หั่นเวลา

สิงหาคม 20, 2007

“บีม” เข้ามาทักในเอ็มเอสเอ็น แล้วโยนคำถามใส่
“พี่ สั้นๆ เลย ขอคำถามหนึ่ง พี่แบ่งเวลายังไงในแต่ละวัน”
ผมบอกบีมไปว่า “ขอเก็บไปตอบในบล็อกนะ”
“ได้เลยพี่”

จริงๆ แล้วผมไม่คิดว่าจะเป็นคนที่เหมาะกับคำถามนี้
โน่น…คุณสรยุทธ, คุณปัญญา, ไชยา มิตรชัย,
พี่กอล์ฟน้องไมค์, พี่แดนน้องบีม, น้องอั้ม, น้องแพนเค้ก,
คุณสนธิ (ทั้งสองสนธิ) หรือกระทั่งคุณทักษิณ
น่าจะมีคำตอบที่ดีและน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ
เพราะวันหนึ่งวันหนึ่งพวกเขาทำกิจกรรมอะไรได้ตั้งมากมาย
โดยเฉพาะสามคนหลังนี่น่าสนใจยิ่งว่ามีเวลาคิดแผนการ
อะไรต่อมิอะไรเพื่อประมือกันมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร

พนักงานออฟฟิศตัวดำๆ เอ้ย ตาดำๆ อย่างผม
เวลาว่างเยอะแยะไป ใช้ไม่ค่อยจะหมด (อันนี้เว่อร์ละ)
แต่เมื่อบีมถามมา ก็เห็นว่าน่าคุย (กับตัวเอง) เล่นๆ ดูสักตั้ง

ผมเพิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ Lin Shumin
(น่าจะอ่านว่า หลิน ชูหมิน-เดาเอาครับ)
คิวเรเตอร์ของ Shanghai Biennale เมื่อปี 2006
หนึ่งในบทสัมภาษณ์เขาตอบว่า “เฉลี่ยแล้วผมนอนคืนละ
สี่ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่อายุได้สามสิบปี นิสัยนี้เริ่มติดตัวผมตั้งแต่
ผมเริ่มหัดวาดรูป ผมเริ่มรู้สึกว่า การนอนเป็นเรื่องเสียเวลา–
เวลาที่น่าจะเอามาใช้สอยไปกับงานศิลปะ”

“การนอนเป็นเรื่องเสียเวลา” ฟังแรกๆ ก็ดูคมบาดตาบาดใจดี
แต่พอผ่านไปสักสอง-สามวินาที ผมก็รู้สึกอี๋ๆ นิดหน่อย
ผมว่ามันเท่ไปนิดหนึ่ง ก็เลยรีบส่ายตาไปมองรูปถ่ายของเขา
ไม่แก่เว้ยเฮ้ย นอนน้อยแต่ก็ยังหน้าเด็กและสดใส เอาไปโฆษณา
โฟมล้างหน้านีเวียฟอร์เมนได้อยู่ สงสัยจะมีความสุขกับการอดนอน

สมัยเรียนสถาปัตย์ อาจารย์สาวแกร่งท่านหนึ่งบอกกับพวกเราว่า
“พวกเธอกำลังจะถูกทำให้กลายพันธุ์ เธอกำลังจะกลายร่างไปเป็น
มนุษย์อีกสปีชี่ส์ เป็นสปีชี่ส์ที่ไม่ต้องนอนก็มีชีวิตได้ อึด ทรหด
และต้องการการพักผ่อนน้อยกว่ามนุษย์ทั่วไป”
ฟังแว่บแรกก็ดูน่าสนใจและทรงพลัง แต่แว่บหลังเพิ่งนึกได้ว่า
ชีวิตในคณะนี้มันคือนรกดีๆ นี่เอง

งานเขียนแบบและการคิดแบบทุกคืนฝึกให้พวกเรากลายพันธุ์จริงๆ
บางคนถึงทุกวันนี้ยังไม่สามารถนอนก่อนเที่ยงคืนได้ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
และพวกเราชาวไอดี (ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม) ยิ่งอึดกว่า
พวกเพื่อนๆ ภาควิชาอื่นอีกมาก เราไม่หลับไม่นอนกันบ่อยไป
นั่งทอผ้ากันถึงพระมาทักทางวิทยุตอนตีห้าเกือบทุกวันในช่วงนั้น
จากอยากนอน กลายเป็นไม่อยากนอน จากรักหมอน กลายเป็นรักความเงียบ
และความเงียบก็มักจะค่อยๆ ย่องออกมาในช่วงดึกเสมอ

อาจารย์ไอดีท่านหนึ่งบอกกับพวกเราว่า “ไม่ต้องนอนให้มันมากนักหรอก
นอนวันละสามชั่วโมงนี่ก็เต็มที่แล้ว” นั่นไง ผมถึงไม่ค่อยตกใจกับชั่วโมง
การนอนโดยเฉลี่ยของคิวเรเตอร์หนุ่มคนนี้สักเท่าไหร่ เพราะอาจารย์ผม
นอนน้อยกว่าเขาเสียอีก

วันนั้นผมตรวจสุขภาพที่ออฟฟิศ คุณหมอดูผลแล้วบอกกับผมว่า
“คุณความดันต่ำนิดๆ นะ” ฟังไม่ค่อยเป็นมงคล เลยเอ่ยปากถาม
“แล้วจะตายไหมครับหมอ?” หมอยิ้ม “ตายเร็วแน่ เฮ้ย หมอล้อเล่น
ไม่มีอะไรหรอก ความดันต่ำนิดๆ นี่ดีนะ อ้วนยาก กินยังไงก็ไม่อ้วน
แล้วก็อึด เหนื่อยยาก ถึงทำงานเยอะๆ ก็จะไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อย”

ทั้งหมดที่เล่ามาไม่เกี่ยวกับการแบ่งเวลาเลยสักนิด
นี่ก็ “กิน” เวลาเพื่อนบ้านที่เข้ามาอ่านไปหลายนาทีแล้ว
ยังไม่เข้าเรื่องเลย

ผมว่า ประโยคที่บอกว่า คนเรามีเวลาเท่ากันวันละยี่สิบสี่ชั่วโมง นั้น
ไม่ค่อยจะจริงนัก จริงๆ แล้วคนเรามีเวลาไม่เท่ากันเลยต่างหาก
ญาติของผมคนหนึ่งไม่ค่อยแข็งแรงจำเป็นต้องนอนมากๆ
เธอไม่เคยได้ดูละครหลังข่าวเลยสักเรื่อง ไม่เคยได้เห็นหน้า
พี่ป๋อ-ณัฐวุฒิ สะกิดใจ เลยสักหน บางคนอาจต้องเอาเวลาไปดูแลลูก
บ้างก็ดูแลพ่อแม่ บ้างก็ดูแลสามี ภรรยา บ้างก็ต้องดูใจแฟนหนุ่มแฟนสาว
บางคนก็ใช้เวลาไปกับการเปลี่ยนน้ำตู้ปลา แปรงขนหมา ให้อาหารแมว
เราต่างมีเรื่องให้ต้องควักเวลาออกมาใช้สอยต่างกันไป-ไม่เท่ากัน

เพราะเราไม่ได้ใช้เวลาอยู่คนเดียว
แต่เวลาของเรานั้นมีคนอื่นมาร่วมใช้สอยด้วย
บางคนก็มีคนมาช่วยใช้เวลาจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง
บางคนก็ไม่มีคนมาช่วยใช้ จนรู้สึกว่า พระอาทิตย์ขึ้นช้าจัง

กระทั่ง ความต้องการในการนอนของร่างกายแต่ละคนยังไม่เท่ากันเลย
แล้วเราจะพูดว่า คนเรามีเวลาคนละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากันได้อย่างไร?

สำหรับคนที่สูงวัยแล้ว,
ยังจำพลัง ความมุ่งมั่น และขอบตาคล้ำๆ คู่นั้นได้ไหม? คู่ไหน?
ก็คู่ที่อ่านหนังสือยันตีสามตีสี่เพื่อที่จะตะเกียกตะกายวิ่งเข้ามหาวิทยาลัย
ที่ใฝ่ฝันตอนนั้นไงล่ะ ตอนสมัยที่พวกเราจะเอ็นทรานซ์กัน สำหรับผมแล้ว
ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ขยันที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต

จะเปรียบไปก็เหมือนอาการ “ยกตุ่ม” ตอนที่บ้านไฟไหม้
คือพอเห็นว่าไฟกำลังจะไหม้อนาคตอย่างที่ผู้ใหญ่เขาขู่กัน
ก็รีบเบ่งพละกำลังทั้งหมดที่มีมา “ยกตุ่ม” หนีไฟกันยกใหญ่
พลังตอนนั้นมากมายกว่าในช่วงเวลาธรรมดามากนัก

อย่างที่เขาบอกกัน ว่าที่จริงคนเรามีพลังมากกว่าที่เราใช้
บางตำราว่าไว้ว่า ปกติแล้วเราใช้พลังความคิดแค่สิบในร้อย
ของทั้งหมดที่เรามีเท่านั้นเอง

และก็คงจะแข็งแรงดี ถ้าเรา “ยกตุ่ม” ได้ตอนไฟไม่ไหม้
คือควักพลังมหัศจรรย์นั้นออกมาใช้ในยามปกติ

ถ้าตอนเอ็นท์เราทำได้ ไฉนเลยตอนนี้จะทำไม่ได้

ช่วงเวลาหลังเลิกงานเป็นช่วงเวลาสุดโปรดของผม
เป็นช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับตัวเอง หากนับเวลาตั้งแต่
ประมาณสองทุ่มไปจนถึงตีสาม (บางคืนตีสี่) นั่นเท่ากับว่า
จะมีเวลาเงียบๆ ให้ทำอะไรต่อมิอะไรอีกตั้งเจ็ดชั่วโมง
ซึ่งนั่นมันเท่ากับ “เวลางาน” ในตอนกลางวันเชียว!
เรียกได้ว่า หากมีคนจ้าง ก็สามารถทำงานได้อีกบริษัทหนึ่ง
เป็นงานภาคค่ำ

แต่แบบนั้นก็ดูบ้าพลังและคลั่งเกินเหตุ
ผมแบ่งเวลาส่วนตัวออกเป็นสองดุ้นใหญ่ๆ ครับ
ดุ้นแรกเป็นภาครับเข้า (input) ดุ้นที่สองเป็นภาคจ่ายออก (output)
หรือหากพูดภาษานักค้าของนอกก็ต้องบอกว่า import กับ export

ผมคิดเอาเองว่า คนเราจะจ่ายออกตลอดเวลาไม่ได้
เพราะยิ่งจ่ายยิ่งใช้มันก็ยิ่งหมดไปทุกวันทุกวัน และพอ “ของ” ในสมอง
มันแห้งๆ เหือดๆ เราก็จะรู้สึกเหือดๆ แห้งๆ ตามไปด้วย
จึงต้องคอย “รับ” ไอ้นู่นไอ้นี่มารดน้ำสมองให้แฉะๆ อยู่เสมอ
พอน้ำเริ่มแฉะ เริ่มเจิ่ง กระบวนการอยากระบายออกมันก็จะเกิดขึ้นเอง
โดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ ยิ่งรับมามาก ก็ยิ่งอยากจ่ายออกไปมาก

แต่คนเราไม่ใช่กะละมังก้นรั่ว จะได้รับน้ำมาแล้วไหลออกทางรูที่ก้นเสียหมด
คนเราน่าจะคล้ายกับต้นไม้มากกว่า รับน้ำมาแล้วแปลงร่างมัน “ออกมา”
เป็นดอกผล — เป็นดอกผลที่ผ่านกระบวนการย่อยสารอาหารแล้ว
และนอกจากดอกผลที่เห็นได้ชัด เราก็ยังเก็บกักสารอาหารไปหล่อเลี้ยง
กิ่งก้านใบที่ค่อยๆ เติบใหญ่ไปอย่างช้าๆ

ในเวลาเจ็ดชั่วโมงนั้น ผมใช้เวลาหนึ่งในสามไปกับการรับ อีกหนึ่งในสาม
ไปกับการจ่าย และอีกหนึ่งในสามไปกับเรื่องไร้สาระ อาหารที่ไม่มีปุ๋ย

หนังสือ, หนัง, เพลง, นิตยสาร, บล็อก, เว็บไซต์ เป็นปุ๋ยสูตรปกติ

ในสเกลที่ใหญ่กว่าหนึ่งวัน การเดินทางออกไปเห็นของใหม่ๆ ในที่ไกลตา
ก็เป็นปุ๋ยเร่งใบเร่งกิ่งและเสริมความแข็งแรงให้รากที่ดีอยู่เหมือนกัน
เมื่อจ่ายออกไปมากแล้ว นานๆ ทีก็น่าจะมีโอกาสเดินออกไปรับกลับมาบ้าง

แต่เวลาทั้งหมดของชีวิตเราไม่ได้อุทิศให้กับงานงานงานเสียหน่อย
เฮ้ย คนนะไม่ใช่หุ่นอะสิโม่ (หุ่นอะสิโม่ยังเอาเวลาไปเล่นกับเด็กบ้างเลย)
เราก็ต้องเล่นกับเด็กบ้าง เอ้ย! ไม่ใช่ เล่นกับผู้ใหญ่บ้าง
เล่นกับคุณพ่อคุณแม่ อันนั้นแน่อยู่แล้ว

เวลาสามส่วนในชีวิตที่แบ่งกันง่ายๆ
คนที่ผูกพัน, การงาน และตัวเอง
หากแบ่งเวลาสามส่วนนี้ได้อย่างสมดุล ชีวิตก็คงเป็นสุข
ราวกับวางแผนครอบครัวกับไบรวู้ดมากาเร็ต

คงแล้วแต่ความสำคัญตามวันเวลา มาก-น้อย สลับสับเปลี่ยน
แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องเลือก ดุ้นแรกคงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
(หากจำไม่ได้ว่าดุ้นแรกคือดุ้นไหน กรุณาเหลือบไปมองย่อหน้าบน)

เพราะดุ้นแรกนั้นเองที่ทำให้ดุ้นที่สองและสามมีคุณค่า
ดุ้นแรกเป็นพลังให้เรามีเรี่ยวแรงทำดุ้นที่สอง
และทำให้ดุ้นที่สามอยากหายใจต่อไปทุกวันๆ
(หลายดุ้นจัง ฟังแล้วงง)

ผมพบว่าตัวเองมีเวลามากขึ้นตั้งแต่ปิดทีวี
ผมเลิกดูทีวีมาได้ปีกว่าแล้วล่ะมัง ช่วงนี้มาผลาญเวลาไปกับ
อินเตอร์เน็ตแทน แต่ผมว่าอินเตอร์เน็ตก็ยังมีข้อดีกว่าทีวีอยู่
เพราะเราไม่ได้ตกเป็นฝ่าย “ถูกกระทำ” คือได้แต่นั่งรับฟัง
รับชมอยู่ฝ่ายเดียว อินเตอร์เน็ตยังมีช่องทางให้ “โต้กลับ” บ้าง
และเมื่อมีการโต้กลับ สมองก็จะขยับตามไปด้วย
(อย่างการพิมพ์ความเห็นทิ้งไว้ก็ได้บริหารสมอง ว่าไหมครับ?)

ผมดูทีวีจนเป็นนิสัยมาตั้งยี่สิบกว่าปี คือดูเหมือนหายใจ
ไม่ได้คิด ก็แค่รู้ว่ามันคือกิจวัตรประจำวัน กลับบ้านมาต้องเปิด
แต่จริงๆ แล้ววันหนึ่งวันหนึ่งเราใช้จ่ายเวลาไปกับมันไม่น้อยเลย
และหากให้เวลากับมันน้อยลง (มันคงไม่งอน) เราก็น่าจะมีเวลา
มาทำในสิ่งที่อยากทำ แต่เก็บมันใส่ลิ้นชักเอาไว้จนราขึ้นได้อีกตั้งเยอะ

ยาว และกินเวลาเพื่อนบ้านมากเกินไปแล้ว
ขอบคุณบีมด้วยครับที่ทำให้ได้มานั่งทบทวนเรื่องการใช้สอยเวลาของตัวเอง

จะว่าไป คนเรามีเวลาไม่เท่ากัน ต้องการเวลาไม่เท่ากัน
และก็มีพฤติกรรมใช้สอยเวลาไม่เหมือนกันอยู่แล้ว

สำหรับบางคน การนอนเป็นเรื่องเสียเวลา แต่สำหรับบางคน
การนั่งเขียนหนังสือหรือนั่งวาดภาพนี่โคตรเสียเวลานอนเลย

บางคนอาจต้องการเวลามากขึ้น บางคน “ฆ่า” เท่าไหร่ เวลาก็ไม่หมดเสียที
บางคน วันหนึ่งเหมือนมีแค่แปดชั่วโมง ขณะที่บางคนเหมือนมียี่สิบห้า
บางคนอาจล่อเข้าไปยี่สิบแปด (คืออยู่ข้ามวันข้ามคืน)

จะใช้สอยอย่างไรก็เป็นเรื่องของใครแต่ละคน
เรื่องน่าสนใจมีอยู่แค่ว่า ทำไมเราไม่ค่อยมีเวลาให้กับสิ่งที่เราอยากทำ?
เป็นไปได้ไหมว่า เราใช้เวลาไปกับสิ่งที่เราไม่รักมากกว่าสิ่งที่เรารัก?

30 Responses to “หั่นเวลา”

  1. pattararanee Says:

    วันไหน ตื่นเช้ามาก วันนั้นก็มีเวลาเหลือเยอะมากมาย
    จนรู้สึกว่า ทำไมวันนี้มันนานจัง
    เพราะในที่สุดก็นอนหลับเร็วกว่าเวลาปกติไม่ได้มากเท่าไหร่ -ทั้งๆ ที่เหนื่อยแทบตาย-
    โดยปกติ ไม่สามารถอดนอนข้ามวันได้เลย ร่างกายมันจะชัตดาวน์อัตโนมัติ -อิจฉาคนที่อดนอนได้มากๆ เพราะมีเวลาเหลือเยอะกว่า-

    *เคยได้ยินมาว่า จำนวนชั่วโมงการนอนหลับของคนแต่ละคน มีอยู่ใน ยีน ตามพันธุกรรม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงไหม???
    ใครทราบ วานบอก…

  2. jummdcu Says:

    ตอนมอหกเคยมีอาจารย์คนนึงพูดว่า

    “เวลานอนยังมีอีกมากมายในหลุมศพ”

    ฟังแล้วสยองๆตอนแรก (อาจเพราะยังมีประสบการณ์ชีวิตไม่มากพอ)

    พอถึงวัยนึง เราถึงเข้าใจว่า เราต้องสละเวลานอน เพื่อสิ่งที่สำคัญมากกว่า
    อย่างที่เอ๋เคยบอก..บางครั้งเราอาจต้องเหนื่อยก่อน ถึงจะมีความสุข อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในวัยที่ตัวเองยังเป็นนักเรียนอยู่ (ทุกระดับชั้น)

    เห็นการจัดสรรเวลาของเอ๋แล้ว ขอบอกว่านับถือจ้ะ
    ถึงว่า..ผลงาน ถึงออกมาเป็นอย่างนี้

    แต่ยังไงก็พักผ่อนบ้างนะจ๊ะ

  3. สิ Says:

    อ้วนยาก กินยังไงก็ไม่อ้วน
    แล้วก็อึด เหนื่อยยาก ถึงทำงานเยอะๆ ก็จะไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อย

    อันนี้ชอบอ่ะพี่เอ๋ อยากเป็นมั่ง 555+

    สิไม่ดูทีวีมาเป็นระยะเวลา4ปีแล้ว เลิกตอนขึ้นมัธยม
    อาจะเพราะติดหนังสือ ติดอินเตอร์เน็ต แล้วเริ่มรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรที่น่าดู

    แบ่งเวลา อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่สิสับสน อยากเรียนพิเศษ แต่ก็อยากมีเวลาบ้าง
    เลยโดดมันซะงั้น!

    บางทีมีเวลาน้อยจนชิน เร่งรีบจนชิน มันก็แย่แฮะ


  4. จริงๆ แล้วผมเป้นคนที่มีความทะเยอทะยานต่ำมาก
    สิ่งที่เป็นความฝันสูงสุดคือ การ “ได้ใช้เวลา” กับคนที่รัก
    รู้ทั้งรู้ แต่เรี่ยวแรงของคนหนุ่มก็ฉุดให้ไปทำอย่างอื่นฉิบ

    วันนี้ฝนตกพรำ ๆ โต๊ะทำงานของผมอยู่ติดหน้าต่าง มองออกไปจะเห็นรถไฟฟ้า ปกติจะไม่เปิดมู่ลี่เพราะคนเดินผ่านไปมา แทบจะเห็นกระผมทุกรูขุมขน แต่วันนี้ฟ้าฝนเป็นใจจริง ๆ
    นั่งมองคน มองรถ มองทุกยอ่าง สุดท้ายก็ต้องมาลงที่ “ชีวิต”

    ผมใช้เวลาเหม่อลอยอยู่นาน และเพิ่งได้ค้นพบว่า
    “การเหม่อลอย” เป็นกิจกรรมที่ผมชอบมากที่สุด
    มันเหมือนเราใช้เวลามองดูสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา
    ……
    ยืนยันว่าการเหม่อลอยเป็นเรื่องดีจริง-จริง

  5. mimmim Says:

    ไม่ดูทีวีมานานมากแล้ว – – –
    ใช้เวลาไปกับหนังสือและหน้าคอมมากสุด
    นอกนั้นก็เฉลี่ย ๆ กันไป

    แต่ช่วง 3 ปีหลังมานี้ ชีวิตล่องลอย
    เคว้งไปเคว้งมา รู้สึกดีมาก
    จากที่เคยวิ่งสุดตัวเพื่อคว้าอะไรบางอย่าง
    ตอนนี้ปล่อยวาง เลิกแพลนชีวิต รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ
    ไม่รู้จะมีเวลานั่งเอ้อระเหยลอยชายอย่างนี้ได้อีกนานแค่ไหนกัน ???

  6. Caramel Says:

    สำหรับเราการนอนนี่เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดเลย ถ้าไม่ได้นอนแบตไม่เต็มหัวไม่แล่น แต่พอแบตเต็มหัวแล่นก็ล่อยาวเลย เคยนั่งทำงานอยู่หน้าคอม 3 วันติดโดยที่ไม่นอน เช้าก็ไปเรียนเสร็จกลับบ้านนั่งทำงานต่ออีก แล้วก็ไปเรียนอีก จน 3 วันถ่านอัลคาไลน์หมด ก็นอนชาร์ตแบตวันนึง เป็นงี้อยู่นานเป็นเดือน แล้วก็จะเป็นเรื่อย ๆ เป็นพัก ๆ พอไม่ได้ได้นอนหลายวันติด บางทีเครื่องค้างจะให้นอนกลับนอนไม่หลับอีก

    ทีวีนอกจากข่าวแล้วแทบไม่ค่อยดูเท่าไหร่ ยิ่งละครไม่ต้องพูดถึง เพราะรู้สึกดูไปก็เท่านั้น เสียเวลา

    แต่สิ่งที่รู้สึกว่าทำแล้วเสียเวลามากที่สุด ก็คือ การคุยโทรศัพท์ บางครั้งคุยเพลินกับเพื่อนที่ไม่ค่อยได้เจอกัน หรือมีเรื่องที่ต้องคุยกันต่อเนื่อง แต่เวลาวางโทรศัพท์ที่ไรก็รู้สึกว่าเวลามันวิ่งไปไหนแล้วก็ไม่รู้

    และเชื่อว่ามีหลายคนที่เสียเวลาไปกับสิ่งอื่นโดยไม่รู้ตัว เวลาที่ทุ่มเทให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่คิดว่าสำคัญ แต่กลับลืมคิดไปว่าคุณเสียเวลาที่จะได้อยู่กับคนที่คุณรักและรักคุณที่สุด และในชีวิตของแต่ละคนก็มีได้แค่ไม่เกิน 2 คน ก็คือพ่อแม่ที่เป็นบุพการีนั่นเอง เพราะ เห็นหลายคนมีเวลาไปทำอย่างอื่นเยอะแยะ เช่น ไปกินข้าว ดูหนังกับแฟน หรือไปทำบุญกับแฟน แต่กลับไม่เคยทำเช่นนี้กับพ่อแม่เลย!

  7. beambongga Says:

    เขิลนะเนี่ย อิอิ

    ตอบยาวสะใจดีค่ะ หนูชอบ!!!

    จริงๆแล้วก็อยากจะถามบุคคลที่พี่ว่ามาเหมือนกัน

    แต่เค้าออนเอ็มคุยกะบีมไม่ได้นี่นา 555

    และบีมคิดว่าพี่ก็คงไม่ต่างจากเค้าเท่าไหร่หรอก

    ไม่ได้ละ

    สงสัยต้องลดปริมาณการนอนลงแร้วววว

    เวลามีค่า ไม่ได้มีไว้ฆ่า

    ฮึ่ม

    ^___________^

  8. boom~ Says:

    อ่านentryก่อนหน้าจนมาถึงวรรคสุดท้ายของentryนี้

    “เรื่องน่าสนใจมีอยู่แค่ว่า ทำไมเราไม่ค่อยมีเวลาให้กับสิ่งที่เราอยากทำ?
    เป็นไปได้ไหมว่า เราใช้เวลาไปกับสิ่งที่เราไม่รักมากกว่าสิ่งที่เรารัก?”
    .
    .
    ไม่รู้ทำไมนึกถึงภาพคนกินก๋วยเตี๋ยว ที่มักจะเก็บลูกชิ้นไว้กินทีหลัง ไปได้.

    แล้วทำไม ต้องเก็บลูกชิ้นไว้กินทีหลัง กลายเป็นความหวังในถ้วยก๋วยเตี๋ยว ^ ^

    ว่าแล้วก็ไปหั่นเวลา-หาจุดหมายในถ้วยก๋วยเตี๋ยวที่บ้านตัวเองบ้างดีกว่า
    ขอบคุณสำหรับของฝาก(คิด)วันนี้นะคะ ^_^

  9. Modz(มด) Says:

    ทุกวันนี้ยังยินยัน นั่งยัย นอนยันว่า”การนอนไม่ใช่เรื่องเสียเวลา”

    เห็นด้วยค่ะพี่เอ๋ว่าวันนึงของคนเราไม่เท่ากัน

    มดเสียเวลาในวันหยุดไปกับการนอนพอสมควร

    รู้สึกว่ามันเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์แล้ว พักหน่อยจะเป็นไร😀

    ตื่นมาก็สดชื่น มีพลัง(กาย+ใจ+สมอง)พร้อมที่จะทำงาน

    ยังไงพี่เอ๋ก็พักผ่อนบ้างนะคะ อย่าหักโหม หุหุ

    {อยากให้วันนึงมีซัก30ชั่วโมง..พี่โต๋โฆษณาแบรนด์ ฮ่าๆ}

  10. KunPik Says:

    …ถ้าตอนเอนท์เราทำได้ ไฉนเลยตอนนี้จะทำไม่ได้…

    เป็นคำถามที่ถามตัวเองอยู่ตลอดเวลา

  11. mena Says:

    ทุกวันนี้ จะใช้ช่วงเวลา หลังจากนาฬิกาปลุก คือ ราว 6.45 น. ในการนอน แค่วันละ 3 ชั่วโมง กับเวลาที่ตัวเองพยายาม ‘นอน’ อีก 6 ชั่วโมง จริง ๆอยากนอนให้มากว่านั้น แต่ เหมือนว่า สมองมันไม่ยอมให้นอน เวลาที่อยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่บ้าน มักจะนอนไม่เต็มอิ่ม ถ้าได้กลับบ้าน นอนเกิน 12 ชั่วโมงก็ปลอดภัย

  12. undercurrent Says:

    อืมม.. ช่วงที่ชีวิตต้องแบ่งเวลาแบบสุดๆ ก็คงเป็นช่วงที่ต้องทำงานไปด้วย เรียนปริญญาโทไปด้วยหล่ะมั้ง

    ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุด ยิ่งช่วงแรกๆที่ยังต้องทำงานอยู่ที่ระยอง แต่ดันอุตริคิดจะโทที่กรุงเทพฯ โหสุดยอดมากๆ ไม่คิดว่า จะตัวเองจะทำได้ขนาดนั้น เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ – ระยองเป็นว่าเล่น ช่วงเทอมนั้น คืนๆนึง นอนวันละ 3-4 ชั่วโมงได้

    พอจบเทอมแรกก็ต้องยอมรับเลยว่า “ไม่ไหว เหนื่อยเกินไป” ไม่เอาอีกแล้ว ก็เลยตัดสินใจย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ ช่วงนั้นเลยเป็นช่วงที่ต้องจดจำช่วงนึงของชีวิตเลยทีเดียว

    ช่วงชีวิตที่ต้องเรียนกะทำงานไปพร้อมๆกัน ก็เลยมีแต่ ทำงาน เรียน กลับต่างจังหวัดไปหาพ่อกะแม่ ชีวิตมีแค่นี้เลย

    แต่พอเรียนจบแล้วนี่สิ เคว้งเลย เวลาที่เคยใช้ไปกะการเรียน อ่านหนังสือ ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร รู้สึกเหมือนทำไมชีวิตช่วงนี้ ไร้สาระเอามากๆๆ ไม่รู้จะไปทำไรดี

    สุดท้ายก็หนีไม่พ้นการเรียนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นการเรียน ภาษา เราเลือกที่จะเรียนภาษาจีนเพื่อ “ฆ่า” เวลา หรือจะเรียกให้ดูดีหน่อยก็คงพยายามจะใช้เวลาที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ที่สุดแหล่ะมั้ง

    ช่วงชีวิตช่วงนี้ก็เลยมีแต่ ทำงาน เรียนภาษาจีน กลับบ้านต่างจังหวัดหาพ่อแม่(อันนี้เป็นคำสั่งท่านพ่อ ท่านแม่) ที่เหลือก็เที่ยววววว ครับท่าน อิอิ

  13. echaba Says:

    แอ๊ด..

    หั่นเวลาหรอ? งืม..ใจร้ายจังแฮะ

    อย่าง echaba คงเป็นลักษณะบวกลบเลขมั๊ง มีทด มียืม เหอะๆ

    อ๊ะ เลยเวลานอนแล้วนี่ เอ๊ะ ไว้นอนพรุ่งนี้ก็ได้ ฮึ้ย! นัดเพื่อนไปดูหนัง เฮ้อ แต่งานยังไม่เสร็จ อ่ะนะ พรุ่งนี้แล้วกัน อะตรู๊ด โทรบอกมันซักหน่อย อ่ะชื้บ แล้วก็ทำงาน อ่ะนะ แล้วก็ลืมกินข้าว
    อ่ะเอ เหมือนลืมอะไรไป อ่ะโช๊ะ ช่างมัน อ่ะกริ๊ง ฮัลโหลจ๊ะหวานใจ
    อ่ะจ๊ายยยย! ขอโต๊ด..เค้าลืมไปตามน้าดดด..

    ส่วนใหญ่จะยืมซะมากกว่าทด – –

    ก๊อกๆ
    คุณยาขอบ เหม่อ แล้ว เบลอ ด้วยป่าว
    (จากคนชอบเบลอ ไฟไม่เต็มตึกอ่ะเบลอได้เบลอดี)

    กริ๊ก..

  14. zine Says:

    เอ่อ.. no comment ค่ะ
    แต่อยาก comment!!

  15. :D Says:

    “เพราะเราไม่ได้ใช้เวลาอยู่คนเดียว
    แต่เวลาของเรานั้นมีคนอื่นมาร่วมใช้สอยด้วย
    บางคนก็มีคนมาช่วยใช้เวลาจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง”

    โดนขอรับ ท่าน แต่จังหวะ ณ ตอนนี้เป็นแง่ลบเสียมากกว่า
    กลุ้มๆ วันๆ ต้องมาทำงานของ(แทน)คนอื่น


  16. Come to say hi la
    Just read your book and know we meet up in the faculty sometime ago…

  17. ไอฝน Says:

    เอ๋ .. นอนแต่ละวันแสนจะน้อย ตื่นเช้ามาไม่ง่วงเลยเหรอ ?อยากทำได้อย่างเอ๋บ้างจัง
    เพราะเวลากลางคืนนั้นแสนเงียบทำอะไรได้เยอะแยะมากมายเลย แต่จะทำได้เฉพาะ วันหยุด เช่น วันศุกร์ เสาร์ ส่วนวันธรรมดาหมดสิทธ์เลยอย่างต่ำก็ สักตี2ไม่งั้นนะง่วงแย่เลย…

    นอนน้อยไปความดันเลยต่ำแต่ฝนว่า อ้วนยากหนะ หมอคงวิเคราะห์ผิดนะ ฮ่าฮ่า
    ยังไงก็ดูแลสุขภาพหน่อยนะ ความดันจะได้ปกติ นะจ๊ะ

  18. เติ้ล Says:

    อ่านแล้วคิดถึงที่ Michael Ende นักเขียนเยอรมันบอกไว้ว่า
    “เพราะเวลาคือชีวิต และชีวิตสถิตอยู่ในหัวใจ”

    จะว่าไปต้องเรียกมะเขือกลับมาสถิตในชีวิตใหม่ซะแล้ว
    ไม่ได้วาดมะเขือมา 3 อาทิตย์แล้ว คิดถึงงงงงงงง ฮือออออออ

    ป.ล. อยากเห็น ‘ณ’ อะพี่เอ๋

  19. Gamw Says:

    ชอบประโยคสุดท้ายจัง โดนมากๆ><

    (ได้บริหารสมองแล้ว เย่!)


  20. นิ้วกลมครับ ผมรู้สึกมึนหัวจังครับ ตอนที่แล้วนี้โดน “มือ” ของนวนิยายจับไว้ ตอนนี้ก็โดน “อิฐ” ของคุณทุบหัวเอาอีก มึนเลยครับ

    เอ้ แต่ หั่นเวลานี่หั่นไม่ค่อยเป็นเลยครับ ผมมัก ยำเวลาซะมากกว่า ทำหลายอย่างเวลาเดียวกัน สับสน หนักไปกว่าเดิม เฮอะๆ

  21. Kz Says:

    อยาก นอนน้อยๆได้โดยที่ไม่อ่อนเพลีย มั่งจัง ครับ ตอนเรียนนอนดึก ตี 3-4 หรือไม่นอนเลยก็ทำได้ รุ่งขึ้นไปสอบ แต่พอมาทำงานนี่สิ ถ้าทำแบบนั้นแล้ว ร่างกายมัน อ่อนเพลียแล้ว เรื่องการตัดสินใจ ความคิดต่างๆมันไม่ค่อยดีเท่าไร ยิ่งถ้ามาคิดว่าถ้าทำงาน แล้วงานที่ทำมันมีผลกระทบต่อคนอื่น คืองานแย่ลงโดยที่เกิดจากตัวเราพักผ่อนไม่พอทั้งๆที่มีเวลาพัก แต่ไม่พัก มันทำให้รู้สึกไม่ค่อยดี ว่า เราทำให้งานไม่ดีเพราะ ว่า ไม่รักษาตัวเองน่ะ และไม่ยุติธรรมต่อคนที่เราต้องไปเจอ โดยเฉพาะถ้าการตัดสินใจมันเกี่ยวกับความเป็นความตายของคน หรือ ผลประโยชน์องค์กร น่ะครับ

    ยังไงๆก็อย่าลิมนอนมั่งนะครับ เค้าเคยทดลองแหย่หนูไม่ให้นอน ติดกันซัก 1-2 สัปดาห์ติดต่อกัน ผล: หนูทดลองตายเรียบ
    ดังนั้นการนอนมันก็ยังจำเป็นต่อชีวิตนาครับ ท่านครับ


  22. งั้นตอนนี้แอนก็ควรนอนแล้วแหละ พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้าด้วย ^^”

    ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ Kz

  23. GuiDe Says:

    สวัสดีค่ะ

    หลังจากแอบหลบอ่านมานาน

    วันนี้ขอกระโดดมาหน้าจอสักที

    เวลา….ไม่ชอบคำนี้ลย เพราะรู้สึกว่า
    เวลามันแสนสั้นทุกครั้งที่เรามีความสุข

    แต่พอเราทุกข์นี่สิ รู้สึกเวลามันเป็นอะไรที่ยาวนานเสมอ

    แต่ไม่ว่าเวลาจะสั้นหรือยาวยังงัย
    ก้อขอใช้ให้มันคุ้มที่สุดก้อล้วกัน

    ฝันดีค่ะ :}

  24. nine9 Says:

    บางที่ผมก็อยากหั่นเวลาบ้างเช่นกัน

  25. buyonegetwe Says:

    การใช้เวลากับคนที่อยากอยู่ด้วยทำให้รู้สึกว่าเวลาแต่ละวันมันสั้นเหลือเกิน

  26. yayaa Says:

    เป็นอีกคนนึงค่ะที่นอนน้อย
    บางวันก็รู้สึกสั้น
    บางวันก็รู้สึกยาว
    แต่ก็พยายามใช้เวลาให้คุ้มค่า
    เพราะยิ่งนานวันเวลาที่เหลืออยู่ก็ยิ่งน้อยลง…

    ดังนั้นเราควรใช้ให้คุ้มค่า แต่ใช้อย่างมีความสุขนะคะ

  27. บอ.บุ๋ม Says:

    สวัสดีค่ะนิ้วกลม..
    เข้ามาอ่านบล็อกของนิ้วกลมหลายครั้งแล้วค่ะ
    แต่นี่เป็นการโพสท์ครั้งแรก ^_^

    ชอบพูดกับเพื่อนอยู่บ่อยๆค่ะว่า..
    “แก..ชั้นอยากbackpackเที่ยวเหนือ
    ชั้นอยากออกค่ายอาสา…
    ชั้นอยากเรียนวาดรูป…
    ชั้นอยากทำงานพิเศษ…
    และอีกหลายๆความอยาก…
    พูดอย่างงี้มา……ปีกว่า…
    แต่ตอนนี้…จะลงมือกับสิ่งที่อยากทำ
    ไม่อยากเสียเวลาไปกับการพูด นอนเพ้อฝัน ชักช้า ร่ำไร

    เอ้า…ลุยเลยละกัน…

  28. roundfinger Says:

    สวัสดีครับ บอ.บุ๋ม
    : )

  29. แขก Says:

    เอ่อ…ไม่ค่อยอยากเม้นท์หัวข้อนี้เลยนะ
    เพราะผมชอบนอนมากมาก (มากจริงๆ)
    อดนอนก็อดได้ ก็ทำงานที่ต้องอดนอน มันก็ต้องทำตามหน้าที่
    ไม่นอนข้ามวันข้ามคืนก็ต้องทำมาแล้ว
    เป็นคนนอนดึก แต่ก็ตื่นสายด้วย ฮ่าฮ่า เพราะงั้นก็นอนเยอะเหมือนเดิม
    ถ้าคืนไหนนอนน้อย ยีนส์ของผมก็จะสั่งให้หน้าแก่ไปอีก 1 ปี
    ฮ่าฮ่า มันก็แปลว่า นอนน้อยมาหลายครั้งแล้ว
    ทุกวันนี้ก็จะขี้เกียจตื่นเช้าไปทำงานเป็นที่ซู้ด
    กว่าจะลุกจากที่นอนก็บิดแล้วบิดอีก
    มีที่ตื่นเช้าเป็นพิเศษ ก็ตอนเดินทางไปเที่ยว
    อันนี้ขยันตื่นเช้าทุกวัน กลัวจะเสียเวลา แล้วจะเห็นอะไรๆได้น้อยลง
    แต่พอกลับมาก็เป็นเหมือนเดิม ฮ่าฮ่า
    พรุ่งนี้ ตื่นสายอีกแน่เลยตรู เฮ้อ!

  30. jummdcu Says:

    ถ้าคืนไหนนอนน้อย ยีนส์ของผมก็จะสั่งให้หน้าแก่ไปอีก 1 ปี
    ฮ่าฮ่า มันก็แปลว่า นอนน้อยมาหลายครั้งแล้ว

    ขำมากเลยพี่แขก 5555+
    รู้ตัวด้วยนิ😉


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: