ทำไงให้อ่อนโยน?

ตุลาคม 18, 2007

“พี่เคยเขียนถึงหนังเรื่อง Little Miss Sunshine ใช่ไหม
มันอยู่ตรงไหนอะ หาไม่เจอ”
“อ๋อ มันอยู่ใน bloggang”
“ถามต่ออีกหน่อย พี่ชอบคนไหนในเรื่อง”
“เราชอบปู่ แล้วบีมชอบคนไหน”
“ชอบแม่”
“อ๋อ อืม ชอบเหมือนกัน”
“หากเป็นได้สักครึ่งแบบนั้นคงจะดี”
“อืม…”
“ทำไงถึงจะเป็นคนอ่อนโยนอะ?”

นั่นคือที่มาของบล็อกในวันนี้ครับ
ผมว่ามันเป็นคำถามที่น่าสนใจมาก
น่าสนใจเพราะ
หนึ่ง, ความอ่อนโยนนี่มัน “ทำ” กันได้ด้วยหรือ?
สอง, สมมุติว่าทำได้ นั่นสินะ ทำยังไงล่ะ?

ชั่วความคิดแรก ผมตอบน้องไปว่า
“อย่างแรกเลย คงต้องให้เวลากับการสังเกตล่ะมั้ง”
แล้วก็ตามด้วยประโยคถัดมาว่า
“คำถามดีจัง ขอเก็บไปตอบในบล็อกนะ”

พี่ๆ เพื่อนๆ ล่ะครับ พอจะทราบไหมว่า
“ทำอย่างไรเราจึงจะเป็นคนอ่อนโยน?”
เอาเข้าจริงแล้วผมก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนประเภทนั้น
แม้จะมีบ้างในเวลาอากาศเย็นๆ และไม่มีคนอยู่ใกล้ๆ
แต่บางคำถามที่ไม่คิดว่าน่าจะเป็นคนตอบ แต่ผมก็ชอบเก็บมาคิด
บ่อยครั้งที่ความคิดและความเข้าใจของเราก็เริ่มจากคำถามที่ดี
ผมอยากเข้าใจและอยากหาคำตอบแบบเดียวกับที่บีมอยากหา
ก็เลยลองเก็บมานั่งคิดดู

แม้จะนั่งคิดได้สักพัก ผมก็ยังคงยืนยันคำตอบในความคิดวินาทีแรก
ผมคิดว่า มีหลายวิธีที่จะนำไปสู่การเป็นคนอ่อนโยน
(ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ได้หมายความว่าความอ่อนโยนเป็นสิ่งที่ดีเสมอไป)
แต่ผมคิดว่า วิธีการหลักๆ ก็คือ “การให้เวลากับการสังเกต” นั่นเอง

เราสามารถอ่านวรรณกรรมเยาวชนสักสองโหล ดูสารคดีดอกไม้
ชีวิตมด ตัวหนอน ผีเสื้อ ดูหนังที่อ่อนละมุน ฟังเพลงละไม ฯลฯ
สิ่งเหล่านั้นล้วนหล่อหลอมให้เราอ่อนโยนมากขึ้น

แต่หากลองสังเกตให้ดี อาจพบคำตอบคล้ายกันกับผม
ผมว่าความอ่อนโยนเกิดขึ้นจากการใส่ใจ
และการใส่ใจนั้นอาศัยเวลา

คนที่มีเวลาใส่ใจกับสิ่งต่างๆ และผู้คนรอบข้าง
สนใจในรายละเอียด ซึมซับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนมองข้าม
คนคนนั้นนับได้ว่าอ่อนโยนไม่ใช่น้อย

เขียนมาถึงตรงนี้ ผมนึกถึงคำว่า “sensitive”
เลยหยิบดิกฯ ขึ้นมาเปิด ในนั้นให้ความหมายไทยๆ ว่า
“ความรู้สึกไว” ผมแปลของผมเอาเองว่า “ขยันรู้สึก”

คนที่อ่อนโยนน่าจะมี “ต่อมรับความรู้สึก” โตเต่งกว่าชาวบ้าน
คืออะไรเข้ามาใกล้ๆ ก็รู้สึกรู้สาไปเสียทุกอย่าง
ฝุ่นตกกระทบผิวหนังก็รู้สึกราวกับ
ใครหย่อนลูกเทนนิสลงมาจากตึกสิบชั้น
โอว…นั่นก็ขี้รู้สึกเกินไป!

จะว่าไปแล้ว ต่อมๆ นี้ก็คล้ายต่อมอื่นๆ ในร่างกาย
เราเกิดมา มันมีขนาดที่ติดตัวมาแบบหนึ่ง
แต่พอเราเติบโต มันก็เปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรา
ผมจึงคิดว่า เราสามารถฝึก “ต่อมอ่อนโยน” ได้
หาก “สัมผัส” มันบ่อยเข้า มันจะบวมปูดตึงเต่งมากขึ้นเรื่อยๆ

และ “เวลา” นั่นเองคือคำตอบ
คนคนเดียวกัน ในวันที่มีเวลาว่างกับวันที่ยุ่งหัวฟูก็อ่อนโยนไม่เท่ากัน
หากมีเวลา เราจะใส่ใจสิ่งต่างๆ รอบกายมากขึ้น

แต่ก็อีกนั่นแหละ บางครั้ง เราก็ชินชากับชีวิตที่ไม่ค่อยมีเวลา
และชีวิตที่หมุนไวเหมือนกงล้อของหนูถีบจักร
กระทั่งวันที่มีเวลา เราก็มองข้ามสิ่งต่างๆ ที่น่าใส่ใจไปเสียได้

สำหรับผมแล้ว คนที่อ่อนโยนกับคนที่พยายามทำความเข้าใจ
มักจะเป็นคนเดียวกัน นั่นหมายความว่า เขามีเวลานั่งดู
ให้เวลาทำความเข้าใจ และพยายามมองให้เห็นสิ่งที่ไม่ได้เห็นอยู่ตรงหน้า
สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง “ภาพ” ที่เห็น
สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง “คำพูด” ที่ได้ยิน
สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง “สัมผัส” ที่ได้แตะต้อง

นั่นเท่ากับว่า ไม่ “ผิว+เผิน” แต่ “ลึก+ซึ้ง”
คำว่า “ลึกซึ้ง” น่าสนใจ
เคยมีไหม “ตื้นซึ้ง” –ไม่มี!
คนเราจะ “ซึ้ง” ได้ ต้องปล่อยความคิดความรู้สึกด่ำดิ่ง “ลึก” ลงไปเท่านั้น

ชีวิตทุกวันเต็มไปด้วยผิวและเปลือก บางครั้งก็หน้ากาก
หากมีเวลาเราจะได้ปอกเปลือก แง้มผิว ถอดหน้ากากของสิ่งต่างๆ ออก
แล้วเราก็จะเข้าใจ “เบื้องหลัง” มากขึ้น

นั่นคือเหตุผลที่คนอ่อนโยนบางคนน้ำตาไหลเพียงเพราะใบไม้ร่วง!
เพราะในวินาทีนั้น ใบไม้อาจบอกความหมายของชีวิต!
บางครั้งคนเราก็ “บรรลุ” อะไรเล็กๆ จากการใส่ใจอะไรบางอย่าง
จ้องมองอะไรนานๆ แล้วอ่านเจอความหมายที่ซ่อนอยู่ลึกลงไป

นั่นในภาพกว้าง หากกล่าวให้แคบขึ้น ในระดับความสัมพันธ์คนต่อคน
จะว่าไปแล้ว เราต่างมี “ผิว” และ “เปลือก” ด้วยกันทั้งนั้น
หากเราคบกันผิวเผิน พูดคุยด่วนๆ เราก็จะใช้ผิวคุยกับผิว
และเราก็จะรู้จักและเข้าใจกันแบบ “ผิว+ผิว”

แต่หากมีเวลา เช่นกันกับการจ้องมองดอกไม้ใบหญ้า
ในคนหนึ่งคนมีสิ่งที่รอให้ค้นหาและเปิดเผยมันออกมา
มีความหมายลึกๆ มีเนื้อหา มีอดีตและเรื่องราวระหว่างทางที่ผ่านมา
หากใครสักคนมีเวลาเพียงพอที่จะใส่ใจนั่งฟังใครสักคน
ผิวก็จะค่อยๆ ถูกกระเทาะ เปลือกจะค่อยๆ ถูกแกะทิ้งไป
แล้วเราก็จะได้สัมผัส “ข้างใน” กันมากขึ้น
“ข้างใน” ที่ไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่แก้ผ้าคุยกัน!

และโดยส่วนใหญ่ เรามักจะรู้สึกดีที่มีคนให้เวลาใส่ใจกับเรามากพอ
มีเวลาทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้ง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ใครก็ต้องการทั้งนั้น
ใครสักคน (หรือหลายคน) ที่จะได้รู้จักและเข้าใจกันจริงๆ

การให้เวลาใส่ใจและทำความเข้าใจคนอื่นทำให้คนเราอ่อนโยนขึ้น
การได้เรียนรู้ความรู้สึกลึกๆ ที่ละเอียดอ่อนของคนอื่น
ก็ช่วยขัดเกลาความรู้สึกของเราให้ละเอียดขึ้นเช่นกัน
ความรู้สึกของมนุษย์ละเอียดอ่อนจะตายไป

หลายสิ่งที่เราเดินผ่าน หลายคนที่เราไม่ได้นั่งลงคุยด้วยจริงจัง
แท้จริงแล้วล้วนมีสิ่งที่รอให้ค้นหาและค้นพบ กระทั่งช่วยกันค้น
คนที่ขี้รู้สึกจะได้สัมผัสโลกมากกว่าคนอื่น
และโดยมากความรู้สึกที่อ่อนโยนมักจะสวยงาม
มีบ้างที่เศร้า เหงา ซึม แต่นั่นก็สวยงามไปอีกอย่างอยู่ดี

อะไรที่รวดเร็วและแข็งกระด้าง ยากที่จะทำให้รู้สึกดี
ความเนิบช้าและการซึมซับต่างหากล่ะที่นำมาซึ่งความอิ่มเอมใจ
และความรู้สึกอันลึกซึ้ง

ในหนังเรื่อง Little Miss Sunshine ตัวละคร “แม่”
มีฤทธิ์เป็น “กลาง” รับฟัง ใส่ใจ และซึมซับเรื่องราวต่างๆ ของคนอื่น
พยายามยอมรับในสิ่งที่แต่ละคนเป็น และพยายามเป็นตัวประสาน
ทุกคนเข้าด้วยกัน พยายามมองให้เห็นข้างในและเข้าใจทุกคน

พยายาม แต่ใช่ว่าจะสำเร็จ

เขียนมาถึงตรงนี้ ผมเริ่มมีคำแนะนำที่ “จับต้องได้” มากขึ้น
เขียนวนเวียนและพูดคุยไปมากับตัวเองมาเสียหลายบรรทัด
สุดท้ายแล้วมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากอ่อนโยนเป็นแบบฝึกหัดง่ายๆ
หากวันนี้มีเวลา ลองจับตาจ้องมองแมลงวันดูสักหน่อย
แล้วลอง “ตกหลุมรักแมลงวัน” ดูสักตัว

แน่นอน มันอาจต้องใช้เวลาพอสมควร

อะไรที่ทำให้คนเราจะตกหลุมรักแมลงวันได้?
และถ้าใครก็ตามที่ตกหลุมรักแมลงวันได้
ผมคิดว่า เขาก็คงอ่อนโยนไม่ใช่น้อย

ว่าแต่ว่า คุณพอจะมีเวลามองหาความงามของแมลงวันไหม?

38 Responses to “ทำไงให้อ่อนโยน?”

  1. thangkwa~* Says:

    ตอนนี้มันดึกแร้ววอ่า หา ม้า-แลง-วัน ม่ายเจอสักตัว มีแต่ยุง 555+

    พุ่งนี้จะลองทำแบบฝึกหัด เปนคนอ่อนโยนดูนะค๊ะ

    “ตกหลุมรัก ม้า-แลง-วัน”

  2. roundfinger Says:

    ยุงก็ใช้แทนกันได้นะครับ
    อันนั้นยิ่ง “อ่อนโยน” หนักเลย (ฮ่าฮ่า)

    ปล. ลองถ้าตกหลุมรักแมลงวันได้
    การมองเห็นความงามของดอกไม้ก็เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย หุหุ

  3. beambongga Says:

    คำถามออกจะฮาวทู๊ฮาวทู พี่ก็ยังตอบให้อ่อนโยนได้อิอิ

    แถมมีแบบฝึกหัดฮาวทูให้ทำอีก

    ขอบคุณค่ะ

    ^^

  4. Qingqing Says:

    ขอเป็นจิ้งจกแทนได้ไหม 555 ..

  5. dorkygirl Says:

    ลองไปฝึกดัดตัวดู อาจจะดูอ่อนโยนขึ้นก็ได้นะ 555+

  6. pattararanee Says:

    มีต่อมขี้รู้สึกอยู่เพียบ
    แต่ไม่ยักกะอ่อนโยนเลยแฮะเรา

    *บีมบองก้า ช่างสงสัย สมกับที่เป็น มนุดต่างดาว จริงๆ อิอิ

  7. undercurrent Says:

    ชื่อจิง แปลว่า อ่อนโยน แต่ตัวจิงเป็นพวกอ่อนโยนนะ แต่ไม่แสดงออก อิอิ

  8. pawana1104 Says:

    เราว่า “ความอ่อนโยน” เกิดจากการที่เราคิดว่า สรรพสิ่งล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน
    ไม่งั้นเราก็คงไม่รู้สึกรู้สากับชะตากรรมของเพื่อนร่วมโลก ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรียหรือผู้คนในพม่า

    ความอ่อนโยนคือการลดอัตตาลง อนุญาตให้บางอย่างมีความสำคัญทั้ง ๆที่มันไม่น่าจะมีความสำคัญ

    ส่วน “ความอ่อนไหว” ซึ่งเราเรียกว่าเป็นโรคของยุคสมัยนั้น คือความใจง่ายและเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง ก็เลยไหวมันไปทุกเรื่อง โดยมีอย่างอื่นเป็นเรื่องราวประดับฉากให้ตัวข้าพเจ้าเด้งโดดอยู่คนเดียว

    อ่อนโยนหรืออ่อนไหว เลือกกันให้ถูกนะ …อาเมน


  9. ถ้าฝึกความอ่อนโยนจนบรรลุแล้ว
    จะอ่อนแอมั้ย
    ในโลกที่โหดร้ายใบนี้ (T_T)


  10. ‘ความอ่อนโยน’ จะเกิดขึ้นเอง เมื่อเราใส่ใจอะไรสักอย่างเป็น’พิเศษ’

  11. บีม Says:

    คุณpawana>>นั่นสินะ อ่อนไหว อ่อนโยน มันดูคล้ายๆกัน

    ไม่อยากอ่อนไหว แต่อยากอ่อนโยนเพิ่มขึ้นนิดนึง

    ทำการบ้านมาเล็กน้อย เกี่ยวกับการเข้าใจผู้อื่น

    เค้าบอกให้เริ่มจากการฟัง เปลี่ยนวิธีการฟัง

    ฟังแบบเข้าใจ คือไม่ใช่คิดว่าเราคิดยังไงกับสารที่เค้าส่งให้มา

    แต่ให้พยามฟังว่าเค้ากำลังจะสื่อสารอะไรออกมา

    มันจะทำให้เราเข้าใจคนๆนั้นมากขึ้น

    นักพูดที่ดีมักเริ่มจากการฟังที่ดีเสมอ

    ps.ถ้าไอ้แมลงวันมัน หล่อและเท๋เหมือนไอ้แมงมุม

    แบบนี้ก็คงตกหลุมรักได้ไม่ยากหรอกค่า

  12. roundfinger Says:

    เมื่อเช้าระหว่างเดินมาออฟฟิศก็คิดความต่างระหว่าง
    “อ่อนไหว” กับ “อ่อนโยน” อยู่เหมือนกัน

    เราว่าความอ่อนไหวนำไปสู่ความอ่อนโยนแฮะ
    พออ่อนไหวบ่อยเข้า มันก็จะอ่อนโยนไปเอง

    และเราก็ไม่คิดว่าความอ่อนไหวเป็น “โรค” ด้วยล่ะเธอ
    ต่อให้ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง มันก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา
    คนเราก็ต้องรู้สึกกับตัวเองก่อนเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
    เราว่าคนขี้อ่อนไหวกับคนใจง่ายก็เป็นคนละคนกัน

    เรากลับรู้สึกว่าคนที่อ่อนไหวกับความรู้สึกของตัวเอง
    มักจะอ่อนไหวกับความรู้สึกของคนอื่นเช่นกัน
    ไม่ค่อยเจอพวกที่อ่อนไหวเหลือเกินกับตัวเอง
    แต่พอกับความรู้สึกของคนอื่นแล้วเฉยชามากๆ อันนี้ไม่เคยเจอแฮะ

    แต่ก็มีบางแง่มุมที่แตกต่าง ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน
    คนอ่อนไหว มีทั้งเศร้าและสุข เศร้าก็เศร้าลึก สุขก็สุขล้น
    แต่คนอ่อนโยนมักจะสุขซะส่วนใหญ่

    อาจเพราะว่า ความอ่อนโยนมันทำให้คนข้างๆ “นุ่ม” ขึ้น
    เหมือนน้ำอ่อนๆ ที่ลบเหลี่ยมหินแข็งๆ ได้

    เพราะว่าคนคนนั้น “โยน” ความ “อ่อน” ไปยังคนข้างๆ
    ทั้งคู่ก็ผลัดกัน “โยน” ไปมา
    “อ่อนโยน”
    หุหุ

  13. อุ๋ม Says:

    ถ้าเปลี่ยนจากแมลงวันเปนมดก้อคงได้อ่ะ
    เป็นประจำด้วยซ้ำ
    มดซักตัวอุ๋มยังไม่กล้าบี้เลย
    ยุงก้อเคยนะนอนดูมันกินเลือดเรา
    จากตัวผอมๆเป็นท้องป่องเลย
    นี่อุ๋มอ่อนโยนป่ะ หรือเรียกว่าบ้าดี ฮ่าๆ


  14. ไม่รู้เหมือนกันว่าการที่จะเป็นคนอ่อนโยนต้องทำยังไง แต่ผมมีคำจำกัดความ(ของผมเอง)เกี่ยวกับ”คำของความรู้สึก” 3อย่าง “อ่อนโยน-อ่อนไหว-อ่อนแอ” มาเขียนแบ่งปันให้อ่านกันครับ

    อ่อนโยน – รู้สึกดีๆ ได้กับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว(หรือที่คุณนิ้วฯเรียกว่า ใส่ใจ) และสามารถแสดงออกหรือสื่อออกมาให้หลายๆคนรู้สึกได้ พี่บอย โกษิยพงษ์ น่าจะเป็นตัวอย่างสำหรับคำนี้ ผมว่าความอ่อนโยน เป็นคำที่เราใช้มองคนอื่นมากกว่าที่จะมาบอกว่า ฉันเป็นคนอ่อนโยน

    อ่อนไหว – รู้สึกดี และ แย่ ได้กับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว อาจจะไม่ใส่ใจก็ได้ แต่บางครั้งไม่แสดงออกให้ใครๆได้รับรู้ เป็นความรู้สึกที่รู้ได้ด้วยตัวเอง น้ำตาคลอ,หัวใจพองโต,ขนลุก สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบอกเมื่อเรารู้สึก”ไหว”กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

    อ่อนแอ – รู้สึกแย่ๆ ได้กับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว แล้วนำมากดดันตัวเอง เป็นความรู้สึกที่ไม่อยากให้ใครได้เห็น แต่…ก็ทำไม่ได้ทุกที เพราะเมื่อเกิดรู้สึกอ่อนแอขึ้นมาแล้ว จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ คนๆนั้นมักจะแสดงออกให้คนรอบข้างรับรู้ได้อยู่เสมอ

    ผมว่าบางสถานการณ์ เราก็กลายเป็นคนอ่อนโยน คนอ่อนไหว คนอ่อนแอ ได้เท่าๆกันนะ แต่เราก็ไม่รู้ตัวหรอก และคำของความรู้สึกทั้ง3คำนี้ก็แยกออกจากกันยาก เหมือนเท น้ำตาล-เกลือ-ผงชูรส ผสมกัน

    ผมเป็นบ่อยครับ :]

  15. สาริสา Says:

    เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น เราจะเริ่มเป็นคนที่อ่อนโยน
    เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น เราจะปรับตัวก่อน
    เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น เราจะขอโทษเป็น
    เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น เราจะยอมแพ้โดยง่ายดาย
    เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น สุดท้ายคนอื่นก็จะต้องกลับมาแคร์เรา …

  16. nordy Says:

    เคยนั่งจ้องมองแมลงวันเหมือนกันนะ
    พยายามจ้องให้ลึกว่ามันทำอะไรอยู่
    แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากสมองและ
    สองมือมีเพียงอย่างเดียวคือ


    เมื่อไรเอ็งจะเลิกตอมข้าวตูซะที
    เฮ้อ! มีสาระไหมเนี่ย555

    แต่เค้าชอบนะ little miss sunshine
    เป็นหนังน้อยเรื่องที่เค้าดูได้หลายรอบโดยไม่เบื่อ
    เค้าชอบฉากที่ลุง-หลานคุยกันที่สะพานริมทะเลอ่ะ
    แล้วก็มานั่งคิดดูว่า ถ้าเราเป็นแม่เราจะทำไงดี ตอนที่ลูกชาย
    มาบอกให้น้องเลิกประกวดเพราะจะกลายเป็นตัวตลก แต่การประกวด
    ก็คือความฝันของน้อง แต่ถ้าเป็นเราจริงๆ นะ ก็คงให้ประกวดต่อแหละ
    เพราะสิ่งที่ได้กลับมามันสำคัญนะ -ประสบการณ์- ที่สามารถตัวเองได้ว่า
    ต่อไปฉันจะทำอะไร (เค้าอยากมีอะไรอย่างนี้บ้าง)
    อีกตอนที่ชอบ ชอบตอนที่ปู่คุยกับหลานสาวในห้องพักในโรงแรมก่อนปู่ตายอ่ะ
    ร้องไห้เลย ฮือๆ
    สรุปแล้วชอบเรื่องนี้มาก 555

  17. undercurrent Says:

    ความอ่อนโยน –> เราทำให้คนอื่นรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยน
    ความอ่อนไหว –> สิ่งอื่นที่มากระทบเราทำให้เรารู้สึกอ่อนไหว

    แต่ทั้ง 2 อย่างไม่สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้ความรู้สึกสัมผัส


  18. เห็นด้วยนะเธอ..อ่อนโยน..

    น้ำอ่อนๆ ที่ลบเหลี่ยมหินแข็งๆ ..อืมมมมมมม

  19. Modz(มด) Says:

    อ่อนโยน ของมดนี่ไม่ค่อยเท่าไหร่มั้งคะ เพราะไม่สามารถทำใจให้รักแมลงวันได้ อืมม รวมไปถึงเหล่าบรรดาสัตว์ร่วมโลกทั้งหลายด้วย ฮ่าๆ

    {“ความอ่อนไหวนำไปสู่ความอ่อนโยน” จริงหยอ😀 }

    คงอยู่ที่สถานการณ์ละมั้งคะ ว่าเราจะเป็นยังไง…”อ่อนโยน” “อ่อนไหว” หรือว่า “อ่อนแอ”
    😀

  20. oattoto ^^ Says:

    ^^ เป็นคนอ่อนโยนค่ะ…ฮ่าๆๆ…

    ก็ลองมานึกดูละ คงเพราะเราเป็นคนใส่ใจกับสิ่งรอบๆตัว
    คนรอบข้าง รวมทั้งสัตว์เพื่อนร่วมโลกด้วย..

    ความอ่อนโยน ไม่น่าจะเป็นอันเดียวกันกับความอ่อนไหวนะคะ เพราะเป็นคนอ่อนโยน แต่ก็เข้มแข็งในการตัดสินใจอะไรหมือนกันค่ะ..

    อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะ..เคยอ่อนโยนกับแมลงสาป ที่แสนจะเกลียด
    แต่เราก็พยายามมองเค้าในแง่ดี..และคุยกะเค้า
    “น้องแมงสาปจ๋า อย่ามาใกล้กันนะจ๊ะ “..อิอิ

    ชอบที่คุณนิ้วกลมเขียนวันนี้มากๆๆค่ะ..

  21. Caramel Says:

    ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนอ่อนโยนรึเปล่า?
    ใส่ใจกับคนรอบข้าง
    แอบขี้สงสาร
    แต่ดันตกหลุมรักมนุษย์ ไม่ใช่แมลงวัน…เลยชักไม่แน่ใจว่าเราอ่อนโยนรึเปล่า?(555)

    ป.ล.วันนี้ไปเดินงานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์ ได้หนังสือมามากมาย สองเล่มในจำนวนนั้น มี ณ กับ อิฐ ด้วย จริงๆอยากได้มานานแล้ว แต่รอลดราคาช่วงงานสัปดาห์หนังสือนี่แหละ กลับมาบ้านนึกได้ว่าลืมซื้อนวนิยายมีมือ แต่ไม่เป็นไรใกล้บ้านเอาไว้ค่อยไปอีกรอบ(.^_^.)

  22. Bickboon Says:

    ผมเป็นคนแข็งขว้างมาโดยตลอด
    แต่มารู้จักอ่อนโยนเมื่อมีความรักนี่แล

    อาห์ ความรักมันละลายหัวใจชายโฉดได้จริงๆ (ทำตาเชื่อม+ปากห้อย)

    อนึ่ง ก็อ่อนโยนเฉพาะกับแฟนเป็นหลักนะครับ
    อ้อ กับโจอี้ด้วย (หมา)
    คนอื่นยังโดนผมแข็งขว้างใส่โครมๆ อยู่เป็นปกติ ฮ่าๆๆ

    เออ แล้วผมก็อ่อนโยนได้เฉพาะกับ คน-สัตว์ ที่อ่อนโยนตอบผมได้อะนะ
    ยังไม่บรรลุขั้นที่มองใบไม้หล่อนแล้วร้องไห้อะไรยังงั้น ^ ^’

  23. Bickboon Says:

    ปล. (ที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาบล๊อกนี้)
    ได้ยินกับหู ในงานหมกรรมหนังสือฯ วันแรก (17 ตค 50)

    ป้าคนหนึ่ง ซื้อหนังสือจากบูทอะบุ๊ก แล้วยกหูโทรศัพท์ขึ้นพูด
    “แล้วยังไงนะ นอกจากอีหนังสือ ‘ณ เณร’ อะไรนี่แล้ว
    ตกลงจะเอาอะไรอีกหรือเปล่า ฮัลโหล อะไรนะ ว่าไงนะ…”

    แล้วป้าก็เดินเฟดหายไปในฝูงชน

    สันนิษฐานว่าโดนคุณลูกใช้ให้มาซื้อ ณ😀

    ผมขำขุกๆๆๆๆ คนเดียวอยู่ตั้งนานแน่ะครับ ฮ่าๆๆๆๆ

  24. iiws Says:

    >> ขอใช้เวลา
    >> มองหา
    >> “ความอ่อนโยน”


  25. อ่อนโยน
    แต่
    ไม่อ่อนแอ

  26. อ่อน Says:

    ความอ่อนโยน
    ผู้ชาย จะเป็น ได้เท่า ผู้หญิง ไหม

  27. lee Says:

    แมลงวันไม่กัดเรา
    แมลงวันไม่ดูดเลือดเรา
    แมลงวันไม่ยอมเสียชีวิตง่ายๆ

    และฝูงแมลงวันช่วยบอกให้มนุษย์รู้ว่าตรงนั้นมี “ของไม่ดี” อย่าเข้าไปเลย มนุษย์

  28. jummdcu Says:

    ประสบการณ์ชีวิต+สิ่งแวดล้อม+การมองโลกมุมบวก+การใส่ใจ+ฯลฯ
    ทำให้คนหนึ่งคน “อ่อนโยน” ได้
    การอ่านหนังสือบางครั้งก็ทำให้อ่อนโยนได้เช่นกัน

    (ข้างบนนั้น เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของคนที่ ไหว+ละมุน อิอิ)

  29. หยก Says:

    แบบฝึกหัดยากมากๆค่ะพี่เอ๋ แมลงวันตัวไหนนะมันจะยอมอยู่เฉยๆให้เราฝึกอ่อนโยน ^^

    อ่อนโยนกับอ่อนไหวไม่เหมือนกัน เลือกได้ขออ่อนโยนดีกว่า อิอิ

  30. Conner Says:

    แล้วถ้าคนเราจะต้อง
    อ่อนโยน-อ่อนไหว-อ่อนแอ
    ในเวลาเดียวกัน
    จะทำยังไงอ่า…

  31. alittlecatz Says:

    …อืม คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ค่อนข้าง Sensitive มากถึงมากที่สุด…แต่คิดว่า ไม่ใช่คนอ่อนโยนนะคะ ^^”

    เพราะรู้สึกคำว่า “อ่อนโยน” ในความหมายของเรา คือคนที่มีจิตใจ งดงาม และให้ความสนใจ ใส่ใจ กับสิ่งรอบข้าง มองโลกสวยงาม…แต่เราว่า เราไม่ใช่แบบนั้นอ่ะค่ะ แค่ Sensitive .


  32. คนที่อ่อนโยน เราสัมผัสได้ด้วยคำพูด แม้ การแสดงออกเพียงเล็กน้อย ก็รับรู้ได้
    ใจแข็งแค่ไหน แต่ก็แพ้ให้ ความอ่อนโยนทุกที…


  33. รอรอรอรอรอรอรอรอรรอรอ


  34. เราเป็นคน sensitive นะ แต่ไม่ใช่คนอ่อนโยนเลย บางทีทะเลาะกับเพื่อนก็เพราะความเป็นคน sensitive เกินไป เก็บมาคิดทุกเรื่องบางทีเพื่อนยังไม่รู้เลยว่า ทำให้เราเคือง จนบางครั้งเบื่อตัวเอง เพราะกลายเป็นเหมือนว่าเราเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย
    ดูเหมือนเราห่างไกลคำว่าอ่อนโยนมากมายเลย อ่อนโยนสำหรับเราน่าจะเป็นคำว่า sensitive+positive thinking ด้วยหล่ะมั๊ง
    พยายามจะคิดบวกเผื่อจะได้เป็นคนอ่อนโยนกับเค้าบ้าง

  35. คุณมีนา(ภินันท์) Says:

    อ่านแล้วกำลังสงสัยคำว่า อ่อนไหวกับอ่อนโยนพอดี เลยให้เข้ามาได้อ่านในคอมเมนต์ ^ ^
    ตอนแรกเราคิดว่า sensitive คือความอ่อนไหว คือพวกที่มีตัวเองเปนศูนย์กลางเหมือนเธอคนนึงในคอมเมนต์
    แล้วก็อ่านของพี่นิ้วกลม ก็จริง ที่ไม่เห็นเป็นไร

    แต่มีความคิดอย่างนึงอยู่ในหัวว่า

    ความอ่อนโยนกับการสังเกตนั้นใช่
    แต่การแสดงออกนั้นน่าจะแตกต่างไป
    หรืออาจจะเพราะคนที่อ่อนไหว คือคนที่สังเกต สัมผัสโลกมากเหมือนกัน
    เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกในความเข้าใจเพื่อคนอื่นเท่ากับคน ที่เค้าเรียกกันว่า.อ่อนโยน.

    หรือเป็นพวกอ่อนแล้วแค่ไหว แต่ไม่ยอมโยน ^ ^

  36. ร่มไม้คันงาม Says:

    ชอบค่ะ ตอนอ่าน อ่านไปอ่านมา รู้สึกดีค่ะ ความอ่อนโยนให้ความรู้สึกดีจังค่ะ

  37. สุข Says:

    ครับ ใช่ครับ ความออ่นโยน นี่มันดีจริง ผมกำลังทำความเข้าใจกับมันอยู่ ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมเข้าใจในความรู้สึกนี้ผมจะลองค้นหาเเละก้มมองมันดูจากตัวผมเองให้มากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ ผมกำลังจะออ่นโยนกับผู้หญิงคนนึงที่ผมรักครับ ผมชอบเค้ามาก เเละไม่รู้ว่าผมจะทำได้หรือป่าว

  38. ???????????? Says:

    ขอบคุณมากนะคะ อ่านแล้วรู้สึกดีจัง…แต่จะมีซักกี่คนที่จะอ่อนโยนได้นะ??????????


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: