คนที่เราไม่อยากให้เขาตาย

สิงหาคม 26, 2007

null

สุดสัปดาห์นี้มีความสุขมากครับ
วันเสาร์ไปเดินดูนิทรรศการ Gaudi’ Cosmos
Architecture, geometry and design ที่
Museum of Contemporary Art (MoCA)

ส่วนวันนี้ไปดู (และเล่น) นิทรรศการ
Japan Media Arts Festival in Shanghai 2007
ที่ Shanghai Sculpture Space สนุกมากครับ
จะทยอยแบ่งให้ดูและเล่าให้ฟังเมื่อมีโอกาสครับผม

ผมเคยคิดสงสัยว่าเวลาที่คนมีชื่อเสียงเสียชีวิตไป
ทำไมคนชอบพูดกันว่า “เสียดายที่เขาจากไป”
เพราะผมรู้สึกว่า ยังมีคนอีกมากในตำแหน่งหน้าที่ และอาชีพเดียวกัน
เหมือนตอนป๋าต๊อก (ล้อต๊อก) เสียชีวิต ผมก็คิดว่ายังมีพี่หม่ำ
ดาราดังสักคนเสียชีวิต ผมก็คิดว่ายังมีอีกหลายคน
ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ร่วมแสดงความเสียใจอยู่ห่างๆ
แต่หมายความในแง่สงสัยว่าทำไมผู้คนจึง “เสียดาย”

ยังจำได้ เมื่อปีก่อน ตอนที่กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เสียชีวิต
ผู้อ่านและคนในแวดวงหนังสือรู้สึก “เสียดาย” อย่างยิ่ง
ที่เขาต้องจากไปในวัยหนุ่ม ซึ่งที่จริงแล้ว เขาควรมีเวลา
อยู่บนโลกนี้และผลิตผลงานดีๆ ต่อไปอีกหลายปี

ผมเคยอ่าน “โลกหมุนรอบตัวเอง” ของเขาเพียงเล่มเดียว
จากการแนะนำของพี่ชายคนหนึ่ง หลังจากอ่านจบก็อยากไปหา
หนังสือที่เขาเขียนมาอ่านอีก แต่ก็ได้แต่คิด กระทั่งเขาเสียชีวิตลง
เกิดกระแส “กนกพงศ์” ขึ้นมาช่วงหนึ่ง หนังสือหลายเล่มของเขา
ได้รับการตีพิมพ์ใหม่ และผมก็ได้ซื้อมาหลายเล่ม ยิ่งอ่าน
ก็ยิ่งเข้าใจว่า ทำไมผู้คนจึง “เสียดาย” ที่เขาต้องจากไปเร็วเกินกาล

ผมได้ยินชื่อ “เกาดี้” ครั้งแรกจากปากของเพื่อนถาปัดที่เพิ่งกลับมาจาก
การไปเที่ยวสเปน บ้านของเกาดี้ดูจะเป็นสิ่งที่ชวนให้มันประทับใจที่สุด
ในการเดินทางครั้งนั้น ผมเล่าฟูมฟายไม่หยุดหย่อน ไอ้คนนี้ชอบ
ดูอาคาร อยากออกแบบอาคารสนุกๆ ผมก็ไม่รู้จัก ได้แต่เออๆ ออๆ
ห่อหมกจกข้าวเข้าปากผึ่งหูฟังมันไปเรื่อยๆ แต่ก็จำชื่อพี่เขาได้
“พี่เกาดี้” และก็คิดว่า หากมีโอกาสได้ไปสเปนคงไม่พลาด

ผลงานหน้าตาประหลาดๆ ของเกาดี้ผ่านตาไปมาเหมือนแมลงวันบิน
คือไม่เคยได้นั่งจ้องมองมันดีๆ สักที ก็รู้แค่ว่าอาคารของพี่เขา
เหมือน “ปั้น” ขึ้นมา ไม่ได้ “ก่อสร้าง” หน้าตามันเหมือน
เด็กซนๆ “แปะ” ดินน้ำมันสีสันเจ็บๆ เติมไปเรื่อยๆ โค้งๆ เว้าๆ
งอกโน่นงอกนี่ หยึกๆ หยักๆ ขยุกขยุยไปทั้งหลัง
คล้ายๆ ปราสาทในเทพนิยาย ผมจำได้ว่าอย่างนั้น

กระทั่งวันนี้เสียเงินยี่สิบหยวน (หนึ่งร้อยบาท) เพื่อเข้าไปทำความรู้จัก
กับพี่เกาดี้ให้มากขึ้น อยากรู้เหมือนกันว่า “ดี้” ของพี่โดนยุงกัดตรงไหน
พี่ถึงต้อง “เกา” ตลอดเวลา (โอว…ขำไหมเนี่ย…เสียวๆ อยู่)

นิทรรศการเปิดด้วยห้องมืดขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องฉายภาพ 3 เครื่อง
ฉายรูปถ่ายสถาปัตยกรรมของเกาดี้ ฝีมือการถ่ายภาพของ
Rafael Vargas ช่างภาพชาวสเปนที่ตั้งใจถ่ายทอดผลงาน
ของเกาดี้ให้ออกมาสวยงามในเชิงของภาพถ่าย ภาพที่นำมาฉายนั้น
มีทั้งภายนอกและภายในอาคาร ตั้งแต่ภาพในระยะไกล
กระทั่งภาพที่เจาะเข้าไปถ่ายถึงรายละเอียดยิบย่อย

อาคารหลายหลังถูกนำมาอวด ยิ่งฉายก็ยิ่งทึ่ง
ยิ่งดูก็ยิ่งอึ้ง และเกิดคำถามในใจว่า “คิดได้ไงวะ?”

ผมจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่า อาคารที่มีรายละเอียด
ส่วนโค้งเว้านูนยุบ มีฟอร์มที่ยึกยักโย้เย้แบบนั้นสถาปนิก
คิดและเขียนแบบออกมาได้อย่างไร (ในสมัยที่ยังไม่ใช้
คอมพิวเตอร์) และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สวยงาม
ตามซอกมุมต่างๆ ของอาคาร ก็ราวกับ “ทำมือ”
คือมันเหมือนงานปั้น งานหัตถกรรม แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์มากๆ
เขาต้องนั่งคิดรายละเอียดพวกนี้นานขนาดไหน?
หรือค่อยๆ ปะติดปะต่อไปเรื่อยๆ เหมือนเด็กเล่นดินน้ำมันจริงๆ?

null

หลังจากนั่งชมภาพถ่ายคลอเพลงสเปนจนอึ้ง ทึ่ง ตะลึงตาโตไปแล้ว
พอเดินออกมาก็ได้พบว่า ที่อึ้งในห้องมันยังอึ้งไม่หมด
เพราะด้านนอกนั้นจัดแสดง “โครงสร้าง” ในแต่ละส่วน
ไม่ว่าจะเป็นเพดาน ผนัง หลังคา โครงสร้างแขวน และเล่าวิธีคิดคร่าวๆ
ของเขา ซึ่งจะว่าไปก็ถือว่า “ล้ำ” มากๆ ในยุคนั้น

โครงสร้างแต่ละส่วนไม่ธรรมดาเลย เกิดจากการนำเส้นตรงมาวางเรียง
และจับมันบิด เอียง กระดก จึงนำมาซึ่งฟอร์มที่แตกต่างจากคนอื่น

ไอ้ที่นั่งอึ้งๆ ในห้องเพราะคิดว่า คิดฟอร์มแบบนั้นได้ไง
ก็ต้องมีอึ้งต่ออีก เพราะลืมไปว่า นี่มันตึก!
ไม่ได้ปั้นขึ้นมา แต่มันต้องมีโครงสร้างด้วย!

และ “ข้างใน” ที่ต่างนี่เอง จึงนำมาซึ่ง “ข้างนอก” ที่เป็นเอกลักษณ์

null

ลำพังแค่เดินดูจอแสดงวิธีคิดโครงสร้างของเกาดี้
ก็ “สวย” แล้ว สวยแบบที่ยังไม่ต้องมีอะไรมาหุ้ม

null

ผมเองนั้นมีความรู้เรื่องโครงสร้างเท่าหางอึ่ง (ตัวที่หางสั้นเสียด้วย)
จึงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก เชื่อว่าสำหรับนักศึกษาสถาปัตย์ (โดยตรง)
คงตื่นตาตื่นใจกว่าผมอีกหลายทวีคูณ และอาจได้แรงบันดาลใจ
กลับไปทดลองในแบบของตัวเองดูบ้าง

อีกอย่างที่ผมเห็นว่ามันแสดงถึงความเจ๋งของพี่ขี้เกา
คือโมเดลโครงสร้างและโมเดลอาคารที่นำมาแสดง
หลายชิ้นที่ต้องตั้งอยู่บนกระจก เพื่อส่องสะท้อน “ใต้” เพดาน
ให้คนได้เห็น คือไม่ใช่แค่สวยหรือมีดีแค่ด้านข้าง ด้านล่าง
แต่ยังสวยละเอียดยิบไปถึงด้านบน เพดานช่างอลังการเหลือเกินครับ

null

null

บนชั้นสอง แสดงผลงานการออกแบบของเกาดี้
ทั้งเก้าอี้, ประตู, หน้าต่าง, รั้ว, กระจก, กระเบื้องปูพื้น
ไล่ไปถึงมือจับประตู ที่แขวนผ้า และช่องส่องคนมาเยี่ยม
โอว เรียกได้ว่า ฉันขอดีไซน์เองทุกรายละเอียด
และทุกรายละเอียดก็เป็นบุคลิกเฉพาะของพี่เขาจริงๆ
เมื่อมารวมกันเป็นหลังเดียวนี่จินตนาการไปไม่ถึงจริงๆ ครับ

ได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่ง เขาบอกว่า ความรู้สึกที่ผมกำลังอึ้งนั้น
เป็นแค่ขี้เล็บของความรู้สึกเมื่อตอนที่ได้เห็นของจริง

ผมเชื่อว่า หลายคนที่มาเดินดูนิทรรศการนี้คงมี “สเปน”
เป็นประเทศในรายการต้องไปอีกหนึ่งประเทศ

null

เกาดี้ เป็นสถาปนิกคนสำคัญ (ที่สุด) ของสเปนในศตวรรษที่ยี่สิบ
ชีวิตของเขาคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างกลายศตวรรษที่สิบเก้ากับ
เศษหนึ่งส่วนสี่แรกของศตวรรษที่ยี่สิบ ซึ่งเป็นช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลง
ทั้งทางด้านการเมือง, วัฒนธรรม, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รวมถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมด้วย

เกาดี้ เป็นสถาปนิกที่โดดเด่นมากเรื่องโครงสร้าง ผลงานของเขา
นั้นหากจะจัดเข้าหมวดหมู่ก็เห็นจะยากสักหน่อย ไม่ค่อยจะเข้าพวกกับใคร
เขาออกแบบตั้งแต่บ้าน, แมนชั่น, พาเลซ, โบสถ์, โรงเรียน, สวน
รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์, พื้น, โคมไฟ, ประตู, หน้าต่าง ทุกอย่างที่จะ
ประกอบร่างขึ้นมาเป็นอาคารของเขา พี่แกเหมาหมด

null

พี่เกาเกิดวันที่ 25 มิถุนายน ปี 1852 ที่เมือง Reus
ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เขาใช้ชีวิตในวัยเด็ก
กับธรรมชาติและทะเล และเขาก็เริ่มคิดอะไรเป็นสามมิติ
ตั้งแต่ที่พ่อเริ่มสอน

พออายุได้ 17 ปี เกาดี้ก็ย้ายมาที่บาร์เซโลน่าเพื่อเทรนเป็นสถาปนิก
เริ่มจากการเป็นคนช่วยเขียนแบบ ก่อนที่จะได้มีส่วนร่วมในงาน
พัฒนาแบบ Ciutadella Park และก็สำเร็จการศึกษาในปี 1878

ตั้งแต่ช่วงแรก งานของเกาดี้ก็แตกต่างและแยกตัวออกห่างจาก
สถาปัตยกรรมที่มีอยู่ และการจัดวางองค์ประกอบแบบเดิมๆ
เขาคิดค้นวิธีการเฉพาะตัวและสร้างงานชื่อดังขึ้นมาสามชิ้นด้วยกัน
Casa Vicens, the Pavilions of Finca Guell (ในบาร์เซโลน่า)
และ El Capricho (ในโคมิลล่าส์) โดยมีส่วนประกอบหลัก
ที่โดดเด่นสามส่วนด้วยกัน คือ อิฐ, เซรามิกส์เคลือบ และโครงสร้างเหล็ก
รวมถึงส่วนตกแต่งต่างๆ ที่เป็นเหล็ก

null
Casa Vicens

null
the Pavilions of Finca Guell

ในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ เมื่อโลกหมุนไปสู่ยุคโมเดิร์น
สถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นเริ่มแพร่หลาย แต่เกาดี้ก็ยังสร้างงาน
ในแบบของเขาต่อไป ไม่ไหวหวั่น “เกาดี้เป็นตัวของตัวเอง
เกาดี้ผิดตรงไหน” เขาสร้าง Casa Calvet, the Torre de
Bellesguard ในขณะที่อาคารแบบโมเดิร์นกำลังงอก

null
Casa Calvet

null
the Torre de Bellesguard

ขณะที่คนทั่วไปกำลัง “ตัดทิ้ง” แต่เกาดี้กลับ “โปะ”
ส่วนประดับต่างๆ เพิ่มเข้าไปอีก และยิ่งโลกรอบข้างนิยมเส้นตรง
เกาดี้ก็ยิ่งพยายามหาวิถีทางใช้เส้นโค้ง และองค์ประกอบ
ในรูปฟอร์มของธรรมชาติให้มากขึ้น

เกาดี้ใช้เวลาช่วงท้ายๆ ของชีวิตไปกับโครงการ
Sagrada Familia ซึ่งเขาเคยล้มเลิกไปเมื่อสิบปีก่อนหน้านี้
เขาเริ่มรับนักศึกษาสถาปัตย์เข้ามาและอธิบายโมเดล
ในแต่ละส่วนของโบสถ์ที่ยังไม่ได้สร้างให้ฟัง

null

แต่ในเดือนมิถุนายน ปี 1926 เกาดี้เสียชีวิตลงเสียก่อน
จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และก็ได้จัดพิธีศพในโบสถ์
Sagrada Familia นี่เอง

null

ผมเห็นโลกมาน้อย และก็เปิดหนังสืองานสถาปัตย์ไม่มาก
จึงไม่รู้ว่ายังมีสถาปนิกคนไหนที่ทำงานในแนวทางใกล้เคียง
กับเกาดี้อีกหรือเปล่า เท่าที่รู้ ผมยังไม่เคยเห็น

งานของเกาดี้ นอกจากจินตนาการล้ำเลิศแล้วยังต้องอาศัย
ความมุ่งมั่นตั้งใจ ความอึดและความถึกในระดับอภิมหาถึก
เพราะการคิดรายละเอียดยุบยิบและโครงสร้างมหัศจรรย์
แบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ หรือต่อให้มีคนทำได้
ก็ใช่ว่าเขาเลือกที่จะทำ

เมื่อเกาดี้เสียชีวิต โลกจึงสูญเสียจินตนาการ ทรรศนะ ความคิด
มุมมอง รสนิยม และบุคลิกอันเป็นลักษณะเฉพาะไปพร้อมๆ กัน
ซึ่งนั่นเท่ากับว่า โลกได้สูญเสียอาคารมหัศจรรย์อีกหลายหลัง
ไปด้วย

คล้ายกับกนกพงศ์ ที่เราได้สูญเสียหนังสือดีๆ อีกหลายเล่ม
เรื่องสั้นดีๆ นวนิยายดีๆ อีกหลายเรื่องไปพร้อมๆ กัน

คนหนึ่งคนเสียชีวิตไป เขาได้หอบเอามุมมอง ทัศนคติ
บุคลิก ความคิด ความเชื่อที่เป็นของเขาติดตัวไปด้วย
และก็ใช่ว่า โลกจะมีคนที่มีส่วนประกอบต่างๆ แบบนั้น
อีกคนเสียเมื่อไหร่เล่า!

หลังจากเกาดี้ โลกก็ดูเหมือนจะไม่มีอาคารแบบนั้นอีกเลย
หลังจากเคิร์ธ โคเบน โลกก็ไม่มีเพลงของเนอร์วาน่า
หลังจากป๋าต๊อก โลกก็ไม่มีมุกขำบนหน้าบึ้งๆ นิ่งๆ แบบนั้นอีก

วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้รู้จักเกาดี้มากขึ้นอีกนิด
และเชื่อว่าคนที่ไปดูนิทรรศการครั้งนี้คงมีอีกมากที่ไปค้นคว้า
เรื่องราวของเขาเพิ่มเติม

ระหว่างเดินออกมาจาก MoCA ผมรู้สึกว่า ผมเข้าใจคำว่า
“เสียดาย” ที่เขาอื่นชอบพูดกันเวลามีใครสักคนเสียชีวิตมากขึ้น

เกาดี้ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เราไม่อยากให้เขาตาย

null

31 Responses to “คนที่เราไม่อยากให้เขาตาย”


  1. นึกถึงผลงานเกาดี้ ทีไร มักจะอยากกินขนมเค็ก ซะทุกที เพราะอะไรคงไม่ต้องบอก
    ตั้งแต่สมัยเรียนประวัติศาสตร์แล้ว..

    พอวันนี้ได้ยินอีกครั้งแทบไม่ต้องนึก..ว่าท่านพี่เกาดี้เป็นใคร? จำได้ทันที!
    เพราะผลงานเป็นเอกลักษณ์มาก!!

    ขอบคุณเอ๋นะ ที่ทำให้เราหวนนึกสมัยตอนนั่งเรียนวิชาประวัติศาสตร์อีกครั้ง..
    พี่เกาดี้ เกิดก่อนเรา 5 วันเอง ไม่นับ พ.ศ. นะ แต่ทำไมเราไม่เก่งเหมือน’เกาดี้’บ้างน้า….

  2. roundfinger Says:

    ขนมเค้กเหรอ ตลกดีแฮะ
    สำหรับเรา เห็นแล้วอยากไปบาร์เซโลน่าขึ้นมาทันใด
    อยากเห็นของจริง : )


  3. มันเป็นความรู้สึกแว๊ปแรก ที่เห็นผลงานของ เกาดี้ ในตอนนั้นหนะ มีอะไร มาแปะๆไว้
    เหมือนเด็กกำลังเล่น หรือแต่งน่าขนมหนะ คุณเอ๋ แต่ผลงานชิ้นนั้นหนะ
    มันไม่มีในรูปที่คุณเอ๋ โพสไว้นะซี่ เลยไม่เห็นภาพ ว่างๆแล้วจะส่งไปให้ดูนะ ถ้าหารูปนั้นเจอ .. ผลงานเค้าสนุกจริงๆ ดันสร้างจริงได้ซะงั้น..

    อยากเห็นของจริงเช่นกัน..🙂

  4. roundfinger Says:

    ไม่ได้เถียงซะหน่อยว่าไม่เหมือนหนมเค้ก
    จริงๆ แล้วที่แปะๆ ไว้นี่ไม่ค่อยชวนทึ่งเท่าไหร่
    เราว่า “พระเจ้าอยู่ในรายละเอียด”
    รายละเอียดของพี่แกนี่สุดๆ จริงๆ : )


  5. http://www.andrew.cmu.edu/user/brgordon/images/eurotrip2003/pages/Gaudi-House.html

    เวปนี้เลยภาพแรกนี่แหละใช่เลย ขนมชัดๆ อิอิ

    เข้าเรื่องหัวข้อวันนี้สักหน่อย..คนที่เราไม่อยากให้เขาตาย..
    หนึ่งในความคิดฝน คงเป็น.คุณเอ๋.แหละ ที่ไม่อยากให้ตายเสียดายความอึดนิ!!

  6. roundfinger Says:

    ยังอยู่คร้าบ ยังอยู่อีกนาน จนกว่าไขมันจะดันพุงขึ้นมาชนรูจมูกโน่นแหละ
    ขอบคุณที่เอารูปงานพี่เกาดี้มาแบ่ง งานบางชิ้นเหมือนดิสนีย์แลนด์นะ
    เหมือนของเด็ก แต่ทำยากเชียว

    ว่าแต่…นี่กำลังคุยเอ็มกันหรือไงเนี่ย?
    : )

  7. นิรนาม Says:

    น่านดิ มีคนแอบฟังอยู่นะ ฮ่าฮ่า


  8. ฮ่าฮ่าฮ่า

    “พระเจ้าอยู่ในรายละเอียด”
    คำนี้ เท่มาก…

    นี่ไปนอนแล้วนะ..งง งง เหมือนกันนึกว่าคุย เอ็ม อยู่นิ
    ฝันดี😉


  9. อูยยยยยยยย มีคนแอบฟัง เราบ่น อิอิ

  10. แขก Says:

    1
    เห็นงานลุง Gaudi เมื่อนานโข ครั้งยังเป็นนักศึกษาละอ่อนน้อย
    “คิดได้ไงฟะ” เป็นความรู้สึกแรกพร้อมกับความ อึ้ง ทึ่ง เสียว
    แต่ตอนนั้น หลงใหลงานของลุงๆสถาปนิกท่านอื่นมากกว่า
    จึงไม่ได้สนใจลุงเกาดี้มากนัก
    แต่ระยะหลังๆภาพสถาปัตยกรรมของลุงเกาดี้ก็ผ่านตามาให้เห็นอีกเรื่อยๆ
    โดยเฉพาะภาพโบสถ์ Sagrada Familia
    ที่เห็นในหนังเรื่อง ‘The Spanish Apartment’ (เรื่องนี้โคตรชอบ)
    อยากไปดูของจริงเหมือนกันท่าน
    แต่สงสัยว่าเมื่อไหร่จะสร้างเสร็จ
    ถ้าลุงอยู่ดูแลเองก็คงจะเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนสเปนิชไปแล้ว
    คงเป็นเพราะแบบของลุงซับซ้อนมาก
    ลูกๆหลานๆเลยใช้เวลาสร้างต่ออีกนานไปหน่อย
    2
    ไม่นานมานี้ ได้ดูหนังเรื่อง ‘Pan’s Labyrinth’ (ชอบอีกแล้ว)
    บรรยากาศของหนังทำให้นึกถึงงานของเกาดี้
    ไม่รู้ว่ามีอะไรเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า
    แต่ Pan’s Labyrinth เป็นหนังสัญชาติสเปน
    เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคฟาสซิสต์ของสเปน(หลังลุงเกาดี้เสียชีวิต)
    อยากให้ท่านนิ้วไปหามาดูมั่ง จะคิดเหมือนกันมั้ย
    เอ่อ…แต่ชี้นำไปแล้ว งั้น ลืมๆไปก่อนแล้วค่อยหามาดูนะ ฮ่าฮ่า
    3
    ความจริง หากไม่นับญาติพี่น้องหรือเพื่อนพ้องที่รู้จัก
    คนที่เราไม่อยากให้เขาตายก็คงมีมากมายทุกสาขาอาชีพนั่นแหละ
    อย่างคนต่างชาติที่นึกออกคงเป็น ‘ไอน์สไตน์’
    ส่วนใกล้ตัวหน่อยอย่างคนไทยคงเป็น ‘ท่านพุทธทาส’
    อยากสนทนากับท่านทั้งสองอย่างยิ่ง
    แต่ก็นั่นแหละ ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน
    เราก็คงมีโอกาสได้บ่นเสียดายในปูชนียบุคคลอีกหลายๆท่าน
    ซึ่งเราก็มักจะนึกถึง ยามที่เสียท่านเหล่านั้นไปแล้ว
    ใช่ ธรรมดาโลก ถ้ายังมีอยู่ จะนึกเสียดายทำไม
    4
    สมมติท่านนิ้ว ลองเปลี่ยนหัวข้อเป็น ‘คนที่เราอยากให้เขาตาย’
    ท่านนึกชื่อและหน้าของเขาคนนั้นออกมั้ย
    ออกจะเป็นคำถามที่โหดเอาการ ฮ่าฮ่า
    แต่ถ้าชอบ ก็ไปหา ‘Death Note’ มาดูทั้งสองภาค
    เอะอะอะไรก็ให้ไปดูหนัง ฮ่าฮ่าฮ่า : )

  11. oattoto ^^ Says:

    ^^ Gaudi เป็นสถาปนิกที่มีผลงานสถาปัตยกรรมที่ไม่มีวันตายค่ะ

    ถึงแม้ตัวเค้าจะตายไปแล้ว แต่ผลงานจะอยู่ และทรงคุณค่าอยู่เสมอบนโลกนี้..

    สเปนเป็นเมืองที่น่าไปมากๆๆค่ะ…มีงานสถาปัตยกรรมน่าสนใจเยอะแยะเลย
    หลายยุคหลายสมัย…

    ชื่นชมผลงานของ Gaudi เหมือนกันค่ะ
    และที่ชอบอีกคนในอีกยุคนึง ที่เรียก สถาปัตยกรรมแบบ Post modern
    คือ “ Frank Gehry” คนนี้ก็เก่งนะคะ…
    งานแบบ Form follows Function เลย ไกลสุดขั้ว…อิอิ
    ผลงานเด่นชื่อ Gugenheim Museum, Bilbao, Spain ค่ะ

  12. oattoto ^^ Says:

    ฮ่าๆ พิมพ์ผิดค่ะ…

    Form follows Function คงไม่ใช่..จริงๆแล้วต้องบอกว่า
    งานของ Frank Gehry เป็นงานที่ form วิ่งนำ function ไปไกลสุดกู่มากกว่า..^^”

  13. ปอนด์ Says:

    ถ้าเป็นงานของเกาดี้ ก็ต้องเป็น อาคาร Casa Calvet !😀

  14. roundfinger Says:

    โหย พี่แขกชวนคุยยาวเลย ดีครับ ชอบครับพี่
    มีทั้งความรู้บวกแนะนำหนัง แล้วจะลองไปด้อมๆ หามาดูบ้างครับพี่

    เรื่องคนที่ไม่อยากให้เขาตาย ผมก็คิดถึงไอน์สไตน์เหมือนกัน
    ยิ่งเคยอ่านข้อเขียนของเขาในช่วงท้ายๆ ของชีวิต ก็ยิ่งอยากให้อยู่
    อยากรู้ว่า เมื่อเขาคิดมากเรื่องสันติภาพและความสงบสุขของโลก
    เขาจะคิดค้นความรู้อะไรขึ้นมาได้อีก แต่ที่ไม่เสียตายก็เพราะว่า
    ไอน์สไตน์ตายจากไปตามอายุขัยของแก เหนื่อยมามากแล้ว
    ให้แกได้พักผ่อนบ้าง หุหุ

    พอพี่แขกพูดถึงท่านพุทธทาสขึ้นมา ก็นึกขึ้นมาได้ว่า
    เราจะรำลึกถึงคนที่ตายไปแล้วขึ้นมาอีกทีก็ตอน “วันครบรอบ”
    อย่างเมื่อปีก่อนที่มี “ร้อยปีพุทธทาส” ก็เกิดกระแสขึ้นมาพักหนึ่ง
    เหมือนตอนนั้นที่มีครบรอบอะไรสักอย่างของ อ.ป๋วย
    ก็เกิดกระแส “ป๋วย” ขึ้นมา และผมก็ได้อ่านหนังสือและเรื่องราว
    ของ อ.ป๋วย ก็ตอนนั้นเอง จริงๆ เราน่าจะรำลึกกันบ่อยๆ เนอะ
    ครบรอบหนึ่งร้อยปี, ครบรอบหนึ่งร้อยหนึ่งปี, หนึ่งร้อยสองปี
    เด็กรุ่นใหม่ๆ จะได้เรียนรู้จากคนดีๆ เก่งๆ รุ่นเก่าๆ

    ส่วนคนที่เราอยากให้เขาตาย เอ…ผมคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกครับพี่
    สงสัยจิตใจจะงามเกินไป ฮ่าฮ่า

    oattoto ครับ > สมัยเรียนก็ชอบงานของ Gehry เหมือนกันครับ

    เอ…เด็กถาปัดเยอะนะเนี่ย พี่แขกก็เด็กถาปัดรึเปล่าครับ?

    : )

  15. Qingqing Says:

    กรี๊ดอันโตนิโอ เกาดี้.. อยากไปสเปนก็เพราะอยากไปดูผลงานของเขาด้วยสองตาเนี่ยแหล่ะ..

    ดีจังมีงานนิทรรศการน่าสนใจแบบนี้ให้ไปดู

  16. แขก Says:

    เคยเป็นเด็กถาปัดกะเค้าเหมือนกันครับ
    แต่ไม่ได้ทำงานถาปัด เป็นพวกนอกคอกเหมือนท่านนิ้วนั่นแล ฮ่าฮ่าฮ่า

  17. แขก Says:

    ถ้าให้นับเฉพาะคนที่ต้องตายก่อนวัยอันสมควร
    ก็ต้องนึกเสียดาย “สืบ นาคะเสถียร” เป็นท่านแรกๆ
    การตายของพี่สืบ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางสังคมพอสมควร
    ถึงแม้ตอนนี้กระแสอนุรักษ์ฯมันจะไม่แรงเท่าที่ควร
    แต่จากการที่ได้สัมผัสคนทำงานด้านนี้
    ก็ยังพอจะมองเห็นเหล่าผู้สานต่อเจตนารมณ์
    หวังว่าระบบ คงจะไม่ทำให้พวกเขาอ่อนแรง
    และเราคงไม่อยากให้พวกเขาต่อต้านระบบด้วยวิธีการเดียวกับพี่สืบ

    ปล.ท่านนิ้วจิตใจดีงามจริงๆเหรอ งั้นก็คงคล้ายๆผม
    ถึงผมจะนึกหน้าของ จ.ด.บ. หรือ อ.บ.ล. ได้
    แต่เอาเข้าจริงๆ ผมก็คงไม่กล้าเขียนชื่อเขาทั้งสองลงบนสมุดเล่มนั้น
    ว้า…ติ๋มว่ะ! เซ็งเลย
    : )

  18. mimmim Says:

    เสียดาย ” สืบ นาคะเสถียร ” ด้วยคนค่ะ

    – – –

  19. gummy Says:

    ติดตามมาโดยตลอด แม้จะขาด ๆ ติด ๆ แต่ก็ยังรู้สึกถึงความกระชุ่มกระชวยของตัวหนังสือนิ้วกลม
    ขยันจิง..จิง
    ปล. เราก็ชอบเกาดี้ มันเกามันส์ดีจิง ๆ

  20. Bee Says:

    พี่เอ๋ อยากได้ กัมพูชาพริบตาเดียว
    มันหมดแล้วหรอ….
    อยากอ่านจังเล้ย…..

    ใครมีเผื่อแผ่เราหน่อย


  21. ส่วนคนที่เราอยากให้เขาตาย…คุณนิ้วนึกไม่ออก แต่ผมนึกออกแฮะ สงสัยผมจะเข้าข่ายโจรใจทรามตัวจริง

    พูดเล่นนะครับ
    ยิ่งนับวันผมยิ่งรู้สึกว่าชีวิตคนเราสั้นแสนสั้น
    ถ้าเราไม่ยืนหยัดเพื่ออะไรบางอย่าง เราก็จะสูญเสียทุกอย่างไป

    จริง ๆนะ

  22. สิ Says:

    =]

    เพราะความไม่สมบูรณ์มันจึงเป็นสิ่งที่สมบูรณ์

  23. สิ Says:

    แอบขำพี่แขก 555+

    ไปเอาเดธโน้ตมาจากไหนคะนั่น

  24. jummdcu Says:

    หัวข้อนี้ออกจะเม้นท์ยากซะหน่อย ไม่ถนัดเอามากๆ คนละทางเลย

    แต่ถ้าถามว่าคนทีเราไม่อยากให้เค้าตายน่ะ…มีมากมาย(ก่ายกอง) เพราะรู้ว่ากว่าจะประคับประคองให้ชีวิตอยู่รอด ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย

    และชีวิต…บางครั้งมันก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ด้วยสิ

    สรุปว่า…”ปลง”


  25. คิดเหมือนคุณ jummdcu เลย สมองกลวงจริงๆสำหรับการตอบในหัวข้อนี้
    แต่ก็มีประเด็นเล็กๆของคุณแขกที่ผมนึกอะไรออกอย่างหนึ่ง
    ถ้าในชีวิตจริงคงไม่สามารถไปนึกอยากให้ใครตายได้ง่ายๆเหมือนใน “เดธ โน้ต” หรอกเนาะ
    แต่ถ้าเอาสมุดโน้ตในหนังเรื่อง “เดธ โน้ต” มาใช้ในหนังเรื่อง “แพนส์ แลบิรินธ์” ได้เนี่ย
    ผมรู้ครับว่าคนที่ผมอยากให้เขาตายคือใคร…
    “ผู้พันวิดัล” นั่นไงครับ
    บ้าอำนาจ ป่าเถื่อน ไม่ยอมรับความจริง ไร้มนุษยธรรม ฯลฯ
    เอ่อ ผมพูดถึงตัวละครในหนังนะครับ

    แต่ดูหนังเรื่องนี้แล้วหดหู่จังเลย คุณแขกว่างั้นไหมครับ :[

  26. jummdcu Says:

    พี่แขก+นายหมูตุ้ย….

    เรื่อง ‘Pan’s Labyrinth’ เคยมีคนหยิบยื่นไมตรีเอามาให้ดู
    แต่ตอนนั้นดันไม่เห็นคุณค่าซะนี่
    เห็นพูดกันเยอะ ชักอยากดูซะแล้ว งั้นเดี๋ยวต่อคิวยืมพี่แขกหน่อยนะ อิอิ
    แล้วสุดสัปดาห์นี้จะไปกึ่มหนังที่ไหนล่ะ..ท่านพี่😉

  27. pattararanee Says:

    คุยกันเรื่อง สถาปัตย์ ข้าน้อยต้องแอบอยู่ข้างเสาโอบิลิสก์แทน

    แต่พอพูดเรื่อง คนที่เราอยากให้เขาตาย…
    หุ หุ หุ คิดในใจก็พอ

    กรรมใคร กรรมมัน ตามกันทันอยู่แล้ว!

    *Pan’s Labyrinth อุอิอุอิ

  28. แขก Says:

    คุณ ‘นายหมูตุ้ย’ (อ่านต่อกันแล้วขำอ่ะครับ คุณนาย…)
    ตอนแรกที่ตั้งใจไปดู ‘Pan’s Labyrinth’
    ไม่ได้คิดว่าจินตนาการเค้าจะหดหู่และโหดร้ายได้ขนาดนี้
    แต่ดูจบแล้วชอบมากมาก (สงสัยเป็นคนชอบหดหู่ครับ ฮ่าฮ่า)
    อย่างน้อย ในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้าย
    เราก็ควรต้องมีจินตนาการอยู่บ้าง
    ไม่งั้น ชีวิตคงมีแต่ด้านที่เหี่ยวเฉา

    ท่าทางคงมีคนอยากได้ ‘Death Note’ ไว้ครอบครองจริงๆ ฮ่าฮ่า
    เพราะคนที่เหมือน ‘ผู้พันวิดัล’ ในโลกใบนี้มีอยู่เยอะ
    แต่ก็ยังดีที่โลกใบเดียวกันนี้ยังมี คานธี, แม่ชีเทเรซ่า
    และคนอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งแกนดัลฟ์ เดอะ เกรย์

    ปล.จุ๋ม ไปตามหาจินตนาการอันหดหู่จากเอี้ยงนะ
    สิ พี่ยังไม่มีนะ ‘Death Note’ ถ้ามีคงกลายเป็นคนบ้าอำนาจไปแล้ว


  29. ถ้าจะเรียกชื่อผมแบบสุภาพมันก็ขำจริงๆด้วย 55+
    อย่างนั้นเรียกผม นายหมูตุ้ย ก็พอ
    ยังไม่อยากเป็น “คุณนาย…” น่ะครับ :]

  30. ดู๋ดี๋ Says:

    เกาดี้ …
    เคยมีคนทำเป็นหนมเค้กด้วยในทีวีแชมเปี้ยนส์


  31. หลงมาอ่านได้อย่างไรไม่รู้ แต่แอบดีใจค่ะ ขออนุญาตอ่านเสียเลย

    เพิ่งกลับมาจากสเปนหมาดๆ ตอนนี้ก็ยัง งงๆ งวยๆ อึ้งๆ ทึ่ง
    เหมือนไปหลงทางอยู่ในโลกของอลิซ หลังจากไปดื่มด่ำโลกมหัศจรรย์ของเกาดี้ที่บาร์เซโลน่า

    เกาดี้เต็มไปหมด เกาดี้อยู่บนถนน เกาดี้อยู่ในตึก เกาดี้อยู่ในทุกที่
    จนเราอยากจะรู้จักตัวเป็นๆของผู้ชายมหัศจรรย์คนนี้….อยากรู้ว่า เวลาเกาดี้ฝัน เกาดี้ฝันถึงอะไร และเมื่อโตขึ้น เกาดี้อยากเป็นอะไร

    ถ้ามีเวลา ก็อยากไปนั่งละเลียดชีวิตและบรรยากาศแบบเกาดี้ๆที่บาร์เซโลน่าอีกจัง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: