จงนับก้อนเมฆ แล้วเวลาจะมาถึง

สิงหาคม 29, 2007

null

เรื่องบังเอิญเกิดขึ้นในชีวิตเราเสมอ
หากมีเวลาเพียงพอเราจะรู้สึกถึงมัน

สองสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสนั่งคุยเรื่องหนังสือ
กับพี่แป๊ด-ระหว่างบรรทัด ในบทสนทนาขนาดยาว
มีหนังสือชื่อ “ไหม” ของ อเลซซานโดร บาริกโก
แทรกตัวเข้ามา

หลังจากนั้นไม่กี่วัน เพื่อนคนหนึ่งก็พูดถึง “ไหม”
ถามว่า-เคยอ่านไหมไหม?
ตอบไป-อยากอ่าน แต่ไม่ได้อ่านสักที
จริงๆ แล้วหนังสือเล่มบางๆ แบบนี้ ชอบนักล่ะ

ไม่กี่วันถัดมา เพื่อนคนนั้นติดใจ “ไหม”
จึงไปซื้อ “ไร้เลือด” ของผู้เขียนคนเดียวกันมาอ่านอีก
และเริ่มกล้าพูดเกือบจะเต็มปากเต็มคำว่า “ชอบ”
นักเขียนคนนี้

ตั้งใจเอาไว้ว่ากลับไปจะรีบไปหามาอ่าน
ได้ข่าวว่า เล่มบาง

วันนี้ เดินทางไปรับ “ของ” ในห่อสีน้ำตาลที่ที่ทำการไปรษณีย์
พนักงานยื่นห่อยู่ยี่มาให้ ของข้างในมีหลายชิ้น ยังไม่ได้แกะดู
ใส่มันลงไปในกระเป๋า และเดินต่อ

มานั่งลงในร้านน้ำชาเงียบๆ แห่งหนึ่ง บรรจงแกะห่อกระดาษสีน้ำตาล
ในนั้นมีหนังสือสองเล่ม หนึ่งในนั้นคือ “ไร้เลือด” ของ บาริกโก
ตื่นเต้น แปลกใจ และตัดสินใจพัก “ขี่ม้าชมดอกไม้” ของ
‘รงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม) ที่อ่านค้างไว้ แล้วแง้ม “ไร้เลือด” อ่านก่อน

ผมเดินทางจากบ้านไร่เก่าโทรมในหน้าแรกไปจนถึงเตียงนอน
ในหน้าสุดท้ายภายในร้านน้ำชาแห่งนั้น-อย่างไม่รีบร้อน

บางฉากบางตอนทำให้ตกใจ
บางบรรทัดทำเอาเกือบน้ำตาไหล
บางความคิดก็ทำให้ต้องหยิบดินสอมาขีดเน้นความสำคัญ

ภาษาเรียบง่าย แต่เหตุการณ์และเรื่องราวช่างมีพลัง

อ่านจบแล้วมีความหวัง
อ่านจบแล้วอยากเขียนหนังสือ

เจ้าของ “ไร้เลือด” เล่ามาในจดหมายว่า
วันนั้นตั้งใจจะ “คัด” หนังสือเพื่อนำไปบริจาคให้เด็ก
แต่ในจำนวนหนังสือเกินร้อยเล่มนั้น เธอ “ตัดใจ” บริจาคได้แค่
หกเล่มเท่านั้นเอง นับได้ว่ารักหนังสือไม่ใช่น้อย และระหว่าง
สางหยากไย่ในกรุหนังสือของตัวเอง ก็เกิดความคิดว่า
น่าจะลองให้ “ไร้เลือด” เปลี่ยนเจ้าของดูเสียหน่อย
เพราะเธอคิดว่าอาจจะเหมาะกับเจ้าของใหม่ เดาเอาว่าคงชอบ

“บางที “ไร้เลือด” อาจจะทวีคุณค่ามากขึ้นเมื่อเปลี่ยนคนอ่าน”
เธอแนบข้อความมาว่าอย่างนั้น

ไม่กี่วันก่อน เพื่อนที่ชื่นชอบ อเลซซานโดร บาริกโก
เพิ่งบอกกับผมว่า “เราคิดว่าหนังสือไม่ควรอ่านคนเดียว”
(บังเอิญอีกแล้วใช่ไหม?)

บางที หนังสือบางเล่มก็ต้องรอบางคนนำมันมาสู่เรา
และช่วงเวลานี้ก็เหมือนมีใครสักคนพยายามให้ผม
ทำความรู้จักกับ อเลซซานโดร บาริกโก โดยจงใจ

ผมดีใจที่เป็นคนที่สองที่ได้อ่านหนังสือเล่มเดียวกันนี้
และอยากส่งต่อให้คนที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ที่หก…
เขียนมาถึงตรงนี้ ก็นึกไปถึงคำท้ายเล่มที่บรรจุไว้ในหนังสือ
ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อทุกเล่ม เขาเขียนเอาไว้ว่า

“เรามิได้ทำหนังสือให้ท่านอ่านเพียงวันนี้
เดือนนี้ หรือปีนี้ แต่หวังจะให้อยู่เนิ่นนาน
มิใช่ในชั่วเวลาสิบปี ยี่สิบปี หรือห้าสิบปี
ทว่าอยากให้อยู่ถึงร้อยปีหรือกว่านั้น
เหมือนวรรณกรรมและหนังสือดีๆ ทั้งหลาย
ที่มักจะอยู่ในความทรงจำของผู้อ่าน
สืบทอดต่อกันรุ่นแล้วรุ่นเล่า
จดจำกันสืบไปไม่รู้เลือน
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด
หนังสือทุกเล่มของสำนักพิมพ์นี้ก็เช่นกัน
ด้วยเราเชื่อมั่นประการหนึ่งว่า
การทำหนังสือดีก็เหมือนการสร้างโบสถ์วิหาร”

เป็นเจตนาเพื่อ “ส่งต่อ” เช่นกัน ใช่ไหม?

เวลาได้อ่านหนังสือดีๆ นี่มีความสุขนะครับ
และผมก็คิดว่า หากคนที่ส่งต่อหนังสือดีๆ มาให้ได้รู้ว่า
คนรับมีความสุขจากการอ่าน เขาก็คงมีความสุขเหมือนกัน

ขอส่งต่อ “ไร้เลือด” ให้คนที่ยังไม่เคยอ่านครับ

25 Responses to “จงนับก้อนเมฆ แล้วเวลาจะมาถึง”

  1. pattararanee Says:

    “ไร้เลือด” ยังไม่เคยอ่าน

    หนังสือเล่มไหนที่อ่านแล้วรูสึกว่า “ดี”
    เรามักยัดใส่มือให้เพื่อนเอาไปอ่าน (ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนอยากอ่านไหม)

    วันก่อนส่ง มัสซาลา จาปาตี, เด็ดดอกไม้ริมทาง, มักก้ามักแก่น ฯลฯ

    วันนี้มี พระอภัยมณี, แหวนดอกไม้, โคะโคะโระ ฯลฯ ที่เพื่อนแสนดีให้ยืมมา แต่ก็ยังไม่ได้เปิดเลยสักหน้า

    ปิดทีวี ปิดคอมฯ แล้วไปอ่านหนังสือมั่งดีกว่า
    ^__^ ขอบคุณนะท่านนิ้วฯ สำหรับ “อิฐ”


  2. และเช่นกัน เรารู้จักนิ้วกลมได้ก็เพราะ การทีหนังสือของ นิ้วกลม อ่านสนุกเจ้าของที่เคยอ่านก่อน ( พี่เรานั่นเอง ที่ไม่อยากเก็บความสนุกไว้คนเดียว)จึงแนะนำโดยการนำมาให้อ่านก่อน ว่าชอบมั้ย

    จากนั้นเราก็ติดงอมแงมยิ่งกว่า ติดขนม แอนติแอ้น ซะอีก ตอนนี้เก็บอะไรได้เป็นเก็บ สนุกดีเหมือนกันนะ

    ‘จากเล่มสู่เล่ม’ อยากอ่าน ไร้เลือด ง่ะ ได้ปะ เล่าสู่กันฟังก็ได้นะ คริคริ 😉


  3. จริงๆนะ

    หนังสืออาจจะทวีคุณค่ามากขึ้นเมื่อเปลี่ยนคนอ่าน

    ว่าแล้วก็คงต้องส่งหนังสือที่ชอบอ่านให้เพื่อนบ้างแล้ว ^^”


  4. ขอชม ภาพถ่าย คุณเอ๋ ถ่ายได้บรรยากาศมากมายนิ ไอฝนชอบ

  5. oattoto ^^ Says:

    ^^ การสร้าง(เขียน)หนังสือดีๆ ก็เหมือนการสร้างโบสถ์ สร้างวิหารวัดนะคะ…
    อันนี้อ่านแล้วเห็นภาพเลย…

    มารับการส่งต่อหนังสือดีๆเล่มนี้คะ..

    เอ่อ..ว่าแต่..ไหนละคะ ไร้เลือด…เห็นแต่ปก ไม่เห็นเนื้อหา..อิอิ
    ล้อเล่นน๊า….ไว้มีโอกาสจะลองหามาอ่านดูค่ะ..
    ขอบคุณนะคะที่แนะนำ

  6. Modz(มด) Says:

    จริงค่ะ

    “ไร้เลือด”นี่ยังไม่เคยอ่านค่ะพี่เอ๋

    นักเขียนคนนี้ยังไม่เคยได้สัมผัสลีลาการเขียนของเค้าเลยค่า

    แหะๆ

    “หากคนที่ส่งต่อหนังสือดีๆ มาให้ได้รู้ว่า
    คนรับมีความสุขจากการอ่าน เขาก็คงมีความสุขเหมือนกัน”

    อย่างน้อย ไม่ว่าจะให้อะไรไป แต่สิ่งที่คนให้จะได้รับแน่ๆคือความสุขที่เกิด
    จากการให้นี่ล่ะ😀

    สุขมากๆนะพี่เอ๋

    ไม่ค่อยได้เข้ามาอ่านหัวข้อในแต่ละวันเลย มัวขลุกอยู่ในฟลาเนอร์ เอิ๊กๆๆ

  7. ลูซิเฟอร์ Says:

    คงไม่ทันที่จะส่ง Rossini ไปให้
    อ่านจบไปซะก่อน
    ดีใจที่ นิ้วกลม ชอบหนังสือเล่มนี่ฮะ

  8. Vingt-Neuf Says:

    ขอเดาว่าหัวข้อวันนี้ “จงนับก้อนเมฆ แล้วเวลาจะมาถึง”
    คงจะเกี่ยวอะไรสักอย่างกับหนังสือ ‘ไร้เลือด’ ป่าวคะ?
    (ซึ่งอันที่จริงก็ไม่น่าจะเดา – -“)

    ด้วยหัวข้อ เลยทำให้ปออยากอ่านเรื่องนี้เลยหล่ะค่ะพี่เอ๋
    ช๊อบบบชอบก้อนเมฆที่เป็นก้อนๆ แต่ก็ยังไม่เคยนับเลยสักครั้ง…

  9. paleseptember Says:

    เข้ามาเยี่ยมบ้านคุณนิ้วกลมเลยได้เห็นหัวข้อนี้พอดี ซื้อหนังสือเรื่องนี้มานานแล้วยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ พรุ่งนี้ต้องรีบไปรื้อมาปัดฝุ่นอ่านดูแล้ว เคยอ่านของคนเขียนนี้เรื่อง ocean sea ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแต่ก็ประทับใจภาษาสวยๆเป็นเอกลักษณ์นะคะ

  10. echaba Says:

    แอ๊ด..

    อ๋อ..มันดีอย่างนี้ อื้อหือ..มันดีอย่างนั้น
    ก็ถ้ามันเป็นเช่นนั้น….ฟึ่บ!! (เสียงยกมือ)
    ส่งมาเลยเฮีย! echaba จะเป็นคนที่สามกับหนังสือเล่มนี้เอง..ฮ่าๆๆ

    กริ๊ก..

  11. แนน Says:

    “ไร้เลือด” อ่านแล้วล่ะ..ชอบมากๆ
    เป็นหนังสือในดวงใจอีกหนึ่งเล่ม

  12. เอ Says:

    เห็นด้วยค่ะที่ว่าเวลาได้อ่านหนังสือดีๆนี่มีความสุข
    เป็นความสุขที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายๆ แต่ว่าจะรู้สึกสุขกว่า
    นั้นอีกกับการที่ได้ส่งต่อ แบ่งปันความสุขนั้น
    ให้เพื่อน คนรอบข้างได้อ่าน และจะสุขสุดขีดเมื่อเพื่อน
    คนนั้นอ่านจบพร้อมบอกเล่าถึงความประทับใจกับเนื้อหา
    จากหนังสือเล่มนั้นๆ ความรู้สึกทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมาแล้ว
    จากการได้อ่านโตเกียวไม่มีขา และการส่งต่อ (โปรโมท
    อย่างแรง แกมบังคับ ยัดเยียด) ให้เพื่อนคนสนิท สุดท้าย
    คือการมานั่งเม้าท์กันกับเพื่อน (ทุกคนสงสัยเรื่อง “นวด”
    กันทุกคน ฮ่า ฮ่า) ผลพลอยได้ที่ได้กลับมาจะกลายเป็นความ
    สุข ความสนุก ตื่นเต้นอีกต่างหากเพราะเพื่อนเอ่ยปากบอกว่า
    “เอ..ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเหอะ อ่านแล้วเกิดกิเลสอยากไปมั่ง”
    น่าน เข้าทางเลย ฮ่า ฮ่า ขอบคุณนะคะพี่เอ๋ ที่เขียนเรื่องราวดีๆ
    ออกมา จนทำให้เอได้เพื่อนร่วมทางในทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปเลย

    นี่ล่ะค่ะ ความสุขที่ได้จากการ “ส่งต่อ” ความสุขก็เวียนกลับมา
    ที่ “ผู้ให้” อีกครั้ง

  13. เจน Says:

    เคยได้รับและส่งต่อหนังสือที่ชอบมาหลายครั้งแล้ว
    มันทำให้เรื่องที่สนุกอยู่แล้วสนุกขึ้น
    แต่หนังสือที่ไม่เคยส่งต่อให้ใครเลยคือหนังสือของท่านนิ้ว
    เกรงว่ายอดขายท่านจะลดน้อยลง
    เลยซื้อใหม่ให้เพื่อนไปเลยดีก่า 555

    ปล.ซื้อบ่อยๆนี่จะมีโปรโมชั่นบ้างไหมเนี่ย?

  14. undercurrent Says:

    ไม่ชอบส่งต่อหนังสืออ่ะ แต่ชอบที่จะบอกต่อ แนะนำต่อ แล้วก็ซื้ออ่านต่อ!

    แบบว่า เป็นคนรักหนังสือมากอ่ะ ไม่ค่อยอยากจะให้มันยับ ชอบที่จะให้หนังสือที่อ่านมันใหม่อยู่เสมอ เพราะไม่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหน พอหยิบหนังสือที่เคยอ่านมาอ่านอีก ก็จะได้ความรู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือใหม่ๆๆอยู่ตลอดอ่ะ (อาจจะดูหวงของไปหน่อยแต่แบบว่า ทำใจไม่ได้อ่ะ :$)

    ว่าแต่หัวข้อในวันนี้ “จงนับก้อนเมฆ ก่อนเวลาจะมาถึง” เหมือนจะบอกให้รู้จักที่จะรอบางสิ่งบางอย่าง ป่ะ?


  15. “ไร้เลือด”ยังไม่เคยอ่านแค่ แต่จะหามาอ่านนะคะ
    ได้รับหนังสือจากพี่สาวใจดีคนนึง(ใช่มั๊ยพี่เอี้ยง)ยังคงอ่านอยู่(ยังไม่จบ555+)
    เป็นคนนึงที่เชื่อว่า หนังสือยิ่งอ่านหลายคนมันยิ่งเพิ่มค่าค่ะ

  16. เติ้ล Says:

    เล่มนี้ชอบมากเลยพี่ เขาเขียนดีชะมัดเลยเน๊อะ😀

  17. lokmoo Says:

    ชื่นชมผลงานของคุณนิ้วกลมมานานแล้วค่ะ ..เป็นแรงบันไดจานได้ดีทีเดียว..ขอบคุณความรู้สึกดีดีที่ซ่อนตัวอยู่ในตัวอักษร ทุก ๆ ประโยคทุก ๆ คำ สัมผัสได้ถึงสิ่งที่คุณสื่อออกมา(จริงใจสุดๆ) ยินดีและดีใจ ที่ได้เจอบ้านหลังนี้ (คงไม่ช้าไป) ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกระดาษล่องหน แห่งนี้ด้วยคนค่ะ..และขอบคุณสำหรับ”อิฐ”..lokmoo


  18. พี่ก็เชื่อว่าการอ่านหนังสือที่ดีคือการส่งต่อให้คนอื่นอ่านด้วย
    อ่านคนเดียว สนุกที่ไหนเล่า

    แต่ตอนนี้ขอขึ้นไปนับก้อนเมฆ ที่ดาดฟ้าคอนโดฯ ตัวเองก่อนนะ

  19. nine9 Says:

    ช่วงนี้ไม่ค่อยสบาย

    ห่างหายจากการอ่านหนังสือไปนานเลย

  20. สิ Says:

    มายกมือไม่เคยอ่าน 55+

    พี่เอ๋ วันก่อนเห็นอิฐปกใหม่อีกแล้ว

    เมื่อไม่กี่วันก่อนส่งต่อเนปาลฯไปให้น้องอ่าน
    หวังว่าเค้าจะชอบเช่นเดียวกัน

  21. jummdcu Says:

    ส่งต่อความสุขผ่านหนังสือเป็นประจำ
    ทั้งให้แล้วให้เลย กับให้หยิบยืม (หวังว่าจะไม่ลืมคืน อิอิ)
    เล่มไหนชอบมาก ก็แทบจะยัดเยียดให้คนอื่นๆอ่านถึงมือเลย
    โดยเฉพาะหนังสือของนักเขียนคนดปรด หลายๆคน😀

  22. ตุ๊กตา (^_^*) Says:

    ขอบคุณ…ความสุขของเจ้าของบล็อก
    ที่ทำให้คนแอบอ่านยิ้มกว้างขึ้นหลายเท่า

    ^_____^

    พี่แป๊ดกำลังนับก้อนเมฆ…
    เพื่อโปรแกรมจิตถึง ‘สิ่งใด’ อยู่น้า…
    อยากรู้จัง !?

  23. แขก Says:

    “นิ้วกลม เกิดและเติบโตที่กรุงเทพฯ
    จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    สะพายเป้ออกเดินทางไป……”

    ไหนๆก็ ‘ส่งต่อ’ กันแล้ว
    แอบแวะไปบ้าน ‘พี่แป๊ดดดดดดดดด’
    เขียนไว้ถึงท่านนิ้ว ตามไปอ่านกันเองเต๊อะ

  24. ทราย Says:

    เค้าส่งต่อ โตเกียวไม่มีขา เนปาลประมาณสะดือ อิฐ ไปให้เพื่อนอ่าน
    แสดงว่าหนังสือเหล่านั้น ได้ใจ ล่ะ
    ^^

  25. CrossbacK Says:

    คุณเอ๋ ไร้แลือดยังว่างไหม ?
    รู้สึกอยากอ่านแต่ไปหาดูตามร้านไม่มีวางขายแล้ว

    ผมเองก้อส่งต่อกันอ่านกะเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานอยีู่เนือยๆ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: