผมคิดอย่างนี้มาเสมอ

ดอกไม้แห้งจนเป็นสีน้ำตาลทั้งก้าน ใบ และดอกวางอยู่มุมห้อง
ผมเห็นแล้วรกหูรกตา เกือบเอาไปทิ้งอยู่หลายรอบ
ผมไม่เข้าใจจริงๆน่ะแหละว่า พี่สาวของผมเขาจะเก็บมันไว้ทำไม
ถ้าอยากประดับห้องก็น่าจะหาดอกไม้สวยๆสดๆมาประดับ
จนกระทั่งมีวันนึงผมอยากจะไขข้อข้องใจที่มีมานาน
เลยเอ่ยปากถามเจ้าของดอกไม้

ก็เลยได้คำตอบว่า
“นี่เป็นดอกไม้ดอกแรกที่…เขาให้พี่เลยนะ”
อ๋อมิน่าก็เลยปลื้มเป็นพิเศษ ตอนเล่านี่ตาเยิ้มเชียวล่ะ
ผมก็ได้แต่พยักหน้าตามหงึกๆ
และปล่อยให้ดอกไม้ช่อนั้นอยู่ในห้องตามเดิม
มันคงสำคัญจริงๆน่ะแหละ แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
ว่าอะไรมันจะขนาดน้าน จนกระทั่ง..

วันนั้นเป็นวันวาเลนไทน์ ผมยังเป็นนักเรียนตัวจ้อย
ที่แอบไปหลงรักเข้ากับเพื่อนร่วมห้องคนนึงอาจเรียกได้ว่าเป็น
‘รักของลูกหมา’ ก็คงจะได้ เพราะเป็นรักที่ไม่มีเหตุผลอะไรมากมายนัก
แน่นอนวันแห่งความรักทั้งที ได้โอกาสต้องแสดงความรักซะหน่อย
ผมตัดสินใจอยู่นานเพราะไม่แน่ใจนักว่าการให้ดอกไม้ในวันนี้
จะเป็นการเริ่มต้นหรือสิ้นสุดกันแน่ แต่รู้สึกตัวอีกทีก็จะเคารพธงชาติอยู่แล้ว
แย่ล่ะสิดอกไม้ก็ยังไม่มี แต่ยังดีที่ตอนนั้นผมมีเพื่อนมาสายเป็นประจำ
อยู่หนึ่งคน ได้โอกาสเลยโทรไปฝากซื้อดอกไม้มาให้หน่อย
ตอนนั้นยังไม่รู้จักดอกอะไรซักอย่าง
“เอาน่าดอกไม้เป็นใช้ได้” ผมสั่งเพื่อนไปอย่างนั้น

เมื่อเลิกแถว วันนี้ดูวุ่นวายกว่าวันอื่นๆ
เหล่าลูกหมาต่างวิ่งหาคนที่ตัวเองแอบชอบกันยกใหญ่
ผมก็เป็นหนึ่งในหลายๆตัวนั้น โอ๊ะโอ เธออยู่นี่นี่เอง
เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน ผมพุ่งเข้าไปหลับหูหลับตายื่นดอกไม้ให้
ไม่พูดอะไรซักคำ นึกในใจว่าดอกไม้คงพูดแทนผมหมดแล้ว
1นาทีนานเหมือน10ปี

“ขอบคุณ” เธอกล่าวขึ้นพร้อมกับรับดอกไม้ไปหน้าตายิ้มละไมเชียว
ผมพยักหน้าไม่ว่าไร อีกครั้งที่ผมให้รอยยิ้มพูดแทนผม

ถึงวันนี้ผมยังจำความรู้สึก เสียงเต้นของหัวใจ ลิลลี่3ดอก
คำขอบคุณ และรอยยิ้มนั้นได้ดีซะยิ่งกว่าสูตรฟิสิกส์ที่เรียนตอนนั้น
ถูกครับ แม้ว่าดอกลิลลี่3ดอกในวันนั้น มันจะเหี่ยวเฉาร่วงโรยไปแล้ว
แต่ในความทรงจำของผมมันยังเป็นลิลลี่สีชมพูที่บานอย่างสดใสอยู่ตลอดเวลา

“อ๋อ เรียกว่าลิลลี่เหรอ?”
การให้ดอกไม้ในวันนั้นทำให้ผมรู้จักดอกสีชมพูกลีบใหญ่ๆ
มีเกสรตรงกลางเป็นเส้น ปลายเกสรมีสีเหลือง สวยดีจัง
นี่คือ1ในสิ่งที่ผมได้รับในวันนั้น

การให้ดอกไม้คนอื่นมันดีอย่างงี้นี่เอง คุณล่ะเคยลองให้ดอกไม้ใครรึยัง?
ลองดูสิแล้วจะรู้ว่าดอกไม้ที่ไม่เฉาน่ะเป็นยังไง

(ไม่ได้แก้ไขอะไรเลยครับ คงไว้ตามเดิมทุกประการ
ตัวสะกดผิด เว้นวรรคผิด และความรู้สึกกับดอกไม้สามดอกนั้น).

14 Responses to “ดอกไม้ที่ไม่เฉา”

  1. pattararanee Says:

    ผ่านมาแล้วหกปี style การเขียน ช่างแตกต่าง…
    ผ่านมามากกว่าหกปี ดอกไม้ก็ยังไม่เฉา
    นั่นสินะ…
    ถ้าอย่างนั้น ช็อคโกแลต น่าจะเหมาะที่สุด
    เพราะรสขมๆหวานๆของมันจะคงอยู่ในความรู้สึก ได้ยาวนาน…
    ละลายในปาก ไม่ละลายในมือ หรือเปล่า????!!!!
    ^_^

  2. แขก Says:

    อ่าน ‘รักของลูกหมา’ แล้ว
    ขออ่าน ‘รักของพ่อหมา’ ด้วย หกปีแล้วนิ หุ หุ

  3. yayaa Says:

    ดอกไม้บานในใจ😀

  4. jummdcu Says:

    ดอกไม้บานในใจเหมือนกัน
    ดอกไม้หนึ่งดอก สำหรับคนหนึ่งคนก็มีความหมายนะ
    โดยเฉพาะถ้าให้ด้วยใจ😀

  5. ขวัญ Says:

    ไม่เคยให้ดอกไม้ไป ให้แต่ “รอยยิ้ม” ไม่รู้แค่นี้จะพอรึเปล่า ; )

  6. yui Says:

    วันนั้นไม่ใช่วาเลนไทน์ แต่มันก็ถือได้ว่าเป็น “วันแห่งความรัก”
    วันแรกที่เห็นหน้า จำได้ว่า “โดน” เข้าอย่างจัง
    หน้าใสๆ ผมเซอร์ๆ หน้าตี๋ๆ

    หลังจากวันนั้นได้พบกันเป็นประจำที่คณะ
    ด้วยความที่เรียนคณะเดียวกัน จึงได้เรียนร่วมคลาสกันบ่อยครั้ง
    และทุกครั้งก็ต้องคอยแอบมองอยู่ห่างๆ

    จนวันหนึ่ง…วันนั้นเป็นวันเกิดของเขา
    หลังจากโดนเพื่อนยุอยู่นานว่า “บอกเขาไปสิว่าปลื้ม”
    ตอนนั้นมึนงง ไม่เป็นตัวของตัวเอง รู้แต่ว่า “แค่อยากให้เขารู้ก็เท่านั้น”
    ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นอะไรมากกว่านี้

    “ดอกกุหลาบ 1 ดอก” พร้อมข้อความสั้นๆ บอกว่า
    “สุขสันต์วันเกิด มีความสุขมากๆ จะเป็นกำลังใจให้นะ”

    ภาพในวันนั้นเลือนรางมากๆ จำได้เพียงอย่างเดียวว่า
    “เป็นวันที่เขินที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมา”

    หลังจากวันนั้น “รอยยิ้มของเขา” ก็มักจะส่งมาให้เราเสมอ
    ยามที่ได้เรียนคลาสเดียวกัน

    และมิตรภาพของเราก็เริ่มต้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

  7. pattararanee Says:

    ต้นกุหลาบขาว
    ฉันเคยมอบให้พี่สาวที่รักคนหนึ่งเนื่องในวาระวันคล้ายวันเกิดของพี่เขาเมื่อหลายปีก่อน
    “แกอย่าโกรธกันนะ ถ้าชั้นทำมันตาย”

    เราอยากให้พี่เขารักดูแลทะนุถนอมมันให้มากๆ
    และแล้วกุหลาบต้นนั้น มีอนาคตเป็นอย่างไร ก็จำไม่ได้แล้ว
    จำได้แต่ว่า ฉันรอวันที่ดอกกุหลาบขาวจะบานแข่งกับแสงอาทิตย์เท่านั้น
    มันก็บานอยู่ในใจฉันทุกฤดูนั่นหล่ะ
    “สุขสันต์วันแห่งความรัก ขอให้พี่มีความสุขกับความรักนะคะ”

  8. jummdcu Says:

    ” รักของพ่อหมา ” น่าคิดแฮะ
    อยากอ่านด้วยคนนะ😀

  9. ปอนด์ Says:

    คิดอะไรเหรอคะพี่จุ๋ม😀

  10. jummdcu Says:

    น้องปอนด์.. อันนี้ต้องถามพี่แขกอีกที
    เพราะเป็นคนชงเรื่องมาก่อน
    แต่รู้หรอกน่า คิดเหมือนกันล่ะซิ

  11. น. ณ. ทะเล้น Says:

    รู้แล้วใช่ไหมว่า
    นักเขียนมีพัฒนาการมากขึ้นทุกครั้ง

    แรกเริ่มเราอาจเขียนโดยใช้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง
    เมื่อแก่…ไม่ใช่สิ เมื่อมีประสบการณ์มาก เขียนมาก สังเกตมาก
    งานเขียนจึงพัฒนาเป็นหนังสือหนังหาให้คนบ้า(อ่าน)ได้หยิบซื้อ

    แปลก… งานเขียนธรรมดา แต่ให้พลังคุณค่ามหาศาล
    กับคนตัวเล็กๆ อย่างฉัน

  12. snowflake Says:

    ‘ดอกไม้ไม่ว่าจะหอมเย้ายวลแค่ไหนก็ไม่อาจทำให้ใจหั่นไหวไปได้ก็เพราะฉันมีเธอที่หอมกว่า…..’ (ดอกไม้ dojo)
    อ่านแล้วเหมือนได้ยินเสียงเพลงนี้คลอมาเลยค่ะ ดอกไม้ก็สำคัญ แต่คนให้นี่ สำคัญกว่า…
    เคยให้ดอกไม้เป็นกุหลาบขาวกับคนคนหนึ่ง ตอนนั้นรู้สึกว่า อืม รู้สึกดีมากมายเลยล่ะ แต่ตอนนี้เราต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปตามทางแล้ว ไม่รู้จะได้เจอกันอีกหรือเปล่า คิดถึงจังเลย
    ปล. ใครที่ได้อ่านแล้วเคยได้รับกุหลาบขาวก็ เขียนเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ เพื่อคุณจะเป็นคนที่ได้รับกุหลาบขาววันนั้น

  13. krittin Says:

    ยังไม่เคยมีดอกไม้ในใจเลย……หรือมันเหี่ยวเฉาไปหมดแล้วก็ไม่รู้


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: