เรื่องรอบเดือน

กันยายน 28, 2007

บล็อก Culture Gap ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง
“ตำนานพระจันทร์…วันไหว้!” เอาไว้ว่า

น้าชาติ ประชาชื่น แห่ง คอลัมน์ รู้ไปโม้ด (นสพ.มติชน)
เขียนถึงประวัติเทศกาลไหว้พระจันทร์ ไว้ว่า
เป็นการไหว้เพื่อรำลึกถึง เทพรูปงามองค์หนึ่ง นามว่า ไท้อิมเนี้ย
ซึ่งจะเสด็จมาโปรดสัตว์โลก ในคืนพระจันทร์เต็มดวง…

… อีกตำนานหนึ่งกล่าวไว้ว่า ผู้นำชาวจีน นามว่า จูง่านเจียง
วางแผนยึดอำนาจจากกษัตริย์ชาวมองโกล
โดยส่งเอกสารลับไว้ในขนมเปี๊ยะที่มีขนาดใหญ่
นัดให้ทุกครอบครัวเตรียมอาวุธ โดยจัดงานไหว้พระจันทร์ตบตา
และในที่สุด ก็ยึดอำนาจได้สำเร็จ

นั่นเป็นตำนานวันไหว้พระจันทร์ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจนักว่า
“เด็กจีน” สมัยนี้จะรู้หรือเปล่า เพราะทุกวันนี้คนจีนบนแผ่นดินใหญ่
ไม่มีใครไหว้พระจันทร์กันแล้ว เพื่อนบอกว่า พวกประเพณีดั้งเดิม
เหล่านี้น่าจะยังมีอยู่ในไต้หวัน และคงติดตามตัวชาวจีนที่อพยพ
ไปยังดินแดนอื่น

แต่ที่แน่ๆ บนแผ่นดินใหญ่ หลังยุคเหมาเจ๋อตุงก็ไม่มีการไหว้พระจันทร์อีก
เหมาต้องการปฏิวัติวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นความเชื่อเดิมๆ จึงถูก
ขุดรากถอนโคนทิ้งไป และก็ทำได้สำเร็จเสียด้วย

เมื่อสองวันก่อน ผมเอ่ยปากถาม “เด็กจีน” หลายคนว่า
นี่เป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ใช่ไหม? (ผมทำท่ายกมือไหว้)
เขาทำหน้างง เขาเรียกเทศกาลนี้ว่า “Moon Cake Festival”
หรืออาจพอจะแปลเป็นไทยได้ว่า “เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์”
ไม่มีอะไรเชื่อมโยงเกี่ยวกับการ “ไหว้” อีกต่อไป
ผมถามต่อ “แล้วเทศกาลนี้มีความสำคัญยังไง?”
“อ๋อ คล้ายวันครอบครัว ทุกคนจะมารวมตัวกันเพื่อกินขนมไหว้พระจันทร์”
(ซึ่งจะให้ถูกควรจะเรียกว่า “ขนมพระจันทร์” ไม่มี “ไหว้”)
จึงเป็นการรวมตัวกันเพื่อ “กิน” พร้อมหน้า เนื่องในวันที่พระจันทร์ดวงกลมโต
ส่องสว่างเหมาะแก่การนั่งชมจันทร์กันทั้งครอบครัวก็เท่านั้นเอง

ใกล้วันหยุดยาวของชาวจีนเข้ามาทุกที
ตามปฏิทิน พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกเราทำงานกัน
“หนึ่งสัปดาห์ทอง” คนจีนเรียกแบบนั้น แต่จริงๆ แล้ว หยุดเนื่องในโอกาส
“วันชาติ” ชาวจีนหลายคนถือโอกาสกลับบ้าน บางคนที่อยู่บ้านมาตลอด
อย่างชาวเซี่ยงไฮ้ก็ถือโอกาสเดินทางไกล น้องสาวในกลุ่มนั่งรถไฟ
ไปทิเบต ผมอยากจะกระโดดขึ้นรถไฟไปด้วย แต่ไปไม่ได้

นิกกี้-น้องชายในทีม ถือโอกาสนี้กลับบ้านไปหาพ่อแม่ที่หนานจิง
จริงๆ แล้วนิกกี้เป็นชาวเหนือ แต่ครอบครัวย้ายมาอยู่ที่หนานจิงแล้ว
ผมถาม “ดีใจไหมได้กลับบ้าน” เขาตอบ “ดีใจมาก คิดถึงบ้านมาก
คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่” เขายิ้มกว้าง

เนี่ยลั่ง-น้องชายในทีม ได้โอกาสพาภรรยากลับถิ่นฐานที่ฉงชิง
“คราวนี้นั่งรถไฟเร็วหน่อย เดี๋ยวนี้รถไฟวิ่งไวขึ้น” เขาเล่า
“กี่ชั่วโมง?” ผมถาม “ยี่สิบแปดชั่วโมง” เขาตอบ ผมตาโต
“เร็วแล้วนะ แต่ก่อนสามสิบเจ็ดชั่วโมง” ผมตาเหลือก!
“ดีใจไหม ได้กลับบ้าน” ผมถาม “ดีใจสิ ผมชอบฉงชิง คิดถึง”

เซี่ยเจิ้ง-น้องชายในทีมอีกคนที่มีบ้านอยู่กุ้ยโจว
“กลับบ้านไหม สัปดาห์ทองคำ” ผมถาม “ไม่กลับ” เขายิ้ม
“อ้าว ทำไมไม่กลับ” เขาตอบ “แม่ผมอยู่ที่เซี่ยงไฮ้”
“อ๋อเหรอ ดีจัง” เขายิ้ม

เอลวิส-เพื่อนชาย กลับสิงคโปร์ไปดูแลภรรยาที่กำลังท้องกลม

แอนสัน-โปรดิวเซอร์หนุ่ม ไปฮ่องกงกับครอบครัว

ที่บริษัทบรรยากาศคล้ายบ้านเราช่วงสงกรานต์
เงียบ ร้าง และว่างเปล่า

หมี-เพื่อนชายอยู่ที่นิวยอร์ก เจอกันในเอ็มเอสเอ็น
“ไงบ้าง ได้ข่าวว่าได้งานแล้ว” ผมถาม
“อืม เพิ่งเริ่มว่ะ” ผมถามต่อ “จะอยู่อีกนานเลยเหรอ”
“ทำวีซ่ามาตั้งแสนหก อยู่ได้สามปี” ผมซัก “เอาครบเลย?”
“อืม ถ้างานสนุกก็คงอยู่ไปเรื่อยๆ” ผมถาม “สนุกกว่าไทยไหม?”
“ก็สนุกกว่านะ” ผมคิดในใจ มีหวังมันจะอยู่อีกนาน

ก้อง-เพื่อนชายอยู่ปารีส เจอกันในเอ็มเอสเอ็น
“ไงมึง อยู่จีนอยู่รึเปล่า?” มันทักมา
“อืม มึงล่ะ เรียนจบยัง?” ผมทักกลับ
“จบแล้วว่ะ เพิ่งกลับไปไทยมา เจอเพื่อน แต่ไม่เจอมึง”
“จบเร็วจัง แล้วมึงกลับไปปารีสอีกทำไม”
“ทำงาน” มันตอบ “อ้าว ทำไมต้องทำที่นั่น?”
“แล้วทำไมจะไม่ทำวะ” ผมถาม “งานสนุกกว่าไทยเหรอ?”
“อืม ก็สนุกกว่า” ผมถาม “เงินดี?” มันตอบ “ก็ดีกว่า”
ผมนึกในใจ มีหวังมันจะอยู่อีกนาน

นก-เพื่อนสาวอยู่ชิคาโก เจอกันในเอ็มเอสเอ็น
“ปักกิ่งเป็นไงบ้าง?” นกถาม
“ก็แข็งๆ นะ ไม่แน่ใจว่านกจะชอบ”
“อืม แล้วทำงานกับคนจีนมีปัญหาไหม?”
“ก็ไม่นะ นกทำได้สบายอยู่แล้ว”
“อืม ไม่แน่อาจจะย้ายไปปักกิ่ง”
“โอย อย่างแก สบายอยู่แล้ว”
ผมถามนกตลอดว่าเมื่อไหร่จะกลับเมืองไทย ถามจนเลิกถาม

น้ำ-เพื่อนชายอยู่ซานฟรานฯ เจอกันในเอ็มเอสเอ็น
“จะจบยังมึง?”
“ยังว่ะ อีกสักปีกว่า”
“จะกลับไหม ไม่คิดถึงเมืองไทยบ้างเหรอวะ”
“ไม่ค่อย แต่ก็ไม่ได้ชอบที่นี่หรอกนะ”
“แล้วจะอยู่ทำไมนานๆ”
“มันมีอะไรให้ทำมากกว่า มีอะไรสนุกๆ ให้ทำมากกว่าหน่อย”
“เออ ยังไงอย่าลืมก็แล้วกัน ปีหน้ากลับไปเที่ยวไทยกัน”
“เออ ไม่ลืม ถ้ากูจบนะ”

ตุ๋ย-เพื่อนชายอยู่กรุงเทพฯ เจอกันในเอ็มเอสเอ็น
“ไอ้บอลกำลังจะแต่งงาน ส่วนไอ้เอ๊ะแต่งกับอีชุไปแล้ว”
“มึงล่ะ แต่งเมื่อไหร่” ผมถาม “โอย ยัง มึงล่ะกลับเมื่อไหร่”
“เดี๋ยวเดือนหน้ากลับไป นั่งคุยกัน”
“ฟังเพลงไหม แต่งเสร็จไปหลายเพลงแล้ว”
“เออ ส่งมาดิ”

ต๋อย-เพื่อนชายอยู่กรุงเทพฯ เจอกันในเอ็มเอสเอ็น
“เพลงในบล็อกมึงวันนี้โคตรเหงาเลย”
ผมไปทำงาน กลับมาอีกทีเห็นข้อความที่ต๋อยทิ้งไว้
เพิ่งรู้ว่าต๋อยเข้ามาอ่านบล็อกด้วย เมื่อวานมันเพิ่งบอก
ถ้าอ่านอยู่ก็สวัสดีนะเว้ย-ต๋อย!

โดยอัตโนมัติ เมื่อออฟฟิศเงียบ และโล่ง
ผมกลับไปออนเอ็มเอสเอ็นคุยกับเพื่อนอีกครั้ง
บางคนไม่ได้คุยกันตั้งนาน ผมมองรายชื่อเพื่อนในเอ็มฯ
กระจัดกระจายกันไปไม่รู้กี่ที่ต่อกี่ที่

คืนวันนั้น พระจันทร์เต็มดวง น้องๆ ในกลุ่มกลับบ้าน
ไปกินขนมไหว้พระจันทร์กับครอบครัว หลายคนบอกให้ผม
ไปซื้อขนมมากินเล่น ผมก็ยิ้มแฮ่แฮ่ไปตามเรื่อง

ผมแหงนหน้ามองพระจันทร์
ผมว่ามันเป็นวัตถุบนท้องฟ้าที่โรแมนติกที่สุดสิ่งหนึ่ง
แล้วเพลง “เดือนเพ็ญ” ก็ดังขึ้นในใจ
ถนนมืด ไฟสว่าง พระจันทร์สว่างกว่า

null

เดือนเพ็ญสวยเย็นเห็นอร่าม
นภาแจ่มนวลดูงาม เย็นชื่นหนอยามเมื่อลมพัดมา
แสงจันทร์นวล ชวนใจข้า คิดถึงถิ่นที่จากมา
คิดถึงท้องนา บ้านเรือนที่เคยเนาว์

เรไร ร้องดังฟังว่า
เสียงที่เจ้าพร่ำครวญหา
ลมเอยช่วยพากระซิบข้างกาย
ข้ายังคอยอยู่ไม่หน่าย
ไม่เลือนห่างจากเคลื่อนคลาย
คิดถึงไม่วายเมื่อเราจากกัน

กองไฟ สุมควายตามคอก
คงยังไม่มอดดับดอก
จันทร์เอยช่วยบอกให้ลมช่วยเป่า
สุมไฟให้แรงเข้า พัดไล่ความเยือกเย็นหนาว
ให้พี่น้องเรานอนหลับอุ่นสบาย

ลมเอยช่วยเป็นสื่อให้
นำรักจากห้วงดวงใจของข้านี้ไปบอกเขานั้นหนา
ให้เมืองไทยรู้ว่า ไม่นานลูกที่จากมา
จะไปซบหน้ากับอกแม่เอย

Get this widget | Track details | eSnips Social DNA

23 Responses to “เรื่องรอบเดือน”

  1. Kul_Hunsa Says:

    ไม่น่าเชื่อว่าเราก็กำลังคิดถึงเพลงนี้เหมือนกัน =)

    ดูท่าทางเหงาๆเนอะ….


  2. พระจันทร์..ก็ยังคงดวงเดิม😉

  3. M Says:

    คุณนิ้วกลม เพลงนี้ยิ่งชวนเหงากันไปใหญ่ แต่ก็เพราะดีนะ🙂

  4. madam Says:

    คุณนิ้วกลมนี่มีเพื่อนอยู่ทั่วโลกเลยรึไงเนี่ย 55

    คงจะเหงาน่าดูนะคะ อยู่ต่างถิ่นในขณะที่คนรอบข้างได้มีโอกาสกลับไปบ้านเกิดกันหมด

    แต่ก็ดีนะบางทีอาจได้เห็นมุมสงบบางมุมของปักกิ่งเหมือนเวลาเราเห็นมุมสงบของกรุงเทพฯเวลาสงกรานต์ไงคะ

  5. jummdcu Says:

    อืมมม…

    ช่วงนี้คงจะเหงาน่าดู
    อีกไม่กี่วันก็จะได้กลับบ้านมาซบอกแม่แล้วนิ
    กลับมาคราวนี้…ไม่เหงาแน่นอน
    แล้วคงได้เจอกันจ้า😀

  6. jeed Says:

    อิจฉาคุณนิ้วกลม ได้ไปทำงาน(เที่ยว)เมืองจีน เพิ่งนึกได้ว่าบางฉากใน นวนิยายมีมือ ก็มีฉากในเมืองจีนด้วยนี่นา -หวังว่างานสัปดาห์หนังสือคงได้เจอกันนะคะ

  7. oattoto ^^ Says:

    ^^ อ่านวันนี้ชอบมากเลย..คุณนิ้วกลมกลับมาแล้วว…

    กลับมาเขียนเรื่องราวยาวๆเหมือนเดิม..อิอิ (ล้อเล่นนะคะ)

    เพื่งรู้ว่าที่เมืองจีนเค้าไม่ไหว้พระจันทร์กันแล้ว..
    ทำไมคนจีนที่อื่นๆถึงยังไหว้กันอยู่..

    บางที…เรามาอยู่ไกลบ้านแบบนี้ ก็มีคิดถึงเพื่อนเหมือนกันนะคะ
    เพื่อนที่นี่ ยังไงก็ไม่เหมือนเพื่อนเดิมๆที่เคยรู้จักกันมาก่อนตอนเรียน..
    ดูเพื่อนคุณนิ้วกลมแต่ละคนมีความสุขกับชีวิตต่างแดนมากเลยน๊า..
    ดีออกนะคะ จะได้แลกเปลี่ยนมุมมองชีวิตกัน..

    คืนก่อนพระจันทร์ที่นี่ก็สวยเหมือนกันค่ะ
    มีแสงเหนือให้เห็นด้วย…อิอิ

  8. undercurrent Says:

    เหงาก็หาที่เที่ยวสิ ได้ไม่เหงา อิอิ (ประมาณว่า ชอบ(ท่อง)เที่ยว)
    จิงๆมีพี่คนนึงที่ ออฟฟิส เค้าก็เป็นคนชอบเที่ยวเหมือนกัน เค้ามักจะบอกบ่อยกว่า “เลิก(ท่อง)เที่ยว เลิกจน” ซึ่งมันก็จิงอ่ะนะ แต่มันยังเลิกยากอ่ะ😀

  9. เด็กหญิงอารมณ์ดี Says:

    เพลงได้กับบรยากาศมากมาย
    เอาเพลงไปกิน!!!55+


  10. สุดท้ายก็ยังเหงา..อยู่ดี😉

    ความรู้สึกจากหัวข้อ”ต่างคน ต่างไป”กลับมาอีกครั้งหลังจากอ่านจบ :]

  11. อู Says:

    เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้วหนิ
    เนอะ!
    : )

  12. echaba Says:

    แอ๊ด..

    เฮ้อ..
    อยากพับแผ่นฟ้าเข้ามาสักครึ่ง
    ให้ความคิดถึงไม่เหนื่อยเกินไป..
    (ไม้เมือง)

    กริ๊ก..

  13. toi Says:

    สวัสดีเช่นกัน
    แล้วเดือนหน้าเจอกันละ🙂

  14. Zicki Says:

    อยู่คนเดียวในต่างแดน อารมณ์นี้คงเหงามากเลยนะคะเนี่ย
    เป็นหนูคงคิดถึงบ้านแย่ แต่คิดไปคิดมามันก็ดีไปอีกแบบนึง
    การที่เราได้ไปที่ไหนไกลๆสักที่นึง มันจะทำให้เรารู้สึกคิดถึงที่ที่เราจากมา
    รู้สักรักและโหยหาที่จะกลับไป ใช่มั๊ยล่า??
    ว่าแต่พี่นิ้วกลม เพื่อนพี่นี่กระจายไปทั่วโลกเลยหรอคะ?
    อ่านมาแล้วเจอชื่อพี่หมี นึกถึงเนปาลขึ้นมาเลย อิอิ^^
    Have a nice day^^

  15. Vingt-Neuf Says:

    งืม…

    คงได้เจอกันนะคะพี่เอ๋

  16. khun_aut Says:

    ผมไม่เคยมีชีวิตอยู่ท้องนา
    ท้องนา สำหรับผม คือ บ้านหลังนั้น

    บ้านแรกที่เกิดมาเห็น น่าอยู่ที่สุด(ในโลก)
    แต่ขายไปนานแล้ว เพราะเศรษฐกิจทำพิษ

    บางคืน วันเพลงนี้แล้ว อุ่น
    แต่บางคืน หนาวหนัก

    … ลืมเพลงนี้ไปได้ไง?

  17. สิ Says:

    เนื้อเพลงได้อารมณ์ยิ่งนัก

  18. snowflake Says:

    คิดถึงบ้านก็กลับมาสิ พี่เอ๋🙂

  19. soraris Says:

    เพลงเก่าๆ ดูแก่ๆ

  20. ยาขอบ Says:

    อ้าว แล้วคุณนิ้วกลมอยู่ทำไรละครับ
    ออกเดินทางหรือไงครับ

  21. setsunnystar Says:

    เพิ่งเข้ามาอ่านบล็อกของพี่เป็นครั้งแรก หลังจากได้อ่านหนังสือของพี่”โตเกียวไม่มีขา” โดนใจสุดๆ มันไม่ได้ทำให้อยากไปญี่ปุ่นแต่อย่างใด… แต่ทำให้อยากมีโตเกียวในแบบของเราบ้าง…ก็เท่านั้นเอง
    *_* HaVe A good journey!

  22. pattararanee Says:

    ยิ้มสู้นะคะ

    แล้วเจอกัน หน้าบูทหนังสือเน้อ…

    *เง้ออออ อยากทำเหมือนน้องสาวในกลุ่มอะ T_T

  23. เจน Says:

    คิดฮอด! แล้วเจอกันเด้อ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: