จากหมาถึงสุนัขจิ้งจอก

กรกฎาคม 17, 2007

สืบเนื่องจากเรื่อง หมาหาย-หมายหา
อ่านข้อความที่เพื่อนๆ พี่ๆ พิมพ์ทิ้งไว้เรื่องหมาของแต่ละคน
ก็ชวนให้คิดถึงความผูกพันที่คนเรามีต่อสิ่งอื่น
สิ่งอื่น ที่ครอบคลุมตั้งแต่สิ่งมีชีวิตด้วยกัน คน, สัตว์, ต้นไม้
ไล่เลยไปถึงสิ่งของที่เราอยู่กับมานานอย่างตุ๊กตาบางตัว, หมอนข้าง,
ผ้าห่ม, พัดลม, โคมไฟ, กระติกน้ำ, รองเท้าคู่โปรด และอื่นๆ อีกมากมาย
กระทั่งคิดเลยเถิดไปถึงเรื่องที่เพื่อนบางคนบอกกับผมว่า
ผมมักคิดวนเวียนถึงมันเสมอ คือ เรื่องความผูกพัน
ในภาษาเจ้าชายน้อยเขาใช้คำว่า ‘การถูกทำให้เชื่อง’

ใน ‘เจ้าชายน้อย’
บทที่เจ้าชายน้อยถกเรื่องความสัมพันธ์กับสุนัขจิ้งจอก
นับเป็นตอนที่กระทบใจผู้คนจำนวนมาก

สุนัขจิ้งจอกที่เคยอิสระ เมื่อถูกทำให้เชื่อง
ก็เฝ้ารอการกลับมาของคนคนนั้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
วันไหนที่เขาไม่มา ก็จะรู้สึกกระวนกระวาย

คำถามของคุณ ไม่มีเหตุผล (โรแมนติก?) ที่ทิ้งเอาไว้
ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน
“หมาหาย กับไม่เคยมีหมาให้หาย อันไหนแย่กว่ากัน”

รวมไปถึงเรื่องสั้นๆ ของหลายคนที่มาเล่าแบ่งกันฟัง
บางคนสูญเสียหมาตัวนั้นไป และไม่อยากเลี้ยงอีก

ระหว่างที่หมาถูกทำให้เชื่อง
ดูเหมือนเจ้าของก็ถูกทำให้เชื่องเช่นกัน
และเวลาของหมาก็มักจะสั้นกว่าเวลาของเจ้าของ

คนที่เคยมีประสบการณ์แบบนั้นจึงไม่อยากมีหมา
เพราะกลัวจะผูกพันกับมัน กลัวมันจะหายไป
อีกฝั่ง คนที่ไม่มีหมา ก็อยากลองมีหมา และยังไม่ได้
จินตนาการว่า มันจะไม่อยู่กับเราตลอดไป

หรืออันที่จริงแล้วลึกๆ ใครก็อยากมี ‘อะไร’ สักอย่างอยู่ข้างๆ
แต่เมื่อมี ก็เกรงว่า ‘อะไร’ นั้นจะหายไปในวันหนึ่ง
แต่พอไม่มีก็รู้สึกว้าเหว่ ไม่รู้จะเล่นกับอะไร ให้อาหารอะไร ลูบหัวอะไร

ดูคล้ายจะเป็นความขัดแย้งอีกข้อของการมีชีวิต
ความต้องการที่อยากให้สิ่งที่ผูกพันคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป
ขัดแย้งกับการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง

บางคนจึงหยุดการเริ่มต้นความสัมพันธ์ไว้ตั้งแต่แรก
ไม่ยอมถูกทำให้เชื่อง ไม่ยอมเริ่มเลี้ยงหมา
บางคนหาทางออกด้วยวิธีการเลี้ยงเล่นๆ
ตกเย็นก็เล่นด้วยสิบนาที แล้วก็ไม่เคยดูแลมันอีก
ไม่ผูกพัน หายไปก็ไม่เป็นไร ตายก็ไม่ร้องไห้
บางรายด้วยวิธีสุดท้ายก็ทำให้มีเวลาไปเล่นกับหมาตัวอื่น

ไม่รู้เหมือนกันว่าตามธรรมชาติของ ความสัมพันธ์
คนเราสามารถมีหมา รักหมา ดูแลหมา อยากเล่นกับหมา แค่ตัวเดียวได้จริงไหม
บางคนก็มีความสุขที่จะมีหมาหลายตัว หมาบางตัวก็ไม่ชอบให้คนมาเล่นกับมันบ่อยๆ
หมาบางพันธุ์มีเจ้านายเดียว หมาบางพันธุ์ก็ชอบเล่นกับคนทุกคน

มนุษย์หลายหลาย หมาก็หลายหลาก
ธรรมชาติยากจะจับมายัดใส่ในกรอบแคบๆ ในนามของ ‘สิ่งที่ถูกที่ควร’

“หมาหาย กับไม่เคยมีหมาให้หาย อันไหนแย่กว่ากัน”

ผมเลือกมีหมา และยอมรับว่าสักวันมันจะหายไป
ถ้าต้องร้องไห้ฟูมฟายก็คงต้องร้องไห้ไปตามธรรมชาติ
แต่อย่างน้อยเราก็ได้มีเวลาอยู่ด้วยกันในช่วงสั้นๆ ของชีวิตเราทั้งคู่
ชีวิตที่ไม่มีหมาที่ทำให้เราร้องไห้ได้เมื่อมันจากไป คงว่างเปล่าเกินไปหน่อย

ดูเหมือนจะเป็นกฏของความผูกพัน
ถ้าคิดจะเริ่มต้น ก็ต้องรับผลของการลงท้าย
โดยมีโน้ตสั้นๆ ห้อยไว้หลังข้อความว่า
*แต่ระหว่างกลางของการเริ่มต้นและลงท้าย
น่าได้คิดถึงการเริ่มต้นและลงท้ายอยู่เสมอๆ

นั่นอาจจะทำให้เรา อาบน้ำหมา แปรงขนหมา และลูบหัวมันบ่อยขึ้น
เมื่อได้คิดว่า วันแรกทำไมเราจึงอุ้มมันกลับบ้านมา
และเมื่อได้คิดถึง วันสุดท้ายที่มันจะนอนหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีก
หรือกระทั่ง วันที่จู่ๆ มันก็วิ่งหายไปหน้าตาเฉย!

สิ่งมีชีวิตเป็นอิสระจากกัน
ต่อให้เชื่องแค่ไหน วันหนึ่งถ้าจะไป ก็คงขังไว้ไม่ได้
หากเป็นอิสระจากกันจริงๆ
ฝ่ายหนึ่งสมควรอยู่ได้แม้ไม่มีอีกฝ่ายหนึ่ง

เพราะก่อนหน้านั้นเราก็ไม่เคยมีกันมิใช่หรือ?

บางทีสมองของมนุษย์ก็ดีเกินไป
กักเก็บความทรงจำที่ดีไว้มากเกิน
ส่วนที่ทำให้เจ็บช้ำ มักจะเป็นความทรงจำที่ดีนี่เอง
ไม่ใช่วันสุดท้ายที่ย่ำแย่หรอก
ไม่ใช่เลย มันเป็นสิ่งที่เคยดีต่างหากที่ย้อนกลับมาเล่นงานเราบ่อยๆ

จากที่เคยว่างเปล่า เมื่อหมาตัวนั้นเข้ามาในชีวิต
ก็ได้ฝากเรื่องราวดีๆ ภาพสวยๆ ฉากประทับใจทิ้งไว้ในสมอง
ยากจะแกะออก มันจะติดทนอยู่อย่างนั้น แม้เจ้าของที่สร้างมันขึ้นมา
ไม่ได้อยู่ข้างๆ เราแล้ว

จึงยากที่จะพูดประโยคที่ได้พูดไป
“เพราะก่อนหน้านั้นเราก็ไม่เคยมีกันมิใช่หรือ?”

เพราะเราได้มีแล้ว และทำให้ ‘ไม่เคยมี’ อีกไม่ได้

นี่แหละเรื่องราวของหมากับเจ้าของ
เป็นเรื่องของการถูกฝึกให้เชื่องและการตัดสินใจเริ่มผูกพัน
ตัดสินใจว่าจะเลี้ยงมันหรือไม่ จะมีมันไว้ข้างๆ กายหรือเปล่า

แต่ในความเป็นจริงก็คือ
เราต่างเป็นเจ้าของ และเราต่างเป็นหมา
บางเวลาเราเป็นหมาของคนบางคน
บางเวลาเราก็เป็นเจ้าของ
และความผูกพันจะเริ่มต้นขึ้นก็ต่อเมื่อทั้งหมาและเจ้าของพร้อมใจกัน
เมื่อนั้น…ทั้งสองก็จะถูกทำให้เชื่อง

20 Responses to “จากหมาถึงสุนัขจิ้งจอก”

  1. jummdcu Says:

    ชอบเรื่องนี้จัง
    เดี๋ยวมีเวลาจะมาเม้นนะ
    😀

  2. pattararanee Says:

    หมาน้อยมาเตาะแตะ

    *ยืมมาจากบ้านโน้น

  3. เติ้ล Says:

    เลือกมีหมาให้หมาหายไปสักวันเช่นกัน ((ไม่งั้นเราก็หายไปก่อนหมา))
    เพราะช่วงเวลาผูกพันกับสิ่งมีชีวิตต่างสปีชี่ส์มันมีเสน่ห์แปลก ๆ
    จริง ๆ เติ้ลเคยกลัวหมามาก ๆ ตอนยังเป็นเด็กเล็ก ๆ
    แต่พอโตแล้วก็เริ่มเชื่อง เข้ากันกับหมาได้ดีกว่าเดิม

    พูดแล้วก็คิดถึงไอ้โก้ท่ามาก …

  4. อู Says:

    เมื่อวานดู Cold Moutain ชอบฉากที่พระเอกเจอคนตาบอดมาตั้งแต่เกิด แล้วพระเอกถามว่า
    ถ้าทำให้มองเห็นได้ 10 นาที จะอยากมองเห็นไหม?

    คนตาบอดตอบว่า
    “ไม่อยากเห็น เพราะถ้าได้เห็นแค่ 10 นาที แล้วต้องกลับมาอยู่ในโลกมืดๆอีกครั้ง ดูจะเลวร้ายเกินไป สู้อยู่แบบนี้ แบบที่ไม่เคยเห็นน่าจะดีกว่า”

    ส่วนพระเอกกลับตอบว่า
    “เขาจะยอมแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ได้มองเห็น แม้จะเป็นเวลาแค่ 10 นาทีก็ตาม”

    🙂 แล้วแต่คนเนอะ แต่เป็นเรา เราเลือกแบบพระเอกล่ะ 🙂

  5. ฝน :D Says:

    ครั้งแรกที่อ่านเรื่องหมาหาย ฝนก็นึกถึงหมาจิ้งจอก ในเจ้าชายน้อย
    ว่าแล้วว่าท่านพี่ต้องคิดถึงมัน อิอิ

    คนมีคนบอกว่า
    สิ่งที่เศร้ากว่าการ ‘ไม่มี’ คือการ ‘เคยมี’
    ฝนเคยเลือกจะเชื่อ .. เคยคิดว่าการไม่เอามา ไม่รับ ไม่เลือกที่จะมี ก็ไม่สูญเสีย

    แต่บางที .. หนึ่งชีวิตของคนเรามันก็ไม่ยาวไปกว่าหมาตัวนึงเท่าไหร่
    หลายเรื่อง หลายอย่าง เราก็ควรเสี่ยงที่จะเริ่มต้น
    เพลิดเพลิน สุข ทุกข์ไประหว่างทาง
    และเตรียมใจยอมรับกับจุดจบของมัน

    เพราะฉะนั้น การได้เป็นหมา และเป็นคนมีหมา
    จึงเป็นเรื่องน่ากักเก็บไว้ในความทรงจำ

    ((เติ้ลคิดถึงโก้ – – เราคิดถึงไอ้กี้))

    พี่เอ๋ไม่น่าเปิดประเด็นน้ำตาซึมเลย

  6. . วี . Says:

    มันก้อจิงแฮะ :p

  7. สิ Says:

    อ่านแล้ว คิดถึง บทความ ณ จุดหนึ่งของกาลเวลา

    ที่เค้าบอกว่า การพลัดพรากเป็นส่วนหนึ่งของความผูกพัน

    หากเราไม่เคยรู้จักกัน จะต้องกังวลไปทำไม ว่าใครต้องไป ใครต้องไกล

  8. แขก Says:

    ยังไม่คิดจะเลี้ยงหมาอีก ไม่อยากผูกพัน (จริงๆขี้เกียจมากกว่า)

    แต่ถ้า‘การถูกทำให้เชื่อง’เกิดขึ้นกับคน
    ก็น่าจะลองดู ยิ่งทั้งสองคนถูกทำให้เชื่อง ก็ยิ่งดี
    จะได้ไม่มีเจ้าของ ไม่มีหมา
    ถ้าแบบนี้ น่าผูกพัน ถึงจะรู้ว่าสักวัน เจ้าหมาน้อยก็จะหายไป (อ้าว งง)

    เป็นจู๊ด ลอว์ ใน Cold Mountain ก็ดีนะ
    อย่างน้อยก่อนตายก็ได้เจอ นิโคล คิดแมน แถมยังได้!!!อีก คุ้มแล้ว
    (ใครยังไม่ได้ดู ขออภัยด้วยครับ)

  9. grappa Says:

    ว่าจะมาตามกลับบล็อกแก๊ง
    แต่ดูเหมือน จขบ.จะอินกับที่นี่มากกว่า ?

    เคยผ่านการฝังหมาตัวเองทั้งน้ำตา
    และชอบไปเล่นกับหมาชาวบ้าน ( เพราะอยู่คอนโด ฯ ไม่ควรเลี้ยงหมา )
    (บางทีนั่งๆ อยู่ก็คิดถึงการลูบหัวหมา และกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับมันอยู่บ่อย ๆ
    ว่ากันว่าเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง )
    บางทีก็ไปนั่งดูหน้าตาหมาชาวบ้านที่ห้องจตุจักรแห่งพันทิป
    ( แต่แถวนั้นโดนแมวยึดครองไปหมด)

    ทั้งที่รู้ๆ ว่าเลี้ยงหมาทีไร ไม่เคยไม่เสียน้ำตา
    ถึงตอนนี้ก็ยังคิดถึงการเลี้ยง “หมาตัวใหม่” อยู่เสมอๆ
    ถึงแม้นว่าเงื่อนไขทั้งหลายจะไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย

  10. roundfinger Says:

    ฮ่าฮ่า นึกว่าแม่มาตามกลับบ้าน
    “กลับบ้านได้แล้วไอ้ตูด!”
    ยังไม่รู้เลยครับพี่ ว่ากลับไปซฮจะเข้าที่นี่ได้ไหม
    แต่คงแปลกดี ถ้าปักกิ่งเข้าได้ แต่ซฮเข้าไม่ได้
    บ้านหลังนี้ของเล่นเยอะครับ หนุกดี

    คนรักหมาเยอะจริงๆ แฮะ
    แปลกดี ทำไมเราจึงผูกพันกับสัตว์ชนิดนี้มากกว่าอย่างอื่นหนอ?

  11. Vingt-Neuf Says:

    พี่เอ๋ฮะ บทความพี่ดูมันดาวน์อารมณ์ลงเรื่อยๆเลยอ่า
    แล้วเดี๋ยวพอเศร้าได้ที่ ต้องถึงทีของความเหงาแน่ๆเลย (..)?

    (เอิ่ม แต่เป็นไปได้ว่าปอจะเป็นอยู่คนเดียว แหะๆ)

  12. เพ่ย Says:

    โดนค่ะ เรื่องวันนี้

    เพ่ยเป็นคนประเภทที่เลือกที่จะไม่เริ่มความสัมพันธ์มันซะเลยตั้งแต่แรก ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนั้นเลยนะคะ มันเป็นไปเอง คงเป็นกลไกการป้องกันตัวอย่างนึงมั๊ง

    เห็นด้วยมากๆ ว่าสิ่งที่ทำให้เราร้องไห้จะเป็นจะตาย คือความทรงจำหอมหวานที่ไม่มีทางจับต้องได้อีก เวลาใครสักคนหายไปจากชีวิต มันเหมือนหัวใจมีรูนะคะ ต่อให้พบเจอคนใหม่ๆ มากมายแค่ไหน ก็คงไม่มีใครมาแทนที่ใครได้

    ตอนเด็กๆที่บ้านเพ่ยก็เลี้ยงหมา เลี้ยงแมว เลี้ยงปลา เลี้ยงมันไปซะทุกอย่างเลยค่ะ แล้วพอตัวไหนตายทีเพ่ยก็ร้องไห้ที ร้องไปตั้งแต่ปลาทอง แมว หมา หนู แล้วมันแปลกตรงที่ไอ้ตอนที่ยังอยู่เราก็ได้รู้สึกผูกพันอะไรขนาดนั้นนะ แต่พอตายนี่สิ จะรู้เลยว่าเรานี่แหละ ที่เชื่อง

  13. ทราย Says:

    ความรู้สึก มันก็แค่วันต่อวัน

    วันนี้เราอยากผูกพันพรุ่งนี้เราอาจจะไม่อยาก
    วันนี้เราอาจอยาก”ถูกทำให้เชื่อง”พรุ่งนี้อาจจะไม่อยาก

    เคยเป็นคนแต่เป็นคนไม่ดี
    และพอเวลาผ่านไปก็กลายเป็นหมา
    เป็นหมาที่ต้องคอยวิ่งตามเจ้าของ
    จนวันนี้ เจ้าของทิ้งไปแล้ว
    ไม่มีใครให้วิ่งตาม ไม่มีใครอยากให้วิ่งตาม
    แล้วก็รอ ..
    รอที่ซักวันนึง เราจะไม่อยากวิ่งตามใคร และไม่อยากให้ใครวิ่งตาม
    อีกแล้ว…..

  14. เจน Says:

    มีตุ๊กตาเน่าๆ 1 ตัว เจอกันครั้งแรกตอนเราอายุ 5 ขวบ นับจากวันนั้นเราก็ไม่เคยนอนห่างมันเลย แม่ว่าจะอยู่ไกลบ้านขนาดไหนทุกครั้งที่กอดมันจะรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง

    อิอิ ตามมาบ้านนี้จนเจอ คิดฮอดทุกท่าน

  15. jummdcu Says:

    ความผูกพัน-การพึ่งพา

    ความสุข-ความทุกข์

    เจ้าชายน้อย-สุนัขจิ้งจอก

    ฯลฯ

  16. บินหลาดง Says:

    เคยเลี้ยงหมามาเหมือนกันตอนจากอยากจะทำใจจริงๆ น้ำตาซึมไปหลายวัน อ่านแล้วรู้สึกดีมาก


  17. ช่างเป็นคำที่เปรียบเปรยดั่ง
    ความรักของมนุษย์ได้อย่างเหลือเชื่อ
    ผมคงลืมไป!
    คนก็เป็นสัตว์เหมือนกันนี่นา

  18. SSM Says:

    อ่านเรื่องนี้พร้อมกับฟังเพลง ขวัญเอย น้ำตาจะไหลเอา

    จริงที่สุดที่ว่า การที่เราเคยมีแล้ว แล้วจะกลับไปไม่มีอีก เป็นเรื่องที่ยากมาก ยิ่ง ระยะเวลา ที่เราเคยมีนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากที่จะลืมเลือนการ “เคยมี” นั้นออกไปจากใจ

  19. ฟ้า Says:

    สุนัขจิ้งจอกกลัวอะไร

  20. omegaohm Says:

    Reblogged this on Omega ohm and commented:
    ฉันเคยเป็นหมา ที่ถูกทำให้เชื่อง….


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: