0002: มนุษย์ต่างด้าว

กุมภาพันธ์ 16, 2007

“ฮัลโหล เอ๋ ยูอยู่ไหน?”
เสียงไทยสำเนียงเทมาเส็กของเอลวิสยังเหมือนเดิม
“อยู่เคเอฟซี ชั้นสองนะ”

รอยยิ้มขนาดกว้างใต้ไรหนวดของเอลวิสเป็นยิ้มที่คุ้นเคย
และมันอาจเป็นยิ้มของเพื่อนร่วมโลกต่างชาติที่ผมคุ้นเคยด้วยมากที่สุด
และรอยยิ้มนี่เองที่อาจจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมกล้าเก็บผ้าผ่อน
ออกเดินทางไกล

“ฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะของเราทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกัน
ไม่รู้หัวเราะทำไม แต่ความเก้อเขินก็หายตัวไปหลังเสียงหัวเราะ

“เอลวิสจะมาเอาตัวเอ๋ไปเหรอ?” หญิงสาวข้างๆ ผมเอ่ยปากถาม
“ฮ่าฮ่า” เอลวิสหัวเราะอีกครั้ง “แล้วเอ๋จะไปไหม?”
“ไม่รู้เหมือนกัน” หญิงสาวตอบ เธอหัวเราะบ้าง

ทุกครั้งที่เราเปล่งเสียงหัวเราะออกมา เรามีเจตนาอะไร?
ผมว่าไม่เสมอไปหรอกที่เราจะหัวเราะเพราะ ‘ขำ’
และก็ไม่เสมอไปหรอกกระมังที่เราจะหัวเราะตอนเรามี ‘สุข’ เท่านั้น
บางครั้ง เราก็อาศัยเสียงหัวเราะเป็นกำบังความไม่สบายใจ มิใช่หรือ?

“ฮ่าฮ่า” ผมหัวเราะบ้าง
“เดี๋ยวเราลงไปหาร้านนั่งคุยกันดีกว่า”
ผมพูดประโยคนี้ หลังจากเห็นถ้อยคำ “หนูจะปิดร้านแล้ว” ของพนักงานในร้าน
ที่ส่งผ่านแววตา เราหันไปยิ้ม เธอส่งยิ้มคืนมา นัยน์ตาพูดว่า “ขอบคุณที่เข้าใจหนู”

เราย้ายก้นกันไปหย่อนบนเก้าอี้ที่ร้านโดนัทในสยามสแควร์
ผมสั่งช็อกโกแล็ตเย็น เอลวิสสั่งตาม เราแย่งกันจ่ายเงิน
มื้อเล็กๆ แบบนี้ต้องแย่งกันสักหน่อย มื้อใหญ่จะได้เป็นทีของอีกฝ่าย
ผมค่อนข้างประหลาดใจกับราคาสามสิบห้าบาทของช็อกโกแล็ตเย็นแก้วใหญ่
และประหลาดใจตามมาว่า ทำไมผมจึงประหลาดใจ?
ทำไมผมจึงรู้สึกว่า ช็อกโกแล็ตเย็นแก้วละสามสิบห้าบาทมันถูก?

หรือผมจะชินกับช็อกโกแล็ตเย็น+ราคาบรรยากาศในร้านกาแฟราคาแพงไปแล้ว?

เราเริ่มต้นบทสนทนากันด้วยการหยอกเอิน หยอกกันแบบผู้ชายกับผู้ชาย
มิใช่แบบกระหนุงกระหนิง แต่เป็นแบบกระโชกกระชาก
ไม่ได้หยิกแก้มหยิกก้น แต่เป็นตบหลังตบไหล่ เพื่อให้กำแพงน้ำแข็งละลาย

เพื่อนกัน สนิทกันขนาดไหน พอจากกันไปนานๆ เมื่อได้หวนมาเจอหน้ากันอีกที
มักจะมี ‘กำแพงน้ำแข็ง’ ก่อตัวขึ้นตรงหน้าเสมอ หนาบ้าง บางบ้าง ตามแต่คนไป

ไม่นานนักน้ำแข็งก็ละลายเกลี้ยง

ผมกับเอลวิสคุยกันแบบนี้มาตั้งแต่สมัยที่เราร่วมรัก เอ้ย! ร่วมงานกัน
องค์ประกอบหลักของโฆษณามีสองอย่าง ภาพ และถ้อยคำ
เอลวิส เป็น ผู้กำกับศิลป์ (อาร์ตไดเร็กเตอร์)
ผม เป็น ผู้เขียนคำโฆษณา (ก๊อปปี้ไรเตอร์)
เมื่อมาร่วมรักกัน จึงคลอดผลผลิตออกมาเป็น ‘งานโฆษณา’

คนมักเข้าใจว่า ก๊อปปี้ไรเตอร์ มีหน้าที่ ‘เขียน’ เท่านั้น
และอาร์ตไดฯ ก็มีหน้าที่แค่ ‘แต่งภาพ’ และก็มักจะเข้าใจผิดว่า
‘ครีเอทีฟ’ จะเป็นมนุษย์อีกคนหนึ่ง ที่ไม่ใช่ทั้งอาร์ตไดฯ และก๊อปปี้ฯ
มีหน้าที่คิดไอเดียในงานโฆษณา แล้วค่อยมาให้ก๊อปปี้ฯ ช่วยเขียนคำ
ให้อาร์ตไดฯ ช่วยแต่งภาพ แต่จริงๆ แล้ว ไอ้สองหน้าที่นั้นนั่นแหละ
ที่เรียกรวมกันว่า ‘ครีเอทีฟ’

สองหน้าที่นั้นนั่นแหละที่ช่วยกันคิดงานโฆษณามาด้วยกัน
ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ‘สำเร็จ’ ขั้นตอนสุดท้ายตามหน้าที่แต่ละคน
ก๊อปปี้ฯ ดูเรื่อง ‘คำ’ ทั้งในหนัง, สื่อสิ่งพิมพ์ และวิทยุ
อาร์ตไดฯ ดูเรื่องภาพ ทั้งในหนัง และสื่อสิ่งพิมพ์
เริ่มต้นคิดด้วยกัน แต่แยกย้ายกันไปดูแลในตอนท้ายของกระบวนการ

ครับ, ผมกับเอลวิสเป็น ‘ครีเอทีฟ’

อาชีพที่พี่คนหนึ่งเคยให้นิยามว่า ‘ถูกจ้างมาปวดหัว’
บางวันผมก็รู้สึกแบบนั้น แต่บางวันผมก็รู้สึกว่า เรา ‘ถูกจ้างมาสนุก’

ขณะที่ทำงานด้วยกัน มีบ้างที่สนุก มีบ้างที่เคร่งเครียด
มีบ้างที่เห็นตรง มีบ้างที่เห็นต่าง ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องยากอย่างหนึ่ง
ของอาชีพเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์

อาชีพกึ่ง ‘ศิลปะ’

เพราะขึ้นชื่อว่า ‘ศิลปะ’ แล้ว ยากที่จะหาเกณฑ์การตัดสินที่ทุกฝ่ายจะยอมรับ
ย่อมมิใช่ อะไร+อะไร=อะไร ไม่มีเหตุผลอธิบายหรือหักล้างกันเห็นๆ
การตัดสินงานโฆษณาสำหรับนำไปพรีเซ้นท์ (ขาย) ลูกค้านั้น
จึงเป็นไปตามหลักการบางอย่างด้านการตลาด บวกรวมเข้ากับความชอบส่วนตัว
ของหัวหน้าที่มีชื่อเรียกตามตำแหน่งว่า ‘ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์’ (ซีดี) เท่านั้น

ลูกน้องทั้งหลายถก+เถียงได้ตามมุมที่มอง ตามสมองที่คิด
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับในการตัดสิน ซึ่งจะว่าไปก็ต้องอาศัย
ความเชื่อใจและศรัทธาในตัวหัวหน้าอยู่ไม่น้อย

ความที่เอลวิสเป็นสิงคโปร์ และผมเป็นคนไทย
ย่อมทำให้ความคิดที่ไหลออกมาจากสมองนั้นแตกต่าง
แต่ส่วนผสมที่แตกต่างกันนี่แหละที่น่าสนใจนักสำหรับความคิดสร้างสรรค์

‘การสร้างสรรค์ คือ การจับสิ่งที่ไม่เกี่ยวกันมาเกี่ยวกัน’ ใครเคยบอกไว้

ไทยกับสิงคโปร์อาจแตกต่าง และในวันนี้หลายคนอาจมีทัศนคติด้านลบ
กับประเทศนี้ หึหึ ผมแค่สังเกตจากการไปเชียร์ฟุตบอลนัดชิงในสนามศุภฯ
ที่เพิ่งผ่านมา

แต่สำหรับผม-คนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ
เอลวิสเป็นเพื่อนมนุษย์ และเป็นเพื่อนที่ดีของผมคนหนึ่ง

ครับ, ไทยกับสิงคโปร์อาจแตกต่าง แต่ในความแตกต่างย่อมมีจุดร่วม
ซึ่งบางจุด พอมาร่วมกันแล้วมันก็แปลกใหม่ดี

ตอนนั้น เอลวิสเป็น ‘เอเลี่ยน’ สำหรับเมืองไทย
‘เอเลี่ยน’ ที่แปลว่า ต่างด้าว
การมาอยู่โดดเดี่ยวในที่แปลกหน้าแปลกภาษาย่อมเหงาเป็นธรรมดา
แต่เอลวิสก็มีอาการเหงาเกินธรรมดาไม่น้อย
ทุกคืน เอลวิสต้องต่อสู้กับ ‘ความไม่ง่วง’ ของตัวเอง
และน้อยคืนที่จะเอาชนะมันได้

หากไม่รู้มาก่อน ผมอาจนึกว่า เอลวิสมาจากเมืองจีน
ก็ด้วยรอยดำรอบดวงตาสองดวงยังกะ ‘แพนด้า’ นั่นไงเล่า!

อาการ ‘หลับยาก’ ของคนต่างด้าวเป็นเรื่องที่ผมไม่อาจเข้าใจ
ผมพยายามบอกให้เอลวิสออกกำลังกายให้หนัก ปล่อยเหงื่อออกมาเยอะๆ
เอาให้เพลีย พอถึงเตียงจะได้สลบ แต่มันก็ไม่ง่ายแบบนั้น

ผมพยายามบอกให้เอลวิสอ่านหนังสือน่าเบื่อๆ ก่อนนอน
แต่เรื่องกลับเป็นว่า มันอ่านจนจบเล่ม!

ผมพยายามบอกให้เอลวิสทำสมาธิ
หายใจเข้านับ ‘พุท’ หายใจออกนับ ‘โธ’
หรือจะลอง เข้านับ ‘สิง’ ออกนับ ‘คโปร์’ ก็ยังได้
เพราะผมปรับใช้กับตัวเองมาแล้ว
เข้าผมนับ ‘แตง’ ออกผมนับ ‘โม’ แล้วผมก็หลับฝันดี

แต่เอลวิสมันนับทั้งพุททั้งโธ นับทั้งแกะทั้งแพะ มันก็ไม่หลับ!

ผมเองก็จนปัญญาจะหาวิธีมาทำให้เอลวิสหลับได้
เกรงว่าทางออกสุดท้ายจะเป็นการไปนอนข้างๆ เกาหลังให้มัน
และเกรงว่าความสัมพันธ์ของเราจะงอกงามเลยเถิดไปไกลกว่านั้น
จึงหยุดดีกว่า!

มึงหาวิธีหลับของมึงเองก็แล้วกัน!

นั่นแหละ ตอนนั้นผมเป็น ‘เจ้าบ้าน’ เอลวิสเป็น ‘ต่างด้าว’
และผมก็ไม่เคยเป็น ‘ต่างด้าว’ เสียด้วย
และผมก็ไม่เคยนอนไม่หลับ มีแต่จะหลับก่อนได้นอน

สำหรับการเดินทางไกลครั้งนี้ ผมเองก็เกรงอยู่ไม่น้อยว่า
ความเป็นต่างด้าวจะทำให้ผมนอนไม่หลับ ซึ่งผมคิดว่า
ภายใต้อาการ ‘นอนไม่หลับ’ นั้น มันซ่อนอะไรไว้หลายอย่าง
เป็น ‘อะไร’ ที่มีแค่คนที่นอนไม่หลับคนนั้นแหละที่จะรู้

คราวนี้ อาจจะเป็นผมบ้างที่ต้องการให้เอลวิสมานอนเกาหลัง!

Advertisements

20 Responses to “0002: มนุษย์ต่างด้าว”

  1. pattararanee Says:

    ไปเป็นต่างด้าว ไปเป็นพลเมืองชั้นสอง ไปเป็นคนแปลหน้า ไปพบคนต่างถิ่น ไปกินอาหารที่ไม่คุ้นลิ้น ไปคุยกับคนคนละวัฒนธรรม ฯลฯ
    อาการนอนไม่หลับ อาจเกิดจาก คิดถึงความเป็นคนไทย คิดถึงการเป้นพลเมืองชั้นหนึ่ง คิดถึงคนที่บ้าน คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ คิดถึงคนที่คุยภาษาเดียวกัน ฯลฯ

    หวังว่าคงเตรียมใจรับสถานการณ์เหล่านี้ไว้แล้ว และเตรียมตัวรับกับสิ่งใหม่ๆที่แปลกว่าเคย อาจเป็นคนเกาหลังที่ไม่ใช่ เอลวิส ก็ได้ อิอิอิ ^_^

  2. roundfinger Says:

    ผมเตรียม ‘ไม้เกาหลัง’ ไปแล้วครับพี่เอี้ยง.
    😀

  3. แขก Says:

    บทความนี้ ผู้ปกครองควรแนะนำเยาวชน (มั้ย)

  4. odigimon Says:

    .. ดีใจจัง ที่คนเรามีคำว่า เปลี่ยน+แปลง ที่ทั้งเปลี่ยน+แปรง / แฟน / โทรศัพท์/รถ/เพื่อน/ฯลฯ) การเปลี่ยนแปลงน่าจะเปนทางออกที่หนีความจำเจ ทางออกที่เปิดตัวเราเองสู่โลกใบใหม่ ทางออกที่ไม่มีทางตัน หวังเปนอย่างยิ่งว่า การเปลี่ยน+แปลง ครั้งนี้ของนิ้วกลม และ ผม จะนำไปสู่ความสุขต่อไป

    .. ชอบจังเลยคับ
    … อาชีพที่พี่คนหนึ่งเคยให้นิยามว่า ‘ถูกจ้างมาปวดหัว’ … ถูกต้องนะคร้าบ

    .. ในชีวิตนี้ผมเคยมักจะนอนไม่หลับเวลาจะได้เดินทางไปต่างจังหวัด และเมื่อไป
    ถึงที่ผมไม่ใช่นอนไม่หลับ แต่ไม่นอนเลย เป็นอย่างนี้ทุกที

  5. jummdcu Says:

    เดินทางปลอดภัย ทั้งไปและกลับละกันน้องชาย
    เปลี่ยนที่ เปลี่ยนคน แต่ไม่เปลี่ยนใจใช่เปล่าจ้ะ
    หวังว่าจะไม่ต้องเข้าร่วมชมรม Sleepless Society นะ
    ถ้าต้องเข้าก็ขอให้ได้ออกจากชมรมเร็วๆละกัน

  6. หมี Says:

    เดินทางปลอดภัย
    อยู่อย่างปลอดภัย
    นอนให้หลับน่ะค่ะพี่เอ๋
    จะได้ไม่ต้องเอาวิธีที่แนะนำเอลวิสมาใช้เอง
    😀

  7. ปอนด์ Says:

    แว๊ก ยิ่งอ่าน(เรา)ยิ่งเศร้า

    พี่เอ๋โชคดีนะคะ
    อบอุ่น ไม่เหงา ปลอดภัยนะ

    ‘It’s something unpredictable but in the end it’s right
    I hope you have the time of your life’ ค่า

    😀

  8. แขก Says:

    ท่านนิ้ว เรียนภาษาจีนบ้างหรือเปล่าครับ
    ต้องไปเรียนที่โน่นด้วยมั้ย ถ้าไม่เรียนก็เรียนนะ จะได้ไม่เหงา

    เออ…แล้วถ้านอนไม่หลับ
    ลองคิดว่า…เราตายแล้ว…เราไม่ตื่นแล้ว…เราเป็นแค่ธุลีดิน…
    บางทีอ้ายก็ใช้ได้ผล
    แต่บางทีก็ไม่ได้ผล
    เพราะมันมีอย่างอื่นซ่อนไว้อย่างที่ท่านนิ้วบอกนั่นแหละ

    ถ้ายังนอนไม่หลับอีกเดี๋ยวอ้ายตามไปเกาหลังให้ เห่อ เห่อ
    (ประโยคนี้ ผู้ปกครองควรแนะนำเยาวชน!) 😀

  9. pattararanee Says:

    เราว่าจะเล่นมุข
    จะส่งอ้ายแขกตามไปเกาหลัง
    ปรากฏว่า แกเล่นเองจนได้ ว้า!!!!!!!
    ^_^

  10. แขก Says:

    อิ อิ เราไวกว่า

  11. PaN@y Says:

    เราไม่ได้เป็นต่างด้าว แต่เราก็ไม่สามารถเอาชนะความไม่ง่วงได้

    ท่านผู้มีอุปการะคุณโปรดทราบ

    ขณะนี้นู๋ต้องการไม้เกาหลัง ด่วนนนน

  12. jummdcu Says:

    คาถาพี่แขกจะได้ผลมั้ยนั่น
    ต้องลอง ใช่เปล่า

  13. ปอนด์ Says:

    แสดงว่ามีคน ‘คัน’ เยอะนะเนี่ย 😀

  14. ฟ้า Says:

    จะไปจิง ๆ หรอพี่นิ้วกลม
    ยั่งงี้พี่นิ้วกลมยังเขียนหนังสืออยู่รึเปล่า
    ฟ้ายังอยากอ่านหนังสือของพี่นิ้วกลมอยู่น้า

    ถ้านอนไม่หลับใช่มั้ย?
    เอาหนังสือที่ฟ้าเขียนเองไปอ่าน
    ฟ้ารับรองว่าหลับปุ๋ยไปเลยแน่ ๆ ตั้งแต่แผ่นแรก ๆ
    555555555

    ยังไงก็โชคดีนะค้า^^


  15. ชีวิตนึง ถ้ามีซักครั้งที่ได้จากบ้านไกลๆ
    ก็คงจะดีเหมือนกันนะค๊ะ

    แต่อย่าเหงาจนเกินไปล่ะ
    คิดว่านิ้วกลมคงไม่ค่อยเหงา ยังไงไม่รู้

    แต่ถ้าเหงา พี่แขกเค้าก็อาสาไปเกาหลังให้นะค๊ะ

  16. สิ Says:

    งั้นพี่เอ๋ก็เปลี่ยนเป็นนอนให้เอลวิสร้องcan’t help falling in love ให้ฟังสิ!!

    หนังสือเรียน ไม่ว่าไม่น่าเบื่อขนาดไหน สิก็อ่านแล้วหลับได้!!

  17. แขก Says:

    งั้นให้หญิงเพี้ยนเกาหลังแล้วกัน
    เดี๋ยวพี่จะเกาคาง กับลูบหัว หุ หุ 😀

  18. krittin Says:

    คิดถึงเธอคนนั้นจัง ถ้าเธอจะมีใจให้บ้างคืนนี้คงนอนหลับฝันดี

  19. พิมพลอย Says:

    ชอบให้เกาหัวมากกว่าให้เกาหลัง..


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: