วิภา-เธอจะมาไหม?

กันยายน 19, 2007

“วิภา” เป็นพายุชื่อไทย เธอเป็นไต้ฝุ่น
ถ้าว่างและไม่ลืมจะนำเรื่องที่ไต้ฝุ่นต้องชื่อเป็นหญิงสาวมาฝากกัน
หรือถ้าใครทราบจะมาแปะแบ่งกันอ่านเล่นก็ยินดีมากๆ ครับ

ผมนั่งรอ นอนรอคุณวิภามาตั้งแต่เมื่อคืนก่อน
เพราะมีข่าวว่าเธอจะมาเยือนเซี่ยงไฮ้ ตัวของเธอก็ใหญ่ใช่เล่น
มีข่าวมากมายกล่าวถึงเธอ บ้างว่าจะพัดผ่านตัวเมืองเซี่ยงไฮ้
ด้วยความเร็วหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง บ้างว่าจะทำให้เกิดคลื่น
สูงถึงสิบเมตร! ล้วนแล้วแต่น่าหวั่นและหวาดกลัวทั้งสิ้น

เมื่อคืน หลังมื้ออาหารค่ำ ผมเดินห่อไหล่ใต้ร่ม ฝนหล่นมาเม็ดใหญ่
และหนัก (หมายถึงหลายเม็ดมาก) ว่ากันว่า “วิภา” จะมาเมื่อคืน
หรืออย่างช้าก็คงเป็นตอนเช้า

ผมรอเธอจนหลับไป ตื่นมาอีกทีแดดก็แยงหน้าต่าง
ผมรีบสะดุ้งขึ้น มองออกไปข้างนอก สงบ มีฝนพรำเล็กน้อยเท่านั้น
อาบน้ำแต่งตัว เดินออกไปข้างนอก ฝนพรำ ลมแรง
แรงจนพุ่มไม้โย้ไปเหมือนกัน ยังนึกในใจ-หรือเป็นหางของคุณวิภา?

เปล่า-เธอยังไม่มา!
ข่าวบอกอย่างนั้น เพื่อนบอกว่า ข่าวว่าจะมาตอนบ่ายสาม
อ้าว มาสายหรือนี่? ก็นั่งรอกันต่อไป ทุกคนใจจดจ่อ
นั่งทำงานไปดูนอกหน้าต่างไป ฟ้าเป็นสีเทาทั้งวัน
ฝนหยดทีละเม็ดสองเม็ดเหมือนกักตุนเอาไว้ตกหนักๆ ทีเดียว

บ่ายสอง หัวหน้าใหญ่ส่งเมลกระจายไปทั่วออฟฟิศ

Dear all,

Due to the Typhoon maybe arriving later today,
all staff can go home.

Please take your own time.
If you need to do work and have a lap-top
please take the lap-top with you.

Please be safe.
And we look forward to seeing you tomorrow.

Best,

ผมอ่านแล้วก็ขำดี-หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกพรุ่งนี้

พนักงานหลั่นล้าดีใจ บ้างเก็บกระเป๋า แต่ส่วนใหญ่ยังนั่งขยันกันต่อ
ขยันกันไปถึงบ่ายสามก็แล้ว บ่ายสี่ ห้าโมงเย็นก็แล้ว วิภาก็ยังไม่มา
พายุชื่อไทยก็นิสัยเหมือนพี่ไทยจริงๆ ไม่ค่อยเคร่งครัดเรื่องเวลา
มาช้าก็อ้างว่า-รถติด ผมรอถึงห้าโมงกว่า ฟ้าเริ่มมืด กลับบ้านดีกว่า

เดินย่ำต๊อกมาตามถนน ทุกคนยังใช้ชีวิตปกติ
จักรยานจอดข้างทางไม่กลัวปลิว ร้านผลไม้วางส้มสูกลูกไม้ไว้หน้าร้าน
ต้นไม้ใบครบ คนกางร่ม ใส่เสื้อกันฝนสีสด เดินไปมา ถีบจักรยาน
รถราก็เหมือนทุกวัน ผมแวะไปซื้อหมูแดงเพื่อมากินแกล้มมาม่า
ระหว่างอยู่ในร้านก็ได้แมสเสจจากเพื่อนว่า “ไต้ฝุ่นจะมาตอนทุ่มหนึ่ง”
ผมพิมพ์ข้อความทำนองเดียวกันต่อไปให้เพื่อนที่ยังทำเป็นขยันอยู่ที่ออฟฟิศ

ผมว่ามันก็ตื่นเต้นและสนุกดี เหมือนช่วงที่บ้านเมืองเรามีข่าวลือเรื่อง
“รัฐประหาร” ตลอดเวลา ก็ส่งแมสเสจเตือนเพื่อนเตือนญาติกัน
ไม่เว้นแต่ละวัน พอวันปฏิวัติเข้าจริงๆ ก็แทบจะไม่เชื่อ

แต่ก็นั่นแหละ ระหว่าง “ลือ” มักจะสนุก
แต่พอมันเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว ไม่สนุกเลย
อ้อ! นี่เราครบรอบการทำรัฐประหารหนึ่งปีวันนี้พอดีเลย
แหม บ้านเมืองเราก็ดีขึ้นเยอะเลยจริงๆ

ผมเดินออกจากร้าน หิ้วกล่องหมูแดงข้ามถนน
มือหนึ่งถือร่มกันฝนปรอย ฟ้ามืดมาก ตอนนั้นเกือบหกโมงครึ่ง
ใกล้แล้วสิ คุณวิภา เราจะได้เจอกันเสียที
ผมจินตนาการไม่ออกว่า เวลาไต้ฝุ่นพัดใส่มหานครทันสมัย
จะเป็นอย่างไร?

เพื่อนคนหนึ่งถามว่า ไต้ฝุ่นนี่หน้าตาเป็นอย่างไร?
สามวินาทีแล้วสลายตัว หรือพัดเป็นวัน?
ผมเข้าไปหาข้อมูล ที่นี่ มา
ได้ข้อมูลที่ค่อนข้างน่าตกใจ

๑. พายุไต้ฝุ่น คือพายุโซนร้อน ซึ่งเกิดในมหาสมุทรหรือทะเลในโซนร้อนและมีลมพัดรอบศูนย์กลางอย่างน้อยด้วยความเร็ว ๑๑๘ กิโลเมตรต่อชั่วโมง (อาจจะถึง ๓๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้)

๒. พายุไต้ฝุ่น เป็นบริเวณความกดต่ำ ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเป็นร้อยๆ กิโลเมตรจนถึงประมาณ ๑,๖๐๐ กิโลเมตร หรือกว่านั้น และมีอายุอยู่ได้หลายๆ วัน ลมของพายุนี้พัดรอบ ๆ ศูนย์กลางและลอยตัวขึ้นคล้ายบันไดวน

๓. คุณสมบัติที่สำคัญและน่าสนใจอย่างหนึ่งของพายุนี้ก็คือ ที่บริเวณศูนย์กลางของพายุเราเรียกว่า “ตา” ของไต้ฝุ่น ตาเป็นบริเวณเล็กๆ ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๐ ถึง ๕๐ กิโลเมตร ในบริเวณตาของไต้ฝุ่นจะมีอากาศค่อนข้างดี ลมพัดค่อนข้างเบา

๔. พายุไต้ฝุ่น มีพลังงานมากมายมหาศาล ในวันหนึ่งสามารถผลิตพลังงานได้เท่ากับลูกระเบิดไฮโดรเจนขนาด ๑ ล้านตันของ ที เอ็น ที ได้มากว่า ๑๐,๐๐๐ ลูก ไต้ฝุ่นได้รับพลังงานมหึมาจากพลังงานความร้อนแฝง ซึ่งไอน้ำในทะเลกลั่นตัวเป็นน้ำ

๕. ในละติจูดต่ำๆ ไต้ฝุ่นจะเคลื่อนตัวตามกระแสลมส่วนใหญ่จากทิศตะวันออกมาทางทิศตะวันตก และค่อยโค้งขึ้นไปทางละติจูดสูง แล้วเวียนโค้งกลับไปทางทิศตะวันออกอีก

๖. เมื่อไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นดิน ภูเขา หรือมวลอากาศเย็นทำให้พลังงานของไต้ฝุ่นค่อยๆ สลายตัวลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นพายุโซนร้อนหรือดีเปรสชั่น

๗. อันตรายจากพายุไต้ฝุ่น มีหลายอย่าง เช่น ฝนตกหนัก ลมแรง พายุฟ้าคะนอง คลื่นจัด และอุทกภัย (ซึ่งมักจะทำให้มีผู้คนเสียชีวิตได้มาก) ฝนอาจจะตกได้กว่า ๑,๘๐๐ มิลลิเมตรในระยะเวลา ๒๔ ชั่วโมง พายุโซนร้อนซึ่งพัดเข้าแหลมตะลุมพุกจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๕ ทำให้คนเสียชีวิตประมาณ ๑,๐๐๐ คน และสูญเสียทรัพย์สมบัติหลายร้อยล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุเนื่องจากน้ำทะเลท่วม

เมื่อนึกได้ ผมก็รีบวิ่งแกว่งหมูแดงขึ้นห้อง!

ผมเปิดหน้าผ้าม่านออกให้กว้างที่สุดเพื่อรอชมการมาของคุณวิภา
ตรวจหน้าต่างทุกบานว่าปิดสนิทและล็อกเรียบร้อย เปิดโทรทัศน์ดู
ไม่มีข่าวอะไรเป็นพิเศษ เห็นตัววิ่งข้างล่าง ซึ่งก็ไม่ค่อยสนใจ
เพื่อนจีนโทรมาบอกว่า ตัววิ่งด้านล่างที่มีทุกช่องนั้นเป็นคำเตือนว่า
คุณวิภาอาจจะมาช้าหน่อย แต่ระหว่างนี้ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกจากบ้าน
ปิดหน้าต่างทุกบาน อ่านแล้วก็ระทึกดีเหมือนกัน

ระหว่างเดินจากออฟฟิศกลับมาที่บ้าน ผมถ่ายรูปข้างทาง “ก่อนไต้ฝุ่น”
เอาไว้ กะว่าจะเปรียบเทียบกับสภาพ “หลังไต้ฝุ่น” แต่ถึงตอนนี้
ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีสภาพนั้นให้เห็นหรือไม่ เพราะดูเหมือนคุณวิภา
จะเปลี่ยนใจไม่มาแล้ว?

นี่ก็ห้าทุ่มเข้าไปแล้ว ถ้าเป็นนัดสัมภาษณ์งานคุณวิภาต้องสอบตก
ไปแล้วแน่ๆ เล่นมาสายขนาดนี้ แน่นอนว่าความคิดตื้นๆ ก็อยากเห็น
และอยากอยู่ในเหตุการณ์น่าตื่นเต้นแบบนี้ แต่คิดแบบมีสติสักหน่อย
ก็เห็นว่า หากคุณวิภา “แคนเซิ่ล” นัดครั้งนี้ก็อาจจะดีสำหรับคนส่วนใหญ่
และเมืองเซี่ยงไฮ้เอง มีการคาดคะเนว่าถ้าพัดเข้ามาจริงๆ
อาจมีค่าความเสียหายหลายพันล้านดอลล่าร์

ผ้าม่านยังเปิดอ้าออก ท้องฟ้ามืดมาก แต่ก็ไร้เมฆ
ยังเห็นหอไข่มุกระยับวับๆ แสงเรืองๆ อยู่ไกลๆ
เม็ดฝนข้างหน้าต่างไหลหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงคราบ
ถนนโล่งกว่าปกติ มีเพียงแท็กซี่ใจกล้าบางคันเท่านั้น
ที่ยังส่องแสงวิ่งไปมาบนถนน รถเมล์คันใหญ่คงคิดว่า
หนักพอที่จะถ่วงตัวเองให้รอดไปจากลมแรงได้
ผู้คนน่ะหรือ แทบไม่เห็นเลย เมื่อมองสำรวจจะมุมนี้
มุมมองจากชั้นยี่สิบเอ็ด

ตึกทั้งหลายยังส่องไฟสวยงานตามปกติ ห้องพัก
ในอพาร์ตเมนท์หลายห้องเปิดไฟ เขาทำอะไรกันอยู่?
แล้วห้องที่ปิดไฟล่ะ?

เมืองเงียบผิดปกติ แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติ
เหมือนทุกคนจะตื่นเต้นกับการมาของคุณวิภา
แต่พอแกเลื่อนนัดหลายครั้งเข้า ทุกคนก็เริ่มเซ็ง
และเลิกเตรียมการต้อนรับไปเสียแล้ว

36 Responses to “วิภา-เธอจะมาไหม?”

  1. oum Says:

    หรือ วิภา จะหลงทาง
    หรือ วิภา จะเปลี่ยนใจไปที่อื่น
    หรือ หรือ หรือ

    แต่ก็ดีแล้วล่ะ

    ^^

  2. Tuang Says:

    วิภา เพราะเธอเป็นสาวไทยใจดี

    เธอไม่อยากทำร้ายใคร
    เธอสลายตัวเพื่อความปลอดภัย
    เพราะเธอรู้ว่ายังมีคนไทย
    อาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้
    เธอไม่อยากให้เขาไม่พอใจ
    หวังว่าพี่เอ๋คงเข้าใจ
    ที่เธอผิดนัดพี่ไป

    แต่ยังไงพี่ก็ต้องขอบใจ
    เพราะถ้าพรุ่งนี้พี่ไม่ได้ไป(ทำงาน)
    เจ้านายพี่คงเสียใจ

    รักษาสุขภาพนะคะ
    เจอกันเดือนหน้านะพี่ จะเอาหนังสือไปให้ แน่นอนๆ
    อ่อ เพิ่งถอย “เรื่องเชื่องช้าสู่เมืองจีน” Haruki Murakami มาค่ะ
    ไว้สนทนากันนะคะ

  3. bluewings Says:

    เริ่มอยากรู้เหมือนกันค่ะว่า
    “เวลาไต้ฝุ่นพัดใส่มหานครทันสมัยจะเป็นอย่างไร?”

    เมื่อเย็นเห็นในข่าวมีน้ำท่วมด้วย ยังไงก็รักษาสุขภาพ และดูแลตัวเองให้ดีๆๆนะค่ะพี่นิ้วกลม…

    ถึงแม้ที่นี่ไม่มีพายุแต่ก็ฝนตกหนักตลอดเลย ไม่ชอบเวลาฝนตกเลยค่ะมันดูเศร้า แล้วทุกคนก็เร่งรีบให้มันผ่านๆๆไป สังเกตได้ค่ะเวลาฝนตกทุกคนจะรีบวิ่งหาที่หลบ ถ้ามันคือความเศร้ามันก็คงคล้ายกับว่า “อย่ามาโดนฉันเลย ฉันไม่ชอบ” ไม่ชอบจริงๆค่ะ กับสายฝนดูเหมือนไม่ถูกกันเลยจริงๆๆ…ช่วงนี้เห็นผู้คนร้องไห้กับบ่อยจริง ไม่รู้เพราะเป็นหน้าฝนรึเปล่าเลยง่ายต่อการร้องไห้ ใครบางคนใช่หน้าฝนให้เป็นประโยชน์โดยการยืนตากฝนเป็นเพื่อนใครสักคน หรือตากฝนให้ใครคนหนึ่งหายงอนซะงั้น แบบนี้น่าอิจฉาค่ะ แต่ใครบางคนต้องตากฝนคนเดียวอันนี้น่าสงสารค่ะ
    แต่สำหรับนิวส์ไม่รู้ว่าฝนตกแล้วดียังไงค่ะ เพราะคอยจะป่วยอยู่เรื่อยเลย
    แล้วพี่กลมกะคนอื่นๆล่ะค่ะชอบฝนรึเปล่า ????

    ****เมื่อไรฤดูกาลแห่งความสุข สนุกสนา และรอยยิ้มจะมาค่ะ???****

    Good Luck !!!!++++ นะค่ะ

  4. roundfinger Says:

    แหม ตวงมาเป็น “แร็ป” เป็นเพลง
    ไอ้เราก็นึกว่า “ก้านคอคลับ” มาเอง
    คุณวิภายังไม่มา ก็เลยครื้นเครง
    แหม ก็เรามันสัญชาติไทยด้วยกันเอง
    แต่จะมาหรือไม่มา ก็ยังเง็ง
    แต่ก็เลิกรอเลิกลุ้นจนตัวเกร็ง
    ถึงตอนนี้ก็เลยนั่งฟังเพลง
    แต่พอดีไม่ชอบฟังเพลงบรรเลง
    นึกไปถึงเพลงที่พี่หนุ่ยร้องเอง
    ก็เพลง “พายู้” ของไมโครนั่นเอง
    เอ้า เรามาร่วมร้องร่วมกันบรรเลง
    บรรยากาศจะได้ไม่วังเวง

    เอิ้ว…โย่ว…วัซซั่บ แมน…โย่!

    อูม+คุณนาย > ครับ อาจจะดีแล้วครับ : )


  5. คุณ วิภา ไม่มาแว้ววว..

    รึ คุณวิภา จะเดินช้า..เพราะตัวใหญ่..

    เอ้………มิอาจจะคาดเดา

    อยากกินหมูแดงงะ งับๆๆๆ 😉

  6. roundfinger Says:

    ข่าว (ดี) ล่าสุดครับ
    จาก http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9500000110746

    เอเจนซี – สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ไต้ฝุ่นวิภาที่พัดกระหน่ำไต้หวันและเคลื่อนตัวสู่ทางตะวันออกของจีนนั้น หลังจากขึ้นฝั่งเมื่อเช้าตรู่วันนี้ (19 ก.ย.) ได้อ่อนกำลังลงทันที โดยพัดเข้าสู่มณฑลเจ้อเจียงทางตอนใต้ของเซี่ยงไฮ้ด้วยกำลังลม 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้านศูนย์พยากรณ์ความเสี่ยงพายุโซนร้อนได้ลดระดับความรุนแรงของไต้ฝุ่นวิภาลงจากระดับ 4 มาเป็นระดับ 1 ซึ่งเท่ากับพายุโซนร้อน แต่กระนั้นหลายพื้นที่ของจีนก็ยังมีพายุและฝนกระหน่ำตกตลอด ทำให้น้ำท่วมขังถนนหลายสาย

    อย่างไรก็ตามคาดว่าพายุโซนร้อนวิภาจะเคลื่อนตัวขึ้นเหนือโดยไม่ได้ปะทะเซี่ยงไฮ้โดยตรง และเบี่ยงตัวออกทะเลบริเวณใกล้กับมณฑลซันตง

    ด้านจูเจี้ยตง นักอุตุนิยมวิทยาจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเซี่ยงไฮ้ให้สัมภาษณ์ว่า “ผลกระทบจากไต้ฝุ่นวิภานั้นรุนแรงน้อยกว่าที่เราคาดไว้”

    ก่อนหน้านี้ได้มีการอพยพประชาชนไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในมณฑลชายฝั่งฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) เจ้อเจียง และเซี่ยงไฮ้ หลังจากทางการจีนคาดการณ์ว่าไต้ฝุ่นวิภาจะเป็นไต้ฝุ่นที่มีกำลังแรงที่สุดในรอบ 10 ปี และมีการระงับการก่อสร้างต่างๆ ลงชั่วคราว รวมทั้งเลื่อนกำหนดการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกนัดที่จะจัดขึ้นในวันนี้ออกไปด้วย

    นอกจากนี้ เที่ยวบินจำนวนมากที่จะต้องใช้สนามบินนานาชาติทั้ง 2 แห่งในนครเซี่ยงไฮ้ ต้องถูกยกเลิก โรงเรียนปิดทำการเรียนการสอน เช่นเดียวกับสำนักงาน และอาจมีการระงับการเทรดในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้หากอากาศเลวร้ายขึ้น

    ขณะที่หนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ เดลี่ รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน จากการถูกไฟดูดเนื่องจากเหยียบลงบนพื้นที่ที่มีน้ำขังและมีสายไฟแช่อยู่

    น่าจะเลิกรอกันได้ โย่!!

  7. bluewings Says:

    ดีใจด้วยนะค่ะ คุณวิภา เธอผ่านไปแล้ว ทำเอา พี่กลมรอเกรอเลย 555++
    แต่ถึงไม่โดนตรงๆๆก็สร้างความเสียหายให้แล้วนี่ค่ะ
    นิสัยคนไทยๆๆจริงๆด้วยค่ะ คุณวิภาเนี่ย

    ดูแลตัวเองล่ะกันนะค่ะ

  8. roundfinger Says:

    รอเก้อเกร็งกล้ามก้นกันทั้งเมืองเลยครับ
    แต่ก็ดีแล้วครับที่ผ่านพ้นไปได้แบบไม่เสียหายมากนัก : )


  9. โย่ โย่ !! ด้วยคน
    ไม่ต้องเสียใจไปนะ ถึงจะไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับเธอก็เถอะ
    ก็ถือซะว่าเธอเป็นคนดัง..อาจจะเข้าถึงตัวเธอยากสักหน่อยหนะ ฮ่าฮ่า


  10. ฉันเป็นคนบอกเองแหละ
    ว่าฉันอยากไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้
    ฉันกำลังจะไป
    แต่ฉันตัวใหญ่ ฉันอายคน

    แต่ฉันก็ยังยืนยันว่าจะไป
    เลื่อนไปแค่ไหนก็จะไปสักหน
    ฉันเฉียดไปแล้วนะ แต่เอ๊ะ ไม่เห็นมีคน
    งั้นกลับดีกว่าเพราะหลายๆคนคงไม่อยากให้ฉันไป

    ….

    ฮึ กลับก็ได้ :[

  11. เจน Says:

    จากที่หลับๆตื่นๆในวิชา Meteorology
    พอจะทราบว่าชื่อของพายุนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อผู้หญิงจ้า
    ชื่อนั้นจะมีการตั้งไว้ก่อนที่จะเกิดพายุเสียอีก
    โดยที่แต่ละประเทศจะส่งชื่อไปที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก
    ประเทศละกี่ชื่ออันนี้พอดีเราหลับตอนนั้นเลยไม่รู้
    ดังนั้นชื่อที่ตั้งก็ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละประเทศ
    ประเทศไทยเคยส่งชื่อ “พายุทุเรียน” ไปด้วยนะจำกันได้ป่าว
    อยากได้ข้อมูลเพิ่มลอง search “ชื่อพายุ” ใน google เจอชัวร์
    จริงๆแล้วข้าน้อยฟามรู้เท่าหางอึ่งมากๆ
    อิอิ ตอนเรียนก็สนใจอย่างเดียวคือดูเมฆ เอาไว้ทำนายฝน:D

  12. roundfinger Says:

    ชอบวิภาที่ปลอมตัวมาจัง : )
    ขอบคุณเจนที่เพิ่มเติมข้อมูลครับ
    เติมต่ออีกนิดครับ…

    นาม ‘พายุ’ นี้ได้แต่ไรมา (ฉบับตัดตอน)
    เรื่อง โยธิน อยู่จงดี
    (จาก http://www.precadet26.org/msgboard/MsgView.php?page=73&msgid=37822&nr=2)

    * หลักการตั้งชื่อพายุ

    เจ้าหน้าที่กองวิชาการ วารสารกรมอุตุนิยมวิทยา เล่าความเป็นมาของการตั้งชื่อพายุในสมัยก่อน ที่ชื่อพายุจะตั้งชื่อเป็นผู้หญิง เพื่อจะได้ฟังดูแล้วลดความน่ากลัวลง (บางแหล่งข้อมูลกล่าวถึงนักเดินเรือที่ตั้งชื่อพายุเป็นชื่อผู้หญิงเพื่อนึกถึงลูกเมีย)

    แต่กลุ่มสตรีในอเมริกาได้ประท้วง หาว่าเปรียบเทียบว่าผู้หญิงมีความโหดร้าย จึงมีการตั้งชื่อผู้ชายด้วยในภายหลัง โดยทางอเมริกาที่มีดาวเทียมตรวจสภาพอากาศ ดูการเคลื่อนไหวของพายุ เป็นคนตั้งชื่อพายุของทั่วโลกมาโดยตลอด กระทั่งปี พ.ศ. 2543 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการตั้งชื่อพายุ โดยเปิดให้ประเทศในโซนต่างๆ เสนอชื่อพายุได้ประเทศละ 10 ชื่อ แต่ไม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่แน่ชัดในการตั้งชื่อ กำหนดเพียงให้ใช้ภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศเท่านั้น

    สำหรับประเทศไทยเราอยู่ในโซนมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนบนและทะเลจีนใต้ ร่วมกับอีกหลายประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เหนือ) ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเก๊า มาเลเซีย ไมโครนีเซีย (รัฐอิสระอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือหมู่เกาะอินโดนีเซีย) ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐเกาหลี (ใต้) สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม

    กรมอุตุนิยมวิทยา ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณารายชื่อและความหมายของชื่อพายุ เพื่อนำเสนอในที่ประชุมของคณะกรรมการไต้ฝุ่น (Joint Typhoon Warning Center) ที่เกาะกวม อันประกอบด้วยตัวแทนทั้ง 14 ประเทศมาประชุมร่วมกัน จนได้ชื่อพายุของไทยที่รู้จักกันโดยทั่วไปก็คือ พระพิรุณ ทุเรียน วิภา รามสูร เมขลา นิดา มรกต ชบา กุหลาบ และขนุน นั่นเอง

    จากนั้นแต่ละชื่อจะถูกเรียงตามลำดับตัวอักษร (ภาษาอังกฤษ) ของแต่ละประเทศ โดยเริ่มจากประเทศกัมพูชา และปิดท้ายด้วยเวียดนาม (ประเทศไทยเราอยู่อันดับที่ 12) แบ่งเป็น 5 กลุ่มๆ ละ 28 ชื่อ รวมเป็น 140 ชื่อ เรียงตามอันดับแรกของแต่ละประเทศ เมื่อใช้หมด 1 กลุ่ม ก็จะขึ้นชื่อแรกของกลุ่มที่ 2 ใช้เรียงกันไปเรื่อยจนครบทุกชื่อ จึงกลับมาใช้ชื่อแรกของกลุ่มที่ 1 ใหม่อีกครั้ง

    * เลือกใช้ชื่อพายุอย่างไร

    เมื่อเรากำหนดชื่อพายุที่จะใช้ในแถบโซนมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนบนและทะเลจีนใต้ได้ครบแล้ว หน่วยงานที่จะกำหนดว่าพายุที่ก่อตัวขึ้นมานั้น มีความรุนแรงในระดับที่จะตั้งชื่อได้หรือไม่ ถ้าตั้งได้ควรจะใช้ชื่ออะไร

    ประวิทย์ แจ่มปัญญา ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา ให้คำตอบไว้ดังนี้ … การใช้ชื่อพายุนั้นจะแบ่งพายุเป็น 3 ระดับ คือ “พายุดีเปรสชั่น” (Depression) เป็นพายุกำลังอ่อน มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางไม่เกิน 33 นอต หรือประมาณ 62 กม./ชม. “พายุในระดับนี้เราจะยังไม่ตั้งชื่อ แต่จะเรียกว่าเป็นพายุดีเปรสชั่น จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการเฝ้าระวัง ว่าพายุดีเปรสชั่นนั้นจะอ่อนกำลังลงจนสลายตัว หรือจะเพิ่มกำลังจนกลายเป็น ‘พายุโซนร้อน’ (Tropical Storm) ซึ่งเป็นพายุกำลังปานกลาง มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง อยู่ที่ 34-63 นอต หรือประมาณ 63-117 กม./ชม. เราถึงจะใช้ชื่อที่กำหนดไว้มาเรียกพายุลูกนี้”

    อย่างไรก็ตาม คนที่จะประกาศว่าพายุลูกนี้จัดอยู่ในระดับพายุโซนร้อน และสามารถใช้ชื่อได้แล้วคือ กองพยากรณ์อากาศของประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องพายุในแถบนี้ ซึ่งจะเป็นคนกำหนดว่าพายุนั้นจะได้รับการตั้งชื่อหรือไม่ “เมื่อทางญี่ปุ่นจะประกาศอย่างเป็นทางการ เราถึงจะใช้ชื่อนี้ในการประกาศเตือนประชาชนต่อไป” ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา สรุป

    ประวิทย์ เสริมอีกว่า ในอีกกรณีหนึ่ง เมื่อพายุโซนร้อนได้รับการตั้งชื่อแล้ว เกิดอ่อนกำลังลงกลายเป็นดีเปรสชั่น หรือพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่น (Typhoon) ซึ่งเป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุด มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง ตั้งแต่ 64 นอต หรือประมาณ 118 กม./ชม. ขึ้นไป ก็จะยังใช้ชื่อเดิมขณะเป็นพายุโซนร้อนอยู่จนกว่าจะสลายตัวไป

    ดังนั้น ในปีหนึ่งๆ จะเกิดพายุในแถบนี้ขึ้นมากมาย ซึ่งอาจจะไม่ได้เข้ามายังประเทศไทยก็ได้ บางปีเราอาจจะได้ยินชื่อพายุเพียงชื่อเดียว แต่ใช้เรียกพายุคนละระดับกันก็มีให้เห็นเช่นกัน

    ประวิทย์ยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า แม้จะมีการตั้งชื่อพายุไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่คณะกรรมการของไทยจะทำการประชุมร่วมกับคณะกรรมการไต้ฝุ่นในทุกๆ ปี เพื่อพิจารณาว่า ชื่อที่ใช้กันอยู่ยังมีความเหมาะสมที่จะใช้อยู่หรือไม่ “เช่น ความเหมาะสมในด้านการออกเสียง บางชื่อของภาษาหนึ่ง การออกเสียงอาจมีความหมายที่ไม่สุภาพของอีกภาษาก็ได้ ชื่อพายุในกลุ่มที่ไม่เหมาะสม ก็จะถูกเสนอให้เปลี่ยน เช่นเดียวกับชื่อพายุที่ไปมีความหมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของอีกประเทศ ชื่อพายุนี้ก็สามารถเสนอเปลี่ยนได้เช่นกัน หรือพายุชื่อนี้เป็นพายุที่สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับประเทศใดประเทศหนึ่ง และเขาไม่ต้องการได้ยินชื่อพายุชื่อนี้อีก ก็สามารถเสนอให้ประเทศเจ้าของชื่อเปลี่ยนได้ เช่น พายุเกย์ ที่เคยสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับประเทศไทย เป็นต้น”

    * การเกิดและประโยชน์ของพายุ

    การเกิดพายุนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องของอุณหภูมิของกระแสน้ำ ยิ่งอุณหภูมิมากแนวโน้มที่จะกลายเป็นพายุที่มีความรุนแรงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม มักเกิดในทะเลที่มีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 26-27 ํc ขึ้นไป มีปริมาณไอน้ำสูง เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักเคลื่อนตัวตามกระแสลมส่วนใหญ่จากทิศตะวันออกมาทางทิศตะวันตก และค่อยๆ โค้งขึ้นไปทางละติจูดสูง แล้วเวียนโค้งกลับไปทางทิศตะวันออกอีก และมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด เช่น มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือตะวันตก เราจะเรียกว่า “ไต้ฝุ่น” ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือแถวทะเลแคริบเบียนและอ่าวเม็กซิโก รวมทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ฝั่งตะวันตกของประเทศเม็กซิโก จะเรียกว่า “เฮอริเคน” แต่หากเกิดในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย จะเรียกว่า “ไซโคลน” สุดท้าย มหาสมุทรอินเดียใต้และทวีปออสเตรเลีย จะเรียกว่า “วิลลี่ วิลลี่” จะเกิดมากที่สุดในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน และตุลาคม

    ปรากฏการณ์เอลนิโญที่ทำให้กระแสน้ำมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปกติ ก็มีส่วนทำให้เกิดพายุที่มีความรุนแรงขึ้น และเกิดบ่อยครั้งขึ้นได้เช่นกัน แต่มิใช่ว่าพายุจะสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น ในอีกแง่มุมหนึ่งพายุก็มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเช่นกัน

    ดร.ดุษฎี ศุขวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บอกถึงข้อดีของการเกิดพายุว่า หลายคนอาจจะมองว่าพายุเป็นตัวการทำให้เกิดภัยพิบัติ แต่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรม จำเป็นต้องอาศัยลมฟ้าฝนช่วยในการเกษตร หากปีไหนที่ไม่มีพายุเข้ามาเลย อาศัยลมฝนที่เกิดจากลมมรสุมเพียงอย่างเดียว จะเกิดความแห้งแล้งตามมา ทำให้การเกษตรเสียหาย

    ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องการพายุอ่อนๆ อย่าง ดีเปรสชั่น ปีละ 3-4 ลูก จะช่วยให้เกิดฝนตกและมีปริมาณน้ำพอเพียงต่อความต้องการ “ซึ่งบ้านเราโชคดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ หากมีพายุไต้ฝุ่นพัดมาจากทะเลจีนใต้ จะผ่านประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา ก่อน ซึ่งธรรมชาติของพายุเมื่อพัดขึ้นมาบนแผ่นดินจะเกิดการอ่อนกำลังลงจนกลายเป็นพายุดีเปรสชั่น ซึ่งเป็นผลดี เว้นแต่ช่วงไหนที่มีพายุติดต่อกัน 2-3 ลูก อย่างช่วงที่ผ่านมา ก็จะเกิดปริมาณฝนมากจนกลายเป็นน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก แต่ก็ยังไม่น่ากลัวเท่ากับพายุที่ก่อตัวขึ้นในอ่าวไทย เพราะเกิดขึ้นแล้วจะมุ่งตรงเข้าสู่ภาคใต้ สร้างความเสียหายร้ายแรงกว่าพายุที่ก่อตัวขึ้นในบริเวณทะเลจีนใต้” ดร.ดุษฎี อธิบาย

    การมองพายุเป็นเพียงภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายให้กับทุกที่ที่พัดผ่านคงจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะพายุเองก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แสดงถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ ให้น้ำให้ฝนช่วยเลี้ยงชีวิตทุกสรรพสิ่ง และชื่อของพายุก็กลายเป็นความร่วมมือเล็กๆ ระดับชาติ ที่ส่วนหนึ่งก็เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมของแต่ละชาติในกลุ่มมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนบนและทะเลจีนใต้ทั้ง 14 ประเทศอีกด้วย

    *เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพายุ

    1.พายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นเพียงพายุดีเปรสชั่น เพราะพายุอ่อนกำลังลงก่อนถึงประเทศไทย จากสถิติในรอบ 48 ปี มีเพียง 10 ครั้งที่ยังมีกำลังแรงเป็นพายุโซนร้อน และมีเพียงครั้งเดียวที่พายุพัดเข้าประเทศไทย ในขณะที่มีกำลังแรงเป็นไต้ฝุ่นก็คือ พายุไต้ฝุ่น “เกย์” ที่ขึ้นฝั่ง จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532

    2.เมื่อปี พ.ศ. 2513 พายุไซโคลนในมหาสมุทรอินเดียเข้าถล่มบังกลาเทศ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นประมาณ 250,000 คน และเกิดความอดอยากขาดแคลนและโรคระบาดตามมา กลายเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงและสร้างความเสียหายมากที่สุด

    3.พายุที่เกิดในซีกโลกเหนือ จะมีลมพัดเข้าหาศูนย์กลางในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ส่วนพายุในซีกโลกใต้ลมจะพัดเข้าหาศูนย์กลางตามเข็มนาฬิกา

    4.พายุกับลมฝนธรรมดาแตกต่างกันอย่างไร สังเกตง่ายๆ ถ้าเป็นพายุ จะมีฟ้ามืด ลมแรง และฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง กระแสลมจะมีการเปลี่ยนทิศทาง แต่ถ้าเป็นลมฝนธรรมดาจะตกติดต่อกันไม่เกิน 2-3 ชั่วโมง และกระแสลมไม่มีการเปลี่ยนทิศ

    สำหรับคนที่สนใจชื่อพายุ ลองเข้าไปอ่านเล่นในนี้ได้ครับ
    มีแปลความหมายด้วย สนุกดีครับ

    http://www.navy.mi.th/navymet/tcname2000.htm

    : )

  13. เจน Says:

    แหมตอนที่หลับไปมันมีเนื้อหาอย่างนี้นี่เอง
    ขอบพระคุณท่านนิ้วมากที่มาช่วยทบทวนบทเรียนอีกครั้ง^^’

  14. อู Says:

    ^^
    ดูวิภาเธอจะเป็นคนตัวใหญ่ แล้วก็ขี้อายเนอะ


  15. เรื่องพายุก็สนุกดีแฮะ อึ่ม..กระจ่างพอสมควร ขอบคุณมากมายค่ะ คุณเอ๋

  16. jummdcu Says:

    อืมมม…
    เป็นอย่างนี้ก็ดีแล้วนิ
    ดีใจด้วยที่ปลอดภัย

  17. roundfinger Says:

    วันนี้อากาศดีมากเลยครับ
    ทุกคนมีความสุขกับอากาศ ยิ้มร่าเดินไปกินข้าวกัน
    “เหิ่นชู้ฝู่”
    : )

  18. pattararanee Says:

    ดี ดี
    ดีแล้วนะ

    ^O^

    ไปก่อนนะ มาคอมเมนท์ -แบบรีบมารีบไป-
    ถ้าเจ้านายจับได้อาจมี พายุ…ศักดิ์ เกิดแถวโต๊ะทำงานป้าได้ (เจ้านายชื่อ คุณ…ศักดิ์ 555+)

    ฟิ้วววววว

  19. echaba Says:

    แอ๊ด..

    ขอขอบคุณสำนักข่าว r o u n d f i n g e r
    ขาวสารระทึกขวัญ ทันสมัย ฉับไว ทัน_ทุก_เหตุ_การณ์ อาน..อาน.

    เมื่อวิภาเค้าไม่มาแล้ว งั้นก็ ขวัญเอ๊ย ขวัญมา นะเฮียนะ
    โอ๋ โอ๋ ลูบหลัง ลูบหลัง ^^

    กริ๊ก..

  20. อุ๋ม Says:

    ไหนๆก้อไม่เจอวิภาแล้ว
    รักษาสุขภาพละกันค่ะ
    หุหุ

  21. star Says:

    พายุจะพาเอาอะไรมาบ้างนะ
    พี่เอ๋ขยันอัพบล๊อกโคด
    ไม่เหมือนเราเลย
    ขยันเขียนเล่มใหม่ด้วยนะ
    สัญญาที่จะมาเซ็นหนังสือให้อย่าลืม

    เด๋วจะไปช่วยเพิ่มยอดเป็นการตอบแทน
    ข้าวหมูแดงที่โน่นอร่อยไหม อย่าลืมซือมาฝาก อิอิ

    ปล.เรื่องพุงคงสู้กันไม่ไหว เพราะผมคงแซงหน้าไปไกลแล้ว ฮ่าๆๆๆ

  22. Qingqing Says:

    ข้อมูลตรึม… 😀

    คุณวิภาคงจะสำนึกรักบ้านเกิดจริงๆ .. ตกไม่หยุดเลยเนี่ย -_-‘

  23. oattoto ^^ Says:

    ^^ โอ้โห…อ่านวันนี้เหมือนได้แล็คเช่อร์ในห้องเรียนเลยค่ะ….อิอิอิ

    ดีจังๆๆ ได้ความรู้ไปด้วย…

    ตกลงวิภาลดความแกร้วกราดแล้วใช่มั้ยค่ะ
    คงอารมณ์ดีขึ้น เลยไม่มาพัดถล่ม..

    ว่าไปแล้ว พายุนี่เหมือนผู้หญิงนะคะ เดาใจยาก…อิอิ

  24. ทราย Says:

    จะมีสอบไฟนอลเรื่องพายุคุณวิภามั้ยเนี่ยยย

    ขอให้พระคุ้มครองค่ะพี่เอ๋
    ป.ล. “ณ” ออกอ้ะยังอ่ะคะ

  25. ไม้แขวนกางเกง Says:

    วิภาอยู่ไหน วิภาอยู่ไหน ใครเจอมาช่วยส่งข่าว

    น่านนนนนเอากะเค้าด้วยคนค่า

    (เม้นครั้งแรกเข้ามาบ่อยแต่เกียจคร้านนิสนึง)

    อัดแน่นไปด้วยสาระจิง ๆ ค่ะอานิ้วกลม

    วันอังคารนี้จะสอบ หนูจะทำให้ได้ให้ดูค่ะ

    เย้ ๆๆๆๆๆ !

    พิม

  26. kokoni Says:

    หนูมีอะไรจะขอร้องค่ะ จะเป็นไปได้ไหมที่คุณพี่จะเพิ่มขนาด font น่ะค่ะ

    เวลาหนูเข้ามาอ่านแล้วมันปวดตาค่ะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    ลิงงง

  27. khun_aut Says:

    REASON(s) changed! … เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย!

    : )

  28. เม* Says:

    ชอบชื่อ”วิภา” เป็นชื่อพายุจัง
    ดูน่ารักดี
    (ถึงแม้ความจริงจะไม่เป็นอย่างชื่อก็ตาม)

    ตอนนี้ที่นี่
    อเมริกา วิซคอนซิน
    ฝนตกค่ะ

    พรุ่งนี้อากาศจะเย็นขึ้นอีกสิบองศา
    นั่นหมายความว่า
    “โคตรหนาว”

    รักษาสุขภาพค่ะ

    ปล.
    อยากอ่าน ณ ค่ะ
    แต่คงต้องรอกลับไปก่อน

  29. พิมพลอย Says:

    เข้ามาดูความงามของคุณวิภา..
    ฝนตกเฉอะแฉะ

  30. nokhook69 Says:

    นั่งรอไต้ฝุ่นกันนานเลยนะครับผม ไม่ได้เกิดที่เมืองไทยใช่ไหมครับ

    ปล. คุณนิ้วกลมครับ ผมอยากชวนมาเล่นด้วยกันครับ เป็นโปรเจคที่ผมพึ่งร่างครับ ประมาณ 24 ศิลปิน ออกแบบผลงานศิลปะร่วมกัน 12 ชิ้น ผลิตโปสการ์ด เพื่อแสดงงาน ครับ ยังไงอยากชวนมาเป็นแขกรับเชิญ ลองอ่านรายระเอียดที่นี่ ก่อนได้ครับ http://nokhook69.exteen.com/20070922/twin-mix-postcards-thailand-mini-art-project-first-draft
    ร่วมหรือไม่ ไม่ว่ากันครับ ขอบคุณครับผม


  31. ผมมีเพื่อนสมัยมอต้นชื่อ วิภา ครับ
    เธอผิวขาว สูงกว่าผม เป็นคนน่ารัก
    จนมอปลาย เราก็แยกห้องกัน ก็เลยเจอกันน้อยลง
    ตอนมอต้น ชอบเข้าไปคุยกับเธอ มันอบอุ่นดีจัง
    ว่าแต่ตอนนี้เธอไปอยู่ไหนแล้วนะ น่าจะตามหาเธอบ้างนะ

  32. jummdcu Says:

    ช่วงนี้ฟ้าทำท่าสีหม่นๆแฮะ
    อีกสักพักฟ้าคงสว่าง..


  33. ไม่รู้ว่าช่วงนี้มีคนมาเติมน้ำมันเยอะไปหรือเปล่า
    เลยรู้สึกว่าน้ำมันในสต๊อกนี้เริ่มเหลือน้อย
    ขอทำตัวเป็น”เด็กปั๊ม”ของปั๊มใกล้เรือนเคียง
    เอาน้ำมันจากปั๊มของตัวเองมาช่วยเติมให้สักหน่อย
    เพราะคาดว่าอีกเดี๋ยว
    รถบรรทุกก็คงจะขนน้ำมันอีกหลายแกลลอนมาเติมให้เต็มเหมือนเดิม :]

  34. jummdcu Says:

    ดีมากนายหมูตุ้ย 😀

  35. pattararanee Says:

    แวะมา ส่งรัก ส่งยิ้ม

    ^O^


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: