ถ้าเมทริกซ์ทำได้ อะไรก็ทำได้!

ตุลาคม 19, 2007

เมื่อวาน ผมเดินไปดูงานน้องอาร์ตไดเร็กเตอร์ในทีม
ผมขอให้เขาช่วยปรับ+เปลี่ยนอะไรนิดหน่อย
ประมาณว่าตัดหัวคนนี้ไปต่อหัวคนนั้น ดัดนู่นนิดนี่หน่อย
แต่งสี เพิ่มความเนียน เติมเงา ดัดเข้า perspective
ตอนพูดมันก็ง่าย ผมพูดจบภายในเวลาแค่สองนาที
แต่ไอ้ตอนทำนี่สิ ผมออกจะเป็นห่วงว่ามันจะยากไหม
ตอนนั้นมันก็ดึกแล้วเหมือนกัน ก็เลยเอ่ยปากถามเนี่ยลั่งว่า
“ยากไหม เป็นไปได้ไหม พอทำได้ไหม?”
เขาก้มหน้า ยิ้มเจื่อนๆ หัวเราะแหะๆ ในใจคงคิดว่า
“ให้บิดาพี่มาทำน่าจะเหมาะกว่า” แต่ก็ฝืนยิ้มแล้วตอบออกมาว่า
“ถ้าเมทริกซ์ทำได้ อะไรก็ทำได้”

ผมไม่เข้าใจประโยคของเขา จึงเอ่ยปากถามว่า
“ว่าไงนะ ไม่ค่อยเข้าใจ” เขาก็ยิ้มกว้างเลยคราวนี้
เรียกนิกกี้มาเป็นล่ามช่วยแปลภาษาให้ ได้ความว่า
“ถ้าหนังอย่างเมทริกซ์ยังทำออกมาได้ โลกนี้ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หรอก”
นับประสาอะไรกับการตัดหัวต่อตัวปรับสีเปลี่ยนรูปร่างแค่นี้
พอได้ฟังคำแปล ผมหัวเราะลั่น แล้วกำมือชูขึ้นบริเวณหน้าอก
พร้อมกับทำท่าทุบอากาศหนึ่งทีแบบแน่นๆ ทำตามุ่งมั่น
แล้วบอกกับเนี่ยลั่งว่า “นั่นสิ ถ้าเมทริกซ์ทำได้ อะไรก็ทำได้”
แล้วเราก็หัวเราะกันจนลืมความยากไป

นิกกี้หันไปแซวเนี่ยลั่งว่า “แกมันเก่งที่สุดในโลกแล้ว”
เหมือนจะบอกว่า “เมทริกซ์มันระดับไหน แล้วแกมันระดับไหน”
ผมขำ แต่ก็หันไปบอกเนี่ยลั่งว่าผมชอบประโยคของเขามาก
ผมว่ามันตลกแต่ก็ฮึกเหิมดี เป็นการเปรียบเทียบที่น่าสนใจ

เนี่ยลั่งถามผมว่าเคยดูดีวีดีเบื้องหลังเมทริกซ์ไหม
มันมีตั้งเก้าแผ่น!!

ลองคิดดูสิครับ หนังจริงๆ มีสามแผ่น (สามภาค)
แต่เบื้องหลังล่อไปเก้า!!

สิ่งที่เราเห็นมักจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย และ “ก่อนนั้น”
มักจะ “ยาว” และ “เยอะ” กว่าเสมอ

กลับไปที่ประโยคทองของเนี่ยลั่ง
“ถ้าเมทริกซ์ทำได้ อะไรก็ทำได้”
ผมว่ามนุษย์เรามีความคิดแบบนี้จริงๆ นั่นแหละ
คือเราจะให้ขอบเขต “ความเป็นไปได้” เอาไว้เท่าที่เราเคยเห็น
เท่าที่เราเคยรับรู้ หากเราไม่เคยเห็นเครื่องบินเราก็จะไม่เชื่อว่า
เรือเหล็กลำยักษ์แบบนั้นจะเหาะกลางอากาศได้ (ได้ไงวะ?)
และหากไม่เคยเห็นเครื่องบินคองคอร์ด เราก็คงไม่เชื่อว่า
ไอ้เรือเหล็กหนักๆ นี้จะบินเร็วเหนือเสียงได้
แต่พอเคยเห็น พอเคยรู้ ขอบเขตความเป็นไปได้ในใจก็จะถ่างกว้างออกไป

และสำหรับนักพัฒนาทั้งหลายที่ไม่ยอมหยุดอยู่แค่นั้น
เมื่อเห็นนก ก็ทำเครื่องร่อน เห็นเครื่องร่อนก็ทำเครื่องบิน
เห็นเครื่องบินก็ทำคองคอร์ท เห็นคองคอร์ทก็ทำจรวด
พอเห็นจรวดก็อยากทำให้มันพุ่งไปได้ไกลขึ้นไปอีก

ขอบเขตความเป็นไปได้เมื่อไปถึงจุดหนึ่ง บรรดานักพัฒนา
ก็พยายามจะไต่ระดับความเป็นไปได้ให้มากขึ้นไปอีก

ขอบเขตความเป็นไปได้ของเราจึงถูกจำกัดอยู่กับสิ่งที่เรารับรู้
ยิ่งเห็นน้อย เส้นรอบวงความเป็นไปได้ก็ยิ่งแคบ
ยิ่งเห็นมาก เห็นความเป็นไปได้ต่างๆ นานามาหมดแล้ว
ขอบเขตเส้นรอบวงแห่งความเป็นไปได้ก็ยิ่งกว้างใหญ่

“ไอ้แบบนี้ทำได้ด้วยเหรอวะ?”
“ได้สิวะ กูเคยเห็นมาแล้ว”
เพื่อนซี้มักจะถกเถียงกันทำนองนี้

“เคยเห็นมาแล้ว” จึงเป็นเครื่องมือเพื่อยืนยันความเป็นไปได้

และผมว่ามันก็น่ารักดี ที่มนุษย์เป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดัน
ให้กับมนุษย์ด้วยกันเอง เมื่อเมทริกซ์ทำได้ เนี่ยลั่งจึง(คิดว่าตัวเอง)ทำได้

ในชีวิตอันแสนสั้น ขอบเขตความเป็นไปได้ของคนเราไม่เท่ากัน
บางคน สำหรับเขา อะไรๆ ก็ดูเหมือนจะลำบากยากเย็น
และเป็นไปไม่ได้ไปเสียทุกอย่าง เวลาอยู่ใกล้ๆ คนแบบนี้
จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างตีบตัน มองไม่เห็นทางไป
โน่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ดี โทษฉันทู้กที…อะไรว้า…(เพลงเก่ามาก!)

ต่างกับเวลาที่เราได้อยู่ใกล้คนที่มีขอบเขตความเป็นไปได้กว้างขวาง
พูดอะไรออกมาก็เหมือนว่ามันจะเป็นจริงได้ทุกสิ่งไป
โลกดูสดใส น่าอยู่ น่าใช้ชีวิต น่าออกค้นหา และน่าทำการทดลอง

คนประเภทหลังนั้นมีพลังเหมือนคนทำเดอะเมทริกซ์
พลังที่พร้อมจะบอกกับคนข้างๆ ว่า “แกก็ทำได้”

สำหรับผมแล้ว คนที่มีขอบเขตความเป็นไปได้กว้างขวาง
มักจะ “เปิด” อวัยวะสองอย่างออกให้กว้างที่สุด
หนึ่ง, “เปิดใจ” และสอง, “เปิดตา”
ยิ่งเห็นมากก็ยิ่งเป็นไปได้มาก
ยิ่งใจกว้างก็ยิ่งรับฟังอะไรที่ไม่เคยเห็น ยอมรับ และพร้อมจะลงมือทำ

ผมออกจะชอบใจที่ได้อยู่ใกล้ๆ อาร์ตไดเร็กเตอร์ที่เปิดกว้างทั้งสองอวัยวะ
ดีใจที่เขาไม่หันมาบอกผมว่า “โอย พี่ แบบนี้ทำไม่ได้หรอก ไม่ไหวอะ”
แต่เขากลับหันมาบอกผมด้วยประโยคที่ชวนให้ผมฮึกเหิมตามไปด้วย
ใช่ครับพ่อแม่พี่น้อง “ถ้าเมทริกซ์ทำได้ เราก็ต้องทำได้” ครับ!

23 Responses to “ถ้าเมทริกซ์ทำได้ อะไรก็ทำได้!”

  1. M Says:

    หลายอย่างถ้าคิดว่าทำได้ มันก็ทำได้
    แต่ถ้าเริ่มต้นก็คิดแล้วว่ายังไงๆมันไม่มีทาง
    ทางก็คงตีบตันเหมือนอย่างที่คิดจริงๆ

  2. p. Says:

    น่ารักมากค่ะ:)

    คงเหมือนที่เค้าว่าว่าใจคนเราส่งผลต่อความเป็นไปของร่างกายนะคะ กำลังใจดีกำลังกายก็คงตามมาเอง😀

  3. เก๋ Says:

    แวะมาเยี่ยมเยียน…..
    ยังคงมีอะไรๆให้อ่านได้เพลินๆเหมือนเดิมนะคะ

    งานหนังสือรอบนี้อยู่บูธไหนคะ
    จะตามไปขอลายเซ็นต์ครั้งที่ 100


  4. โอ๊ย!! โดนใจคะ “ถ้าเมทริกซ์ทำได้ เราก็ต้องทำได้” ใช่คะคิดแบบนี้แล้ว เรื่องทุกเรื่องรอบตัวเราจะได้เป็นเรื่องสนุก ไม่ยากเย็น
    “เปิดใจ” และ “เปิดตา”

    “ถ้าเมทริกซ์ทำได้ หนูก็ทำได้คะเพ่”(^^)

  5. echaba Says:

    แอ๊ด..

    เฮ่อ..จะเล่าให้ฟังอีกเรื่อง..เลียนแบบความเป็นไปได้อย่างที่ว่า..

    วันก่อนไปเยี่ยมน้องติ๊ก ที่ทำงานด้วยกันมา บ้านน้องเค้าน้ำท่วม…
    ได้ไปเห็นว่าน้ำท่วมนั้น บรรยากาศมันเป็นอย่างไร..
    echaba ยังแซวน้องเค้าอยู่เลย ว่าให้พี่ไปช่วยต่อคิวรับข้าวสารอาหารแห้งมั๊ย
    ขากำลังแข็งแรงจะให้เวียนกี่รอบก็ได้ แล้วเราก็หัวเราะกัน..ขณะที่ขาแช่น้ำ

    อะไรที่เราเคยเห็นมาแล้ว ก็มักจะเป็นไปได้ใช่มั๊ย?

    คืนนั้นบ้าน echaba น้ำท่วม…
    น้ำเดินทางด้วยความเร็วเท่าไหร่ไม่ทราบ แต่ถึงบ้าน echaba เร็วมาก
    ไม่คิดว่าน้ำท่วมก็เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งด้วย แค่ไปเยี่ยม ก็ติดกลับมาบ้าน
    อะไรที่เห็นและคิดว่าเข้าใจ คงไม่พอเท่ามาได้สัมผัสด้วยตัวเอง
    แต่มันก็ทำให้เราตั้งท่า รอรับเหตุการณ์ได้ก่อนคนอื่นเสมอ
    วันนี้น้ำลดแล้ว..ไม่มีอะไรเสียหาย แต่เบื้องหลังที่ว่า..
    ก็อาจจะมีถึงเก้าแผ่นเหมียนกัลลลลล….(- -)

    “บ้านไอ้ติ๊กน้ำท่วมได้ บ้าน echaba ก็น้ำท่วมได้เหมือนกัน” เช่นนั้นเร๊อะ!
    เฮียมาอยู่ใกล้ๆ echaba มั่งมั๊ย
    รับรองว่าได้เปิดตา เปิดใจรับน้ำจนเต็มเปี่ยมเลย 555..

    กริ๊ก..

  6. Qingqing Says:

    Impossible is nothing เอ..ประโยคนี้คุ้นๆ นะว่าไหม😀


  7. มีประโยคนึงที่ได้ยินบ่อยๆเวลามีงานให้เราต้องคิดออกแบบ ‘ไม่มีอะไรทำไม่ได้หรอกน้อง’ จากรุ่นพี่เจ้าของออฟฟิต พี่พยายามบอกให้เราคิดโดยไม่มีขอบเขตก่อน
    มันจริงนะถ้าเราคิดแบบไร้ขอบเขต แนวความคิดหลายอย่างจะออกมาแหวกแนวดีนะ และสนุกด้วยเมื่อต้องแกะแบบเพื่อสร้างจริงให้ได้ ท้าทายดี อะ

    แต่อีกอย่างนึง เรารู้สึกว่าไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ ก็ดูสิแม่น้ำที่เคยใส เช่นคลองแสนแสบ มนุษย์ยังมีความสามารถ ทำเน่าได้เลย แป่วววววว

  8. pattararanee Says:

    “สู้ๆ”

    คำนี้ ใช้เพื่อให้กำลังใจ ใครก็ตามที่มีวิถีเช่นนี้…

    “ถ้าเมทริกซ์ทำได้ เราก็ต้องทำได้” นั่นเอง

    ู;)

  9. ก้อย Says:

    สวัสดีค่ะ พี่เอ๋
    เป็นครั้งแรกที่เข้ามาแสดงตัวในบล็อก หลังจากที่แอบอ่านมานาน
    ( ทำไมต้องแอบด้วยไม่รู้ ) ขอนอกเรื่องหน่อยนะคะ
    แต่ก้อยยังไม่ทราบเลย ว่าพี่เอ๋มางานหนังสือวันไหน บูธไหน
    จะขนหนังสือ (เหมือนจะเยอะ) ที่ซื้อมาไปให้เซ็นต์ ตอนแรกว่าจะเมล์ไปถาม คิดดูอีกทีถามในบล็อกดีกว่าคนอื่น ๆ จะได้ทราบด้วย

    ปล.หรือว่าเป็นเราคนเดียวที่ยังไม่ทราบ (ตกข่าว) แป่ว….


  10. เจ๋งดีครับ ทำให้นึกถึงคำบางคำที่ใครบางคนแถวนี้เคยบอกไว้ “มีคำว่าเป็นไปได้ในคำว่า…เป็นไปไม่ได้…เสมอ”

  11. เอ Says:

    บทความวันนี้แอบแฝงการเช็คอายุไว้ด้วยเหรอคะเนี่ย

    “โน่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ดี โทษฉันทู้กที…อะไรว้า…(เพลงเก่ามาก!)”
    จะอมยิ้มหรือยิ้มแห้งๆดีน้อ ที่ทันได้ฟังเพลงกวนๆเพลงนี้เนี่ย
    “โน่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ดี ว่าฉันทุกที………เพลงใครว้า….” (ไม่ได้แกล้งทำลืมนะคะ
    แต่ตอนนี้กลับคิดไม่ออกขึ้นมาซะงั้น ไม่แน่ใจว่าลิฟท์ออยรึเปล่า

    อ่านจบนึกถึงโฆษณาที่ชอบตัวนึง ที่ฉากหลังเป็นกรุงเทพฯท่ามกลางหิมะน่ะค่ะ
    “คุณทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ” รู้สึกว่าเค้าจะพูดไว้อย่างนี้ โดนใจมากๆ
    ใช่เราคงไม่มีทางรู้หรอกว่าทำได้หรือไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่ลองลงมือทำ

  12. ก้อย Says:

    คุณเอค่ะ

    เพลง อะไรว้า ของแซนด์-แบงค์ พี่ชายของกอล์ฟ-ไมค์ ค่ะ

  13. Vingt-Neuf Says:

    งั้นงานที่ต้องส่งเย็นนี้ ปอต้องทำให้ได้ เยสสส!!!!

    5555 แต่ความโหดร้ายมันมากกว่านั้นน้าค้าาาาา T-T


  14. ใช่ๆ
    ถ้าคนอื่นเค้ายังทำกันได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้
    สองมือ หนึ่งสมองเท่าๆกัน

  15. sector13 Says:

    ใช่
    มันต้องได้ซิ ทำไมไม่ได้ละ
    ถ้าไม่ได้ต้องมีต่อนะว่าเพราะอะไร
    เพราะขาดอะไรไปถึงไม่ได้
    ถ้าเครื่องมือมีครบมันต้องได้อยู่แล้วไม่ว่าอะไร อยู่ที่ว่าจะใช้เครื่องมือเป็นมั๊ยเท่านั้นเอง

  16. noise!! Says:

    ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องไฮเทคโนฯแบบนี้ แต่ก็ทึ่งในมันสมองของคนคิดอะไรใหม่ๆได้ โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้โฆษณาใหม่ๆ ฮาจนคาดไม่ถึง แต่ละมุขเค้าสร้างสรรค์ดีจัง

    ส่วนตัวคงใช้ได้อย่างมากแค่ “ถ้าเฉินหลงทำได้ หม่ำทำได้ เราก็ทำได้อ่ะค่ะ” ^^

  17. สิ Says:

    =]

    อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีปาปิก้า! เอ้ยไม่ใช่!
    อยากบอกว่าเกิดทันเพลงนั้นอ่ะพี่เอ๋ ฮ่าๆๆ

  18. ระพีอร Says:

    เจ๋งเลยพี่ จะตามอ่านไปเรื่อยๆนะครับ ..

  19. soraris Says:

    อ่านแล้วเกิดแรงบันไดจานขึ้นมาเลย!


  20. […] “นิ้วกลม และ เนี่ย ลั่ง” ( ถึงแม้ฉันกับเนี่ย ลั่ง […]

  21. alittlecatz Says:

    …อืม หรือว่าเราไม่มีเวลาให้ความสุขจริงๆเนี่ย..ขอบคุณนะคะ ^^

  22. 9กระบี่ Says:

    อ่านแล้ว ฮึกเหิม ตามจริงๆด้วย
    ขอบคุณ สำหรับการเปิดขอบเขตของตัวผมด้วย


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: