คำกลม

สิงหาคม 8, 2007

สวัสดีครับเพื่อนบ้านทั้งหลาย วันนี้มีเรื่องมาขอความช่วยเหลือครับ หากว่างๆ ก่อนนอน ก่อนหัวถึงหมอน หรือถึงแล้วมันไม่ยอมหลับ ก็ฝากขยับตัวขึ้นมาสักหน่อย แล้วหันไปหยิบหนังสือของ “นิ้วกลม” ขึ้นมา ลองพลิกหน้าหา “วรรคทอง” ซึ่งอาจจะหายากสักนิด แต่หาๆ ไปอาจช่วยให้หลับสบายขึ้นได้ เพราะหาแล้วไม่เจอเดี๋ยวก็คง
ผลอยหลับไปเอง

จริงๆ แล้ว เกือบเดือนหนึ่งได้แล้วมั้งที่ “อะบุ๊ก” บอกข่าวเรื่องจะทำหนังสือรวม “วรรคทอง” ของพี่น้องนักเขียนในค่ายอาร์เอส เอ้ย! แกรมมี่ เอ้ย! เบเกอรี่ เอ้ย! ในค่ายอะบุ๊กของพวกเรา ที่แม้ไม่หล่อเหลาเท่าค่ายต่างๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น แต่ก็ (คิดกันเองว่า) “คม” กว่า (สำหรับผู้ที่กำลังจะหมั่นไส้ ควรพิจารณาแยกแยะ “มุข” กับ “ความจริง” ออกจากกันให้ชัดเจนเสียก่อน) พี่บิ๊ก-บรรณาธิการคนล่า ถามถึง “ประโยคมีดโกน” ในหนังสือทั้งสี่เล่มที่เคยพิมพ์กับอะบุ๊ก ซึ่งมีรายนามดังต่อไปนี้ — โตเกียวไม่มีขา, กัมพูชาพริบตาเดียว, เนปาลประมาณสะดือ และอิฐ — เอาไว้เมื่อเดือนก่อน “พี่ขอเล่มละสาม-สี่ประโยคนะ” พี่แกว่างั้น

ซึ่งจริงๆ แล้ว เส้นตายก็ใกล้เข้ามาทุกที และจะว่าไปมันก็ผ่านไปแล้วด้วยซ้ำ แต่คนอารมณ์ศิลปินอย่างเราๆ ไอ้ครั้นจะส่งงานให้ตรงเวลาก็เกรงว่าจะไม่อาร์ต (ข้ออ้างทั่วไปของเด็กศิลป์) เลยปล่อยปละละเลยจนเกือบลืมไปแล้ว หากวันนี้ไม่ได้เข้าไปอ่านเว็บบอร์ดอะเดย์แล้วไปเจอะเข้ากับกระทู้ของพี่ก้อง-ทรงกลด ที่เขียนถามผู้อ่านว่า ชอบประโยคไหนในหนังสือของพี่แกบ้าง ก็เลยได้ไอเดียว่า ไอ้ครั้นจะไปเปิดหนังสือหา “วรรคทอง” ที่ยากกว่าการ “ขุดทอง” ในหนังสือทั้งสี่เล่มของตัวเอง มาถามเพื่อนๆ พี่ๆ ในบล็อกดูดีกว่า เผื่อจะพอจดจำได้หรือขุดหากันเจอบ้าง แล้วผมจะส่งต่อไปให้อะบุ๊กพิมพ์อีกต่อหนึ่ง หากกระทู้นี้ไม่ร้างจนต้องไปขุดหาเอาเอง (แหง่ว)

ใครจำประโยคไหนได้ หรือชอบประโยคไหน ก็ช่วยแปะไว้ในนี้หน่อยนะครับ ถือซะว่าช่วยๆ กันทำหนังสือสักหนึ่งเล่ม หนังสือรวมคำคมๆ (ไหมหว่า?) จะเรียกอย่างนั้นก็ไม่แน่ใจ สำหรับส่วนของตัวเองจึงขอเรียกมันว่า “คำกลม” แทนน่าจะดีกว่า ไม่บาดมือบาดใจ แต่ลูบไล้แล้วสบายนิ้ว

ขอ “คำกลม” นิดหนึ่งนะครับ
หากคืนนี้นอนไม่หลับ ก็ลองขยับขึ้นมาพลิกหนังสือสี่เล่มนั้น (ถ้ามีมันติดบ้านอยู่บ้าง)
อ้อ หากอยากจะแถมเล่มอื่นอีกสอง (หมองไหวฯ กับ นวนิยายมีมือ) ก็มิถือสา
ถือว่านานๆ ทีจะมีโอกาสได้คุยเรื่องหนังสือกัน

ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ร่วมบ้านไว้ล่วงหน้าครับผม!

Advertisements

118 Responses to “คำกลม”


  1. สนุกละงานนี้..อิอิ

  2. pattararanee Says:

    มาแล้วๆ ได้เลยตามคำเรียกร้อง

    โตเกียวไม่มีขา

    หน้า 155 บรรทัดแรก กับ หน้า 159 บรรทัดแรก

    “ฟ้าสีเทา เราไม่รู้ตัว….ฟ้ายังคงสีเทา เรายังคงไม่รู้ตัว”

    *ชอบมาก เลยเอามาฝาก อิอิ

  3. pattararanee Says:

    จาก โตเกียวไม่มีขา

    หน้า 156 บรรทัดสุดท้าย

    “แรงบันดาลใจกระเพื่อมถึงกันเสมอ”

    ^__^

  4. pattararanee Says:

    สมองไหวในฮ่องกง

    หน้า 306

    “รอแค่เวลาปัจจุบันผันให้เป็นอดีต”

    นวนิยายมีมือ

    หน้า 157

    “ไง? บอกไม่ได้ใช่ไหม คุณไม่ได้ลืมหรอก แต่คุณไม่เคยรู้…”


  5. “ชีวิตคือการเดินทาง
    ผ่านจุดหมายเล็กๆน้อยๆไปตลอดทาง ต่างคนต่างเส้นทาง
    บนเส้นทางที่ทอดยาว
    บ้างอาจจะลืมไปว่า เราต่างเดินไปสู่จุดหมายสุดท้ายเดียวกัน”
    ——————————————————————–

    ไอฝนชอบประโยคนี้มาก เป็นประโยคที่ขีดเส้นใต้เน้นคำ ไว้ด้วยดินสอบางๆ
    กลัวหนังสือเลอะก็กลัว กลัวลืมคำนี้ก็กลัว ..ไม่นึกว่าจะมีประโยชน์ก็วันนี้เอง.
    เป็นประโยคที่อยู่ในเล่ม ‘โตเกียว ไม่มีขา’
    หน้า 61 บรรทัด ที่ 12-15 ย่อหน้าที่ 5.. นะท่าน

    ..ยังมีอีกเยอะคำกลมๆ ของนายนิ้วกลม ที่คนน่ากลมอย่างเราชอบ.. 😉

  6. roundfinger Says:

    ขอบคุณพี่เอี้ยงกับไอฝนครับ
    : )


  7. “คนเราเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงของจักรวาล ไพศาลหาที่สิ้นสุดไม่เจอ”

    ———————โตเกียวไม่มีขา…หน้า59 บรรทัดที่ 3-4..


  8. ประโยคนี้ฮา…เวลาว่างไม่สามารถหาซื้อได้ที่เซเว่น-อีเลฟเว่น เราต้องหาเอาเอง..
    หน้า 27 โตเกียวไม่มีขา..

  9. pattararanee Says:

    “เราอาจปฏิเสธไม่ได้ว่า เราต้องฝ่าข้ามภูเขาลูกแล้วลูกเล่า
    แม่น้ำลำธารสายแล้วสายเล่า เพื่อก้าวเท้าไปเหยียบยังฝั่งฝัน
    แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าเราไปถึงจุดหมาย
    แต่กลับพบว่าตัวเองยืนตระหง่านอยู่เพียงลำพัง”

    …เนปาลประมาณสะดือ

    (ข้อความนี้ เขียนอยู่ในโปสการ์ดใบแรก
    ที่คุณ Jummdcu ส่งมาให้)

  10. pattararanee Says:

    “สำหรับการเดินทางบางครั้ง ‘จุดหมาย’ จึงเป็นเพียงข้ออ้าง
    เพื่อให้เราได้มาพบเจอ ‘ระหว่างทาง’ เท่านั้น”

    ..กัมพูชาพริบตาเดียว

    (ข้อความนี้ เขียนอยู่ในโปสการ์ด
    ที่คุณ Jummdcu ส่งให้)

    ^O^

  11. jummdcu Says:

    เสียดายที่ตอนนี้ไม่มีหนังสือของนิ้วกลมอยู่ใกล้มือ
    งั้นเอาข้อความเดียวกับที่ส่งโปสการ์ดให้เอี้ยงละกัน
    😀

  12. ลูกตาล Says:

    อย่ารอฟ้าหลังฝน ระหว่างฝนตก เราควรทำอะไรไปด้วย
    –โตเกียวไม่มีขา–
    ความทุกข์หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนความสุขถ้าเราแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
    –โตเกียวไม่มีขา–
    แล้วก็มีที่ยาวหน่อยค่ะชอบมากๆเลย
    ++ในหนึ่งชีวิต เมฆสีเทาเคลื่อนผ่านเข้ามาโดยที่เราไม่เคยรู้ตัว
    บางครั้งในภาวะที่เราสุขสุดขีด
    ฝนลงเม็ดทั้งหนักบ้าง เบาบ้าง
    แต่สุดท้ายฟ้าจะสว่าง ฝนจะผ่านไป
    ณ ชั่วยามนั้นเอง เราจะได้ชื่นใจกับผลลัพท์ของการหยัดยืน++
    –หน้า161โตเกียวค่ะ
    อีกอันนึง
    ++สัญชาตญาณความกลัวเป็นรื่องโชคดีของมนุษย์
    เพราะความกลัวทำให้เรารอบคอบมากขึ้น
    ทำให้เราไตร่ตรองก่อนลงมือทำ
    ทำให้เราเจ็บตัวน้อยกว่าการวิ่งเข้าใส่ทุกอย่างที่ขวางหน้า
    ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อชนะทุกอย่าง
    จึงไม่น่าเกลียดอะไรนัก
    หากเรากลัวให้ถูกจังหวะเวลา
    ในนาทีและดีกรีที่เหมาะสม++
    หน้า301 โตเกียวค่ะ

    มีอีกเยอะอะ เลือกไม่ถูก พิมไม่ทัน


  13. “สำหรับการเดินทางบางครั้ง ‘จุดหมาย’ จึงเป็นเพียงข้ออ้าง
    เพื่อให้เราได้มาพบเจอ ‘ระหว่างทาง’ เท่านั้น”

    ..กัมพูชาพริบตาเดียว
    ———————————————
    ประโยคนี้ชอบเหมือนกันพี่เอี้ยง..

  14. ลูกตาล Says:

    การเดินขึ้นตลอดเวลานั้นเหนื่อยล้าเกินเหตุ
    และคงไม่มีใครเดินขึ้นเอาขึ้นเอาได้ตลอดไป
    บางที การไม่ไต่เพิ่มระดับความสูง
    ก็เป็นการพักในขณะที่ตัวยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้

    เนปาลประมาณสะดือ


  15. ความฝันมันต้องเป็นความฝันถึงจะสนุก แต่ถ้าเราทำความฝันให้เป็นจริงแล้ว
    เราอาจไม่สนุกขนาดนั้นก็ได้…

    ———-ในหนังสือ อิมเมจ นะถ้าจำไม่ผิด..ชอบมันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกลึกๆ อะนะ


  16. ส า ย สั ม พั น ธ์ ค ล้ า ย เ ส้ น ด้ า ย ที่ ผู ก โ ย ง เ ร า ไ ว้ ด้ ว ย กั น

    เ มื่ อ มี รั ก ก็ มั ก มี ส า ย สั ม พั น ธ์ เ กิ ด ขึ้ น ต า ม ม า

    ส า ย ใ ย ที่ ม อ ง ไ ม่ เ ห็ น จึ ง ตั ด ไ ม่ ไ ด้

    อ ย่ า ว่ า แ ต่ ตั ด ข า ด แ ค่ คิ ด จ ะ ตั ด ก็ ไ ม่ รู้

    จ ะ จั บ ต้ น ช น ป ล า ย ต ร ง ไ ห น …..

    เอามาจากในบ้านหลังนี้แหละ….


  17. แก้ข้อมูลผิด ..ที่บอกว่าเอามาจากบ้านหลีงนี้ จริงๆแล้วเอามาจากหลัง
    ‘บ้านพักฝากอากาศ ณ เซี่ยงไฮ้’ จ้า ในตอนที่ว่าด้วยเรื่อง ‘ฝัน(สี่)’

  18. roundfinger Says:

    ขอบคุณนะครับ ซาบซึ้งครับซาบซึ้ง : )

  19. เจน Says:

    ตามอ่านเพราะไม่มีหนังสืออยู่ในมือขณะนี้ ^^’

  20. เจน Says:

    และอันนี้ cut มาจากบ้านของท่านนิ้วใน bloggang มาเก็บไว้ใน space ของตัวเองมานาน ^^

    ประโยคกระแทกหัวของโอโตซัง : โตเกียวไม่มีขา
    “แล้วเธอล่ะ คิดจะทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมที่เธออยู่บ้าง
    เธอต้องคิดเสมอนะ ในขณะที่คิดเพื่อตัวเอง เธอต้องคิดเพื่อประเทศ
    คิดเพื่อโลกที่เธออาศัยอยู่ด้วย เริ่มต้นก้าวที่จะเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่ได้หนึ่งก้าว
    อย่างน้อยสักครึ่งก้าวก็ยังดี”

  21. guyver Says:

    อยากไปญี่ปุ่นมั้ยครับ?
    กระโดดขึ้นรถไฟไปด้วยกัน
    ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะพาไปที่ไหน แต่ก็ไม่เห็นต้องสนใจ ตรงนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ
    สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า
    คุณเลือกที่จะกระโดดขึ้นมารึเปล่า …
    / โตเกียวไม่มีขา
    ——————————–
    เป็นคำนำที่โดนใจที่สุดและตัดสินใจซื้อเล่มนี้ครับเพียงแว่บเดียวที่อ่านครับ

    อีกส่วนเป็นคำนำในหนังสืออิฐแต่จำไม่ได้เขียนว่ายังไง … ประมาณว่าถ้าแหกคอกออกมาแล้วเจอหมาจะกัดก็เอาตัวต่อที่มีในมือปาหัวหมามันเลย ^^”


  22. จริง ๆแล้วถ้าจะมานั่งเถียงกันเรื่อง “วรรคทอง” น่ะมันเยอะ
    ทองเข้มข้นแค่ไหน ทองอะไรละ ทองเหลือง ทองคำ ทองแดงก็ว่าไป….

    อันนี้ไม่เกี่ยวเท่าไหร่หรอก แต่เรารู้สึกว่าคำว่า “เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” เป็นก๊อปปี้ที่ตลกมาก เพราะมันทั้งไม่คมและคมในเวลาเดียวกัน

    หวังว่าจะเจอวรรคทองของคุณนิ้วที่ทั้งคมและไม่คมเยี่ยงนี้บ้าง

  23. echaba Says:

    แอ๊ด..

    !!
    ฮ่วย!ไม่มีหนังสือ+ความจำที่มักจะเป็นอุปสรรค์ แต่ อ่านแล้วชอบอยู่อันนึง ของคุณลูกตาล ขออนุญาติสอยลงมาแป่ะ

    “เราไม่ได้เกิดมาเพื่อชนะทุกอย่าง”

    คงเหนื่อยน่าดูถ้าจะต้องเอาชนะมันไปซะทุกอย่าง
    ถ้าเลือกที่จะสนใจแค่บางอย่างได้ แม้มันจะขัดใจก็ขอให้มันผ่านไป
    ได้อย่างนั้น..ก็คงจะดี
    บางทีความเงียบอาจจะทำให้มนุษย์เราเข้าใจกันมากขึ้น

    กริ๊ก..

  24. roundfinger Says:

    ขอบคุณไอฝน พี่เอี้ยง พี่จุ๋ม ลูกตาล เจน guyver ยาขอบ และ echaba นะครับ
    : )


  25. เล่นด้วยๆ

    “…กล่องแต่ละใบไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป แกะออกมาแล้วว่างเปล่า ก็ยังดีกว่าไม่ได้แกะ..”

    นวนิยายมีมือ หน้า 168

    ” …ชีวิตของคุณอาจมีกล่องอีกหลายใบที่คุณยังไม่ได้แกะ จะไม่ลองแกะดูหน่อยหรือ แทนที่จะมาคร่ำครวญถึงกล่องที่คุณไม่มีวันได้แกะใบนั้น สิ่งที่เลือกไม่ได้น่ะ ไม่ว่าจะร้ายหรือดี คุณไม่ต้องทำอะไรมันก็เกิดขึ้นเอง แต่สิ่งที่คุณเลือกได้ คุณต้องทำให้มันเกิดขึ้น”

    นวนิยายมีมือหน้า 170

  26. jaao-mcm3 Says:

    ชอบในเนปาลประมาณสะดือมากที่สุด

    “ไม่มากก็น้อย, ทุกคนเมื่อได้มายืนอยู่ในถิ่นแดนที่ต่างไปจากชีวิตทุกวัน ย่อมชวนให้คิดครวญกับสิ่งที่พบเห็นมากเป็นพิเศษ ยิ่งเป็นเวลาระหว่างเดินทางด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เราได้พูดคุยถกเถียง และได้เงี่ยหูฟังเสียงตัวเองมากขึ้น บางครั้งเราจึงพบว่าเราได้ค้นเจอความคิดที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในตัวเราเองระหว่างเดินทางต่างแดน บ้านเมืองที่ไม่เหมืนบ้านเรา อาจทำให้เราเข้าใจบ้านตัวเองดีขึ้น”

    น่าจะเป็นอะไรที่สะท้อนถึงตัวเองได้มากที่สุด

  27. Chris Says:

    โอย จำไม่ได้
    กัมพูชาพริบตาเดียว อยู่บ้าน
    ไว้วันศุกร์กลับบ้าน แล้วผมจะมาบอกครับ

  28. roundfinger Says:

    ขอบคุณพี่แกะ, คุณโอ๋ และคริส ครับ
    รอได้ครับรอได้ถึงสัปดาห์หน้า : )

  29. buyonegetwe Says:

    ไว้จะหามาส่งบ้างครับพี่

    หลานชาย

  30. roundfinger Says:

    ตั๊ด?
    ถ้าใช่…ของตัวเองส่งไปแล้วยังน่ะ?
    ว่าแต่ ใช่ตั๊ดเปล่าหว่า?

  31. roundfinger Says:

    ไปอ่านเจอในสวนสมองมา ใช่ตั๊ดจริงด้วยแฮะ
    ไงบ้าง ได้ข่าวว่าจะออกเทป (อัลบั้ม) เหรอ? รอฟังรอฟัง…
    หลงมาเข้าบล็อกได้ไงหว่า? สบายดีนะตั๊ด?
    : )

  32. pattararanee Says:

    เอ่อ แบบว่า เอา โตเกียวฯ ไปให้เพื่อนยืมอ่าน

    เขาบอกว่า “ทำไมไม่เอามาให้อ่านเร็วกว่านี้…
    จะได้รีบลาออกจากงาน…ไปตา่มหาฝัน”

  33. nordy Says:

    -เลโก้ เป็นของเล่นใจดีที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นได้ใส่ความคิดของตัวเองลงไป มิใช่กำหนดกฏเกณฑ์สรุปกติกามารยาทให้เสร็จสรรพว่าต้องเล่นแบบนั้นแบบนี้เหมือนของเล่นชิ้นอื่น…หนึ่งคนจึงสร้างสรรค์ “ของ” ของตัวเองขึ้นมาในโลกใบนั้นตามความเชื่อความชอบของตัวเอง ต่างคนต่างแบบต่างสไตล์ ไม่ซ้ำกัน ที่สำคัญ เราแบ่งกันเล่นได้-
    จากคำนำ just do it ในหนังสืออิฐ

    ไม่มีอะไร แค่อยากบอกว่า ไม่เคยเล่นเลโก้ แต่หลายคน(ที่ได้รู้จัก)มักเล่นเลโก้
    ทำให้รู้สึก อยากเล่นเลโก้ ขึ้นมาบ้างก็เท่านั้น

    เจอหนังสือเล่มใหม่ของพี่แล้ว แต่ยังไม่ได้ซื้อเลยค่ะ 555

  34. Modz(มด) Says:

    ตอนนี้ไม่มีหนังสือนิ้วกลมอยู่ที่หอเลย อยู่บ้านหมดแย้วT_T

    แต่ยังพอจำได้เลาๆ จากเรื่องเนปาลประมาณสะดือ

    เกี่ยวกับ”ภูเขาความฝัน”

    ใครพอนึกออกทั้งประโยคนั้นก็ฝากบอกท่านนิ้วกลมด้วยละกันนะคะ

    โทดทีๆๆ อ่านไปตั้งสามรอบนะนั่น ยังจำไม่ได้ = =

    ไม่รู้สิ จากใน”อิฐ” ประโยคทองก็เยอะพอดูเลย

    ชอบๆๆ

    สู้ๆพี่เอ๋ ได้ข่าวว่าใกล้เดดไลน์แล้ว = =


  35. ชอบปย.นี้ในโตเกียวใกโคตรเหมือนคุณguyver
    วัยรุ่นมากๆ นี่มันพลังชีวิตของคนหนุ่มชัดชัด

    ——-โตเกียวไม่มีขา———-

    อยากไปญี่ปุ่นมั้ยครับ?
    กระโดดขึ้นรถไฟไปด้วยกัน
    ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะพาไปที่ไหน แต่ก็ไม่เห็นต้องสนใจ
    ตรงนั้นไม่ใช่เรื่อสำคัญ
    สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า
    คุณเลือกที่จะกระโดดขึ้นมารึเปล่า?

    ——–สมองไหวในฮ่องกง——–

    หากใครสักคนเลือกที่จะลงหลักปักฐานบน”แผ่นดิน”
    ใด”แผ่นดิน”หนึ่ง ความคาดหวังที่จะให้ความอบอุ่นคงอยู่
    เสมอไปนั้นมีความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์
    หากแต่-สำหรับใครสักคนที่ได้มีโอกาสเข้าไป
    ทำความรู้จักพักอาศัย เพียงชั่วครู่ชั่วยาม
    “แผ่นดินที่มีแต่ฤดูร้อนอันอบอุ่นตลอดกาล”
    อาจมีอยู่จริง!

    ปย.นี้ดูเป็นมนุษย์มากๆ
    เป็นมนุษย์ที่เข้าใจความเป็นจริงอย่างลึกซึ้ง
    แต่ก็คาดหวังลึกๆว่า “จะมีแผ่นดินที่มีแต่ฤดูร้อน”จริงๆ

  36. pattararanee Says:

    อะ แฮ่ม แฮ่ม !!!

    Test test!!!

  37. ตุ๊กตา (^_^*) Says:

    มาร่วมด้วยช่วยกันอีกแรง (^O^)/
    อาจใกล้เคียงกับ “วรรคทอง” ได้บ้าง, ไม่ได้บ้าง
    แต่ก็ปรีดากับการได้ลอกตัวหนังสือเหนือเส้นใต้
    ที่ขีดไว้ในหนังสือนับสิบๆ หน้าจากหนังสือแต่ละเล่ม
    (นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะท่าน)

    (1) – อิ ฐ –

    การตั้งคำถามนั้นเป็นแค่ “จุดเริ่มต้น” ของกระบวนการสร้างสรรค์
    สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ การหาคำตอบ

    ทุกครั้งที่เติมเครื่องหมายคำถามตามหลังสิ่งใดก็ตาม
    เชื่อได้เลยว่ามีคำตอบที่สร้างสรรค์รออยู่ในวงเล็บ
    และคงน่าภาคภูมิใจไม่น้อย
    หากคำตอบในช่องว่าระหว่างวงเล็บทั้งสองนั้น
    เราเป้นคนลงมือเติมมันด้วยตัวเอง
    (อย่าเชื่อ! กลเม็ดที่ 3 : ตั้งคำถามกับทุกสิ่ง)

    เมื่อความคับแคบกับความซ้ำซากโตเต็มวัย
    มันก็จะกลายเป็นความเขลาในที่สุด
    (อย่าเชื่อ! กลเม็ดที่ 4 : พายุสมอง)

    การมองมุมกลับที่สร้างสรรค์
    อาจไม่ต้องนำมาซึ่งอภิมหาสิ่งประดิษฐ์
    พลิกโลกก็เป็นได้
    มันอาจเป็นแค่มุมมองที่ชี้ช่องให้หัวใจที่อ่อนล้า
    ได้เห็นอะไรดี-ดีในช่วงเวลาที่ย่ำแย่
    (มองมุมกลับ)

    ความมั่วไม่ชั่วเกินไปนัก
    หากมั่วให้เป็น
    ก็น่าจะตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
    (อย่าเชื่อ! กลเม็ดที่ 19)

  38. ตุ๊กตา (^_^*) Says:

    (2) – กำ พู ช า พ ริ บ ต า เ ดี ย ว –

    ไม่มีทางของใครทับซ้อนกันสนิท
    หรือเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว
    ต่อให้ใครอยากก้าวเดินตามใคร
    ก็ทำไม่ได้

    *-*-*
    อาจมีหลายคนที่เราทำหล่นหาย
    ราวกับว่าไม่เคยได้ทำความรู้จักกัน
    บางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ได้อยู่กับเรานาน
    และบางคน
    ก็ไม่ควรอยู่ด้วยนาน

    *-*-*
    ยิ่งล่วงรู้เหตุการณ์ข้างหน้ามากเท่าไร
    เสน่ห์ของการเดินทางก็น้อยลงไปเท่านั้น

    *-*-*
    ไม่ผิด,
    หากเรามีชีวิตอยู่เพื่อยิ้มแย้ม
    สนุกสนานร่าเริงไปวันๆ
    แต่คงจะดี
    หากระหว่างนั้นเราตระหนักในทุกวินาที
    ว่าชีวิตนี้ไม่ถาวร

    *-*-*
    ระหว่างทางอันยืดยาว
    ชีวิตยังต้องการความสัมพันธ์บางชนิด
    เพื่อหล่อเลี้ยง

    *-*-*
    จุดศูนย์กลางของจักรวาล
    อาจไม่สามารถหาได้
    จากสูตรคำนวณใดๆ
    เราต้องใช้ “หัวใจ” เพื่อสัมผัส
    หรือ “เข้าถึง” สิ่งนั้น

    *-*-*
    ยามเมื่อยางลบเก่า
    เราจะใส่ใจมันน้อยกว่า
    เวลาแกะพลาสติกออก

    *-*-*
    เราอาจไม่ได้ผูกพันกันขนาดที่ว่า
    ต้องเสียน้ำตาเมื่อลาจาก
    แต่ก็ได้ความรู้สึกโหยหาในปริมาณหนึ่ง
    ในปริมาณที่พรุ่งนี้ เราอาจลืมกัน

    *-*-*
    ใคร?
    จะจัดสรรเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ได้อย่างเหมาะสม
    ต่อ “คนระหว่างทาง” ทุกคนในชีวิต


  39. คุณนิ้วครับ
    หนังสือคุณน่าจะเอาไปสับหมูนะ
    เพราะมันคมมากกกกกกกก

    นับถือๆ คนนิ่งลึกอย่างนี้จริงๆ

  40. ตุ๊กตา (^_^*) Says:

    (3) – เ น ป า ล ป ร ะ ม า ณ ส ะ ดื อ –

    เพราะความห่ามความทะนงหยิ่ง
    ในความสามารถของมนุษย์
    โดยเชื่อว่า “ชีวิตนี้ฉันกำหนด”
    มักทำให้คนทำอะไรโดยไม่ “เคารพ” สิ่งอื่น

    *-*-*
    เรามักได้มีความสุขเมื่อเราได้ทุกข์ยาก
    ในนั้นมีความมัน และความท้าทายปะปนอยู่
    และจะยิ่งสุขสุดขีด
    เมื่อเราเอาชนะมันได้

    *-*-*
    ยามอ่อนล้า,
    มนุษย์ผู้อ่อนแอล้วนต้องการอะไรสักอย่าง
    หรือใครสักคนพึ่ง+พิง
    แต่คนกับไม้เท้ามีข้อแตกต่างกันอยู่บางอย่าง
    เราทิ้งไม้เท้า แต่เราไม่ทิ้งคน

    *-*-*
    มนุษย์นั้นเป็นเพียงผิวผงธรรมชาติ
    และสมควรอย่างยิ่ง
    ที่เราต้องเคารพและก้มหัวให้ธรรมชาติ

    *-*-*
    เราต่างต้องเดินทางผ่านจุดหมาย
    ทั้งที่ท้าทายและราบเรียบ
    สลับกันไปมาไม่ใช่หรือ?
    ใครจะไต่ขึ้น “ที่สูง” ได้ตลอดเวลา

    *-*-*
    เอาเข้าจริง
    ไม่ว่าขาไหน (ขึ้นหรือลง)
    ถ้าก้าวขึ้นโดยไม่มีการหยุดหย่อนผ่อนแรง
    สักแต่จะจ้ำให้ถึงจุดหมายปลายทาง
    ก็ไม่สนุก และเหนื่อยเหมือนกันทั้งนั้น

  41. Fai^^ Says:

    :ความฝัน ก็เหมือนกันกับโตเกียว มันไม่มีขา ถ้าอยากไปถึง ต้องเดินไปหาเอง!:
    โตเกียวไม่มีขา

    :เราอาจต้องใช้ ‘หัวใจ’ เพื่อสัมผัสหรือ ‘เข้าถึง’ สิ่งนั้น:
    กัมพูชาพริบตาเดียว

    :ไม่ว่า ปราสาทหิน หรือชีวิตของเรา ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับยางลบ ยิ่งใช้ ยิ่งหมด และสุดท้าย, ก็สลายหายไป เหมือนไม่เคยมีอยู่:
    กัมพูชาพริบตาเดียว

    เยอะแยะไปหมด ที่ชอบอ่ะ
    แต่ที่อ่านทีไรอมยิ่มทุกทีก้อต้องนี่เลย (หลายๆคนก้อชอบเนอะ)
    ============
    อยากไปญี่ปุ่นมั้ยครับ?
    กระโดดขึ้นรถไฟไปด้วยกัน
    ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะพาไปที่ไหน แต่ก็ไม่เห็นต้องสนใจ
    ตรงนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ
    สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า
    คุณเลือกที่จะกระโดดขึ้นมารึเปล่า
    ================โตเกียวไม่มีขา

  42. roundfinger Says:

    นั่งอ่านด้วยความรู้สึกดีมากๆ ครับ
    เวลาได้เห็นตัวหนังสือตัวเองออกมาจากมือของคนอื่นนี่มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง
    (นึกถึงเวลานักร้อง นักดนตรี เห็นคนอื่นร้องเพลงของตัวเองออกจากปากเค้า)

    ขอบคุณ nordy, มด, เจ้าหญิงเพี้ยน, ตุ๊กตา, Fai มากๆ นะครับ
    อ่านแล้วมีความสุขครับ

    (กำลังเลือกอยู่ว่าจะเอาอันไหนส่งไปให้พี่เค้าบ้างดี ใครนึกออก
    ก็มาหย่อนไว้อีกได้นะครับ ขอบคุณจริงๆ ครับสำหรับน้ำใจและความช่วยเหลือ)

    : )

  43. เติ้ล Says:

    เนปาลประมาณสะดือ

    หน้า 67
    อะไรที่กลับไปแก้ไขไม่ได้ ก็น่าจะปล่อยวางมันไว้
    ดีกว่าปล่อยให้มันตามรังควานวนเวียนอยู่ในใจไม่เลิกรา

    หน้า 159
    หากชีวิตของใครสักคนมี ‘พระอาทิตย์’ ที่รอส่องแสงสว่างอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
    คนคนนั้นคงมีความสุขทุกครั้งที่ลืมตาตื่น

    หน้า 218
    ในห้วงยามที่ถูกบังคับให้ต้องหาทางออก
    เราอาจได้เจอทางเส้นอื่นที่มุ่งไปสู่จุดหมายเดียวกัน
    ขอแค่เราเชื่อว่า ทางไม่ตัน เท่านั้นก็พอ

    หน้า 383
    ผมเชื่อว่าในวัยหนึ่งเราต้องปีนป่าย
    และอาจจะดีเสียอีกที่มีภูเขาให้เราป่ายปีน
    คนที่น่าเศร้าอาจเป็นคนที่ไม่รู้ว่าทางขึ้นเขาลูกนั้นอยู่ตรงไหน
    แต่คนที่น่าเศร้ายิ่งกว่า คือคนที่เห็น ‘มันอยู่ตรงนั้น’
    แต่ถิดใจไม่ก้าวเท้าออกเดิน

    หน้า 393
    หลายครั้ง – คนเราปีนสู่ ‘ที่สูง’ เพื่อที่จะได้รู้ว่า
    ความสุขอยู่ณ พื้นดินที่เราพยายามก้าวออกห่างจากมัน

    ส่วนที่มาจากงานเล่มอื่น ๆ ของพี่ เติ้ลจดไว้ในสมุดอีกเล่ม
    ซึ่งไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตอนนี้อะท่านพี่
    เอาแต่เนปาลไปก่อนละกันเน๊อะ

  44. roundfinger Says:

    เติ้ลเดินทางไปไหนหรือเปล่า?
    อ่านในบล็อกแล้วเหมือนเปลี่ยนที่เปลี่ยนทาง?
    ขอบคุณสำหรับประโยคทั้งหมดที่ (โคตร) เป็นระเบียบ
    : )

  45. Kul_Hunsa Says:

    บางอย่างไม่จำเป็นต้องมีครั้งที่สอง
    ในห้วงระยะเวลาหนึ่งของชีวิตที่ผ่านมา ประสบการณ์การกระซิบบอกความลับว่า
    เป็นเรื่องยากที่คนเราจะประทับใจในสิ่งเดิมได้เป็นครั้งที่สอง หรือครั้งที่สอง
    จะสร้างความประทับใจได้เทียบเท่าครั้งแรก….
    ใช่-ถ้าการเจอกันครั้งที่สองต้องทำให้ความประทับใจแรกสลายละลายหายไป
    เราเลือกที่จะเก็บมันไว้ดีกว่า
    -สมองไหวในฮ่องกง-

    “เงินทองเก็บเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ประสบการณ์บางอย่างต้องเก็บตอนมีแรง”
    -เนปาลประมาณสะดือ-

    เมื่ออยู่ในภาวะที่ยากลำบาก เราจะรู้สึกว่าเรื่องง่ายๆก็กลายเป็นความสุขได้
    ยิ่งลำบากมาก ยิ่งมีความสุขง่าย
    -เนปาลประมาณสะดือ-

    คนเราต่างต้องเดินทางผ่านจุดหมายทั้งที่ท้าทายและเรียบราบสลับกันไปมามิใช่หรือ?
    ใครจะไต่ขึ้น”ที่สูง”ได้ตลอดเวลา
    แต่มนุษย์จำนวนมากก็นิยมชอบพอกับการป่ายปีนตะเกียกตะกายขึ้นสู่ “ที่สูง”
    มากกว่าการเดินเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะเหยาะแหยะอยู่บนเส้นทางราบ+เรียบ
    ไร้ซึ่งความตื่นเต้น
    ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว
    ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่า ยิ่งสูง เพื่อนยิ่งน้อย
    ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่า ขึ้นไปถึงจุดนั้นแล้วเดี๋ยวก็ต้องลงมา
    ทั้งที่ก็รู้ รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มนุษย์มากมายก็ยังปีนป่ายไปสู่จุดสูงสุดไม่เว้นแต่ละวัน
    คิดมาคิดไป “จุดสูงสุด” อาจยังไม่เย้ายวนใจ เท่ากับการได้เป็น “ผู้พิชิตจุดสูงสุด”
    -เนปาลประมาณสะดือ-

  46. beam Says:

    หนังนือพี่นี่มันมีดชัดๆ

    ไม่กล้าอ่านมาก เดี๋ยวโดนแทงเพิ่มไปกว่านี้

    ไม่ไหว

    มันเจ็บ

    (รอการอากรดีขึ้นอีกนิดนะ)

    แต่ก็ยังหยิบขึ้นมาพลิกหาต้นตอของรอยแผลที่ยังไม่แห้ง

    “ทุกการเริ่มต้นยุ่ง+ยากเสมอ เพราะสิ่งที่มีอยูก่อนการเริ่มต้นคือความว่างเปล่า”

    ขอบคุณมีดเล่มนี้ค่ะ

    ^^


  47. อยากเม้นด้วยแต่ไม่มีหนังสือตอนนี้อ่ะก๊ะ
    คืนนี้จะไปนอนกลิ้งพลิกไปพลิกมา
    พี่เอ๋อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องนะก๊ะ
    รอเค้าด้วยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  48. กบในกะลา Says:

    ตามอ่านด้วยความรื่นเริง..
    น่าดีใจแทนคุณนิ้วเนอะ ที่มีแฟนพันธ์แท้มากมาย

    เชื่อว่าหลายครั้ง “วรรคทอง” เหล่านั้น
    มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนชะตาชีวิตใครหลายๆคน
    <>

    ไว้มีโอกาสจะเอามาบอกเล่ากันบ้างนะ
    โชคดี 🙂

  49. สิ Says:

    ความทุกข์หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนความสุขถ้าเราแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

    อันนี้สิก็ชอบ

    มีอีกเยอะอะพี่เอ๋ เอากระดาษคั่นหนังสือไว้

    เดี๋ยวกลับบ้านจะมาช่วยขุด 555+

  50. อู Says:

    รอด้วยนะ จะกลับไปหามั่ง

  51. Kul_Hunsa Says:

    ในการเดินทางครั้งยาว ที่เราเรียกมันว่า ‘ ชีวิต ‘
    หากจะขอกลับก่อนก็จะดูเป็นการไม่เหมาะสม
    เพราะกำหนดการโดยประมาณนั้นคือสองหมื่นกว่าวัน
    นั่นละมัง, มนุษย์จึงต้องหา ‘คนระหว่างทาง’ เพื่อพูดคุย
    และแบ่งปัน ‘ชีวิต’ ไปตลอดเส้นทาง
    บ้างเข้ามาแล้วแยกจากไป
    บ้างเข้าใจแล้วผูกพัน
    จึงจูงมือกอดคอกันเดินต่อไป
    ใคร? จะจัดสรรเวลาที่มีอยู่จำกัดนี้ได้อย่างเหมาะสม
    ต่อ ‘คนระหว่างทาง’ ทุกคนในชีวิต
    ในเมื่อ,
    เราต่างต้องดูแลรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เราผูกพันด้วยตลอดไป
    -กัมพูชาพริบตาเดียว-

    “ชีวิตเต็มไปด้วยสิ่งที่เราเลือกไม่ได้”
    “ถูกต้อง เพราะฉะนั้นในจังหวะที่คุณมีโอกาสเลือก
    บนทางแยกที่คุณเลือกได้ ตัดสินใจได้ คุณควรจะเลือก
    ด้วยหัวใจจริงๆ เลือกในสิ่งที่อยากเลือกจริงๆ เพราะนั่นคือ
    หนึ่งในน้อยสิ่งนักที่คุณจะได้เลือก”
    -นวนิยายมีมือ-

  52. odigimon Says:

    จาก โตเกียวไม่มีขา …..

    จำหน้ามะได้ แต่มันเปนคำคม ง่ายๆ ที่จำจนวันนี้เลยอะ

    …. “ซึโกย” ….

    แค่คำๆ เดียว พอนึกถึงแล้วทำให้รำลึกถึงเรื่องราวในตอนๆ นั้น (ถ้าจำไม่ผิด คือตอนที่นิ้วกลมกับน้ำไปเจอกลุ่มวัยรุ่นญี่ปุ่นเล่นตะกร้อ ในสวนสาธารณะ อย่างสนุกสนาน) ได้ตลอดเวลา และรู้สึกได้อารมณ์ร่วมเปนอย่างมาก ครับ

  53. Ekachai Jearakul Says:

    ชอบมาก

    “อย่าหลงลืมโลกแห่งความฝันและจินตนาการเพราะมันมีอยู่จริง”

    มันทำให้ผมกล้าฝันในสิ่งที่ผมอยากทำ

  54. roundfinger Says:

    ขอบคุณ Kul_Hunsa ครับ
    ที่ตัดมาเป็นตอนที่เราชอบทั้งนั้นเลยแฮะ : )

    บีม > ไม่ขนาดน้าน

    ฤดูฝน, คุณกบในกะลา, สิ, อู > ขอบคุณและรออ่านเน้อ

    โอดิจิมอน, Ekachai Jearakul > ขอบคุณครับ

    หัวข้อนี้สนุกดีนิ อ่านแล้วเห็นภาพบางอย่าง
    บางข้อความอ่านแล้วก็คิดถึงเรื่องในตอนนั้น
    บางข้อความอ่านแล้วก็คิดถึงตอนที่เขียน
    เพราะบางเล่มก็ไม่ได้กลับไปอ่านมันตั้งนานแล้ว

    ขอบคุณนะครับ มีอีกก็เอาอีก หุหุ
    😀

  55. ลูกตาล Says:

    เราไม่สามารถก้มลงหยิบไม้เท้าไปได้ตลอดทาง
    เพราะทุกครั้งที่ก้มลงหยิบ
    เราจะต้องเสียแรงในการโงหัวขึ้นมา
    บางทีอาจทำให้หน้ามืดได้ง่ายๆ
    เมื่อเราพอใจในไม่เท้าอันใดแล้ว
    ควรจะกุมมันให้แน่น
    แล้วก้าวเท้าไปข้างหน้า
    สู่จุดหมายที่ต้องไปให้ถึง
    โดยไม่ต้องมองหาอันใหม่ข้างทางอีก
    เสียเวลา เปลืองแรงเปล่าๆ
    และ
    หากมีไม้เท้าที่ดีแล้ว เราควรหยิบยื่นอันใหม่ให้กับเพื่อน

    เนปาลประมาณสะดือ หน้า290ค่ะ

    มีคำว่าPossible
    อยู่ในคำว่าImpossibleเสมอ
    อิฐ หน้า38

  56. Qingqing Says:

    น้องคนนึงฝากมาบอกว่า

    “ขากถุย” จาก เนปาลประมาณสะดือ 5555

    ส่วนของตัวเราเอง ต้องขอกลับไปพลิกหนังสือดูก่อนแล้วจะมาหย่อนไว้ 😀

  57. epsilon Says:

    อยากร่วมด้วยช่วยกันแต่ไม่มีหนังสืออยู่ในมือ รู้แต่ว่า ‘คำกลม’ เยอะมากทุกๆ เล่มที่เคยอ่าน

    จนเคยสงสัยว่า จะมีซักบทไหม๊ที่ไม่มีคำกลมซ่อนอยู่ในนั้น
    คำตอบ ไม่มีแฮะ

  58. Modz(มด) Says:

    😀

    “นึกถึงเวลานักร้อง นักดนตรี เห็นคนอื่นร้องเพลงของตัวเองออกจากปากเค้า”

    สู้ๆนะทั่นพี่

  59. M I N T~* Says:

    “ไม่ว่าจะเป็นแผ่นซีดีหรือหัวใจ
    มันควรจะได้อยู่กับคนที่เห็นคุณค่าของมัน
    อย่างแท้จริง”

    ….และ….

    “อย่าหลงลืมโลกแห่งจินตนาการและความฝัน
    เพราะมันมีอยู่จริง”

    #โตเกียวไม่มีขา

  60. Dorkygirl Says:

    จำประโยคเต็มไม่ได้ค่ะ แต่พอจำได้คร่าวๆ
    จากโตเกียวไม่มีขา

    “สำหรับบางสถานที่ คนเราก็มีโอกาสเพียงครั้งเดียว”

    แต่สำหรับบางอย่าง ครั้งเดียวไม่เคยพอ (อิอิ)

  61. nine9 Says:

    ขอไปแข่งบอลก่อนน่ะพี่เอ๋

    วันนี้มีแข๋งบอลที่บริษัท

    ยังไงวันนี้พรุ่นแน่ๆ

    555+

  62. U L T R A - A N N Says:

    เอ่อ.. ปกติแอบซุ่มอ่านอยู่นานละ

    วันนี้อดไม่ไหว ขอด้วยคนละกันนะ ^^
    ————————————

    ตอนนี้ที่หอมี”โตเกียวไม่มีขา” แค่เล่มเดียว

    อย่าหลงลืมโลกแห่งจินตนาการและความฝัน
    เพราะมันมีอยู่จริง — อันนี้แอบเอามาจาก Ekachai Jearakul ข้างบน ชอบเหมือนกัน

    จินตนาการมักถูกวางอยู่บนหิ้ง คนเราก็ทนอยู่กับความจริงกันต่อไป
    -ฟังแล้วมันจี๊ด (หน้า 300)

    แล้วก็คำพูดของโอโตซัง ที่ว่า

    ลงมือเปลี่ยนแปลง เริ่มก้าว ถ้ามันไม่ถึงก้าวหนึ่ง อย่างน้อยก็ให้ได้ครึ่งก้าว ไม่งั้นก็ไม่ไปไหน — เป็นแรงกระตุ้นที่ดีมากเลย ^^

  63. jom Says:

    “ทุกการเดินทาง ควรมมีเวลาให้มองข้างทางบ้าง เพราะมันเต็มไปด้วยเสน่ห์ของความต่างนานาชนิด”
    “ระหว่างทางที่โหดร้าย ทำให้จุดหมายมีค่า”
    “เราควรตั้งจุดหมายสั้นๆ แล้วภูมิใจกับมันเมื่อไปถึง”
    “เมื่อออกเดินทาง เราจะได้รู้ว่า เราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างในโลกได้”
    “อย่ารีบดีใจ อย่ารีบเสียใจ ทางยังอีกไกลนัก”
    “เมื่อผิดหวังกับจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ไม่มีเวลามานั่งเสียใจ ต้องรีบมองหาจุดหมายใหม่ให้เร็วที่สุด”
    “ถ้าเราไม่หยุดเดิน เดี๋ยวมันก็ต้องถึงจุดหมาย”
    “อย่ารอฟ้าหลังฝน ระหว่างฝนตก เราควรทำอะไรไปด้วย”
    “โชคร้ายมักมาเยี่ยมเยือนเราโดยไม่บอกล่วงหน้า โชคดีก็เช่นกัน”

    จากโตเกียวไม่มีขา หน้า 130-131
    (เดี๋ยวหามาเพิ่ม)

  64. roundfinger Says:

    ขอบคุณมากๆ เลยครับที่มาร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ
    สนุกดีครับ ได้ล้นเล่มแล้วเนี่ย เขียนกันไปเขียนกันมาเกือบครบเล่มแล้วครับ : )
    เข้ามาอ่านทุกบรรทัดที่พิมพ์เลยครับ ดีใจครับดีใจ : )

    ขอบคุณ ลูกตาล (อีกที), ชิงชิง, ตุ้มเม้ง, มด, มิ้นท์, Dorkygirl, nine9, U L T R A – A N N (ขอบคุณที่ปรากฏตัว), jom

    คึกคักกว่าที่คิดครับ ได้แค่นี้ก็เกินคาดแล้วครับ
    : )

  65. jom Says:

    โตเกียว
    “ผู้คนมักคาดหวังกับอนาคต และสนใจในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ถูกลืมประจำก็คืออดีตที่ฝังตัวแน่นชอนไชอยู่ใต้ผืนแผ่นดิน อดีตที่เป็นต้นกำเนิดของลำต้นของปัจจุบัน และดอกผลของอนาตต” (229)
    “ลูกซึ่งไม่ได้หมายถึงคนที่มีสายสะดือเชื่อมกันเท่านั้น เพราะบางครั้ง สายสัมพันธ์อาจลึกซึ้งไม่น้อยกว่าสายสะดือ” (325)
    “ความฝันก็เหมือนกับโตเกียว มันไม่มีขา ถ้าอยากไปถึงก็ต้องเดินหาเอาเอง”

  66. jom Says:

    สมองไหว
    “ความยาวนานของเวลาอาจไม่สำคัญเท่ากับคุณค่าของเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น” (65)
    “ยิ่งเดินเยอะยิ่งคุ้ม ยิ่งหลงมากยิ่งเห็นมาก” (248)

  67. Caramel Says:

    จาก “โตเกียวไม่มีขา”
    หน้า 237 ย่อหน้าที่ 2 บรรทัดที่ 5
    “หากเอามาแต่กระเป๋าสตางค์ และลืมพกกระเป๋าสติมาด้วยมีเท่าไหร่ก็หมด”
    (อันนี้อ่านแล้วรู้สึกว่าเห็นด้วย เลยชอบเป็นการส่วนตัว)

    หน้า 248
    “บางการกระทำที่เราคิดว่าไม่สำคัญในช่วงเวลานั้น มันอาจมีความสำคัญมาก ๆ ในอนาคต อนาคตที่เราไม่เคยรู้ล่วงหน้า อนาคตที่เราไม่เคยควบคุมมันได้ อนาคตไม่ได้อยู่ในอุ้งมือของเรา อนาคตที่เหมือนว่าอยู่ในอุ้งมือของใครบางคน บนนั้น”

    หน้า 254
    “เหรียญหนึ่งเหรียญ ที่มีข้างเดียวก็ไม่เป็นเหรียญ”

    หน้า 340 ย่อหน้าที่ 2
    “ยุคโลกาภิวัตน์” ค่ะ ไม่ใช่โลกาภิวัฒน์

  68. jom Says:

    อิฐ
    “การตั้งคำถามนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการหาคำตอบ” (64)
    “การทำในสิ่งที่ เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของชีวิต หากมีเวลาสักนิด ลองมองให้ดี เราจะเห็นว่ามีคำว่าเป็นไปได้ อยู่ในคำว่าเป็นไปไม่ได้ และมีคำว่า possible อยู่ในคำว่า impossible” (หน้า 39)
    “ครั้งแรกอาจไม่ใช่ครั้งที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะครั้งแรกเต็มไปด้วยความอ่อนด้อย ไร้ประสบการณ์ ขาดความเชื่อมั่น ยังไม่เก๋าเท่ามืออาชีพ แต่ยังไงก็แล้วแต่ ครั้งแรกเป็นครั้งที่ตื่นเต้นที่สุดเสมอ” (กลเม็ดที่ 10)
    “หลายคนก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงเกินไป โดยไม่ได้ตระเตรียมท่วงท่าในการก้าวลง ทำให้ต้องลงจากบันไดอย่างทุลักทุเล จึงดูเหมือนว่าทุกครั้งที่ก้าวขึ้นไปเราควรเผื่อกายและใจไว้สำหรับขาลงด้วย เพื่อการก้าวลงที่สวยงาม” (199)
    “หากวันไหนขาดแรงบันดาลใจ ถ้ากำลังขึ้นบันไดให้มองบันได ถ้ากำลังกินข้าวให้มองจาน ถ้ากำลังทำอะไรให้มองสิ่งนั้น เชื่อไหมว่า ทุกอย่างมีแรงบันดาลใจซ่อนอยู่ ขอแค่ดูดีดีแล้วคุณจะเจอมันเอง” (201)
    “ในยุคสมัยแห่งความซับซ้อน คำตอบที่ถูกไม่ได้มีคำตอบเดียวเสมอไป ในเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตล้วนมีรายละเอียด และเหตุผลที่ละเมียดซ่อนอยู่อีกมากมาย หากผู้เอ่ยคำว่าผิด ใจกว้างพอที่จะเปิดรูหู และห้องหัวใจรับฟังเหตุผลของคนที่คิดต่าง” (233)

  69. jom Says:

    “ Have a break” (250)

    “ประสบการ์ณในแต่ละวันของแต่ละคน ทำให้เนื้อความคิดแตกต่างกันออกไป”
    “ต่อให้เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่ขวดใหม่แต่ละขวด ต่างก็มีเหล้าที่บ่มประสบการณ์ผ่านเวลาอันเนิ่นนานของตัวเองติดมาในนั้นด้วยเสมอ” (กลเม็ดที่ 20 หน้าสุดท้าย)
    “หากไม่รู้จักความเบื่อ เราคงไม่มีความคิดอยากสร้างสิ่งใหม่” (323)
    “ความเรียบง่ายและความพอใจ อาจเป็นศัตรูตัวฉกาจของความคิดสร้างสรรค์ แต่หากสูดลมหายใจให้เต็มปอด แล้วมองช้าๆอีกครั้ง เราอาจเห็นว่าความเรียบง่าย ความพอใจเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่ไร้กาลเวลา และอาจไม่ต้องหาสิ่งใดมาเพิ่มเติม เสริมพัฒนาให้หรูหราอลังการขึ้นอีก เพราะความเรียบง่ายนั้นสมบูรณ์ในตัวมันเองอยู่แล้ว” (323)

  70. Qingqing Says:

    “ความสัมพันธ์บางอย่างไม่ควรยืดยาว เพราะเราอาจรักษามันไว้ไม่ได้นานขนาดนั้น”

    บทที่ 12 โตเกียวไม่มีขา

    “หากไม่เป็นการรบกวนกันเกินไป
    ใช่หรือไม่?
    เราควรแบ่งปันให้กันและกัน”

    บทที่ 22 กัมพูชาพริบตาเดียว

    ดีเหมือนกันนะมีแคมเปญนี้ อิอิ เราจะได้มาจดๆ ไว้ด้วยเหมือนกัน เพราะอ่านกี่ทีก็ไม่เคยขีดเส้นใต้ไว้เลย

  71. pattararanee Says:

    มีคำกลมๆ ที่ต่อยอดมาจาก…
    อ่านตัวหนังสือของ นิ้วกลม + คำอวยๆ ของนิ้วกลมในสมุดโน้ตเล่มเล็ก (วันอ่านหนังสือเสียง) มาฝากค่ะ

    ใครเคยโดนขาของ “โตเกียวไม่มีขา” ถีบให้ตื่นบ้าง?
    ขอให้ขาแข็งแรง
    ขอให้ฝันแข็งแรง

    ^__^

  72. Qingqing Says:

    คุณนิ้วฯ เราไปดูงาน Mechanics Alive! มาแล้วนะ ^_^

    http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=qingqing&month=11-08-2007&group=4&gblog=59

  73. jom Says:

    เนปาลฯ
    “โชคดีที่โชคร้าย หากเราล่วงรู้เส้นทางข้างหน้าทั้งหมดทะลุปุโปร่งแล้ว ยังจะเหลือสิ่งใดให้ใจหวามหวิว”
    “ความตื่นเต้นกับอะไรใหม่ๆ มักจืดและจางไปเสมอเมื่อเวลาผ่าน”ความเคยชินทำให้เรามองสิ่งที่เคย ตื่นเต้นกลายเป็นธรรมดา”(75)
    “ในความมืด ผมนึกถึงคำกล่าวของอาร์โนลด์ ทอยด์บี ที่ว่า เห็นนครวัดนครธม แล้วตายได้ แต่ผมอยากแนะนำให้ห้ามใจไว้สักหน่อย อย่าเพิ่งรีบตาย สักครั้งหนึ่งในชีวิต มนุษย์น่าจะได้มาเห็นหิมาลัยใกล้ๆให้เต็มตา แล้วจึงค่อยหลับตาชั่วนิรันดร์”(311-312)
    “หลายครั้ง-คนเราปีนสู่ ที่สูง เพื่อที่จะได้รู้ความสุขอยู่ ณ พื้นดินที่เราพยายามก้าวออกห่างจากมัน” (393)
    “ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ไม่มีวันอบอุ่นไปกว่า พื้นดินต่ำเตี้ยที่มีอ้อมกอดจากคนที่เรารัก และคนที่รักเรา” (394
    “ จะมีประโยชน์อะไร หากเราพิชิตภูผาใหญ่ลงได้ แต่ไม่มีใครเหลือร่วมดีใจเมื่อเรากลับมาถึงบ้าน”(395)
    “จุดสูงสุด อาจไม่เย้ายวนใจ เท่ากับการได้เป็น ผู้พิชิตจุดสูง”(356)

  74. jom Says:

    เยอะมาก เชื่อว่ายังมีอีก (แต่หาได้เท่านี้) ไม่รู้ใครยืม กัมพูชาฯไป ถ้าได้คืนมาทันจะหามาเพิ่มนะคะ

    ป.ล. หนังสือออกเมื่อไหร่บอกด้วยเน้อ


  75. “แรงบันดาลใจกระเพื่อมถึงกันเสมอ”

    ไม่มีหนังสืออยู่ในมือครับ
    แต่ขอร่วมใจชอบประโยคนี้ด้วยคนครับ

    เด็ดจริง

    :->m’26

  76. buyonegetwe Says:

    ตั๊ด จริงๆด้วยครับพี่

    ได้ลิงค์บล็อคพี่มาจากแดชบอร์ด ฮ่าๆบังเอิญจริงๆ

    เรื่องคำนี่เขาไม่ได้ติดต่อมาครับ ผมคงอยู่บนแพที่ลอยอยู่ ฮ่าๆ

    ส่วนเรื่องออกเทปเนี่ยะ มีคนถามผมอย่างนี้ประมาณสิบแล้วฮะ

    ผมแค่มาทำงานเป็นครีเอทีฟในค่ายเพลง กับขีดเขียนเพลงนิดหน่อยครับพี่

    ไม่มีโครงการถ่ายปกแต่ประการใด ฮ่าๆ

    แล้วเจอกันคร้าบ

  77. Modz(มด) Says:

    หัวข้อนี้คึกคักมากมาย

    เป็นไงคะพี่เอ๋ ได้อ่านตัวหนังสือของตัวเอง ผ่านปลายนิ้ว(ที่เคาะแป้นคีย์บอร์ด)ของคนอ่าน..น่าภูมิใจๆ 😀

    😀

    สู้ๆๆๆๆๆ

  78. Modz(มด) Says:

    ส่วนตัว ชอบเนื้อเรื่อง+ประโยคทองในเนปาลฯมากๆๆๆๆ

    มิน่า..อ่านไปสามรอบ ฮ่าๆ ตอนนั้น(นานมาแล้ว) แม่เห็นจนแม่ถาม อ่านยังไม่จบ

    หรอ มดบอก ยังแม่.. ยังไม่จบรอบที่3 เอิ๊กๆ

    ชอบมากค่า

  79. ตัวเล็ก Says:

    ร่วมด้วยคนค่า คึกคักมากๆ
    ความยาวนานของเวลาอาจไม่สำคัญเท่ากับคุณค่าของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น-สมองไหวในฮ่องกง
    เราจากโลกใบเดิมนั้นมา เพื่อที่จะอยากกลับไป-โตเกียวไม่มีขา ชอบมากๆกับประโยคนี้
    ความทุกข์…หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งนึง ส่วนความสุข ถ้าเราแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า-โตเกียวไม่มีขาค่ะ

    คำคม คมกริบจนบาดผู้อ่านเลยล่ะเจ้าค่ะ พี่นิ้วกลม เหอๆ


  80. อ่านเล่มเดียวของคุณ คือ โตเกียวไม่มีขา

    ตัดมาจาก Blog ผมนะครับ

    มีคำเด็ดๆ เต็มเล่มเลยครับ ที่ต้องหยุดจด คือ
    อย่าหลงลืมโลกแห่งจินตนาการและความฝัน เพราะมันมีอยู่จริง

    การได้รู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร สำคัญกว่าการได้รู้ว่าเขาคิดเหมือนเราหรือไม่

    ต้องทำในสิ่งที่ชอบ คนญี่ปุ่่นที่ยังรักที่ยังรักในวิชาชีพตัวเองยังมีอยู่

    เกิดมาทำไมไม่รู้เหมือนกัน แต่น่าจะตั้งคำถามว่าเกิดมาแล้วจะทำอย่างไรต่อไปมากกว่า เพราะเราเกิดมาแล้วนี่นา

    เวลาไปเที่ยวควรกลับตอนที่ไม่อยากกลับ

    ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนที่เราอยากไป ประสบการณ์ที่ไหนที่เราอยากเจอ เราต้องเดินเข้าไปหามัน จะรอมันเดินมาหาเราไม่ได้

    ประโยคสุดท้ายของเล่ม ดึงทุกอย่างมารวมกัน
    ความฝัน ก็เหมือนกันกับโตเกียว
    มันไม่มีขา
    ถ้าอยากไปถึง ต้องเดินไปหาเอง!
    ชอบมากครับ

    ไปดูเต็มๆ ได้ที่ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=amp-atom&month=03-2007&date=12&group=3&gblog=37


  81. เอ๋…อย่าพึ่งหยุดอ่าน..อ่านของเราก่อน..ตั้งใจมากมาย เลือกไม่ถูกเลย ใส่มันหมดเน๊ยะแหละ..ฮ่าฮ่า

    ——————-
    ถ้าเราพร้อมทำความรู้จัก เราจะได้รู้จัก ——–75

    เพียงหนึ่งรายละเอียดของการกระทำ ของคนในที่หนึ่ง
    ย่อมกระเพื่อมสู่คนอีกที่หนึ่งเสมอ ————89

    เราจากโลกใบเดิมนั้นมา เพื่อที่จะอยากกลับไป—137

    ชีวิตที่ปล่อยไหล บางครั้งก็นำมาซึ่งอะไรที่ไม่น่าเชื่อ—168

    จากอ้อมกอด…ผมยืนยันได้ว่าเธอเหงาอย่างแรง
    เพราะมันเป็นการกอดที่แนนและนานอย่างประหลาด—220
    (ชอบประโยคนี้นะ มันได้ความรู้สึกดี ตอนอ่าน)

    หากเทียบเรื่องราวบนโลกเป็น ต้นไม้ อดีตคงไม่ต่างอะไรกับราก
    ปัจจุบันคงเปรียบได้กับลำต้นและใบ
    และอนาคตคงเปรียบเสมือนดอกผลหรือเมล็ดที่รอการงอกเงย—-229

    อนาคต บางครั้งก็ดูน่ากลัวพอๆ กับน่าตื่นเต้น—-238

    ผู้หญิงที่ดูไม่ค่อยเป็นหญิงนัก
    มักมีด้านอ่อนโยนให้ประหลาดใจในเปลือกแข็งๆ—–283

    เรามักยืนอยู่บนทางแพร่งระหว่างข้อจำกัดในชีวิต
    ที่คนมักขนานนามว่า ความจริง กับเป้าหมายชีวิตบางชนิด
    ที่เกิดจากความคิดอิสระที่ล่องลอยเบาหวิว ไร้พันธนาการ
    ที่คนจำนวนมากเรียกขานกันว่า ความฝัน
    บางครั้งมันดูเหมือนทางสองเส้น ที่ไม่มีวันมาบรรจบกัน
    แต่..ในบางโอกาส ทางสองเส้นนี้ก็เอียงเข่าหากัน
    จนเกือบเป็นเส้นเดียว———284

    จินตนาการมักถูกวางไว้บนหิ้ง คนเราก็ทนอยู่กับความจริงต่อไป—300

    ความทุกข์ หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งนึง ส่วน
    ความสุข…ถ้าแบ่งปันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า——306

    อย่าหลงลืมโลก จินตนาการ และ ความฝัน
    เพราะมันมีอยู่จริง—————–307(ถูกใจ ใช่เลย)

    ก่อนที่ตัวหนังสือหลายล้านตัวจะเอนกาย
    ลงไปนอนแนบ ลงบนเนื้อกระดาษขาวปึกนี้
    กระดาษเคยเต็มไปด้วยความว่างเปล่ามาก่อน——374

    —————————- ทั้งหมดใน โตเกียวไม่มีขา


  82. ยังมีต่ออีกนิ…
    ———————-

    คงภูมิใจไม่น้อย หากคำตอบในช่องว่าง
    ระหว่างวงเล็บทั้งสองนั้น…เราเป็นคนลงมือเติมมันด้วยตัวเอง—–66

    คนเราตั้งนาฬิกาปลุก เพื่อเอาไว้กดทิ้ง แล้วนอนต่อ—

    เป็นธรรมดาของบันได ที่ขาขึ้นต้องใช้แรงพลังมาก
    และเหนื่อยกว่าขาลง แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ยังคงรักการ
    ก้าวขึ้นมากกว่าก้าวลง แถมยังต้องการจะก้าวขึ้นไป
    ขึ้นไปอย่าไม่มีที่สิ้นสุด—–198

    นิ้วก้อยที่สั้นกว่า อาจนำมาซึ่งวิธีการคืนดี
    แบบใหม่ที่ไม่น่าเชื่อ———218

    ม็อบปิดถนนอาจทำให้คนเมืองเดือดร้อน
    แต่..ตอนคุณทำพวกเค้าเดือดร้อน คุณอาจไม่รู้ตัว——–234

    ไม่ผิดหรอก หากจะทำในสิ่งที่ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าถูก
    แต่ มันก็ถูก หากจะลองทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดว่าผิด—–235(โดน)

    ยิ่งเคยชินกับโลกวุ่นวายมากเท่าไหร่ เรายิ่ง’เหงา’ง่ายขึ้นเท่านั้น—322

    ความเรียบง่ายและความพอใจ อาจเป็นศัตรูตัวฉกาจของความคิดสร้างสรรค์
    แต่หากลองสูดลมหายใจให้เต็มปอด แล้วมองช้าๆ อีกครั้งเราอาจเห็นว่า
    ความ เรียบง่าย ความพอใจเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่ไร้กาลเวลา——323

    เมื่อตัดสิ่งเกินจำเป็นออกไป จึงเหลือไว้แค่ความ ‘พอดี’——-324
    ( ความเรียบง่ายนั้นยากนัก)

    ที่เราจะสามารถว่งแซง แล้วไปดักรออยู่ข้างหน้าโลกที่ หมุนไว ใบนี้
    คือการ’หยุด’วิ่ง——————-327

    ———————————–ทั้งหมดใน ( it )ก้อนกลม


  83. ยังมีต่ออีกนิ..

    คงภูมิใจไม่น้อย หากคำตอบในช่องว่าง
    ระหว่างวงเล็บทั้งสองนั้น…เราเป็นคนลงมือเติมมันด้วยตัวเอง—–66

    คนเราตั้งนาฬิกาปลุก เพื่อเอาไว้กดทิ้ง แล้วนอนต่อ—

    เป็นธรรมดาของบันได ที่ขาขึ้นต้องใช้แรงพลังมาก
    และเหนื่อยกว่าขาลง แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ยังคงรักการ
    ก้าวขึ้นมากกว่าก้าวลง แถมยังต้องการจะก้าวขึ้นไป
    ขึ้นไปอย่าไม่มีที่สิ้นสุด—–198

    นิ้วก้อยที่สั้นกว่า อาจนำมาซึ่งวิธีการคืนดี
    แบบใหม่ที่ไม่น่าเชื่อ———218

    ม็อบปิดถนนอาจทำให้คนเมืองเดือดร้อน
    แต่..ตอนคุณทำพวกเค้าเดือดร้อน คุณอาจไม่รู้ตัว——–234

    ไม่ผิดหรอก หากจะทำในสิ่งที่ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าถูก
    แต่ มันก็ถูก หากจะลองทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดว่าผิด—–235(โดน)

    ยิ่งเคยชินกับโลกวุ่นวายมากเท่าไหร่ เรายิ่ง’เหงา’ง่ายขึ้นเท่านั้น—322

    ความเรียบง่ายและความพอใจ อาจเป็นศัตรูตัวฉกาจของความคิดสร้างสรรค์
    แต่หากลองสูดลมหายใจให้เต็มปอด แล้วมองช้าๆ อีกครั้งเราอาจเห็นว่า
    ความ เรียบง่าย ความพอใจเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่ไร้กาลเวลา——323

    เมื่อตัดสิ่งเกินจำเป็นออกไป จึงเหลือไว้แค่ความ ‘พอดี’——-324
    ( ความเรียบง่ายนั้นยากนัก)

    ที่เราจะสามารถว่งแซง แล้วไปดักรออยู่ข้างหน้าโลกที่ หมุนไว ใบนี้
    คือการ’หยุด’วิ่ง——————-327

    ———————————–ทั้งหมดใน ( it )ก้อนกลม

  84. U L T R A - A N N Says:

    “ความสัมพันธ์บางอย่างไม่ควรยืดยาว เพราะเราอาจรักษามันไว้ไม่ได้นานขนาดนั้น”

    ชอบอันนี้เหมือนกัน ชอบเอาไปใช้บ่อยๆ


  85. ยังมี ยังมี

    ห้องหัวใจมักเปิดกว้างให้กับความสนุก มากกว่าจะมานั่ง
    เพ่งเล็งหาทุกข์ในความไม่สมบูรณ์แบบ——————61

    อะไรที่กลับแก้ไขไม่ได้ ก็น่าจะวางมันไว้
    ดีกว่าปล่อยให้มันตามรังควาน วนเวียน อยู่ในใจไม่เลิกลา—–67

    ความรู้สึกตื่นเต้นกับอะไรใหม่ๆ มักจืดและจางไปเสมอ เมื่อเวลาผ่านไป–75

    บางครั้ง เราก็กลัวความน้ำเน่าจะกระเซ็นออกจากปาก
    แต่กับชีวิตที่ผันแปรไม่แน่นอน บางครั้งก็เน่าจนเราแทบทนไม่ไหว—159

    ความสวยไม่มีที่สิ้นสุด ความพอใจต่างหากหละที่มี—-242

    เรามักมีความสุขเมื่อเราได้ทุกข์ยาก
    ในนั้นมีความมัน และความท้าทายปะปนอยู่
    และจะยิ่งมีความสุข สุดขีดเมื่อเราเอาชนะมันได้—-270

    มิตรภาพระหว่างเพื่อน ที่ไหลออกมาพร้อมเม็ดเหงื่อบนใบหน้านั้น
    เราไม่สามารถ หาได้จากการไปเดินเล่น—–271

    สักหนึ่งครั้งในชีวิต
    มนุษย์ น่าจะได้มาเห็น หิมาลัย ใกล้ๆให้เต็มตา
    แล้วจึงค่อยหลับตาลงชั่วนิรันดร์————-312

    ——————-ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เนปาล ประมาณ สะดือ (ดื้อๆ)


  86. เห้ย …( it )ก้อนกลม….ซ้ำได้ไงหว่า….งง


  87. ยังไม่หมด…เรยยยยยนิ
    ————————-
    กาลเวลาลากเส้นทิ้งไว้บนใบหน้ามากมายหลายสิบขีด
    ร่องรอยเหล่านั้น ย่อมจาลึกเรื่องราว หนหลังฝังไว้ใน ‘สมอง’—–49

    ในความมืดมีสิ่งที่มองไม่เห็น
    ในสิ่งที่มองไม่เห็นมีความไม่แน่ใจ
    ในความไม่แน่ใจ มีทั้งเรื่อง ดี และ ร้าย รอให้พบเจอ————55

    ความยาวนานของเวลาอาจไม่สำคัญเท่ากับคุณค่าของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น–65

    ดาวบางดวงมิจำเป็นต้องเดินทางไปให้ถึง
    มิจำเป็นต้องตั้งหน้าตั้งตาไขว่คว้า
    หากในห้วงระยะที่มองดูอยู่ไกลๆนั้น
    เธอช่างสวยงาม ตรึงตา————–139

    บางเรื่องราวเราจดจำบางอย่างได้เพียง สัญลักษณ์
    ในห้วงเวลาสำคัญ เท่านั้น———-165

    ในความไม่เคยคุ้น สิ่งที่ผสมกันอยู่ในห้วงยามนั้น
    คือ ความตื่นเต้นปะปนกับความกังวล และหวาดกลัว————178

    จุดหมาย ไปตามแต่สายลมแห่งชีวิตจะโบกโบย———-179

    บางทีภาพเวลาเหล่านี้อาจมีค่าเมื่อเวลาผ่าน———258

    ทุกครั้งที่มีสิ่งใดมากระแทกให้ สมอง(ไหล)เห้ย..! สั่นไหว
    ผงทรงจำเหล่านั้นย่อมฟุ้งกระจายออกมาให้หวนลำลึก—-307

    เราทั้งคู่ต่างเข้าไปอยู่ในชีวิตของกันและกันในระยะเวลาหนึ่ง
    ไม่อาจบอกได้ว่านานเกินไป หรือสั้นเกินไป
    แต่ ก็นั่นแหละ เราได้รู้จักกันแล้ว—————-324-325
    (ได้อารมณ์สมองไหวมากมาย)

    ———————————-สมองไหว ในฮ่องกง


  88. ท้ายสุด น้องใหม่ พึ่งคลอด
    ————————–

    ชีวิตของคุณอาจมีกล่องอีกหลายใบที่คุณยังไม่ได้แกะ
    จะไม่ลองแกะดูหน่อยหรือ แทนที่จะมาคร่ำครวญถึงกล่อง
    ที่คุณไม่มีวันได้แกะใบนั้น
    สิ่งที่เลือกไม่ได้ไม่ว่าจะ ร้าย หรือ ดี คุณไม่ต้องทำอะไรมันก็เกิดขึ้นเอง
    แต่สิ่งที่คุณเลือกได้ คุณต้องทำมันให้เกิดขึ้น—————-170

    ————————-ประโยคเดียวประโยคนี้ กินใจ ใน นวนิยายมีมือ


  89. นิ้วกลม————> ของเค้าดีจิง 😉

  90. wahz Says:

    เราไม่รู้จะเลือกประโยคไหนอะ พี่เอ๋….
    แต่ประโยคเนี้ยอ่านแล้ว คนเขียนถึงเยอะเหมือนกันนะ

    “ความทุกข์ หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งนึง ส่วน
    ความสุข…ถ้าแบ่งปันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า”

  91. แนน Says:

    “แก่นสาระสำคัญใดๆ ฟังด้วยหู เอื้อนเอ่ยด้วยคำพูด ก็ไม่ได้ยินหรอก”

    ที่ อีสต์ เมบอน อันเงียบสงบ
    ผมพบดอกไม้ดอกหนึ่ง

    กัมพูชาพริบตาเดียว หน้า 245

  92. Modz(มด) Says:

    อ่านไป เหมือนได้ทบทวนความทรงจำเลยค่ะ

    ประโยคพวกนี้เคยผ่านสายตาบรรดาผู้อ่าน(+ผู้คลั่งไคล้นิ้วกลม)มาทั้งนั้น (เอิ๊กๆ)

    ชอบมากๆ

    คึกคักโนะๆ

  93. ~*PIE*~ Says:

    ขอแจมด้วยคนนะคะ ..
    แอบเป็นคนติดตามผลงานของพี่เอ๋อยู่ใกล้ๆ (ตามมุมตึก 55)
    มีหลายคำกลมที่โดนใจ แต่ที่จำได้ขึ้นใจ

    “คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ” (กัมพูชาพริบตาเดียว)

    ป.ล.คำคมนี้เขียนให้เพื่อน โดนใจเพื่อนด้วย แทงทะลุเลย

  94. roundfinger Says:

    ตามมาขอบคุณต่อครับ โอย เห็นแล้วอึ้งครับ อึ้งจริงๆ
    ขอบคุณมากๆ สำหรับน้ำใจที่มอบให้คนเขียนหนังสือนะครับ : )

    jom > เยอะมากเลยครับ ขอบคุณจริงๆ หนังสือน่าจะออกเดือนตุลาฯ ครับ

    Caramel > ขอบคุณครับ มีพิสูจน์อักษรให้ด้วยแน่ะ

    ชิงชิง > เราก็ได้อ่านที่เราไม่ได้ขีดไว้เช่นกัน

    เด็กผู้ชายที่ไม่เตะบอลตอนกลางวัน > ไม่มีหนังสือเพราะไปเตะบอลแล้วลืมไว้ที่สนามรึเปล่าครับ?

    ตั๊ด > แล้วเจอกันเนืองๆ ในนี้

    มด > ขอบคุณสำหรับสามรอบ

    ตัวเล็ก > เอาเทนโซพลาสไหมครับ?

    คนขับช้า > ขอบคุณมากๆ ครับ

    ไอฝน > บอกได้คำเดียวว่า “อึ้ง” อีกนิดก็ครบเล่มแล้วนะเธอ

    U L T R A – A N N > อีกครั้งครับ ขอบคุณครับ

    wahz > ขอบคุณที่แบ่งความสุข เพิ่มเป็นหลายเท่าแล้วนิ

    แนน > ได้ยินแล้ว

    PIE > โจรหรือผู้อ่านครับเนี่ย? ขอบคุณนะครับ

    ขอบอกว่าหัวข้อนี้ชื่นใจและได้พลังกลับไปเขียนหนังสือมากมายครับ
    จะคัดสรรจากที่แนะนำมาเพื่อส่งต่อไปยังอะบุ๊กครับผม
    หนังสือเล่มนี้น่าจะออกในงานหนังสือเดือนตุลาฯ นี้ครับ
    ยังไงก็ไปอุดหนุนได้ที่ซุ้มอะบุ๊ก (คาดว่าจะไปช่วยเค้าขายด้วยครับ)
    และขออนุญาตแพลมๆ ว่าจะมีเล่มใหม่ของตัวเองเช่นกัน “นะ”

    ขอบคุณสำหรับน้ำใจจากทุกใจ ทุกนิ้ว ทุกตา ที่ช่วยควานหาและมานั่งพิมพ์
    มีความสุขมากๆ ครับ

    : )

  95. iiws Says:

    อยากบอกว่าพออ่านครบทั้ง 94 replyข้างต้น
    ทำให้ต้องไปหยิบหนังสือพี่นิ้วทุกเล่มที่มาวางลงตรงหน้า
    เเล้วเริ่มต้นอ่านมันทั้งหมดอีกรอบ
    เลยไม่รู้ว่าคืนนี้มันจะยาวไกลอีกเเค่ไหน

    เห็นเเล้วมันคิดถึงตัวหนังสือมีชีวิตของพี่นิ้วเหลือเกินค่ะ
    ชะเเว๊บ ขอเวลาไปอ่านก่อน
    Ps*ขออภัยที่ไม่ได้ช่วยหาวรรคทองให้พี่ตอนนี้
    ขอเวลากลับไปเสพตัวหนังสือก่อนนะคะ

  96. อู Says:

    เอ่อ… มาช้าไปใช่มั้ยเนี่ย?!

    ในภาวะลำบากลำบน คนจะมีความสุขได้ง่ายขึ้น
    เนปาล p.371

    อย่ารอฟ้าหลังฝน ระหว่างฝนตก เราควรทำอะไรไปด้วย
    โตเกียว p.131

    คนที่ขอมักจะไม่ได้ แต่คนที่ให้ต่างหากมักจะได้รับ
    กัมพูชา p.167

    การก้าวออกจากโลกแห่งความเคยชินอาจต้องใช้พลัง และความมั่นใจในปริมาณมหาศาล แต่มันก็คุ้มค่าเมื่อพบว่าเราได้ขยายพื้นที่ความเป็นไปได้ใหม่ๆให้เกิดขึ้น
    อิฐ บทที่ 9 (ตวามเคยชิน)

    มาช้ายังดีกว่าไม่มานะพี่ชาย
    แหะ แหะ

  97. wahz Says:

    เป็นกำลังใจให้ครับพี่เอ๋….

    จะติดตามอ่านหนังสือของพี่นะครับ ^^

  98. roundfinger Says:

    iiws > ชอบคำว่า ตัวหนังสือมีชีวิตแฮะ ขอบคุณเน้อ

    อู > ไม่ช้าเลย ยังได้เรื่อยๆ ขอบคุณครับผม

    wahz > ขอบคุณครับ : )


  99. ก็ชอบหมดเลยนิ ..ตัดอันใดอันนึงไม่ได้ นอนไม่หลับ ฮ่าฮ่า


  100. โตเกียวไม่มีขา
    “โลกที่ทุกคนเหมือนกันหมดไม่มีหรอก การที่คนเข้าใจถึงความแตกต่างของแต่ละคนได้สำคัญที่สุด แต่ละที่ก็มีความดีงามในแบบของตัวเองใช่มั๊ย ไม่อย่างงั้นพวกเธอจะเดินทางมาญี่ปุ่นทำไม” หน้า340

    ความฝัน ก็เหมือนกันกับโตเกียว
    มันไม่มีขา
    ถ้าอยากไปถึง ต้องเดินไปหาเอง! หน้า375

    เนปาลประมาณสะดือ
    ระหว่างทางที่โหดร้าย ทำให้เราต้องอาลัยและจดจำ หน้า 378

    หากไม่ได้เดินทางผ่านเส้นทางสาหัสสากรรจ์ เราจะจดจำอะไรและจะมีสิ่งใดให้เล่าขาน คิดหวน หน้า 378

    อิฐ
    การตั้งคำถามนั้นเป็นเพียงแค่ ‘จุดเริ่มต้น’ ของกระบวนการสร้างสรรค์
    สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การหาคำตอบ หน้า66

    แค่ชี้ให้คนที่ทำซีอิ๊วหก มองซีอิ๊วที่เหลือในมืออีกครึ่งขวด แทนที่จะเอาแต่มองซากซีอิ๊วที่แฉะฉ่ำอยู่บนพื้น หน้า 267

    เพิ่งได้มาเม้นคะ
    กัมพูชาพริบตาเดียวอยู่ที่เพื่อนเสียดายจริงๆ

    ขอเม้นนอกหนังสือนิดนึงนะพี่เอ๋
    ชอบที่พี่เอ๋เคยเขียนว่า ในร้ายมีดีเสมอ จำไม่ได้ว่ามาจากไหน น่าจะบ้านนี้นะคะ(ฝนความจำสั้น)
    ประโยคเดียวใช้ได้กับทุกสิ่งทุกเรื่องเป็นแง่มุมที่ทำให้รู้จักมองโลกที่ดีมากเลยคะ
    แค่คิดง่ายๆ แต่คิดให้ลึกซึ้ง มันจะได้สิ่งที่มีคุณค่าที่สุด

  101. undercurrent Says:

    หวังว่าจะยังทันอยู่นะคะ 😀
    ชอบประโยคนี้ค่ะ

    …ดังนั้นเวลาก่อพายุสมอง ก็อย่าลืมเปลี่ยนคำถามบ้าง มองในมุมอื่นบ้าง มิเช่นนั้น จะกลายเป็นว่า เรากลับสร้างกรอบใหม่ขึ้นมา ‘กัน’ สายตาตัวเองให้แคบ บังคับตัวเองให้ ‘เห็น’ แต่องค์ประกอบซ้ำซากเหล่านั้น
    และ เมื่อความแคบกับความซ้ำซากโตเต็มวัย มันก็จะกลายเป็นความเขลาในที่สุด
    จาก “อย่าเชื่อ” กลเม็ดที่ 4 “อิฐ”

  102. roundfinger Says:

    มาอ่านอยู่เรื่อยๆ ครับผม
    ขอบคุณ ฤดูฝน, undercurrent ครับผม
    : )

  103. pooh Says:

    อ่านหนังสือแล้วไม่เคยจำเนื้อหาอะไรได้เลยค่ะ เป็นมาตั้งแต่อ่านหนังสือออก เราหยิบหนังสือเนปาลประมาณสะดือขึ้นมาดู จำได้ว่าอ่านจบไปตั้งแต่ปีที่แล้ว (ปกติไม่เคยอ่านหนังสือซ้ำเพราะกลัวว่าจะไม่สนุกเหมือนอ่านครั้งแรก) ในหนังสือมีตั๋วเข้าชมอูเอโนะซูเป็นรูปหมีแพนด้ากับกอริลล่าคั่นหน้าหนึ่งไว้อยู่ อ้อ…หนังสือเล่มนี้เองที่เราหอบฟางไปด้วยถึงญี่ปุ่น หน้า 67 ที่พี่กอริลล่าคั่นอยู่มีข้อความนี้ค่ะ “อะไรที่เรากลับไปแก้ไขไม่ได้ ก็น่าจะวางมันไว้ ดีกว่าปล่อยให้มันตามรังควานวนเวียนอยู่ในใจไม่เลิกรา” ถูกที่สุดค่ะ

  104. jom Says:

    ในที่สุดก็เจอ หามาเพิ่มค่า

    กัมพูชาฯ

    ประสบการ์ณสอนผมว่า คนที่ขอมักจะไม่ได้ แต่คนที่ให้ต่างหากมักจะได้รับ (167)
    ยามเมื่อยางลบเก่า เราจะใส่ใจมันน้อยกว่าเวลาแกะพลาสติกออก (202)
    ไม่ว่า ปราสาทหิน หรือชีวิตของเรา ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับยางลบ
    ยิ่งใช้ยิ่งหมด
    และสุดท้ายก็สลายหายไป
    เหมือนไม่เคยมีอยู่ (203)
    อะไรที่ให้กันด้วยจิตใจบริสุทธิ์นั้น งดงามตามธรรมชาติ (244)
    จริงอยู่, เราอยู่คนเดียวบนโลกไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องผูกสัมพันธ์กับคนมากมายเพื่อดูดซึมความเหงา อ้างว้าง โดดเดี่ยวออกจากหัวใจ แต่ไม่สามารถดูแลใครได้ดีเลยสักคน (300)
    บางผู้บางคน ถึงขนาดพยายามสร้างหลุมศพให้เป็นศูนย์กลางจักรวาล โดยต้องใช้ชีวิตและแรงงานจากผู้คนอีกร่วมแสนร่วมล้านมาช่วยสร้างสิ่งมหัศจรรย์พันลึกนั้นให้เกิดขึ้น
    แต่สิ่งมหัศจรรย์ที่ว่า ใช่จะคงอยู่ตลอดไป (305)
    “ผมเชื่อว่า ในความเล็กมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่” (306)

  105. jom Says:

    กัมพูชาฯ

    ประสบการ์ณสอนผมว่า คนที่ขอมักจะไม่ได้ แต่คนที่ให้ต่างหากมักจะได้รับ (167)
    ยามเมื่อยางลบเก่า เราจะใส่ใจมันน้อยกว่าเวลาแกะพลาสติกออก (202)
    ไม่ว่า ปราสาทหิน หรือชีวิตของเรา ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับยางลบ
    ยิ่งใช้ยิ่งหมด
    และสุดท้ายก็สลายหายไป
    เหมือนไม่เคยมีอยู่ (203)
    อะไรที่ให้กันด้วยจิตใจบริสุทธิ์นั้น งดงามตามธรรมชาติ (244)
    จริงอยู่, เราอยู่คนเดียวบนโลกไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องผูกสัมพันธ์กับคนมากมายเพื่อดูดซึมความเหงา อ้างว้าง โดดเดี่ยวออกจากหัวใจ แต่ไม่สามารถดูแลใครได้ดีเลยสักคน (300)
    บางผู้บางคน ถึงขนาดพยายามสร้างหลุมศพให้เป็นศูนย์กลางจักรวาล โดยต้องใช้ชีวิตและแรงงานจากผู้คนอีกร่วมแสนร่วมล้านมาช่วยสร้างสิ่งมหัศจรรย์พันลึกนั้นให้เกิดขึ้น
    แต่สิ่งมหัศจรรย์ที่ว่า ใช่จะคงอยู่ตลอดไป (305)
    “ผมเชื่อว่า ในความเล็กมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่” (306)

  106. roundfinger Says:

    ขอบคุณ pooh
    ขอบคุณ jom ครับ > เยอะมากๆ เลยครับ ซาบซึ้ง : )

  107. jummdcu Says:

    **โตเกียวไม่มีขา**

    หรือที่จริง เราไม่ควร “อยากไปญี่ปุ่น” แต่เราควร “ไปญี่ปุ่น”
    เราไม่ควร “อยากเขียนหนังสือ”แต่เราควร “เขียนหนังสือ”
    หรือแท้จริงแล้ว มีรถไฟอีกหลายขบวนที่เราไม่สมควรนั่งรอ
    ถ้ารถไฟไม่ได้มาจอดรอรับเราที่หน้าบ้านเหมือนในหนังชวนฝัน เราอาจต้องสร้างมันขึ้นมาเอง

    ทุกการเดินทาง ทั้งในแง่นามธรรมและรูปธรรม ล้วนต้องการคนที่เดินเคียงข้าง
    นอกจากภาระหน้าที่หลักคือ การประคับประคองให้ไปถึงฝั่ง (บางครั้งถึงฝัน)
    แล้วยังมีสิ่งต่างๆอีกมากมายที่คู่หูจะกระทำต่อกัน
    ในภาวะคับขัน หัวที่สองจะปรากฏความสำคัญออกมา อย่างที่เราไม่ทันตั้งตัว

    เมื่อท่านทำดี จงอย่าคิดว่าตนนั้นทำดี อย่าโอ้อวดความดี
    อย่าป่าวประกาศความดี อย่าหวังผลตอบแทน
    เมื่อทำความดีกับใครแล้ว สิ่งที่ท่านควรทำคือเดินจากไป นั่นคือความดี

    ความสุขเป็นโรคติดต่อ แถมยังเป็นโรคติดต่อที่แพร่เชื้อได้เร็วเสียด้วย
    เมือเห็นคนอื่นยิ้มเราก็ยิ้ม พอเขาเห็นเรายิ้มเขาก็ยิ้ม
    พอเราเห็นเขายิ้มเราก็ยิ้ม..

  108. jummdcu Says:

    **กัมพูชาพริบตาเดียว**

    น่าแปลก ขณะพลิกดูรูปถ่ายในอัลบั้ม ผมจำไม่ได้ว่าผมรู้สึกเช่นไรกับสถานที่นั้นๆ
    แวบแรก ผมรู้สึกว่าผมถ่ายรูปมาน้อยเกินไป จึงจำรายละเอียดได้ไม่ค่อยครบถ้วน
    แวบต่อมา ผมรู้สึกตรงกันข้าม ผมจำไม่ได้ เพราะถ่ายรูปมาเยอะเกินไปต่างหาก

    เวลาเราเดินทางใกล้ (อย่างขับรถ หรือนั่งรถกลับบ้าน ) เรามักคิดถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมาในวันนั้น
    แต่เวลาเราเดินทางไกล เรามักคิดหวนทวนความหลังไปไกลลิบ

    ความประทับใจมักเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ขนาดสั้น
    หากยืดเยื้อเวลาต่อไป ความประทับใจจะกลายร่างเป็นความผูกพัน
    ถ้าทุกอย่างป็นไปในทางที่ดีก็ไม่มีปัญหา หากแต่ตรงข้าม
    เมื่อความผูกพันแปรเปลี่ยนไปในทิศทางที่เลวร้าย โดยมากทุกฝ่ายมักเจ็บตัว
    และสุดท้าย ก็จะไม่เหลือสิ่งใด ไม่ว่าความประทับใจ หรือความผูกพัน

  109. jummdcu Says:

    **เนปาลประมาณสะดือ**

    มิตรภาพระหว่างเพื่อนที่ไหลออกมาพร้อมเม็ดเหงื่อบนใบหน้านั้น
    เราไม่สามารถหาได้จาก การไปเดินเล่น กินข้าว ดูหนัง หรือเที่ยว RCA ด้วยกัน
    การหยิบยื่นไม้เท้าให้กันนั้นมีความหมายมากกว่าการเดินไปขอเบอร์หญิงให้เพื่อน
    การดื่มน้ำแต่น้อยเพื่อให้เพื่อนดื่มบ้างนั้น มีค่ามากกว่าการชงเหล้าให้ในผับ

    การเดินเขากลับทำให้รู้ว่าเราอ่อนแอ และกระจิริดแค่ไหน
    และสิ่งที่เราควรภูมิใจ ไม่น่าใช่การพิชิตจุดหมาย
    หากแต่เป็นการพิชิตใจตัวเองและเพื่อนร่วมทางมากกว่า

    หลายครั้งที่ความใหญ่ ใช้ไม้บรรทัดวัดไม่ได้

  110. jummdcu Says:

    **สมองไหวในอ่องกง**

    แม้วัตถุที่ชี้ชวนกันดูนั้นจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่มนุษย์ไม่เคยเปลี่ยนตามไปด้วยเลย
    ความสุขยังคงจะเกิดขึ้นเสมอ เมื่อคนสองคนที่ผูกพันกันได้มานั่งดูอะไรสักอย่างข้างๆกัน แบบไหล่ถูไหล่
    และบางทีสิ่งที่ชี้อาจไม่สำคัญเท่ากับเจ้าของนิ้วที่ชี้ไปยังสิ่งนั้นๆ

    เราอาจเป็นดาวฤกษ์สำหรับใครบางคน
    แต่ถึงที่สุดแล้วเราก็ต่างเป็นดาวเคราะห์ที่ต้องการแสงสว่างจากดาวฤกษ์สักดวง เพื่อความอบอุ่น
    เพราะในห้วงอากาศอันเวิ้งว้าง ยามที่ไม่มีแสงสว่างตกกระทบนั้น
    มันช่างหนาวสะท้านอย่างยิ่ง

    ไม่ว่าฮ่องกงจะรู้ตัวหรือไม่ ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของเราไปแล้ว
    ไม่ต่างจากคนที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
    ทั้งเราเป็นฝ่ายก้าวเข้าหา และเขาเป็นฝ่ายเดินเข้ามา
    หรือทั้งสองฝ่ายอาจเปิดประตูสู่กัน
    เมื่อได้ผ่านเข้ามาในชีวิต เราต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน…ตลอดไป

  111. jummdcu Says:

    **คำถามเกี่ยวกับความฝัน**

    ความฝันเป็นสิ่งประหลาด เมื่อเราไปถึง มันก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

    ความฝันมีหลายขนาด และฝันขนาดใหญ่ก็สามารถหั่นซอยเป็น “ฝันย่อย” ได้

    เผชิญหน้าความจริงที่ต้องอยู่กับมันให้ได้ดีที่สุดในตอนกลางวัน
    และกระโจนเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝันในเวลากลางคืน

    ไม่ใช่ทุกคนที่จะพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุด
    และความสุขก็อาจไม่ได้รออยู่ที่ยอดเขาแห่งนั้น
    หากแต่มันเกิดขึ้นระหว่างเดินไต่ระดับขึ้นไปต่างหาก
    เป็นความสุขที่มาพร้อมหยดเหงื่อ
    สุขแต่เหนื่อย ก็เพราะเหนื่อยจึงสุข

    หากต้องเลือกระหว่าง “สิ่งที่ต้องทำ” กับ “สิ่งที่อยากทำ”
    เราว่า “สิ่งที่อยากทำ” นั่นแหละเป็น “สิ่งที่ต้องทำ” ที่สุด

    ช่วงเวลาที่เราได้หลับตาหลบไปจากโลกแห่งความจริง
    ทิ้งข้อจำกัด ความจำเป็น และความเป็นไปไม่ได้นานาไปชั่วขณะ
    และช่วงเวลาเล็กๆนั้นนั่นแหละ
    ที่ความฝันได้กลายเป็นความจริงไปแล้ว

    หากชีวิตมีสองสิ่ง “จริง” กับ “ฝัน”
    และเราสามารถมีความสุขกับมันได้ทั้งสองสิ่ง
    ยี่สิบสี่ชั่วโมงที่หายใจในแต่ละวัน คงมีความสุขไม่น้อย

    ในจริง…มีฝัน

  112. jummdcu Says:

    ทั้งหมดข้างบนนั้น…

    เป็น “คลังคำกลม…ของนิ้วกลม” ที่ตัวเองสะสมเอาไว้
    (เลือกที่คิดว่าไม่ซ้ำกับคนอื่นๆ เพราะขี้เกียจพิมพ์อ่ะ)
    เสียดายที่อิฐ+นวนิยายมีมือ ยังไม่ได้จัดสรรมาเก็บไว้ในคลังฯ
    เลยยังไม่ได้เอามาแจม
    แต่แค่ที่มีอยู่ก็นำไปใช้ประโยชน์ได้เยอะแยะเลย
    อันนึงที่ทำเป็นประจำก็คือนำไปใช้เป็น “คำโปรย” ในโปสการ์ด
    ซึ่งเป็นการเดินทางโดยสารแสตมป์ที่หนุกหนาน
    อย่างน้อยข้อความเหล่านั้นก็ผ่านไปสู่ “สายตา” ของหลายๆคน
    (แอบเอาไปเผยแพร่…คงไม่ว่ากันเน้อ)

  113. jom Says:

    หวังว่ายังทัน
    ไปหามาเพิ่มได้อีกแล้ว

    อิฐ

    “ส่วนตัวแล้ว ผมจึงกลัวการถูกหมากัดน้อยกว่าการไม่ได้เดินตามความเชื่อของตัวเอง และผมก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกด้วยว่า การได้อวดแผลที่หมาตัวนั้นงับจมเขี้ยวให้คนอื่นดู บางทีมันก็ดูเท่ดีใช่หรือ? [just do it]

    “แต่สำหรับในงานสร้างสรรค์แล้วล่ะก็ บางครั้ง การ ปด ก็นับได้ว่าเป็นการ ปลด ปล่อยตัวเอง ปลดปล่อยความคิดออกจากกรงแห่งตรรกะทั้งหลาย ที่ขังเราไว้ในลูกกรงแห่งความจริง ถ้าลองตั้งใจจะโกหกหรือคิดในสิ่งที่ไม่จริงขึ้นมา กระบวนการแห่งจินตนาการและการวางแผน ก็เริ่มขึ้น ณ วินาทีนั้นเอง (อย่าเชื่อ กลเม็ดที่ 6)

    “เมื่อเราไม่อยากก้าวซ้ำรอยเท้าตัวเอง เราก็จะไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งที่ทำอยู่ ไม่เบื่อหน่ายกับสิ่งที่เราอยู่กับมันมาเป็นเวลานาน เพราะเราจะพยายามสร้างสรรค์ กลวิธีใหม่ แนวทางใหม่ๆทุกครั้งที่จะลงมือทำ” (กลเม็ดที่ 10)

    “บางทีกามีอิสระอาจไม่ใช่ การต้องออกไปจากสิ่งเดิมๆ หากแต่เป็นการพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ มีอยู่ นั่นอาจพิสูจน์ได้ว่า เราเป็นมนุษย์ที่เป็นอิสระจากการ แข่งขัน แข่งกันสวย แข่งกันรวย แข่งกันเก่ง แข่งกันเจ๋ง รวมไปถึงการแข่งขันกันอิสระด้วย” (กลเม็ดที่12)

    “การมองมุมกลับที่สร้างสรรค์ อาจไม่ต้องนำมาซึ่งอภิมหาสิ่งประดิษฐ์พลิกโลกก็เป็นได้ มันอาจเป็นแค่มุมมองที่ชี้ช่องให้หัวใจที่อ่อนล้า ได้เห็นอะไรดีดีในช่วงเวลาที่ย่ำแย่” (267)

  114. เอ Says:

    ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมเยียนสองบ้านนี้เป็นเดือนๆเลย คิดถึงมาก
    หลังจากไปเคลียร์Thesis จนในที่สุดก็จบโทกับเค้าซะทีแล้ว
    ก็หนีไปพักผ่อนสมองที่ญี่ปุ่น มาเข้าบอร์ดอีกทีทำไมเข้าBloggang
    ไม่ได้ก็ไม่ทราบ เลยมาบ้านนี้ก่อน มาถึงเจอการบ้านเลย อิอิ
    (ว่าแต่มาตอบเอาตอนนี้สายไปรึเปล่าเนี่ย T__T)
    ตอนนี้ไม่มีหนังสือของนิ้วกลมอยู่ แต่เรื่องโตเกียวไม่มีขาเนี่ย
    มีหลายประโยคเด็ดที่ชอบมากเพราะหนังสือเล่มนี้แหละเป็นเรื่องที่
    ชอบมากที่สุดในบรรดาหนังสือของนิ้วกลม ที่ติดใจมากที่สุดคงเหมือน
    กับที่หลายคนบอกไปคือ

    อยากไปญี่ปุ่นมั้ยครับ?
    กระโดดขึ้นรถไฟไปด้วยกัน
    ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะพาไปที่ไหน แต่ก็ไม่เห็นต้องสนใจ ตรงนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ
    สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า
    คุณเลือกที่จะกระโดดขึ้นมารึเปล่า …

    อ่านแล้วโดนใจมากค่ะ เพราะมีหลายครั้งที่คิดกังวลกับสิ่งต่างๆ
    มากเกินไป จนทำให้ตัดสินใจไม่กระโดดเข้าใส่โอกาสที่เข้ามาใน
    ชีวิต ถ้าเรื่องไม่ยากนักอย่างแค่การไปญี่ปุ่นเนี่ยแต่ก่อนยังคิดหนักเลย
    ไม่กล้าไปเอง ต้องพึ่งทัวร์ พออ่านเรื่องนี้จบ ตัดสินใจเลยไปญี่ปุ่นเอง
    ทัวร์ไม่เอาแล้ว ภาษาญี่ปุ่นได้งูๆปลาๆ ไม่เป็นไร ก็นิ้วกลมไม่ได้เรียน
    ภาษาญี่ปุ่นมาแท้ๆยังไปเองได้เลย ก็เลยกล้าไปผจญภัยเองมั่ง
    กลับมาแล้วรู้สึกดีมากเลย มันเป็นความภูมิใจลึกๆนะคะสำหรับคนที่
    ไม่เคยออกไปผจญภัยต่างแดนเองเนี่ย เดี๋ยวขอเวลากลับไปอ่านอีกรอบ
    แล้วจะมาบอกอีกค่ะ ว่ามีคำกลมไหนที่ชอบอีกบ้างนะคะ

  115. roundfinger Says:

    ขอบคุณพี่จุ๋ม, jom และคุณเอ นะครับ
    กำลังจะคัดสรรและนำไปส่งครับผม
    ขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ

    หากอยากแปะ อยากชวนคุยอะไรต่อในนี้ ก็ยังได้เรื่อยๆ ครับผม
    : )

  116. สมตี้ Says:

    ผมก็ไม่ได้มีหนังสือของพี่อยู่ใกล้ๆ มือเหมือนกัน แต่จำได้ว่ามาจากเล่มไหน มันอาจจะไม่ใช่ประโยคนะครับ เป็นย่อหน้าเลยแหล่ะ แต่ผมจำได้ว่าผมชอบมาก ใน เนปาลประมาณสะดือ ที่พี่บรรยายถึงการดีใจของคนบนพื้นที่สูงนั้น ยามที่ไปรณีย์มาส่งจดหมาย และย้อนกลับไปพูดถึงเรื่องราวของพี่ (หรือเปล่า??) ที่เคยดีใจที่ได้รับจดหมาย จากเดิมที่ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ การตกแต่ง ช่างดูดีไปหมด แล้วต่อมาก็แย่ลง แย่ลง จนกระทั่งไม่มีจดหมายอีกแล้ว แล้วพี่ก็เลิกรอ อะไรประมาณนั้นอ่ะครับ อ่านแล้วรู้สึกโดนมากๆ
    ว่าเออ คิดได้ไง

  117. kookaikiss Says:

    รุ้จักบอร์ดนี้ช้าไป จริงๆ อ่านโตเกียวไม่มีขาได้สี่ห้าเดือนแล้ว
    แต่ชอบหลายประโยคมากๆ ไม่อยากขีดเส้นใต้ไว้กลัวหนังสือพัง

    เมื่อวานกุ๊กไปหาซื้อ หนังสืออีก ไม่มีสักเล่ม อ่านโตเกียวไม่มีขาไปเล่มเดียว
    ติดใจ ไปซื้อ หมดซะแร่ะ

  118. InTheAir Says:

    จำเป๊ะๆไม่ค่ยอได้ แต่ที่โดนใจและทำให้มีอะไรในหัวอยู่หลายวันก้อนี่เล้ย

    จาก “อิฐ” เล่มโปรดเลยค่ะ ทำเอาปวดหัวไปหลายวัน – – ‘

    “ฆวามเฆญฌิณธัมไฮเราเฆญฏัว “


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: