วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อ

สิงหาคม 20, 2007

เวลามนุษย์รู้สึกเคว้งๆ คว้างๆ ว้าๆ เหว่ๆ สัมผัสได้ถึงอากาศโล่งๆ รอบตัว
มนุษย์ชอบหันมาถามกับตัวเองว่า “ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อไปอะไร”
นักคิดทั้งหลายนั่งกุมกบาลควานหาสัจธรรมมาตอบอภิมหาปริศนานี้
หลายคนได้คำตอบ หลายคนยังคงขยี้หนังศีรษะหาต่อไป

ในสเกลใหญ่ระดับ “ชีวิต” มันฟังดูไม่ง่ายนักที่จะหาคำตอบมาเติมเต็ม
ความว่างเปล่ารอบๆ ร่างกาย แต่หากลองหดคำว่า “ชีวิต” ลงมา
เหลือเป็นคำว่า “เจ็ดสิบปี” หรือตายเร็วหน่อยก็ “หกสิบปี”
เราก็จะรู้สึกถึงความกระจ้อยร่อยจิ๊บจ๊อยของ “ชีวิต”
แหม มันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร และอาจจะสั้นเกินไป ไม่พอที่จะมีเวลาให้
กับการมานั่งขบคิดหาความหมายของการดำรงอยู่ เอาเวลาไปแด๊นซ์
กระแทกก้นสาว เบียดไหล่หนุ่มในสลิม อาร์ซีเอดีกว่า

อ้าว นั่นนักปรัชญาที่กุมกบาลอยู่หันมามองทางนี้แล้วตะโกนมาว่า
“ก็เพราะชีวิตมันสั้นน่ะสิไอ้หนู สั้นเกินกว่าที่จะใช้มันเรื่อยเปื่อยไปทุกวัน
โดยไม่รู้ว่าจะมีชีวิตสั้นๆ นั่นอยู่ไปเพื่ออะไร”

ปล่อยให้นักปรัชญากับเด็กหนุ่มถกเถียงกันต่อไป
ชีวิตมันสั้น ขี้เกียจเถียงด้วย

เรามักจะรู้สึกเคว้งๆ เซ็งๆ ไม่รู้ว่าจะเดินไปไหน จะไปทำอะไร
หนักข้อเข้าวันไหนเหงามากๆ ก็พานจะเลยเถิดไปถึง “อยู่ไปทำไม”
อ้าว พี่ กระเถิบออกมาจากขอบตึกก่อน วางน้ำยาล้างห้องน้ำไว้ก่อน
อย่าเพิ่งซดมันลงไป สงสารคุณหมอต้องมานั่งล้างท้องพี่อีก
แล้วท้องนี่คงล้างให้สะอาดยากกว่าห้องน้ำหลายเท่านะพี่นะ

หากลองหด “ชีวิต” ลงให้สั้นกว่านั้น สั้นกว่าหกสิบปี
“ชีวิต” ก็เป็นแค่วันนี้เท่านั้นเอง
เมื่อหดมันลงมาซะเล็กจิ๋วขนาดนี้ เราอาจมีคำถามที่น่ารักขึ้น
จาก “ชีวิตนี้เราอยู่ไปเพื่ออะไร?”
เป็น “วันนี้เราอยู่ไปเพื่ออะไร?”
จาก “จุดประสงค์การดำรงอยู่ของชีวิต”
เป็น “จุดประสงค์การดำรงอยู่ของวันนี้”
แล้ววันนี้จะได้มีอะไรทำ มีจุดประสงค์การเรียนรู้
และที่สำคัญ-ไม่เหงา

ผมเคยสงสัยว่า ทำไมหัวหน้าของผมจึงต้องตะเกียกตะกาย
ไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ร้านนี้ปิด ก็ยังพยายามหาร้านอื่น
ต้องนั่งแท็กซี่ไปกินไกลหน่อยก็ยังพยายามจนสำเร็จ

ผมเพิ่งรู้จากเพื่อนร่วมงานเมื่อสองวันมานี้เองว่า
หัวหน้าของผมเคยสอนเพื่อนของผมว่า
ให้ตั้ง “จุดประสงค์” ของแต่ละวันไว้อย่างน้อยสามข้อ
อาจเรียงลำดับยากบ้าง ง่ายบ้าง และธรรมดาบ้าง

เช่น วันนี้ฉันจะกินไข่ระเบิดให้ได้, วันนี้จะอ่านหนังสือให้ได้หนึ่งร้อยหน้า,
วันนี้จะต้องวิ่ง, วันนี้จะห้ามตัวเองไม่ให้แกะสิวบนหน้าเล่นให้ได้,
วันนี้จะไปดูหนังเรื่องนั้นให้ได้, วันนี้จะตื่นเช้าให้ได้, วันนี้จะไม่เขี่ยหัวหอม
ออกจากจานข้าวผัด, วันนี้จะไม่ทำงานเลยเวลา, วันนี้จะไม่ขับรถเร็ว,
วันนี้จะสูบบุหรี่แค่สองมวน, วันนี้จะต้องเห็นสะดือยุงให้ได้, ฯลฯ

จะยากหรือง่าย ในเรื่องที่ชอบหรือไม่ชอบ ก็ตามแต่จะเลือกกำหนด
“จุดประสงค์ในการดำรงอยู่ของวันนี้” เลือกได้ตามสะดวก
ข้อแม้มีแค่ข้อเดียวคือ กำหนดแล้วต้องพยายามบรรลุวัตถุประสงค์นั้นให้ได้
แล้วเราก็จะตอบตัวเองได้ว่า “วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อได้กินไข่ระเบิด”

เราจะได้รู้ว่าวันนี้เราตื่นขึ้นมาทำไม เราหายใจไปเพื่ออะไร
ในสเกลที่เล็กลง ความคิดที่เรียบง่ายขึ้น เรื่องเล็กๆ ที่ให้ความสำคัญ
แผนการที่สำเร็จได้ไม่ยาก และคำตอบที่ไม่ยิ่งใหญ่จนปวดกบาล

เราอาจมีชีวิตอยู่เพื่อกินไข่ระเบิดในวันนี้
และเพื่อไปช่วยชีวิตปลาวาฬในวันพรุ่งนี้ก็ได้
ค่อยๆ กำหนดวัตถุประสงค์ของ “ชีวิต” ในสเกล “วันต่อวัน”
ชีวิตอาจจะง่ายขึ้น มีอะไรให้ทำ และมีความสำเร็จเล็กๆ ให้ชื่นใจทุกวัน

ผมชอบชีวิตที่มีจุดประสงค์ มันมีพลังและกระตือรือล้นดี
หากเปรียบกับการเดินทาง จุดประสงค์ก็เป็นแค่จุดหมาย
แต่ระหว่างทางยังมีอะไรอีกมากมายให้ก้าวผ่าน
เรากำหนดว่าจะเดินทางไปกินไข่ระเบิด แต่ระหว่างทางเราอาจแวะซื้อ
หมูปิ้งหน้าปากซอยก็ได้ หรือสุดท้ายไปเจอแม้ค้าสวย จีบกัน ลงเอย
เป็นฝั่งเป็นฝาช่วยกันเปิดร้านขายไข่จนระเบิดกันไปเลยก็ไม่แน่
ระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้นใครจะไปรู้ เรามีจุดหมายไว้ก็เพื่อให้มันมี
ระหว่างทางเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีจุดหมายตื่นมาก็ไม่รู้จะเดินไปไหน
แล้วบางทีมันก็ชวนให้หดและหู่ ห่อและเหี่ยว โหยและหา

คนเรามักจะรู้สึกได้ “เติมเต็ม” เวลาที่ทำอะไรสักอย่างสำเร็จ
แต่เรามักจะลืมไปว่า ความสำเร็จที่ว่ามันไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่อะไร
ขนาดที่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตไปพิชิตมัน

แค่คิดว่าวันนี้จะเขียนบล็อกแล้วได้เขียนก็ “สำเร็จ” แล้ว

จุดประสงค์ของการดำรงอยู่ในวันหนึ่ง ก็ทำให้วันหนึ่งวันนั้นมีความหมาย
มีเรื่องท้าทาย และมีจุดหมายให้พิชิต และดีใจเมื่อสำเร็จ

หากเราค่อยๆ ขยายตัวให้มันในทางกว้าง แต่คงความเล็กของมันไว้
สัปดาห์นี้ฉันดำรงอยู่เพื่ออะไร?
เดือนนี้ฉันดำรงอยู่เพื่ออะไร?
ปีนี้ฉันดำรงอยู่เพื่ออะไร?
ก็ดูเหมือนชีวิตในแต่ละช่วงเล็กๆ มีอะไรให้มุ่งหมายดีเหมือนกัน

ความหมายของการดำรงอยู่ทั้งชีวิตนี้ หากหาได้ก็เชิญหากันเถิดครับ
แต่ผมว่า บางที เราก็ดำรงอยู่เพื่อที่จะหาความหมายของการดำรงอยู่นั่นแหละ
ทั้งหมดก็เพื่อตอบและปลอบใจตัวเองว่า ฉันไม่ได้เกิดมาหายใจทิ้งไปวันๆ
ก็เท่านั้นเอง

40 Responses to “วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อ”


  1. ความกล้าหาญไม่ใช่หมายถึงการไปออกรบ
    แต่เป็นการใช้ชีวิตวันต่อวันให้มีคุณค่านี่แหละ

    จำเค้ามาน่ะครับ ไม่รู้ใครพูด (ว้า แย่จัง)

    เราว่า “ชีวิตประจำวัน” นี่แหละเป็นเรื่องสำคัญ
    เพราะการทำอะไรทุกวัน
    มันก็จะกลายเป็นชะตากรรมชีวิตของเราไปเอง

    ตอนนี้กำลังเบื่อมาก เวลาทีได้ยินคนพูดคำว่า “โลก” กับ “ชีวิต”
    วันก่อนไปตัดผมที่ร้านหนึ่ง ที่เจ๊คนตัดท่าทางติสท์สุด ๆ
    แกหงุดหงิดกับกบาลผมมาก แถมยังทำท่าติสท์ใส่ตอนผมไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะแสกผมข้างไหนดี

    แกบอกว่า “น้องคะ น้องต้องตัดสินใจนะ ไม่งั้นน้องก็จะมีชีวิตที่ผมยาวไม่เท่ากัน”
    เลยมานั่งนึกว่า เออนะ ในร้านตัดผมก็ยังมีคำว่า “ชีวิต” เนอะ

  2. roundfinger Says:

    ลองไปแวะแถว “ฮวงซุ้ย” ที่สระบุรีสิครับคุณยาขอบ
    แถวนั้นอาจไม่ค่อยมี “ชีวิต” ให้หงุดหงิด น่าจะพอช่วยได้
    แต่ระวังนิดนึงละกัน ระวังคนที่ไม่มีชีวิตแล้วเขาจะมีชีวิตขึ้นมาทัก (จึ๋ยส์!)
    คราวนี้จะมีชีวิตชีวาตาโตหัวโกร๋นกันเชียวล่ะ : )

  3. น้องลิง (ไม่ใช่กางเกงลิง) Says:

    คืนนี้นอนดึก ได้คุยกับเพื่อนคนนึงที่เป็น associate creative director (ทำงานที่ปักกิ่ง) เล่าให้เค้าฟังว่าคุณทำงานคล้าย ๆ กับเค้า แล้วก็เขียนหนังสือด้วย เค้าบอกว่า “That’s hardcore!!’ ดู ๆ แล้วเค้าก็ทึ่งมากที่คุณมีเวลาทำนู่นนี่นั่นมากมาย เค้าบอกว่าคนที่ทำงานแบบนี้ส่วนมากจะเขียนหนังสือหลังจากที่เกษียณแล้ว เค้าก็เลยประทับใจมากตอนที่เราบอกว่าคุณเขียนหนังสือมาแล้วตั้งหลายเล่ม แล้วหนังสือก็สนุกมากด้วย

    เราให้ไอเดียเค้าไปว่าถ้าเค้าจะเขียนหนังสือบ้างก็ให้เขียนเรื่อง “What I know about women” แล้วไม่ต้องเขียนอะไรเลย ปล่อยให้หน้าหนังสือว่างไว้อย่างนั้นแหละ เพราะเค้าไม่มีทางเข้าใจผู้หญิงหรอก…ก็บอกแล้วไงว่าผู้หญิงน่ะ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก =)

    นี่ไม่ค่อยเกี่ยวกับหัวข้อวันนี้เท่าไหร่ แต่อยากบอกว่าคุณทำให้คนที่อยู่กันคนละประเทศ ต่างเวลา คนละเชื้อชาติมีหัวข้อสนทนากันได้ (แบบสนุกด้วย) เดี๋ยวเราจัดอันดับให้คุณเป็น 9th wonders ดีมั้ยคะ?

    เกือบจะแสนแล้วนะ สู้ ๆ

  4. jom Says:

    อันนี้ “ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อไปอะไร” พิมพ์ผิดรึเปล่า?

    ……………….

    คนเรามักจะรู้สึกได้ “เติมเต็ม” เวลาที่ทำอะไรสักอย่างสำเร็จ
    แต่เรามักจะลืมไปว่า ความสำเร็จที่ว่ามันไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่อะไร
    ขนาดที่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตไปพิชิตมัน

    ชอบๆประโยคนี้ บางทีมันอาจเป็นสิ่งเล็กๆ แต่สามารถทำให้เรามีเหตุผลในการหายใจต่อไป มันก็น่าจะพอแล้วนะ ไม่ต้องยิ่งใหญ่เกินไป แค่เล็กๆ แต่พอใจ

  5. p Says:

    ถ้าเน่าๆหน่อย ก็ต้องว่า มีชีวิตเพื่อจะแก่ไปพร้อมกับใครซักคน (วิ้ววววว)


  6. แหม คุณนิ้วครับ มีอารมณ์ขันจะแย่นะครับ
    ฮวงซุ้ย..ว่าไปโน่น
    คือไงละ
    ผมคิดว่าชนชั้นกลาง(พวกไร้ราก ตื้นเขินทางรสนิยม)
    มักคิดเรื่องชีวิตมากเกินไป
    จนบางทีหลงลืมไปว่า ชีวิตไม่ใช่การครุ่นคิด แต่คือการใช้

    เชื่อไหม-ผมเคยหอบหนังสือมากมายมหาศาลไปติดเกาะแห่งหนึ่ง
    เจอฝรั่งคนหนึ่งไม่เอาอะไรไปสักอย่าง เขาบอกว่า
    “ชีวิตก็คือหนังสือ แม่งจะอ่านอย่างอื่นให้มากมายทำไม”

    บรรลุครับท่าน นอนซึมไปหลายวันเลย
    ไม่ใฃ่ความรู้ ความคิดหรอกครับที่ทำให้ชีวามาสู่ชีวิต
    แต่คือ “การเห็น” แม้ว่าคุณจะดำรงอยู่ในดินแดนที่นิยามไม่ได้ก็ตาม

  7. ต้อม Says:

    “จงทำตัวให้เหมือน…ไม่มีวันพรุ่งนี้”
    ต้อมเองก็เคยใช้ประโยคนี้อยู่พักหนึ่ง และคิดว่าก็ยังคงจะใช้ต่อไปคะ🙂

  8. jang Says:

    เพิ่งเข้าอ่านค่ะ
    ติดตามผลงานแล้วชอบจัง

  9. ไอฝน Says:

    มีความสำเร็จเล็กๆ ให้ชื่นใจทุกวัน…ชอบจังคำกลมคำนี้..

    จิงด้วยเรามักคิดอะไรไปไกลตัวเกินไป อาจทำได้บ้าง ไม่ได้ แต่มันทำให้ท้อได้ง่ายๆ เพราะมันไกล (เหนื่อยจัง) แต่ทำไม เราไม่นึกว่า จิงๆแล้วความสำเร็จระหว่างทางเป้าหมายเล็กๆของวัน มันทำให้ สดชื่นได้ทุกวันแถม นำพาไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ยาวไกล และบางทีอาจย่อเวลาให้สั้นลงมาได้เพราะระหวางทางสนุกจนลืม
    เหนื่อไปเลยก็ได้…แล้ว ณ วันนั้นคงมานั่งย้อนนึกว่าอยากกลับไประว่างทางอีกครั้ง
    เพราะมันสนุกจริงๆ..

    ขอบคุณนะเอ๋..ที่เช้าวันนี้ทำให้เราสดชื่นกับเป้าหมายเล็กๆของเรา

    …อบอุ่น สดชื่น อย่างนี้นี่เอง มันเกิดขึ้นแล้ว…
    นี่แหละอีกเหตุผลนึง ที่เราชอบบล็อกนี้จัง ..

    99,876 แล้ว ใกล้แล้วเป้าหมายเล็กๆ ของใครหว่า…

  10. mimmim Says:

    อยู่รอซักวันที่ไม่ต้องมองไฟปั้นจั่นแทนดาว – – –

  11. undercurrent Says:

    วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อ “ที่จะมีความสุข”
    วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อ “ทำให้พ่อแม่มีความสุข”
    วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อ “เรียนรู้ที่จะมีความสุข”

    แต่ “ต้องไม่อยู่บนความทุกข์ของคนอื่น”

    ทุกคนสามารถหาความสุขได้ ไม่ว่าจะมีเงินน้อย มาก
    ตำแหน่งหน้าที่การงาน สูง หรือไม่
    เพื่อนเยอะ หรือ เพื่อนน้อย
    มีชื่อเสียง โด่งดัง หรือ ไม่ ก็ตาม ย่อมมีสิทธิ์ที่จะมีความสุขได้เท่าๆกัน อยู่ที่ เราจะมองเห็น และ รับรู้ถึงความสุขรอบตัวเราได้มากน้อยแค่ไหน

    คนบางคน มีความสุข กับ อดีต (ซึ่งไม่มึวันที่จะย้อนเวลากลับไปทำอะไรได้อีก)
    คนบางคน มีความสุข กับ อนาคต (ที่ฝันเอาไว้ และไม่รู้เมื่อไหร่จะมาถึง)
    แต่เราเลือกที่จะมีความสุขกับปัจจุบัน

    เพราะถ้ามีปัจจุบันมีความสุข เราก็จะมีอดีตที่มีความสุข แล้วเราก็จะพร้อมที่จะให้อนาคตเรามีความสุข
    (ไม่ได้คิดเองหรอกนะ แต่เคยได้ยินมาจากรายการวิทยุ แต่จำไม่ได้ว่าคลื่นไหน)

    และวันนี้ ก็มีความสุขที่ได้มาอ่าน blog นี้😉

  12. อู Says:

    เรามีจุดหมายไว้ก็เพื่อให้มันมีระหว่างทาง

    ชอบ ชอบ ชอบ…🙂

  13. อู Says:

    เข้ามาอีกที เกินหนึ่งแสนไปแล้นนน🙂

  14. นิรนาม Says:

    แอ๊ด..

    อ่านแล้วทำให้นึกถึงกุยโดในหนังเรื่อง Life is Beautiful
    แต่ขำอ่ะ ตอนอ่านย่อหน้าแรก
    “ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อไปอะไร” จะไปหนายยยล่ะ..หือ?

    ชะอุ๋ย! ใครมาเล่นมีดกันในนี้!..

    กริ๊ก..

  15. Modz(มด) Says:

    จริงค่ะ ถ้าเราไปมองกว้างขนาดที่ว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่ออะไร

    การตื่นมาของเราในทุกๆเช้าก็จะรู้สึกเหนื่อย ไม่รู้เป้าหมาย

    ต้องลองเปลี่ยนเป็นคิดว่า“วันนี้เราอยู่ไปเพื่ออะไร?”

    เป้าหมายจะชัดเจนขึ้นทันที

    ชอบหัวข้อนี้อ่าพี่เอ๋😀 ตรงดีๆ

    ป.ล.แสน(จะดีใจ)แล้วค่า~!!!! ยินดีด้วยๆๆ😀

  16. เติ้ล Says:

    เติ้ลชอบคิดแบบนั้น
    อย่างตอนก่อนนอนก็จะคิดว่าพรุ่งนี้มีอะไรดี ๆ รอให้ทำบ้าง
    แต่จะคิดเฉพาะเรื่องดี ๆ นะเพราะตอนเช้าจะได้รู้สึกอยากตื่นไปทำงาน
    ((แฮะแฮะ))

    แต่ตัวอย่างที่พี่ยก เช่น “วันนี้ฉันต้องเห็นสะดือยุงให้ได้!” อันนี้ยังไม่เคยคิดนะ
    555
    เอาแค่สะดือเจ้านายก็ยากแล้วนะนี่!!!

    ส่วนวันนี้ ขอเขียนงานให้เสร็จสักคอลัมน์ ขอให้ผ่านฉลุย!!!
    ((สาธุ))

  17. ไอฝน Says:

    เห้ยยยย..เกินแสนแล้ว😉

  18. ปลงก่อนสอบ Says:

    วันนี้อยู่เพื่อจะได้อ่านบลอคของผู้ชายชื่อนิ้กลม


  19. น้องมด น้องสาวพี่นี่ช่างคิด เก่งจริงๆน้องใครหว่า

    อยุ่เพื่อขำคร๊าบพี่น้อง
    จะเครียดไปใย เครียดแล้วหน้าแก่555+(แก่อยู่แล้วป่ะท่านพี่)
    แค่คิดว่าวันนี้ เรื่องนี้ก็ขำ เรื่องนี้ก็สนุก มันก็เลยโอเค
    ไอ้อารมณ์เหงาๆ มันก็มีอ่ะนะ แต่ก็อย่าไปยึดติด เป็นแป๊บๆเดี๋ยวก็หาย
    ถ้ารู้จักมองข้างทางบ้างอย่าที่ท่านพี่ว่า เราก็จะเห็นแง่มุมที่งามๆอีกเยอะเลย

  20. beambongga Says:

    เกิดมาทำไม อยู่ไปเพื่ออะไร

    เป็นคำถามชวนน้ำลายเหนียว

    เหนียวพันกันเป็นก้อนมาจุกที่คอ

    พอลองมองอย่างพี่ว่า

    ลดสเกลลงดู มันก็ทำให้ง่ายขึ้น

    อย่างน้อยก็รู้ว่า วันนี้อยู่เพื่ออะไร

    ขอบคุณนะพี่เอ๋

    ps. เคยได้อ่านหนังสือ อัจฉริยะสร้างได้ของหนูดี

    เค้าบอกว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคนที่จะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อประสบผลสำเร็จเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิต

    กับคนที่มีความสุขได้กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องประสบผลสำเร็จมากก็ได้

    เมื่อเอาความสุขทั้งชีวิตมาเฉลี่ยกันดู พบว่า คนที่มีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆ
    กลับมีความสุขมากกว่าซะอีก

  21. roundfinger Says:

    วันนี้ดูแขกเหรื่อทุกคนอารมณ์ดีกันดีจังครับ
    วันนี้ตั้งใจว่าจะซื้อชาแดงดื่มตอนเช้า จะมาประชุมให้ทันเก้าโมง
    และจะกลับไปเขียนต้นฉบับให้เสร็จ ทำสำเร็จไปสองแล้วครับ
    เหลืออีกหนึ่ง เก็บไว้ “สำเร็จ” คืนนี้ : )

  22. roundfinger Says:

    (โอ๊ะ คะแนนเสียงทะลุแสนแล้วครับพี่น้อง!)
    : )


  23. เราก็เป็นคนชอบตั้งจุดประสงค์ของแต่ละวันเหมือนกันค่ะ
    แต่ส่วนใหญ่จะเป็นจุดประสงค์ระยะสั้นมากกว่า
    ตั้งไว้นานเกินไปเดี๋ยวจะไม่ถึงซะก่อน

    อ่านบล็อกพี่เอ๋วันนี้ก็นึกถึงวัตถุประสงค์ของตัวเอง
    ทุกวันที่เราเรายอมตื่นนอนแต่เช้าก็เพื่อจะได้มีเวลาติดขนตาปลอม
    ไม่ใช่เพราะกลัวไปทำงานไม่ทัน (ฮ่าๆๆ)

    ทุกเย็นเราต้องไปวิ่งจ๊อกกิ้ง
    เพราะวัตถุประสงค์ของเราคือจะได้ผอมก่อนถึงวันรับปริญญา
    เวลาถ่ายรูปออกมาหน้าจะได้ไม่บาน(ฮ่าๆๆ)

    วัตถุประสงค์ดูไร้สาระ
    แต่ระหว่างทางก็ได้อะไรที่ดีเกินคาดค่ะ

  24. 150cm Says:

    วันนี้มีชีวิตอยู่ด้วยความสับสนอย่างหนัก กับการเป็นคนอายุ 24 ปี 4 เดือนไม่เป็น

  25. นายหมูตุ้ย Says:

    ผมเพิ่งได้ใช้”จุดมุ่งหมาย”ของการดำรง”จิตใจ”เมื่อไม่นานมานี้เองครับ
    ที่กล่าวอย่างนี้ก็เพราะว่าหลายปีที่ผ่านมาผมยังคงต้องดำรง”ชีวิต”
    เพื่อดูแลกิจการเล็กๆของครอบครัวที่ได้รับมอบหมายด้วยความไม่เต็มใจนัก
    วันนั้น เส้นทางนั่นปรากฏขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว
    ก้าวแรกที่ย่ำลงไป
    ผมยังคงมองเห็นเส้นทางที่ได้ตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะไป-อยู่ข้างๆกันแค่นี้เอง
    แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ กลับกลายเป็นว่าผมกำลังเดินอยู่บนเส้นทางเส้นเดียว
    โดยที่ไม่รู้ตัวว่าผมละสายตาจากเส้นทางสู่”จุดมุ่งหมาย”ของ”จิตใจ”มาเมื่อไรกัน
    ครั้นเหลียวมองข้างหลัง ก็ยังคงมองเห็นแต่ความว่างเปล่า
    ไม่เห็นแม้กระทั่งรอยเท้าของตัวเอง

    เป็นเวลานานทีเดียวที่ใช้ชีวิตแบบ”อยู่ไปวันๆ”
    ทิ้งให้ความอยาก ความต้องการของตัวเองนั่งเหงาอยู่ในจิตใจ
    จนบางครั้งพลั้งเผลอหลงลืมไปก็มี
    หลายครั้งที่พวกเขาร้องถามว่าถึงเวลาของพวกเขาหรือยัง
    หลายครั้งที่พวกเขาแอบแทรกเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตโดยไม่รู้ตัว
    และหลายครั้งที่พวกเขาแสดงความน้อยใจด้วยการบอกว่าจะลาจากผมไป
    แต่ในทุกครั้งที่ผมรู้สึกได้ถึงการแสดงตัวของพวกเขา
    ผมก็ทำได้เพียงขอโทษ และขอร้องพวกเขาให้อยู่กับผมต่อไป
    โดยให้เหตุผลกับพวกเขาว่า”ผมขาดพวกเขาไม่ได้จริงๆ”

    อันที่จริงในงานที่ผมทำอยู่ในปัจจุบันก็มี”จุดมุ่งหมาย”ของมันอยู่
    แต่ขึ้นชื่อว่าธุรกิจแล้วจุดหมายปลายทางก็คงต้องเป็นผลกำไรที่สูงสุด
    ทำให้”ระหว่างทาง”เต็มไปด้วยความกดดัน ความคาดหวัง ความต้องการที่มากขึ้น
    ยิ่งธุรกิจนั้นถูกดำเนินการโดยผู้ที่มองไม่เห็น”จุดมุ่งหมาย”ของ”จิตใจ”อย่างผมด้วยแล้ว-ไปกันใหญ่เลยครับ

    ต้นปี 2550 นี้เองครับที่ผมตัดสินใจจะเดินย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น
    เพื่อต้องการเริ่มต้นทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาตั้งแต่ต้นเสียใหม่
    และตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดด้วย
    และที่สำคัญที่สุด ผมอยากกลับไปตามหา“พวกเขา”-“จุดมุ่งหมาย”ของผม
    แต่เชื่อไหมครับ เพียงแค่ผมคิดอย่างนั้นผมก็ได้ยินเสียงแว่วๆมาแต่ไกลจากข้างหลัง
    ผมพยายามเงี่ยหูฟัง มันเป็นเสียงคล้ายการขุด เจาะ บนพื้นดิน
    (อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่านี่เป็นประสบการณ์ลี้ลับนะครับ-ลองจินตนาการไปกับผมหน่อยก็แล้วกัน)
    “พวกเขา”นั่นเองครับ ภาพที่ผมเห็นคือภาพที่พวกเขากำลังช่วยกันสร้างถนนอย่างขะมักเขม้น
    ที่สำคัญ ยังคงมีรอยยิ้มและความสุขเจืออยู่ตลอดเส้นทางที่พวกเขาสร้างขึ้นมา
    ผมยังคงมองภาพข้างหน้าด้วยความแปลกใจ ไม่คุ้นตา แต่ว่ารู้สึกสุขใจอยู่ลึกๆ
    แต่ก่อนที่ผมจะตกอยู่ในภวังค์ไปนานกว่านี้
    มีใครสักคนในกลุ่มนั้นพูดขึ้นมาเบาๆพอให้ผมได้ยินว่า
    “ไม่ต้องเดินกลับไปไกลขนาดนั้นหรอก เธอเห็นไหม “พวกเรา”ยังอยู่
    ยังคงคอยที่จะสร้างเส้นทางที่เธออยากจะเดินไป
    เพียงแค่เธอมีกำลังใจ และความตั้งใจ เอาไว้ให้พวกเราได้ใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้นเอง ก้าวข้ามมาสิ…”
    พวกเขา“ทำทาง”มาถึงข้างตัวผมเมื่อไรไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้สองเท้าของผมอยู่บนทางนั้นเรียบร้อยแล้ว
    ใครสักคนพูดต่อว่า“ข้ามมาเมื่อไรก็ได้ที่เธอต้องการ สบายใจแล้วก็ข้ามกลับไปทำหน้าที่ของเธอต่อก็แล้วกัน…”

    ทุกวันนี้ ผมมีความสุขดีครับ
    มีความสุขบนเส้นทาง2เส้นที่มีจุดมุ่งหมายต่างกัน
    เส้นทางหนึ่งใช้ดำรง”ชีวิต” อีกหนึ่งใช้ดำรง”จิตใจ”
    ใครจะบอกว่า เหยียบเรือสองแคม หรือจับปลาสองมือ ก็ว่าไป
    เพราะเวลาผมจะเลือกใช้เส้นทางไหน ผมก็จะก้าวข้ามไปเหยียบเดินอย่างมั่นใจเต็ม2เท้า
    และสามารถก้าวข้ามกลับมาเหยียบเดินเต็ม2เท้าในอีกเส้นทางหนึ่งได้อย่างง่ายดาย
    ก็เพราะมันอยู่ข้างๆกันแค่นี้เองครับ :]

    (ดีใจด้วยกับตัวเลข 110,265 นะครับ)

  26. นายหมูตุ้ย Says:

    ขออภัยอย่างแรง พิมพ์ตัวเลขผิด
    จริงๆตอนที่โพส 100,265 คร้าบ :]

  27. undercurrent Says:

    เคยได้อ่านเรื่อง “ค่ำคืนแห่งความสำเร็จที่ว้าเหว่ที่สุดในโลก” ที่คุณนิ้วกลมเขียนไว้ เมื่อปลายปีที่แล้ว อ่านแล้วรู้สึกเหงาสุดๆ

    แต่วันนี้ รู้สึกว่า จะเป็น “วันแห่งความสำเร็จที่ไม่ว้าเหว่อีกต่อไป” ของคุณนะ “คุณนิ้วกลม”

    ยินดีกับความสำเร็จ “วันที่แสน..จะดีใจ” และยินดีที่มีผู้คนมากมายอยู่ร่วมแสดงความยินดีกับคุณ🙂

  28. Vingt-Neuf Says:

    “หมุดหมาย” ใช่มั้ยพี่เอ๋?🙂


  29. นั่นหนะสิครับ บางทีผมมองจากมุมกว้างๆไปก็เคว้งขว้าง
    เพื่อนผมเคยบอกว่า “มึงคิดแค่วันนี้จะทำอะไร” แต่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อมัน
    แต่พอได้ได้ทำอะไรไปวันๆ มันก็รู้สึกสะบายใจและมีความสุข
    มากกว่าวันที่ผมคิดอยู่กับเรื่องอดีต หรือ อนาคตที่ยังมาไม่ถึง

  30. สิ Says:

    เคยตั้งคำถามนี้เล่นๆเหมือนกันพี่เอ๋

    แล้วก็เที่ยวถามเพื่อนทุกคนที่ออนไลน์msnอยู่ขณะนั้น

    หนึ่งในคนที่โดนถามก็มีพี่เอี้ยงด้วย 55+

    เป้าหมายในอาทิตย์นี้สิจะไปกินไอติมกระท้อนให้ได้!!!!!

  31. สิ Says:

    อ่อพี่เอ๋ สิไปแว่บดูที่เคยถามเพื่อนมา สิถามด้วยคำถามว่า

    “เกิดมาเพื่ออะไร”

    เมื่อก่อนคิดว่าคนเราเกิดมา เรียน ทำงาน ตาย

    มันดูไม่ค่อยมีแก่นสาร

    แต่ว่าถ้าเกิดมาแล้วเราทุกข์

    แสดงว่าชาติก่อนเราคงไปทำให้คนอื่นเค้าทุกข์เหมือนกัน

    ชาตินี้เลยต้องชดใช้กรรม

    แต่อย่างน้อยเกิดมามันก็ต้องมีอะไรดีๆบ้างหละ

    อย่างน้อยตั้งแต่เกิดมาก็เคยมีความสุขไม่ใช่เหรอ?

    นั่นคือคำตอบสิตอนนั้น ดูไปดูมา มันคนละทอปปิคกะของพี่เอ๋นี่นา – -“

  32. pattararanee Says:

    วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อ…

    หายใจเข้าเอาความสุขเข้าไป
    หายใจออกเพื่อคลายความทุกข์
    ยิ้มรับกับเรื่องดีๆ ที่เวียนมาทุกวัน
    ร้องไห้กับเรื่องน่าเศร้าทั้งหลาย
    สนุก ยามที่เพื่อนสนุก
    สงบ ยามที่ใจอยากสงบ
    ทุ่มเท เพื่อคนที่เรารักและรักเรา
    ปล่อยวาง เมื่อไม่ได้รักคืนมา
    ก็ไม่มีอะไร…
    แค่วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อ…ชีวิตที่เป็นสุขในแต่ละวันก็พอ

    ^O^

    จริงไหมเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทั้งหลาย…

    *น้องสิ เอาป้ามาขายเหรอนั่น หุ หุ หุ

  33. snowflake Says:

    ขอช่วยตอบแบบน้ำเน่าน่ะคะ มีชีวีตอยู่เพื่ออะไร ก็น่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อให้ใครซักคนมาช่วยตอบคำถามนี้ ละก็คงจะเป็นคนๆนั้นแหละที่เป็นคำตอบของการมีชีวิตอยู่ วิ้ว(ใครไม่วิ้ว ก็วิ้วเองง 555)
    ขอให้รักมาบังเกิดกับทุกคนน่ะค่ะ 🙂

  34. jummdcu Says:

    เพื่อ..ความสุข+ความดีงาม

  35. :D Says:

    อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย
    ขอบคุณนะคุณนิ้ว

  36. Kz Says:

    เคยนั่งคิดอยู่เหมือนกันว่าอยู่ไปเพื่ออะไร คนเราเกิดมาแล้วเส้นทางชีวิตโดยรวมมันก็คล้ายๆกันไปทั้งหมด เกิดมา โตขึ้น เข้าโรงเรียน ทำงาน +/- แต่งงาน ป่วย ตาย มีเท่าเนี้ย คิดๆไปไม่ค่อยต่างกับ แมลงเลย เกิดมา กิน กินแล้วโต โตแล้วก็ สืบพันธุ์ ดำรงเผ่าพันธุ์เอาไว้ เสร็จภารกิจแล้วก็ลาจากโลกนี้ไป
    คิดไปคิดมา ก็ไม่มีคำตอบว่าจะอยู่ไปทำไม ยิ่งคิดไปถึงเรื่องที่เกิดมาแล้ว หรือเรื่องที่ยัังไม่มาถึง ก็ยิ่งวุ่นวายใจ เลิกคิด ก็ไม่วุ่นวาย ทำเรื่องที่เป็นอยู่ให้ดี ดีกว่า เพราะเรื่องอดีตและอนาคต มันแก้ไขไม่ได้ อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด ไม่หวัง ไม่ผิดหวัง ไม่สุขไม่ทุกข์ เฮ…


  37. หลายไปสองสามวัน
    มาดูอีกทีเพิ่มมา 2 entry ^^”

    อ่านอันนี้แล้วชอบมากเลย
    เพราะแอนชอบตั้งคำถามแบบนี้กะตัวเองบ่อย ๆ
    บางทีก็เซ็ง ๆ วันๆก็

    ตื่น/เรียน/หลับ/เรียน/หลับ/กลับหอ/เข้าเน็ต/นอน

    หาจุดหมายไม่ได้
    ไม่รู้อยู่เพื่ออะไร? และที่สำคัญ อยู่เพื่อใคร?

    แต่พออ่านบล๊อกนี้แล้วฮึดเลย
    อย่างน้อยก็มีจุดมายแล้วล่ะ

    “พรุ่งนี้แอนจะใช้ชีวิตอยู่เพื่อกินช๊อกกาแล๊ตปั่นใส่วิปครีม” ^^”

    (ขอยืมไปตั้งชื่อ msn ละกันนะคะ)

  38. เอ Says:

    การตั้งจุดมุ่งหมายในแต่ละวันให้กับตัวเองไว้เนี่ยดีมากจริงๆค่ะ
    และจะรู้สึกดีมากๆขึ้นไปอีกหลายร้อย หลายพันเท่าเวลาเราบรรลุ
    จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ได้ อย่างตอนแก้ Thesis เสร็จเรียบร้อย ส่งทาง
    มหาวิทยาลัยเข้าเล่มรอไว้ให้ยืมในห้องสมุดเนี่ย ความรู้สึกมันสุดยอด
    จริงๆค่ะ ตอนนี้ก็เลยพยายามตั้งเป้าหมาย จุดหมายให้กับตัวเองเรื่อยๆ
    คือมันอาจจะใช้เวลาและความพยายามมากสักหน่อยสำหรับบางเป้าหมาย
    ถ้าเหนื่อย หรือขี้เกียจวันไหนก็หยวนๆให้กับตัวเองบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้ว
    ก็อยากมุ่งมั่นให้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนที่ตั้งเป้าหมาย
    มีจุดหมายของวัน หรือของชีวิต ขอให้ทำสำเร็จทุกคนนะคะ

  39. SSM Says:

    อยากบอกว่า ไอ้ตอนท้ายนี่คิดเหมือนผมเลย

    ผมเคยคิดเหมือนกันว่าถ้ามีใครมาถามว่า คิดว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่ออะไร ผมตั้งใจจะตอบไปว่า ชีวิตนี้เราเกิดมาเพื่อหาคำตอบว่าเราเกิดมาทำไม ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าจะเหมือนกัน บังเอิญจริงๆ

    เรื่องจุดมุ่งหมายน่าสนใจดีครับ ต้องลองดูซะแล้ว


  40. […] เราลองมาหดสเกลชีวิตกันเถอะ ^^ วันนี้ฉันดำรงอยู่เพื่อ […]


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: