หมอนของเราชื่อความเหงา

สิงหาคม 14, 2007

แล้ว “เนตร” ก็ส่ง “หมอน” ที่มีแรงบันดาลใจจาก “ความเหงา” มาอวด
หลังจากที่เคยยืมเรื่องของเธอมาเขียนใส่ในบล็อก (ที่นี่)
เพราะว่าชอบใจที่เอา “ความเหงา” ที่ติดหัวมาสลัดลงบนผลงาน

เนตรเขียนคอนเส็ปต์มาให้อ่านด้วยครับ
ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเวอร์ชั่นเดียวกับที่ส่งอาจารย์หรือเปล่า
แต่ผมว่าเป็นวิธีการเขียนคอนเส็ปต์ที่ดูธรรมชาติดี (อย่างกับไดอารี่)

เอามาแปะแบ่งกันดูครับ ว่า “หมอน” ที่เกิดจาก “ความเหงา” ของเธอ
มีหน้าตาเป็นอย่างไร และยังได้รู้ต้นตอที่มาของมันอีกต่างหาก

บรรทัดต่อจากนี้คือตัวหนังสือของเนตรครับ

ชื่อผลงาน “เพื่อนของเราชื่อความเหงา”

ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจจาก ความรู้สึกของฉัน ในสภาวะความรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีใครอยู่ข้างๆ เปล่าเปลี่ยว ว้าเหว่ความว่างเปล่าในใจ เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมานาน จนฉันได้รู้ว่ามันคือความรู้สึกที่เรียกว่า ความเหงา และพอได้มาฟังเพลงของ บอย ตรัย ชื่อเพลงว่า เพื่อนของเราชื่อความเหงา จึงได้รู้ว่าที่ผ่านมานั้นฉันมีความเหงาเป็นเพื่อนมาตลอด จึงนำเสนอผลงานในรูปแบบที่เป็นหมอนขึ้นมา

ในความรู้สึกเหงาของดิฉัน ฉันนึกถึงต้นไม้ที่อยู่ท่ามกลางที่โล่งๆมันคือความรู้สึกที่โดดเดี่ยว ต้นไม้ต้นนั้นไม่ใช่ต้นไม้ที่กำลังจะเจริญเติบโต แต่เป็นต้นไม้ที่กำลังจะแห้งเหี่ยวตายในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดใดอยู่ข้างๆ นึกถึงรากไม้แห้งๆ ไม่สดใส

ดิฉันจึงนำรากของกล้วยไม้มาเป็นตัวแทนของความเหงาและให้หมอนสื่อถึงตัวของดิฉันเองที่มีความเหงาอยู่รอบๆ ตัว เรื่องโทนสีจึงอยากใช้สีธรรมชาติเดิมของรากกล้วยไม้เลย เพราะความเหงามันเกิดขึ้นจากความรู้สึกของตัวเราเองที่สร้างขึ้นมาเองไม่ต้องปรุงแต่งใดใด โดยรูปแบบของหมอนจะเป็นใบที่ยาวกว่าปรกติ ให้เวลาที่นอนรู้สึกถึงความอ้างว้าง ความเหงาในตัวดิฉัน หมอนใบนี้เมื่อนอนไปแรกๆ อาจรู้สึกเจ็บบ้างเพราะทำจากรากกล้วยไม้สด แต่พอเมื่อเวลาผ่านไปพอรากของกล้วยไม้แห้งด้วยคุณสมบัติของมัน จะมีความนุ่มขึ้น สบายขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เหมือนกับความรู้สึกเหงาที่แรกๆ เราอาจจะรู้สึกเจ็บปวดกับมันบ้าง เราอาจจะยังไม่ชินกับมันนัก เราอาจต้องเสียน้ำตา เราอาจยังไม่เข้าใจ แต่พอเมื่อเวลาผ่านไปซักพักความเหงาก็เปลี่ยนแปลงไปอาจเปลี่ยนไปได้หลากหลายรูปแบบหลายความรู้สึก แต่สำหรับดิฉัน ความเหงาในตอนนี้ เป็นเสมือนคนที่จะอยู่ข้างๆ ในเวลาที่ไม่มีใคร นั้นก็คือ “เพื่อน”

ฉันมีเพื่อนชื่อความเหงาค่ะ

null

null

เป็นไงบ้างครับ?
อย่างแรกที่ชอบก็คือการเลือก “หมอน” มาเป็นอุปกรณ์บรรจุความเหงา
เพราะเวลาที่คนเราจะเหงาหนักๆ ก็ตอนจะนอนนี่แหละ
เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องอยู่คนเดียว เปล่าเปลี่ยวเอกา

และก็ชอบ “วิธีคิด” ตรงที่บอกว่า นอนแรกๆ จะเจ็บ
(ดีนะที่ไม่เอาหนามกุหลาบมาทำ) แล้วมันจะนุ่มขึ้นในที่สุด
ผมออกจะเห็นว่า มันเป็น “หมอนศิลป์” มากกว่า “หมอนฟังก์ชั่น”
คือ “มีไว้รู้สึก” มากกว่า “มีไว้นอน”

เหมือนมีหมอนใบนี้ตั้งไว้ในห้องเป็นเพื่อน ว่ายังมีคนอื่นที่เหงาอยู่เหมือนกัน
อย่างน้อยก็คนที่ออกแบบหมอนใบนี้นี่ไง

Advertisements

14 Responses to “หมอนของเราชื่อความเหงา”

  1. ไอฝน Says:

    มันอาจเป็นหมอนเหงานวนคอ เพื่อสุขภาพก็ได้นะ..อิอิ


  2. เคยอ่านเรื่องคิทเช่นไหมครับ
    ที่นางเอกของเรื่องต้องนอนในครัวเท่านั้น เพราะสำหรับเธอมันให้ความรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นใหม่ สิ่งที่หายไปกำลังจะหวนคืน

    ไม่เคยเข้าใจมาก่อนเลย
    จนวันหนึ่งที่ต้องหอบหมอนมานอนกับพื้น
    เตียงที่นุ่มเกินไป ทำให้ทรมานดีนะครับ

    ถ้าได้หมอนแบบนี้มานอน อาการคงดีขึ้นเยอะเลย เพราะมันสอนให้เราไม่ยึดมั่นถือมั่นกับความเคยชิน

    คนเรามักทุกข์เพราะความจำดี ซะงั้น

  3. ง้องแง้ง Says:

    เคยได้ยิน (จากหนังเกาหลี ค่ะ)

    ค ว า ม เ ห ง า อ ยู่ ก ะ เ ร า ม า ตั้ ง แ ต่ เ กิ ด

    เพียงแต่เราจะ รู้สึกถึงเค้า เมื่อไร เ ท่ า นั้ น. . .

    ปล. ชอบตัวหนังสือ กลม กลม มากเลยค่ะ อ่านแล้วไม่ค่อย เ ห ง า ^^


  4. ผมชอบประโยคในการสนทนา ที่ว่า “เหงา แต่ ไม่เศร้า ”

    ตอนแรกที่ดูรูปก่อน ก็งง
    พออ่านที่มาแล้วก็ ยิ้มดี ครับ

    ผมรู้สึกว่าความเหงานี่มันจะมีมากขึ้นเมื่อเราโตขึ้น
    ตอนเด็กๆ หรือ ตอนเป็นนักเรียน นี่ คำว่าเหงาก็เป็นอะไรที่ไม่คุ้นชินซักเท่าไหร

    คุณ “เนตร” นี่ร้ายน่ะครับ
    จะติดตามผลงานต่อไป

    สู้ต่อไป ทาเคชิ

  5. สิ Says:

    =]

    น่ารักดี ดีจัง เอาความรู้สึกของตัวเองมาเป็นส่วนช่วยในความคิดสร้างสรรค์

    ปล.พี่เอ๋ เมื่อวานไปเดินหาหนังสือที่ร้านนายอินทร์ เจอนวนิยายมีมือของพี่เอ๋ขึ้นแท่นหนังสือขายดีด้วย 😀

  6. undercurrent Says:

    …หมอนใบนี้เมื่อนอนไปแรกๆ อาจรู้สึกเจ็บบ้างเพราะทำจากรากกล้วยไม้สด แต่พอเมื่อเวลาผ่านไปพอรากของกล้วยไม้แห้งด้วยคุณสมบัติของมัน จะมีความนุ่มขึ้น สบายขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้น …

    สำหรับเราแล้ว เรากลับรู้สึกว่า ความรู้สึกแบบนี้น่าจะเป็นความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ หรือเจ็บปวด(เพราะนอนแล้วมันเจ็บหัว 😛 ล้อเล่น) ทางใจมากกว่า เพราะโดยปกติแล้ว มนุษย์เรามักจะสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองขึ้นโดยอัตโนมัติ หลังจากที่ผ่านความเจ็บปวด เสียใจหรือ ผิดหวังนั้นๆ มาได้
    แต่ความเหงานี่สิ ร้ายแรงยิ่งกว่า ไวรัสสายพันธิ์ไหนๆซะอีก เพราะวันไหนที่จิตใจเราเข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันความเหงามากพอ ก็จะเหมือนว่าจิตใจเราเข็มแข็งอยู่คนเดียวได้ ไม่ต้องง้อใคร
    แต่หากบางเวลาที่ภูมิคุ้มกันจิตใจทำงานไม่เต็มที่ เวลานั้นความเหงามันก็จะแผลงฤทธิ์เดชของมันออกมาทำให้เรารู้สึกทรมานแสนสาหัส(เว่อไปหน่อย) ได้เลยทีเดียว

    แบบว่าถือวิสาสะ มาระบายความเหงานที่บอร์ดนี้ซะหน่อย

    แล้วก็แบบว่า ชอบสิ่งที่คุณนิ้วกลมเขียนไว้ที่ บอร์ดนี้มากกว่าในหนังสืออีกง่ะ(ขนาดว่า ชอบอ่านหนังสือของคุณนิ้วกลมแล้วนะเนี่ย)

    ยังไงก็จะติดตามผลงานชิ้นต่อๆไปค่ะ 🙂

  7. khun_aut Says:

    พระทั่นบอกว่า ถ้ายังทุกข์ แสดงว่า ยังไม่เห็นทุกข์
    และ ทุกข์ นี่เหมือนก้านดอกกุหลาบ ที่ยังไม่ริดหนาม
    ยิ่งกำแน่น หรือ ยิ่งกอดเอาไว้ … ยิ่งเจ็บ

    วางไว้ หรือ ยืนดู … ได้ไหม??

    Satu~~~

    : )

  8. khun_aut Says:

    ลืมบอกไป … ที่พูดอยู่นี่ ก็ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง คับ

    : )

  9. นายหมูตุ้ย Says:

    เคยได้ยินใครหลายคนบอกว่า พวกเขา”ชอบเหงา”
    แต่คงมีใครไม่กี่คนที่จะ”ชอบความเหงา”อย่างที่พูดอยู่เป็นแน่
    แต่ผมเป็นคนหนึ่งครับที่”ชอบ”เหงาอยู่บ่อยๆ

    ความเหงาของผมอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ
    ท่ามกลางผู้คน เสียงหัวเราะ ความสดใสของช่วงวัน
    ผมก็ยังเกิดความรู้สึกเหงาได้อยู่ดี
    จนผมรู้สึกแปลกใจตัวเองว่าทำไมถึงได้ใช้ความรู้สึกเหงาได้ฟุ่มเฟือยขนาดนั้น

    มีใครคนหนึ่งเคยถามผมว่าทำไมชอบที่จะทำอะไรคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว
    ทั้งๆที่มีคนที่พร้อมจะทำ หรือไปเป็นเพื่อน
    …ผมไม่ได้ตอบ
    ใครคนนั้นยังถามต่อว่า “ไม่เหงาหรือ”
    คราวนี้ผมตอบ…”เหงาสิ แต่เต็มใจ” วลีหลังผมไม่ได้ตอบให้ใครคนนั้นได้ยิน

    จากบทสนทนาเล็กๆวันนั้น มันทำให้ผมได้รู้จักความเหงาในอีกมุมหนึ่ง
    เพราะปกติแล้วความเหงามักเกิดขึ้นหลังจากเกิดการสูญเสีย หรือหายไปของสิ่งที่คุ้นเคย
    ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ
    แต่สำหรับผม
    ความเหงามันเกิดจากการขาดหายของความรู้สึกนึกคิดบางอย่างของตัวผมเองในช่วงเวลาที่ผ่านมา
    ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตไปกับการเรียน
    ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตไปกับการทำกิจกรรม
    ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตไปกับการมุ่งมั่นสู่ฝันของตัวเอง
    และอีกหลายช่วงเวลาที่ค่อยๆทอนกำลังใจตัวเองโดยที่ผมไม่เคยรู้ตัว
    ซึ่งผมเพิ่งรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นแหละเป็นสาเหตุที่ทำให้”ระหว่างทาง”ของช่วงชีวิตเกิด”ความเหงา”ขึ้นมา

    ที่เล่ามายืดยาวก็เพียงอยากจะบอกกับคนชอบเหงาทุกคนว่า
    ไม่ต้องสงสัยหากคุณจะเกิดเหงาขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน
    เพราะการที่คุณรู้สึกเหงา มันก็ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่มีใครนะครับ
    มันอาจจะเป็นเพราะคุณไม่รู้ตัวว่าคุณอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มากขึ้นก็เป็นได้

    “ชอบเหงา”ไหมครับ?
    ผม ช้อบ…ชอบ :]


  10. เราเคยถามใครคนนึงว่า ..เหงามั้ย..?
    คำตอบที่ได้รับ…เหงาสิ..แต่ไม่เศร้า..เราชอบ..นั่นเป็นคำตอบสั้นๆของเค้า..

    ประโยคที่คุณ นายหมูตุ้ย บรรยายมาทำให้เรานึกถึงวันนั้น ที่เราคุยกะเค้าคนนั้น
    มันทำให้เราช้อบ ชอบ ความเหงาขึ้นมาซะอย่างนั้น..เหอะๆๆ

    ประโยคทิ้งท้าย..ของเค้า..อย่าเศร้านาน เสียดายเวลาความสุข.. 🙂

  11. เนตร Says:

    หวัดดีค่ะ!!!!!!!!! ขอบคุงน้าค่ะ

    หาย”เหงา” ไปได้เยอะเลยแหละ

    อย่างน้อยการทำงานครั้งนี้มานก้อม่ะด้ายเหงาอยู่”คนเดียว”

    ขอบคุงน้าค่ะ ที่มาเหงาเปนเพื่อน ฮ่าๆๆๆ


  12. ดีจังมีหมอนเป็นความเงา แต่เราทุกอย่างรอบตัวเราทุกอย่างรู฿้สึกว่ามันเหงามากอ่ะ

    http://www.clipv.com


  13. โห เนตรคิดเก่งจังเงย มีความหมายลืกซื้งมาก ดีใจค่ะประเทศไทยมีคนเก่งๆเพิ่มอีกคน -w-


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: