ป๊าสอนผมด้วยรองเท้า

ตุลาคม 9, 2007

ผมเพิ่งเจอกับป๊า
ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว
ป๊าเป็นไงเป็นงั้น
ไอ้ครั้นจะให้คนอายุหกสิบกว่ามาเปลี่ยนแปลงคงยาก
ผมเคยคุยกับเพื่อนที่คณะว่า
หลังจากอายุยี่สิบคนเราก็จะเริ่มมี “แกน” ให้ยึด
และยากจะเปลี่ยน

ป๊าใส่รองเท้ายางสีน้ำตาล เชื่อได้เลยว่าราคาถูก
ป๊าไม่ชอบของแพง และนิสัยนี้ก็สืบทอดมาถึงผม
ป๊าเป็นคนขี้เหนียว ญาติๆ ว่ากันว่าอย่างนั้น
ผมไม่เคยแอบเข้าห้องน้ำป๊า ก็เลยไม่รู้ว่าจริงไหม
แต่ป๊าก็ใช้เวลาในห้องน้ำไม่นาน
ผมเลยคิดว่า ไม่น่าจะเหนียวขนาดที่เขาว่ากัน

พวกเราพอจะรู้ว่าป๊าระมัดระวังในการใช้เงิน
แต่แม่เคยบอกกับเราว่า ป๊าขี้เหนียวเฉพาะของใช้ของตัวเอง
ถ้าเป็นของของลูกๆ ล่ะก็ ป๊าไม่เคยเหนียว
ซึ่งก็จริง ผมกับพี่สาวได้พิสูจน์แล้ว

ป๊าจะซื้อเสื้อผ้าแต่ละครั้งต้องพลิกแล้วพลิกอีก
ไม่ได้ดูลาย ดูสไตล์ ดูเนื้อผ้า แต่พลิกดูป้ายราคาต่างหาก
กางเกงของป๊าหยิบขึ้นมาจากกระบะลดราคาเสมอๆ
เสื้อก็ด้วย ถ้ากางเกงในมีลดราคาก็คงจะด้วย

แต่ช่วงที่ผมกับพี่สาวบ้าแบรนด์
ช่วงที่เด็กไทยลอยละล่องตามฟองสบู่ของบ้านเมือง
ต้องใส่ลีวายส์ ริมแดง, เสื้อบานาน่า รีพับบลิค,
รองเท้าด็อกเตอร์มาร์ตินห้อยกระดิ่ง, เสื้อเบสบอลจากอเมริกา,
รวมถึงหมวกใบเก๋ ใบละพันกว่าบาท
ผมกับพี่สาวก็ได้ใส่ลีวายส์กับเขา ตัวละสองพัน-สามพัน
แบงค์เหล่านั้นก็ควักออกมาจากกระเป๋าเหนียวๆ ของป๊านี่แหละ

“สำหรับลูก ป๊าไม่อั้น” แม่ไม่ได้โกหกพวกเรา
ผมยังมีเสื้อเบสบอล หมวก และเสื้อบานาน่าฯ ตามแฟชั่น
แพงจะตายไป แต่ทำไงได้ เพื่อนมี เราก็ต้องมี

ผมเพิ่งเจอกับป๊า
ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว
ป๊าเป็นไงเป็นงั้น
ไอ้ครั้นจะให้คนอายุหกสิบกว่ามาเปลี่ยนแปลงคงยาก

เจอกันครั้งนี้ป๊าใส่รองเท้ายางสีน้ำตาล
ข้างๆ มีตัวหนังสือสีชมพู เขียนว่า “Loso”
พี่สาวผมแซวว่า ป๊าจะเลือกรองเท้าดีๆ หน่อยไม่ได้หรือ?
ป๊าคงไม่สนว่ามันจะ Lo หรือ Hi
ขอแค่ใสสบาย นุ่มเท้าก็น่าจะพอแล้ว
ตัวหนังสือสีชมพูนั้นไม่ใช่รองเท้าสักหน่อย
รองเท้า คือ ส่วนที่มันรองอยู่ใต้เท้านั่นต่างหากล่ะ

ป๊าสอนผมโดยที่ไม่ต้องสอน
ป๊าสอนด้วยกางเกง เสื้อผ้า และรองเท้าโลโซ
ป๊าสอนผมว่า ถ้าเรามีข้อแม้ในชีวิตน้อยลง
เราจะใช้ชีวิตได้ง่าย สบาย และราคาถูก

ผมเลือกเสื้อยืดแต่ละครั้งไม่ง่ายเลย
ผมไม่ชอบลายเสื้อ “แนวๆ” กราฟิกเท่ๆ
ไม่ใช่ไม่ชอบ ไม่ใช่ไม่สวย แต่มันไม่เหมาะ
ใส่แล้วไม่เข้ากับหน้าเจี๋ยมเจี้ยม
เคยซื้อมาเหมือนกัน แต่ใส่แล้วไม่รอด
นี่ก็ข้อแม้ในชีวิต

เพื่อนหลายคนเลือกของใช้และเสื้อผ้าเนิ่นนาน
บ้างก็พิถีพิถันกับข้าวของส่วนตัว
เพราะของทุกชิ้นที่หยิบขึ้นมา
ย่อม “สื่อ” ตัวตนของคนคนนั้น

บางคนยิ่งโตก็ยิ่งมีข้อแม้ในชีวิตมาก
หาหนังสนุกดูยากขึ้น
หาเพลงเพราะๆ ฟังยากขึ้น
หาหนังสือดีๆ อ่านยากขึ้น
หาเสื้อผ้าที่ถูกใจยากขึ้น
โลกก็เป็นของมันเหมือนเดิม
ตัวเราเอง รสนิยมของเราเองนั่นแหละที่เปลี่ยน

ดูเหมือนมันจะขยับตัว
ทำให้อะไรๆ ไม่ง่ายดังเดิม

ชีวิตไม่มีข้อแม้หรอก
เราเป็นคนตั้งมันเองนั่นแหละ
ของไม่มีสูง-ต่ำ
เราไป “แปล” มันเอง
รองเท้า Loso ของป๊าบอกกับผมอย่างนั้น

แล้วป๊ายังสอนผมอีกด้วยว่า
ความจริงแล้ว
สิ่งที่เราควรพิถีพิถันและใส่ใจ
ไม่น่าจะเป็นสิ่งของส่วนตัว
แต่ควรจะเป็นสิ่งของที่เราจะมอบให้คนอื่นมากกว่า

ของของเรา ถูกได้ โลโซได้
แต่ของสำหรับคนที่เรารัก เราน่าจะให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา

ผมเพิ่งเจอกับป๊า
ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว
ป๊าเป็นไงเป็นงั้น
ไอ้ครั้นจะให้คนอายุหกสิบกว่ามาเปลี่ยนแปลงคงยาก

ผมพาป๊ากับแม่เที่ยวรอบเซี่ยงไฮ้
เราไปนั่งกินกาแฟราคาแพงกันบนยอดตึกจินเม่า
ตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีน (ขณะนี้)
ตอนคิดเงิน เล่นเอาป๊าตาโต ตกใจ
ป๊าใส่รองเท้า Loso ขึ้นตึกจินเม่าชั้น 87

แม่พูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ผมยิ้ม
“เอ๋นี่มันขี้เหนียวนะ แต่กับป๊ากับแม่เท่าไหร่ไม่อั้น”

ผมอยากหันไปบอกกับป๊ากับแม่ว่า
“นิสัยแบบนี้ ผมก็ติดมาจากป๊าน่ะแหละ”

41 Responses to “ป๊าสอนผมด้วยรองเท้า”

  1. snowflake Says:

    “สิ่งที่เราควรพิถีพิถันและใส่ใจ
    ไม่น่าจะเป็นสิ่งของส่วนตัว
    แต่ควรจะเป็นสิ่งของที่เราจะมอบให้คนอื่นมากกว่า” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมอบให้กับคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิตคือพ่อกับแม่ของเรา
    ปล. พี่เอ๋ได้กลับบ้าน เราก็เพิ่งได้กลับบ้านเหมือนกัน สุขใจ จิงๆ : )

  2. นายหมูตุ้ย Says:

    ประทับใจ
    เหมือนคราวอ่าน ‘ณ’ ตอนหนึ่ง (จำชื่อตอนไม่ได้แล้ว)

    ประทับใจ
    ก้ามปู ก้างปลา หัวกุ้ง << ที่ป๊าพี่บอกว่าเป็นส่วนที่อร่อยที่สุด
    แต่ความจริงแล้ว มันเป็นส่วนที่กินยากที่สุดต่างหาก

    ประทับใจ
    ณ ร้านนั้นพี่ตักเนื้อปู เนื้อปลา เนื้อกุ้ง ให้ป๊าได้กินบ้าง

    ประทับใจ
    รองเท้าที่ป๊าพี่ใส่ แม้มันจะอยู่ติดดิน
    พี่ก็ยังไม่ลังเลใจที่จะตามไปรับมันมาใส่หัว และใส่ใจ

    ประทับใจ
    ประทับใจ
    ประทับใจ

    :]

  3. Caramel Says:

    พ่อแม่มักจะหยิบยื่นสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ เมื่อเราโตแล้วก็ควรต้องหยิบยื่นสิ่งที่ดีที่สุดกว่านั้นให้พ่อแม่

    ป.ล.บางคนยิ่งโตก็ยิ่งมีข้อแม้ในชีวิตมาก
    หาหนังสนุกดูยากขึ้น
    หาเพลงเพราะๆ ฟังยากขึ้น
    หาหนังสือดีๆ อ่านยากขึ้น
    หาเสื้อผ้าที่ถูกใจยากขึ้น
    ยิ่งไปกว่านั้นยังหาคนที่ถูกใจยากขึ้นด้วย 555

  4. บีม Says:

    ^______________^

    เชื้อไม่ทิ้งแถวจิงๆ

  5. แขก Says:

    เพิ่งพาพ่อกับแม่เที่ยวเหมือนกันเลยครับ
    แต่เป็นทริปผู้สูงอายุ(ตจว.)ตะลุยเมืองกรุง
    พาไปกินข้าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชมทิวทัศน์วัดอรุณยามค่ำ
    พาไปพระที่นั่งวิมาณเมฆ พระที่นั่งอนันตสมาคม
    พาไปเดินถนนข้าวสาร ฮ่า ฮ่า และอื่นๆอีกมากมาย

    อยากให้พ่อกับแม่กินอะไรดีๆ(ที่ไม่เคยกิน)
    ดูอะไรแจ่มๆ(ที่ไม่เคยเห็น)
    ก็ต้องคอยหาสถานที่ที่ราคาไม่สูงจนเกินไป
    ไม่อย่างนั้นจะโดนบ่นอุบ
    ขนาดพาไปร้านที่ราคาค่อนข้างถูกแล้วนะเนี่ย
    ยังอุตส่าห์ไปเปรียบกับร้านที่ถูกกว่าอีก ฮ่า ฮ่า

    ก็นั่นแหละ อย่างที่ท่านนิ้วว่า
    หลังอายุยี่สิบคนเราก็จะเริ่มมี “แกน” ให้ยึด และยากจะเปลี่ยน
    ผู้สูงอายุทั้งสองก็ผ่านยี่สิบมานานแล้ว ยากที่จะเปลี่ยน
    แต่ก็อีกนั่นแหละ
    ผมก็ผ่านอายุยี่สิบมาแล้ว (ไม่ต้องแซวว่านานแล้ว ฮ่า ฮ่า)
    ผมก็ยากที่จะเปลี่ยนเหมือนกัน
    ท่านบ่นก็บ่นไป แต่ผมก็จะพาไปอีก
    ถึงบ่นก็จะพาไปอีก แล้วถึงจะบ่นอีก ผมก็จะพาไปอีก ฮ่า ฮ่า
    อยากบอกเหมือนกัน “แค่นี้ยังน้อยไป ยังไม่เต็มอิ่ม”

    ปล.สงสัยผมบ้านนอกเกินไป แบรนด์ที่ท่านนิ้วว่า
    ผมยังไม่เคยใส่เลยอ่ะ ฮ่า ฮ่า

  6. jummdcu Says:

    อ่านแล้วคิดถึงพ่อ (ที่อยู่บนโน้นแล้ว)
    นิสัยเหมือนกับป๊าของเอ๋มากๆเลยล่ะ

  7. เติ้ล Says:

    🙂
    คิดถึงแม่ คิดถึงพ่อ

  8. แขก Says:

    อะแฮ่ม! แอบเปลี่ยนตอนจบหรือเปล่าเนี่ย ท่านนิ้ว
    แต่จบแบบนี้ก็เข้าท่าดีครับ ชอบ ชอบ : )

  9. roundfinger Says:

    ปล. แบรนด์ที่ผมพูดถึง ถ้าเป็นคนรุ่นๆ เดียวกัน ต้องร้อง “อ๋อ” แน่ๆ ครับพี่
    เพราะมันฮิตกันอยู่ช่วงหนึ่งเลยเชียวครับ แต่ที่พี่แขกไม่ “อ๋อ”
    อาจจะเพราะพี่แขกเลยวัยยี่สิบมานานมากแล้วก็ได้ หุหุ…เอ…แซวพี่ถี่ไปไหมครับเนี่ย?

  10. madam Says:

    อ่านแล้วอบอุ่น

  11. iiws Says:

    >> กำลังมีชีวิตที่ไม่อั้น สำหรับ….
    >> พ่อเเละเเม่
    >>
    >>
    >>
    >>
    >> ตอนนี้สิ่งที่มีให้พ่อกับเเม่ได้ไม่อั้น……
    >> ก็คือ “”ความร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก””
    >> รักหมดใจให้พ่อกับเเม่นี่เเหละค่ะ

  12. pawana1104 Says:

    ตั้งแต่อ่านบลอกคุณมา เราชอบเรื่องนี้ที่สุดน่ะ

  13. bb Says:

    ละเอียดอ่อน และงดงาม

  14. แนน Says:

    ชอบและประทับใจมาก..ค่ะ..

  15. แขก Says:

    แหมๆ ท่านนิ้ว แบรนด์นะรู้จัก(บ้าง)
    เพียงแต่มันไม่เคยใช้ ไม่เคยงอแงขอซื้อ (ตอนนั้นเป็นเด็กดี) อิอิ
    ก็พ่อแม่ไม่มีตังค์มากขนาดนั้น (ถ้ามีก็คงงอแงไปแล้ว ฮ่าฮ่า)
    เด็ก ตจว.ไม่ใส่แบรนด์ก็ได้ไม่เป็นไร เพราะเพื่อนๆก็ไม่เห็นมีใครใส่
    ไม่ต้องเปรียบเทียบกัน เลยไม่มีการน้อยหน้ากัน
    เอ…หรือเพื่อนมันใส่ แต่เราดูไม่ออกว่าเป็นแบรนด์หว่า?

    ปล.แซวถี่หรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าเป็นกระสุน สงสัยจะพรุนกันแล้ว ฮ่าฮ่า

  16. undercurrent Says:

    พูดถึงรองเท้า Loso จะนึกถึง รองเท้า “นันยาง” หูหนีบ ที่พ่อเราชอบใส่เป็นประจำ
    แต่ยังดีตรงที่เวลาไปไหนมาไหน พ่อเราจะยอมเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าคู่ที่ดูดีหน่อย (แบบว่า แม่+ลูกบังคับเปลี่ยน อิอิ)

    มีคำนึงที่พ่อพูดบ่อยๆ ( บ่อยมาก มากพอๆกับที่ แม่+ลูกบ่นพ่อเรื่องรองเท้า😛 ) คือ “ถึงจะใส่เสื้อผ้าเก่า แต่ในกระเป๋ามีตังค์ซะอย่าง”

    ส่วนเราต้องบอกว่า โชคดีที่สมัยเรียน ได้เพื่อนๆที่ไม่นิยม เสื้อผ้า แบรนด์เนม ส่วนใหญ่ก็มักจะอวดกันว่า ใครซื้อของที่ดูดี แล้วถูกกว่ากันมากกว่า

  17. Qingqing Says:

    อืมจริง บางคนก็ทำชีวิตให้ยากเอง

    ดีจัง ได้พาพ่อกะแม่เที่ยว

  18. ปอนด์ Says:

    คิดถึงพ่อ T_T

  19. echaba Says:

    แอ๊ด..

    อืม..สอนด้วยรองเท้า..
    พ่อของ echaba ก็ทำเหมือนกัน..
    แต่ echaba ไม่อยากให้พ่อใส่รองเท้า
    เพราะถ้าพ่อใส่มันคงจะเจ็บกว่านี้..

    อุ่ก! เฮ้ย เดี๋ยวดี๊!
    อั่ก! เดี๋ยวเด้พ่อ ไปแล้ว ลุกแล้ว!

    ถ้าวันไหนตื่นสาย พ่อก็จะสอนด้วยสันเท้าเข้าที่สันหลัง..
    T T

    กริ๊ก..

  20. undercurrent Says:

    เมื่อหลายปีก่อน ช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆ พี่คนนึงเคยบอกเราว่า “เราหน่ะชอบสร้างกรอบให้ตัวเองเดิน” ตอนนั้นเรากะเพื่อนก็เถียง(คนเป็นเอ็น)ว่า กรอบอ่ะมีจิง แต่เราไม่ได้สร้างมันขึ้นมาเองหรอกนะ พ่อแม่ เรา คนรอบข้าง(ผู้ซึ่งมีอิทธิพลกะเราต่างหาก) ที่สร้างกรอบให้เรา แล้วเราก็คิดอยู่อย่างนั้นมาหลายปีเหมือนกันนะ

    เพิ่งจะเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้แหล่ะ ที่เพิ่งคิดได้ว่า กรอบนั้นเราสร้างมันขึ้นมาจิงด้วย

    เพิ่งเข้าใจ เพิ่งกล้าที่จะลบกรอบที่สร้างขึ้นมา เพิ่งจะใช้ชีวิตได้อย่างที่ใจอยากทำ🙂


  21. ….มากกว่าที่จะบรรยาย
    ….อบอุ่นเกินจะสัมผัส
    ……………………………..คุยกะรองเท้าป๊า😉

  22. เอ Says:

    เฉกเช่นคนอื่นๆ อ่านแล้วประทับใจและแอบพยักหน้าตามหงึกๆ
    เห็นด้วยจริงๆค่ะที่ว่าบางคนยิ่งโตก็ยิ่งมีข้อแม้ในชีวิตมากขึ้น รวมทั้ง
    เอด้วยล่ะ ลองย้อนคิดดูว่าอย่างตอนเด็กๆ พ่อแม่ให้ใส่เสื้อผ้าตัวไหน
    ก็ว่าตามนั้น เคยปฎิเสธไม่ใส่ที่ไหน พอโตขึ้นกว่าจะเลือกใส่เสื้อได้
    แต่ละวัน หมุนแล้วหมุนอีก ส่องแล้วส่องอีก เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก

    คิดๆดูป๊าเอก็มีนิสัยทำนองนี้เหมือนกัน แล้วก็ได้รับการตกทอดมาถึงเอ
    พวกแบรนทั้งหลายถ้าไม่ลดราคาคงไม่มีทางได้เงินจากครอบครัวเอแน่
    แฮ่ๆ มีอีกอย่างที่ป๊าเอสอนทางอ้อม คือลูกอยากได้อะไรก็มักจะพยายาม
    สรรหามาให้ แต่….แต่ต้องรอนานมากๆกว่าจะได้สิ่งนั้นมา อย่างบาร์บี้ที่
    เพื่อนๆเอเค้ามีเล่นกันบางคนตั้งแต่อนุบาล เอได้ไว้ในครอบครองเอาตอน
    ป.6 ดีเลย์ไปหลายปีมากๆ แต่ก็ดีใจที่มีกับเค้า แล้วก็ไปเล่นเอาตอนป.6
    นั่นแหละค่ะ เปลี่ยนซื้อผ้าให้ พูดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวอยู่คนเดียว
    เพจเค้ามีกันตั้งแต่ม.ต้น เอได้ตอนเข้าเอแบคปีแรก ส่วนมือถือน่ะเหรอคะ
    ได้ตอนรับปริญญาไปแล้วล่ะค่ะ แต่ทุกๆอย่างสอนเอให้เป็นคนที่รักษาของ
    เพราะรู้คุณค่าของแต่ละอย่าง กว่าจะได้มานั้นไม่ยากเลย แล้วก็รู้จักการรอคอย
    ค่ะ ไม่ใช่อยากได้อะไรต้องได้เดี๋ยวนั้น ถ้ามีลูกก็จะสอนลูกแบบนี้บ้าง

    นอกเรื่องซะหน่อยนะคะ พี่เอ๋ เออยากถามว่าพอจะเป็นไปได้มั๊ยคะ
    ที่เพื่อนบ้านทุกคนในนี้จะมีมีทติ้งกันน่ะค่ะ พร้อมเจ้าของบ้านที่ไม่ทราบ
    ว่าจะได้กลับมาบ้านเกิดอีกทีเมื่อไหร่น่ะค่ะ คือลองถามดูน่ะค่ะ เห็นใจคนที่
    ไปงานเปิดตัวคนอ่านไม่ได้หน่อยนะคะ (ทำตาหน้าสงสารสุดฤทธิ์ค่ะ)

  23. pattararanee Says:

    แม่บอกให้ประหยัดทุกเรื่อง
    ยกเว้น เรื่องอาหารการกิน + หนังสือ

    ถ้าได้เป็นแม่คนบ้าง จะบอกลูกว่า
    ประหยัดทุกเรื่องนะลูก
    ยกเว้น เรื่องอาหารการกิน + หนัง (สือ)

    ^_^

    การมีพี่น้องหลายคนก็ช่วยทำให้เราเรียนรู้เรื่องการประหยัดได้มาก
    เพราะของทุกอย่างต้องแบ่งๆ กัน
    และคนเป็นน้องมักได้รับ “ของเก่า” จากพี่ที่โตขึ้น เช่น เสื้อผ้าตกทอดมา เป็นต้น

    โชคดี เราเป็นพี่คนโต อิอิ ^O^

  24. อู Says:

    🙂
    ดีจัง อ่านแล้วมีความสุข

  25. Chris Says:

    อ่านแล้วเห็นได้ว่า
    แฟชั่นมันบ่งบอกอายุจริงๆ

  26. roundfinger Says:

    เอ > เคยคุยกับพี่แขกเหมือนกันครับ เรื่องว่าจะมาเจอกัน แต่ก็บอกพี่เขาไปว่า
    ไม่กล้าไปนั่งเจอกันแบบนั้น เพราะมันจะเกิดอาการเขินๆ อายๆ ทำอะไรไม่ถูก
    แล้วก็เกิดช่องว่างกลางอากาศ คือไม่รู้จะคุยอะไรกัน ยิ้มๆ แหะๆ กันไป
    ก็เลยคิดว่า การจัดงานเปิดตัวผู้อ่านร่วมกับพี่ก้องกับอัพเป็นทางออกที่ดี
    คือมีอะไรให้ทำกันคร่าวๆ พอกำแพงน้ำแข็งละลายแล้วก็ค่อยเริ่มคุยกันน่ะครับ

    ขอบคุณเอมากๆ ครับที่ถามถึง “มีทติ้ง”
    ยังไงเราก็ “มีท” กันในนี้ก็แล้วกันนิ เจอกันแบบจังๆ นี่ไม่ถนัดเลยครับ
    สังเกตได้ว่าขนาดเจอในซุ้มที่งานหนังสือยังเสียงสั่นแหง่กๆ ฮ่าฮ่า

    แล้วเจอกันเอ!

  27. RedHooligan Says:

    ตัวเองประหยัดสุดๆ แต่กับครอบครัว ผมก็ไม่อั้นเหมือนกัน😀

  28. แขก Says:

    “ไม่กล้าไปนั่งเจอกันแบบนั้น
    เพราะมันจะเกิดอาการเขินๆ อายๆ ทำอะไรไม่ถูก”

    ทีเรื่องแบบนี้มาอาย
    แต่เรื่องแบบนั้นกลับไม่อาย อิอิ
    เอาน่า เอ…คราวนี้ท่านนิ้วเขาเขินอาย
    รออีกหน่อยแล้วกัน คราวหน้าเราค่อยพยายามกันใหม่ หุหุ : )

  29. epsilon Says:

    พี่เอ๋ ทำหนูร้องไห้เลยนะเนี่ย T T
    ป๊าม้าหนูก็เป็นแบบ ป๊าพี่เหมือนกัน
    ตัวเองประหยัด แต่กับลูกๆ เท่าไหร่เท่ากัน

    อ่านแล้วคิดถึงบ้านป๊าม้าจับใจ คิดถึงอากง คิดถึงน้องๆ คิดถึงทุกคนที่อยู่เมืองไทย

    มาอยู่นี่หลายเดือนแล้วยังไม่เคยร้องไห้คิดถึงบ้านเลยซักครั้ง

    พิมพ์ไปน้ำตาไหลไป

    รอป๊าม้าตื่นแล้วโทรไปหาดีกว่า

    ขอบคุณนะคะพี่เอ๋ ขอบคุณจริงๆ

  30. Bluewings Says:

    ใช้ค่ะ พี่กลม พ่อกับแม่นิวส์ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ลูกอยากได้อะไรไม่เคยจะไม่ได้ แต่ก็ต้องรอเหมือนกันกับพี่เอค่ะ…พ่อกับแม่เค้ารักเรามากกกกกกกก
    ลูกอยากได้อะไรขอให้บอกเถอะ….
    พูดแล้ว คิดถึงพ่อค่ะ พ่อทำงานหนักมากกก ได้อยู่บ้านปีละไม่กี่วัน ทำงานอยู่กลางทะเลมีแต่ฟ้ากับน้ำให้มอง

    แต่ว่าพ่อกลับส่งเสียงมาหาลูกๆๆด้วยความห่วงใยได้ตลอดเวลา รับรู้ความเป็นไปของลูกๆๆจากสายสืบส่วนตัว(แม่)อย่างสม่ำเสมอ นิวส์ไม่เคยรู้สึกแย่ในวันที่พ่อไม่ได้อยู่ใกล้ตัวแต่นิวส์รู้สึกเสมอว่าพ่ออยู่ใกล้ใจ ถึงเวลาที่เจอหน้ากันจน้อยแต่พ่อกลับสอนลูกๆๆๆได้อย่างดีเยี่ยมถึงแม้จะเจอหน้ากันหรือไม่ก็ตามเพราะพอมีเรื่อง พ่อก็จะกริ้งๆๆๆมาหาเจ้าของเรื่องทันที อันนี้ต้องชมหน่วยข่าวกรองชั้นยอดค่ะ ส่งข่าวได้เยี่ยมจริงๆๆ (แอบแซวแม่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆเนี่ย)

    (แม่ฝาก แซวว่า พ่อกับแม่พี่กลม คงอดคิดถึงพี่กลมไม่ได้เลยต้องรีบไปหาค่ะ ถึงป๊าพี่กลมจะตาโตเพราะราคากาแฟ แต่ก็หัวใจพองโตเพราะลูกชายคนนี้นี้แหละ ) แม่เค้าแอบเป็นแฟนคลับรุ่นใหญ่ของพี่กลมค่ะ (นิวส์เรียกว่าแม่ยกค่ะ555++)

    กำลังรอให้ถึงเดือนกุมภา สักที จะได้เจอพ่อแล้ว คิดถึงแล้วก็รักพ่อมากกนะค่ะ

    อิจฉาพี่กลมอ่ะ ได้เจอพ่อแล้วหลังจากอยู่ห่างใกล้กัน

  31. ปอนด์ Says:

    โห พี่ พี่เอ๋ เขิล…กลัวคนจ้องหน้า
    เอาน่า เดี๋ยว พี่แขก ก็ละลายพฤติกรรมให้เอง
    จริงไหมพี่แขก ^_*

  32. ช่อแก้ว(คนกันเอง มาช้า แต่มาตั้งนานแล้ว) Says:

    ขอบคุณ
    คุณพ่อของพี่เอ๋


  33. เหมือนเนื้อเพลงเลยค่ะ

    ผมเพิ่งเจอกับป๊า
    ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว
    ป๊าเป็นไงเป็นงั้น
    ไอ้ครั้นจะให้คนอายุหกสิบกว่ามาเปลี่ยนแปลงคงยาก
    (ท่อนhookน่ารักดี)

  34. schumann Says:

    อ่านแล้วอุ่นจัง
    ทำให้นึกถึงตอนที่พาพ่อกะแม่ไปเที่ยวภูเก็ต+พีพี
    เป็นครั้งแรกของการไปเหยียบภูเก็ต+พีพีของคนเชียงใหม่อายุ 50 กว่า
    และเป็นครั้งแรกของการนั่งเครื่องบินของคนอายุ 50 กว่า
    พ่อลองเข้าห้องน้ำบนเครื่องทีจี ทั้งๆ ที่ไม่ปวดหนักปวดเบาใดๆ
    แม่นั่งตัวตรง แข็งทื่อและเกร็ง ตอนเครื่องเทคออฟ ตาก็เหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง
    พ่อนั่งตรงกลาง ก็คอยชะเง้อมองเหมือนกัน
    และชี้ชวนกันดูวิวด้านล่างอย่างตื่นตาปนสนุกสนาน
    เรา+พี่ชายมองหน้ากันแล้วอมยิ้ม
    ถึงภูเก็ตพาไปพักแถวป่าตอง
    เดินเล่นดูคนดูของ
    พ่อจ้องสาวๆ ที่ยืนเต้นส่ายอยู่บนโต๊ะเพื่อเรียกแขก อย่างสงสัยว่าหญิงจริงๆ หรือเปล่า
    เราพากันไปนั่งจิบกาแฟในร้านหรู – แม่แอบบ่นว่าแพง ตามประสา)
    แต่ก็ชอบนะ
    ก่อนลงเรือจากภูเก็ตไปพีพี ดูพ่อกับแม่กังวลกับการต้องอยู่บนเรือในทะเลนานสองสามชั่วโมง
    แต่สักพักเริ่มผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับสิ่งรอบตัว
    เช้าตรู่บนพีพี พ่อกับแม่พากับไปเดินเล่นและเล่นน้ำทะเลกันก่อนเราสองพี่น้องจะตื่นซะอีก
    ระหว่างวัน พ่อสนุกสนานกับของเล่นใหม่ หน้ากากดำน้ำแบบผิวน้ำ
    แต่ยังไม่ทันสาธิตและอธิบายวิธีหายใจเวลาดำน้ำ
    คนแก่ใจร้อนกระโดดจากเรือลงไปก่อน
    ผลคือสำลักน้ำทะเลหน้าดำหน้าแดง แล้วก็เข็ดไปเลย
    ไม่กล้าลงดำน้ำอีก ถึงแม้จะบอกวิธีที่ถูกต้องให้ก็ตามแต่ )
    ถึงยังงี้ก็เหอะ
    ก็ยังอวดวีรกรรมนี้กับทุกคนที่มาเยี่ยมที่บ้านได้ตั้งนานแน่ะ
    ส่วนแม่ก็เอร็ดอร่อยกับอาหารทะเลจนลืมเรื่องคอเรสเตอรอล
    ….
    และอีกมากความทรงจำดีๆ กับการไปเที่ยวทั้งครอบครัวครั้งนั้น
    จนถึงทุกวันนี้
    ก็ยังเป็นเรื่องเล่าที่เรายังคุยกันอยู่เสมอๆ
    ถึงจะผ่านมาแล้วหลายปีก็ตาม
    ทุกครั้งที่นึกถึง ยังคงรู้สึกอุ่นและอิ่มข้างในเสมอ )

    ขอบคุณนิ้วกลม+ป๊า
    สำหรับเรื่องเล่าดีๆ

  35. antz Says:

    อ่านแล้วอุ่น หัว + ใจ

  36. สิ Says:

    ขอยิ้มก่อน อ่านแล้วนึกถึงแม่สิเลย
    “สำหรับหม่าม๊าแล้ว หม่าม๊าทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก”

  37. Goi Says:

    รื้นๆ ตื้นๆ ตันๆ เต็มๆ
    คิดถึงบ้าน

  38. น้องต่าย Says:

    เชื่อว่าลูกๆตาตี่เชื้อสายจีนทุกคน คงชอบเรื่อง
    นี้โขทีเดียว อ่านแล้วคิดถึงป๊าด้วยคนคะ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: