ถุงผ้าทำให้โลกร้อน

เมษายน 2, 2008

mba เล่ม “อากาศเปลี่ยน โอกาสเปิด” เป็นนิตยสารเล่มแรกที่ซื้ออ่านหลังจากกลับมาจากจีน ประเทศที่ผมไม่สามารถซื้อแมกกาซีนมานอนอ่านเล่นได้ เพราะอ่านไม่ออก! เมื่อได้กลับมาเมืองไทย สิ่งหนึ่งที่พบเห็นอย่างชัดเจนนอกจากโฆษณาของพี่โดมกับน้องแพนเค้กที่ฉายอยู่จนล้นทีวี ก็คือกระแสเห่อและห่วงโลก เกรงว่ามันจะร้อนจนละลายนี่เอง ที่ใช้คำว่า “เห่อ” ก็เพราะมันลุกลามเหมือนผื่นที่เห่อขึ้นมาเวลาที่เราเผลอไปเกา ซึ่งเมื่อเทียบกับที่จีนแล้ว ขณะนี้เมืองไทย “เขียว” กว่ามาก

ผมสนใจพาดหัวของนิตยสาร mba เพราะเป็นการมองเรื่องโลกร้อนในอีกแง่มุมหนึ่ง มองวิกฤตเป็นโอกาส และเป็นด้านที่ผมยังไม่เคยคิดเลยว่า นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งของโลกใบนี้ มันอาจนำพวกเราไปสู่อีกยุคสมัยได้เลยด้วยซ้ำไป คือยุคสมัยที่ผู้คนจะห่วงใยธรรมชาติและสีเขียวมากขึ้น นั่นเป็นประเด็นใหญ่ และหากมันยังประคับประคองกระแสของตัวเองต่อไปได้ในระยะยาว มันก็อาจจะเปลี่ยนวิธีคิดของผู้คนให้เปลี่ยนไปเป็นอีกอย่าง

โอกาสทางธุรกิจการค้าเปิดกว้างอย่างกับรูโหว่ในชั้นโอโซน มองไปทางไหนในตอนนี้ก็เห็นสินค้าผลิตภัณฑ์ที่ขายความเขียวและทำหน้าทำตารักโลกกันใหญ่ ผมยังไม่ได้เดินทางไปไหนมากสักเท่าไหร่ จะไปก็แต่งานหนังสือ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เห็นวางขายกันมากมายนอกจากหนังสือก็คือ “ถุงผ้า” และดูท่าว่าจะขายดี เพราะถุงชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยทำให้โลกไม่ร้อน (ไปกว่านี้) วิธีอธิบายง่ายๆ คือมันช่วยลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก

แต่เมื่อเห็นผู้คนซื้อถุงผ้ากันมากเข้า บางคนก็ซื้อถุงผ้าหลายใบ หลายขนาด หลายดีไซน์ ผมก็หลับตาเห็นกองขยะของถุงผ้าซึ่งไม่ต่างอะไรกับกองขยะถุงพลาสติก จริงอยู่ที่ว่าถุงผ้าอาจย่อยสลายง่ายกว่า แต่หากจะคิดย้อนกลับไปอีกสักหน่อย กว่าที่มันจะมาเป็นถุงผ้าที่เชื่อกันว่าทำให้โลกไม่ร้อนนี้ได้ มันต้องมีกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน ทอผ้า, เย็บถุง, สกรีนลวดลายล่อใจ และอื่นๆ หลับตานึกภาพกระบวนการเหล่านั้น ผมไม่เห็นผู้คนนั่งใช้มือสนเข็มด้นด้ายเย็บให้มันเกิดเป็นถุงขึ้นมา แต่เห็นภาพกระบวนการผลิตในโรงงานที่กำลังพ่นควันดำปุ๋ยๆ ลอยสู่อากาศ ซึ่งไฟฟ้าที่ส่องสว่างและเครื่องจักรในโรงงานเหล่านั้นก็น่าจะต้องใช้พลังงานไม่ใช่น้อย

ถุงผ้าทำให้เรารู้สึกดีขณะซื้อมัน เพราะเราจะได้ความรู้สึกของการเป็นผู้ถนอมโลกในวินาทีนั้น หากเราใช้งานถุงผ้าที่ซื้อมาอย่างคุ้มค้าของการที่มันเกิดมาเป็นถุงผ้าหนึ่งใบ ไปไหนก็พกพาไป ยื่นถุงพลาสติกคืนให้พนักงานคิดเงินอยูเสมอๆ เราก็น่าจะช่วยลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกได้สักนิดหน่อย แต่หากเราเสพติดความรู้สึกที่ได้เป็นผู้รักษาโลก และติดใจการบริโภคความหมายของการเป็นคนดี และซื้อถุงผ้าทุกใบที่ดาหน้าเข้ามาในลูกกะตา เพราะในวินาทีที่ซื้อถุงผ้าเราจะรู้สึกว่าเรากำลังรักษาโลก หากเป็นแบบหลัง แทนที่จะช่วยให้โลกเย็นกลับกลายเป็นทำให้โลกร้อน และผู้บริโภคอย่างเราก็จะตกเป็นเหยื่อของ “มายา” ทางการตลาดไป

เป็นการซื้อ “ความหมาย” มากกว่า “การใช้สอย”
ไม่ต่างอะไรกับที่สมัยหนึ่งเราอยากสะพายกระเป๋าหลุยส์วิตตอง เพียงแค่ในวันนี้มันเปลี่ยนเป็นถุงผ้าไปแล้วเท่านั้นเอง

การบริโภคถุงผ้ามากๆ บางครั้งอาจทำให้โลกร้อนไวกว่าการหิ้วถุงพลาสติกด้วยซ้ำ ยิ่งผมได้รู้ข้อมูลใน mba ที่ซื้อมาว่า เดี๋ยวนี้มีพลาสติกบางชนิดทำจากข้าวโพดและมันสำปะหลัง ซึ่งย่อยสลายได้ง่ายกว่าพลาสติกที่ทำจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม แต่ข้อมูลตรงนี้ก็น่าคิดต่ออีก เมื่อได้รู้ในอีกไม่กี่หน้าถัดมาว่า พลังงานทางเลือกบางชนิดอย่างพลังงานทางเลือกจากข้าวโพดนั้น ใช้พลังงานในการกลั่นแอลกอฮอล์จากข้าวโพดมากกว่าพลังงานที่ได้ออกมาเสียอีก

ที่คิดไว้ว่าดำ มันกลับเขียว
ที่คิดว่าเขียว บางครั้งมันกลับดำซะยิ่งกว่า

ผมคิดว่า ปัญหามันอยู่ตรงที่พวกเราชาวโลกยังไม่ยอมแพ้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค แต่กลับพยายามดิ้นรนหาทางที่จะใช้พลังงานเท่าเดิม ใช้ผลิตภัณฑ์เท่าเดิม ด้วยพฤติกรรมเดิมๆ ซึ่งสำหรับผู้สังเกตการณ์ ภาวะแบบนี้ก็น่าสนุกดี เวลาได้เห็นมนุษย์ขบคิดหาทางที่จะอยู่รอดต่อไป แต่สำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ หากเห็นว่าการช่วยโลกร้อนเป็นแฟชั่นก็คงไม่น่าวิตกอะไร แต่หากใครที่อยากจะช่วยโลกให้โหว่ช้าลงจริงๆ เห็นทีจะต้องคิดให้ถ้วนถี่อีกสักหน่อย ไม่เพียงแค่บริโภค “สัญลักษณ์” แต่น่าจะคิดถึงพฤติกรรมการบริโภคของตัวเองให้มากขึ้นอีกด้วย

เพราะเราอยู่ในยุคที่ทุกคนจ้องแต่จะขายของ กระทั่งเรื่องอวสานของโลกก็ดูเหมือนจะโหมกระแสกันขึ้นมาให้คนเห็นว่ามันเป็นวิกฤต จะได้กลายเป็นโอกาสของผู้ค้าทั้งหลาย ผมว่าบางทีวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้โลกเย็นขึ้นบ้างก็คือการบริโภคสิ่งต่างๆ ให้น้อยลง

ใช่ครับ รวมถึงการบริโภค “ถุงผ้า” ด้วย

60 Responses to “ถุงผ้าทำให้โลกร้อน”

  1. ชุน Says:

    ผมก็คิดอย่างนั้นนะถึงได้ไม่ใช้
    ปกติถ้าผมซื้อของจะไม่ขอถุงหากมันไม่เยอะหรือไม่หนักมากพอที่มือสองข้าง+กระเป๋าเป้จะยัดเข้าไปได้ ก็จะไม่เอาถุง

    ผมว่าถุงผ้ากลายเป็นเทรนด์สำหรับวัยรุ่นสมัยนี้ไปซะแล้ว
    บางทีคนอาจซื้อมาเพราะคิดว่าช่วยโลก
    แต่ไม่น้อยหรอกที่คิดว่าตัวเองนั้นโก้หรูที่ใช้ถุงผ้าลายสวยบาดตาบาดใจ แถมยังเป็นสิ่งที่ป่าวประกาศว่า ชั้นรักโลกหรอกถึงได้ใช้ ปกติใช้หลุยด์นะยะ

    อืม พล่ามไปเยอะ ไว้เจอกันวันเสาร์ที่งานหนังสือนะพี่
    แล้วจะเอาไปให้เซ็นอีกหลายๆเล่ม

  2. echaba Says:

    แอ๊ด..

    อืม..เห็นขายกันเยอะเหมือนกัน
    แต่ไม่เคยซื้อเลย ไม่ใช่มองเห็น “มายา” ดอก
    แต่ยังไม่เห็น “การใช้สอย” ต่างหาก
    ว่ากันตามตรง “งก” อ่ะเลยไม่ซื้อ หุ หุ

    กริ๊ก..

  3. mai Says:

    สวัสดีค่ะ

    ชอบ ใครขโมยหญิงสาวของฉันไป ?

    ใน happy ending มากเลยค่ะ

    บ้านอยู่ระยองค่ะ ฝนตกหนักมาก

    ก็เลยมีอุบัติเหตุเยอะ

    ดูแลตัวเองดีดีนะคะ

    ไปงานหนังสือมาแล้วค่ะ

    ชอบมากเลย

  4. ป้อ Says:

    สัจธรรมของโลกจริงๆครับ ไม่มีอะไรขาวหรือดำจริงๆ สักกะเรื่อง การเดินทางสายกลาง และเลือกบริโภคแบบพอเพียงยังคงเหมาะสมและใช้ได้ อินเทรนเสมอ

    ผมก็จะพยายามหาทางใช้ถุงผ้าที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อให้เป็นคนที่รักโลกอย่างแท้จริง ^ ^

  5. ToEy Says:

    เป็นอีกคนนึงที่ใช้ถุงผ้าค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่าคนจะใช้ถุงผ้าเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ถ้าเป็นการใช้เพราะเกิดจากการตระหนักถึงเหตุและผล มันก้อดีไป แต่ถ้าจะมาใช้เพราะ”มายา ” อันนี้ก็น่าเศร้าใจ

    แต่เห็นด้วยนะคะ สำหรับเรื่องที่ควรจะลดพฤติกรรมการบริโภคสิ่งต่างๆให้น้อยลง

  6. aaaair Says:

    อ้าว กลับเมืองไทยมาซะแล้วหรือคะเนี่ย กำลังอยู่บนรถไฟที่ไปตู้เย็นอยู่เลยค่ะ แวะมาอ่าน เจอถุงผ้าอีก ^o^

    ปล. ถุงผ้าจะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ ก้อต่อเมื่อ มันย่อยสลายไปในมือเรา (คือเน่าเหมือนที่ใช้อยู่เนี่ยอ่ะค่ะ รอให้มันย่อยสลายคามือไปเลย ^ ^

    ปล2. ซื้อครบ 2000 แล้วได้ถุงผ้า ก้อเป็นอีกวิธีนึงที่ถุงผ้าจะช่วยลดโลกร้อนได้ค่า (เพราะเมื่อได้มาแล้ว ก้อจะไม่กระดุกกระดิกตัว เพราะไม่มีตังค์ ^ ^)


  7. การผลิต…มาจากกระบวนการโรงงานที่ก่อเกิดพิษต่อโลก
    ในแง่การบริโภค…ก็ถือว่าช่วยได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นเทรนด์นี่ก็ไม่ไหวนะ ควรใช้เอาประโยชน์ใช้สอยมากกว่า และไม่ใช่ใช้ถุงผ้าแล้วป่าวประกาศว่า”ฉันช่วยโลก” ทั้งๆที่มีโอกาสช่วยหลายทาง ยังมีอีกมากมายที่ช่วยไม่ให้โลกร้อน

  8. แวะมาเห็นด้วยค้าบ Says:

    ขอบอกค่ะ แค่เห็นหัวข้อ ก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง อย่างที่สุดค่ะ
    หิ้วถุงผ้าช่วยลดโลกร้อน ดังนั้นเรามาซื้อถุงผ้า (ใหม่) กันเถิด
    ที่น่าต๊กกาใจก็คือ แม้จะหิ้วถุงผ้า(ใบใหม่) แล้วแต่ในถุงผ้านั้น
    ก็เต็มไปด้วยพลาสติก และพลาสติก พระเจ้า!!!!

  9. pattararanee Says:

    เมื่อวันเสาร์ เอาเป้ไปงานหนังสือฯ

    ก็เลยไม่มีถุงผ้า ^^ (ได้ถุงพลาสติกมา 1 ใบ)

    เราบรรจุหนังสือ 7 เล่มที่ซื้อมาในเป้ล่ะ

    ^^

  10. To3i Says:

    มีถุงผ้า แต่บางครั้ง ก็เอาถุงพลาสติกใส่ถุงผ้า ดูเหมือนว่าจะโดน “มายา” เล่นซะแล้วล่ะ

  11. van der-LHing Says:

    – เอ้อ ไม่เคยคิดมุมนี้เลยแฮะ ..

    – ถ้ามันเป็น ถุงผ้า ที่มันทำมาจาก ฝีมือของคน มากกว่า โรงงาน คงดีกว่าเยอะแยะจริงๆด้วย ..

    – โลกกำลังร้องไห้ ..

    – ; ] ..


  12. คิดเหมือนคุณ To3i นะคะ
    มันเป็นตลกร้ายไปเสียหน่อยที่อุตส่าห์ฉาบมายาภายนอกด้วยถุงผ้า
    แล้วภายในถุงผ้าก็มีถุงพลาสติกจากแต่ละบูธที่ซื้อหนังสืออีกที
    ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ได้ยินมาคือ “ถุงพลาสติกมันก็สวยน่าเก็บ”

    ถ้าคิดจะลดการใช้พลังงาน
    อย่างแรกที่ควรลดก็คือลดพลังการสะสมท่าจะเหมาะกว่าค่ะ

    ข้าเจ้าเห็นว่างานสัปดาห์หนังสือหนหน้าหากเราสามารถออกแบบชะลอมให้มีดีไซน์โก้เก๋พ่วงด้วยการประชาสัมพันธ์จากนิตยสารขวัญใจวัยรุ่นอย่างอะเดย์แล้วไซร้
    รับรองถุงผ้าชิดซ้าย เมื่อนางสาวชะลอมขึ้นเวที
    “เห็นมั้ยคะ อิฉันนี่ล่ะอนุรักษ์ธรรมชาติขนานแท้ ไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีใดใดอันส่งผลให้โลกร้อน”
    หลังจากนางสาวชะลอมชิงตำแหน่งจากนางสาวถุงผ้าได้แล้ว
    เมื่องานสัปดาห์หนังสือต้นปีเวียนมาถึงอีกรอบ
    อาจจะมีนางสาวอะไรต่อมิอะไรดาหน้ากันเข้ามาให้เลือกหา
    ด้วยนางสาวชะลอมนั้นแม้นจะเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์
    ทว่าเธอก็สานตนเสียจนต้นไผ่อาจหมดจากผืนดินไทย
    ส่งผลให้นักอนุรักษ์ทั้งหลาย เดินหน้าหาพลังงานทดแทน

    แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ…ถ้าจิตสำนึกในการรักษ์โลกเป็นเพียงเรื่องฉาบเคลือบบนพื้นผิวความรู้สึก
    มิได้ลงลึกไปในหัวใจแต่อย่างใด!!!

  13. Bdkwangz* Says:

    ไม่เคยคิดถึงมุมนี้เลย แต่พออ่านไปแล้ว มันจริง จริง และจริงเลยพี่

    ลองไปนับๆดูแล้ว มีถุงผ้าอยู่ 4 ใบ แต่ใช้หลักๆอยู่แค่ 2 ใบเอง
    ว่าตามตรงแรกๆที่ซื้อนี่คือ ตามกระแส รณรงค์ให้ใช้ เราใช้บ้าง..
    ไปเดินงานหนังสือ ก็เจออีกมากมาย ลายสวย อยากได้ แต่ว่าก็ไม่ได้ซื้อนะ
    เพราะตระหนักได้แล้วว่า ซื้อไปก็ไม่ได้ใช้ ใช้อยู่แค่นี้ ไปงานหนังสือก็เอาหนังสือใส่ถุงผ้า
    และได้ถุงพลาสติกมาอีก 2 ถุง คือถุงการ์ตูน กับ ถุงของอะเดย์นั่นเอง (อันหลังนี่ความชอบส่วนตัว ห้าห้าห้า)

    จากนี้ไป ก็จะบริโภคสิ่งต่างๆให้น้อยลงนะคะ เพื่อโลกที่เย็นขึ้น =]

  14. Shau_Leuw_Hiang Says:

    ตลกดีนะคะ เรารณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ให้ใช้โซฮอล์/NGV กันอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ยักมีแคมเปญส่งเสริมให้คนลดการบริโภค ลดใช้พลังงาน และลดการผลิตขยะอย่างจริงๆ จังๆ

    เราเลยถือถุงผ้าเพิ่มโลกร้อนกันอย่างสบายใจ แล้วก็ใช้ชีวิตแบบทำลายธรรมชาติกันตามเดิม😛

    ป.ล. เบื่อวิธีคิดแบบ “ปล่อยคาร์บอนเท่าไหร่ ก็ปลูกต้นไม้ชดเชย” ด้วยค่ะ
    เห็นด้วยกับแนวคิดที่จะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำค่ะ แต่ไมเห็นด้วยที่จะมองเรื่องพวกนี้แบบคณิตศาสตร์ ว่าเพิ่มคาร์บอนไป x ก็ต้องปลูกต้นไม้เพื่อลดคาร์บอนลง x อะค่ะ อยากให้คนเรามองเรื่องนี้เหมือนเรื่องกรรมมากกว่า ว่าถึงจะทำกรรมดีเยอะๆ ก็ไม่สามารถลบล้างกรรมชั่วได้😉

  15. Pw Says:

    บางทีแค่ลดความต้องการลงให้เหลือพอดีๆ ปรับลดสเกลลงมา

    ใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่าและที่จำเป็น ไม่ว่าจะใช้ถุงพลาสติกหรือถุงผ้า

    ก็ช่วยตัวเราและโลกนี้ให้เย็นได้เหมือนกันครับ🙂


  16. เห็นด้วยอะค่ะ
    ตอนนี้”ตื่น”เรื่องโลกร้อนกันขึ้นมาถ้วนหน้า เหมือนแฟชั่น เหมือนเห่อของเล่นใหม่
    พริบตาเดียวก็ตกยุค คนก็อาจจะไปตื่นอย่างอื่นกัน อะไรดีล่ะ ดวงอาทิตย์เย็นดีมั้ยย

    มีใครแคร์เรื่องโลกร้อนกันจริงๆบ้าง??

    เหมือนอีตอนรีไซเคิลมาของใช้ใหม่
    จะทำบอร์ดที ทำนิทรรศการที ก็ต้องหาของมาใช้ๆๆแทบตาย
    เพื่อจะได้เอามารีไซเคิล
    ดูมันไร้ประโยชน์สิ้นดี เหอๆ

    แต่หนูว่านะคะ ก็ดีกว่าไม่มีความคิดจะช่วยเหลืออยู่เลยแหละ
    ค่อยๆปรับ ค่อยๆเปลี่ยน เดี๋ยวก็คงดีขึ้น…มั้ง

    หนูก็ช่วยอยู่บ้างนะ (อวดๆ แฮ่ๆ)
    เริ่มจาก ปฏิเสธถุงพลาสติกจากพนักงานเซเว่น แบบไม่มีถุงผ้าแลกเปลี่ยน 55+

  17. ตัวละครลับ Says:

    พี่เอ๋คงเห็นเรื่องนี้กระจ่างจากตอนที่นั่งในบูธ a book แน่ ๆเลย ตอนที่หนูไป ก็เห็นพี่มองตามคนที่ซื้อถุงผ้า หลาย ๆแบบที่มีในบูธ…แอบคิดตามเหมือนกันค่ะ

    คนไทย “เบอร์ 5” บ้าเห่อ กันอย่างนี้ประจำเลย

    แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากเท่าไหร่หรอกค่ะ แค่ขอให้ยังเป็นกระแสอย่างนี้นานนานก็พอ…

    ปล. หนังสือเอาไปให้พี่เอ๋เซ็นหมดแล้ว…แต่อยากไปคุยด้วยได้ไหมคะ วันเสาร์อาทิตย์อ่ะค่ะ

  18. ตัวละครลับ Says:

    อ่ะลืมประโยคสำคัญ …ยินดีต้อนรับกลับ”บ้าน”ค่ะ….

    ^____^


  19. เราอาจเป็นบุคคลที่มิค่อยยินดียินร้ายหรือไงไม่ทราบนะคะ
    แต่วันที่ไปซื้อหนังสือ 7เล่มที่บูธ อะเดย์
    เราขอถึงมา 7 ใบอะค่า
    ก็แหมๆๆๆๆ เอาไปใส่หนังสือแจกชาวบ้าน

    เรื่องที่ได้อ่านวันนี้
    เป็นขอมูลใหม่ค่า
    ทำให้รู้สึกดีกับการใช้ถุงพลาสติกค่า
    แต่ขอโทษเถอะพี่เอ๋
    ทำยังไงมันถึงจะพูดได้ดังๆ
    คนได้ยินกันมากๆนะ

    ปัญหาส่วนใหญ่เกิดที่ไม่เข้าใจกันนะพี่

  20. br Says:

    จริงนิ

    ใช้ให้มันน้อยหน่อยทั้งสองถุงจะดีกว่า

  21. nk Says:

    เราก็ใช้ถุงผ้า แต่ไม่ได้ใช้เพราะคิดว่าช่วยลดโลกร้อนนะ ใช้เพราะกระเป๋าใบเดิมโดนกรีดตอนขึ้นรถเมล์ ก็เลยเอาถุงผ้าที่ได้แถม มาใช้ เราก็ยังใช้ถุงพลาสติกอยู่เวลาซื้อของหลายชิ้น ที่ถุงผ้าของเรามันจะเขียนติดว่า “โลกร้อน คุณช่วยได้” แต่บางครั้งเวลาซื้อของเสร็จเราก็หิ้วถุงพลาสติกมาด้วย พอดูข้อความที่ถุงผ้า แล้วดูถุงพลาสติกในมือ เราก็คิดนะว่ามันขัดแย้งกันชอบกล มีถุงผ้าแต่ยังหิ้วถุงพลาสติกอยู่ แย่จัง ……

    แต่ว่าเรื่องที่เราพยายามประหยัดคือ ประหยัดไฟอ่ะ ถ้าไม่ใช้จะปิดซะ เมื่อก่อนไม่ได้ใส่ใจจะปิดไฟเลยเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่น่าจะกระทบมาก และเราก็คิดว่าหลายคนคงคิดอย่างนี้ เลยไม่มีใครทำจริงจัง ทีหลังมาพอเรารู้เรื่องโลกร้อนมากขึ้น ได้อ่าน ได้ดูสารคดี เราก็ไปคิดตำหนิพวกอุตสาหกรรม ประเทศมหาอำนาจที่ใช้พลังงานฟุ่มเฟือย เป็นตัวการให้โลกร้อน แต่ตัวเราเองก็ยังไม่ได้ทำอะไร คิดไปคิดมาก็..เออ น่าจะเริ่มที่ตัวเราก่อนดิ ทำอะไรได้ก็ทำไป ก็พยายามเตือนตัวเองให้ปิดไฟ บ่อยเข้าก็ติดเป็นนิสัย แอร์ก็ไม่ได้ใช้ เวลาไปไหนก็เดิน หรือขึ้นรถเมล์อยู่แล้ว ก็คิดว่าน่าจะช่วยได้นะ …เราว่าการมีชีวิตที่เรียบง่ายมันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดีนะ

    ทุกคนจะบอกว่าโลกร้อน ให้ช่วยกันลดโลกร้อน ดาราก็มารณรงค์ให้ลดโลกร้อน ทุกคนก็รู้ว่าโลกร้อนและต้องช่วยกันลดโลกร้อน แต่ถามจริงเถอะ ลงมือทำกันจริงๆบ้างป่าว

  22. lokta Says:

    …..ถุงผ้า…….

    ……เห็นคนซื้อถุงผ้าแล้วก็ซื้อของใส่ถุกพลาสติกยัดใส่ถุงผ้าอีกที……

    …….ที่จริงเรื่องรณรงค์ถุงพลาสติกมันมีมานานแหละ….เวลาเดินตลาด

    ก็เห็นพวกอาซิม อาอึ้มลากรถเข็นแต่ข้างในรถเข็นโอ้โห!!! ถุงพลากติกบึ้มเลย!!!

  23. สิ Says:

    พี่เอ๋ ก่อนอื่นขอบอกว่า ดีใจที่พี่เอ๋กลับมาบ้านหลังนี้อีกครั้ง

    ก็จริงนะ เห็นหลายๆคนซื้อถุงผ้า ใช้ถุงผ้ากันเหมือนเป็นแฟชั่น
    เจอสวยทีซื้อมี มีลายใหม่ซื้อที เห็นเด็กถือถุงผ้าเป็นแฟชั่นทั่วสยาม

  24. jummdcu Says:

    กะลังเตรียมถุงผ้า-สีเขียว เพื่อไปใช้ในงานสัปดาห์หนังสือฯอยู่พอดี (ของแถมจ้า ไม่ได้ซื้อใหม่ ^^)

    เห็นด้วยที่ว่า การจะทำสิ่งใดๆ เราไม่ควรทำตามกระแส
    เราควรจะสร้างจิตสำนึกในการดูแลโลกให้เกิดขึ้น “ในใจ”
    อะไรที่ทำด้วยใจ มันจะยั่งยืนกว่า ว่ามั้ย ?

    ถ้ารักโลก-เรามาช่วยโลก-ด้วยกัน-ดีกว่า-เนอะ😀

    ** ปล..ดีใจที่กลับมาบ้านนี้อีก

  25. beambongga Says:

    ยินดีต้อนรับกลับบ้าน เย้ๆ
    อยู่บ้านกับอยู่ร้าน ไม่เหมือน ไม่เหมือน เนอะๆ

    ชอบผ้า ส่วนใหญ่กระเป๋าที่ใช้จะเป็นผ้าอยู่แล้ว
    แต่ถ้าจะเปลี่ยนก็คงเปลี่ยนเป็นวิธีใช้มากกว่า
    ใช้งานมันให้คุ้มค่าขึ้น ไม่ว่าพลาสติกหรือผ้า
    ถ้าใช้มันจนคุ้มก็คงช่วยโลกได้

  26. ปุ๊ก Says:

    ปุ๊กไม่ค่อยได้หิ้วถุงผ้าเท่าไหร่นะคะ เวลาซื้อของอะไรก็ไม่ค่อยได้ปฎิเสธถุงพลาสติกสักเท่าไหร่ แต่ปุ๊กจะไม่ทิ้งถุงพลาสติกสะอาดๆ ที่ได้มานะคะ ปุ๊กจะนำไปใช้ต่อค่ะ อย่างถุงก๊อบแก๊บเล็กๆ ก็เก็บไว้ใส่ขยะในห้อง หรือไม่ก็รวบรวมไปให้แม่ค้าผลไม้ที่เข็นมาขายหน้าบ้าน ถุงใหญ่หน่อยอย่างถุง Big C ก็เอาไว้ใส่ขยะในครัว ส่วนถุงแบบไม่มีตูด เช่นถุงจากร้านหนังสือก็เก็บไว้หิ้วของไปทำงานค่ะ อย่างทุกวันนี้ก็ใช้ถุงของ Kinokuniya อยู่ หิ้วจนยับหมดแล้วเนี่ย ไม่ยอมเปลี่ยนสักที

    ยอมรับว่าถุงสวยๆ น่าเก็บนะคะ อย่างถุง d Day หรือถุงของ Bliss เนี่ย คุณภาพก็ดี ก็จะเก็บไว้ใส่หนังสือนี่แหล่ะค่ะ ไม่ทิ้งค่ะ

    อย่างนี้ช่วยลดโลกร้อนได้มั้ยคะ

  27. แขก Says:

    ยินดีต้อนรับกลับบ้านอาตี๋ เอ้ย…ท่านนิ้ว
    ค่อยยังชั่ว รอคุยในบ้านหลังนี้มานานแล้ว

    ขอกระซิบ การแบกเป้ไปงานบุ๊คแฟร์
    แล้วปฏิเสธถุงพลาสติกจากบูธต่างๆมาหลายบูธ มันก็มีหลายๆมุมให้มอง
    บางบูธก็ถามว่าจะเอาถุงมั้ย ถามเหมือนครั้งที่แล้วตอนเดือนตุลาเป๊ะ
    นั่นก็หมายความว่าบูธนี้ระลึกถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ(บูธเล็ก 9 ตร.ม.)
    บางบูธก็ไม่ถาม คิดตังค์เสร็จจับยัดทันที
    (หมายถึงจับหนังสือยัดใส่ถุงพลาสติกนะ ห้ามเล่นมุขที่ชอบ)
    ส่วนใหญ่เป็นบูธมากกว่า 9 ตร.ม. อิอิ
    บางบูธผมก็บอกปฏิเสธทัน
    บางบูธไม่ทัน แต่ผมก็ดึงถุงพลาสติกคืนไปให้
    “ขอโทษครับ ลืมบอก ไม่เอาถุงครับ”
    บางทีก็สงสัยอยู่ว่า เว่อร์ไปหรือเปล่า มันจะมีคนที่รำคาญเรามั้ย
    เพราะพนักงานบางคนก็มีท่าทีเข้าใจ
    ส่วนบางคนก็เฉยเมย ประหนึ่งเขาจะคิดในใจ “เรื่องมากนักนะมึง”
    แต่ก็ช่างเถอะ นังนังจิตตา

    เห็นถุงผ้าเดี๋ยวนี้ก็ดีไซน์สวยดีครับ
    แต่ผมไม่นิยมถุงผ้า ไม่ค่อยเหมาะกับบุคลิกส่วนตัว ฮ่าฮ่า
    ได้รับแจกมาทีไรก็โยนเอาไปให้คนอื่นใช้

    งาน(ประจำ)ที่ทำอยู่ตอนนี้ เขาก็ “เล่น” กับถุงผ้าทุกงาน
    มันเป็นเทรนด์ที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ
    ชาวบ้านชาวเมืองชอบนักหนา แจกถุงผ้าเนี่ย
    บอกตรงๆครับ เท่าที่สัมผัส
    ส่วนใหญ่ไม่ได้อินกับเรื่อง “ลดการใช้” หรอกครับ
    แต่ผมว่า อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
    ถึงมันจะยังไม่ลึกซึ้งมากนักก็เถอะ

    เอาล่ะครับ กลับมาที่งานบุ๊คแฟร์อีกครั้ง
    หลังจากผมปฏิเสธถุงพลาสติกมาแล้วหลายบูธ
    ผมก็มาตายตอนจบที่บูธสุดท้าย
    ความจริงบูธนี้ซื้อหนังสือไปแล้วครับ แต่มาซื้อเพิ่มอีก(หลายใจนะ)
    ผมปฏิเสธไม่ทันครับ เพราะคนขายกับคนซื้อดูวุ่นวายพอๆกัน
    เพราะคนเยอะมาก คนขายเองก็คงบริหารจัดการลำบาก
    ถ้าต้องมาถามว่า “ใส่ถุงมั้ย” เพราะระบบมันไม่เอื้อแบบนั้น
    แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ได้ถุงมา ผมก็ใช้ถุงใบนั้นอยู่ดี
    เพราะเค้าก็ดีไซน์มาดี เนื้อหนาน่าใช้ ใสกิ๊งทะลุทะลวง
    โลโก้ที่ถุงก็ช่วยเสริมแบรนด์ผู้ใช้ให้ดูเป็นผู้ใหญ่แนว อิอิ

    แล้วเจอกันที่บูธ…เดือนตุลาครับ : )

  28. PUIDUI Says:

    หนูเปนคนนึงที่ใช้ ถุงผ้า
    ไม่ใช่แค่ใช้
    แต่
    ลงมือทำเอง เดินจักรเอง
    ไม่ได้ตามใคร
    แต่
    เพราะทำออกมาแล้วรุสึกว่า มันมีใบเดียวในโลกหล้านี้แน่ๆ
    และ
    ถุงผ้า ก็ ให้ความรุสึกเป็น มิตร มากก่าพลาสติก เยอะเรย
    .
    .
    ของหนูเปนผ้าล้วนๆด้วย ไม่มีวัสดุที่เป็นโลหะเจือปนอย่างที่บางแบบทำแต่อย่างใด!

  29. เอ็ม Says:

    พี่เอ๋กลับมาแล้ว เย้
    เพื่อนผมที่งานเจอพี่ด้วย
    เค้าบอกว่าตัวนิ้วกลมตัวจริงน่ารักพอๆกับตัวหนังสือเลย : ))

    เรื่องสิ่งแวดล้อมนี้พูดยากนะเพราะผลมันมาช้าเหลือเกิน
    หลายประเทศพยายามตั้งระบบการปล่อยก๊าซคาร์บอน
    (คุณปล่อยได้จำนวนหนึ่ง ถ้าเกินหรือต้องการปล่อยสารเพิ่มก็ต้องซื้อโควต้า)
    กลายเป็นการซื้อขายโควต้ากันไปอีก
    เหมือนที่พี่ว่า มันอยู่ที่พฤติกรรมจริงๆ
    และพฤติกรรมมันก็เปลี่ยนยากเสียด้วยสิ ต้องรอให้จวนตัวถึงจะเริ่มแก้ไขอะไรกัน
    เราสร้างรถยนต์คันแรกก็เพิ่งร้อยกว่าปีนี้เอง
    นึกไม่ออกจริงๆว่าสิ่งแวดล้อมสามสิบปีข้างหน้าจะเป็นยังไง

  30. Lennon_Rev909(Oui) Says:

    จิงด้วยๆ มันกลายเป็นแฟชั่นไปแล้วอ่าาา


  31. […] ผ้าถุง ถุงผ้า … เอาหน้ารอด ! 3 04 2008 Inspired by:  ถุงผ้าทำให้โลกร้อน  […]


  32. ปกติผมได้รับถุงผ้ามาเยอะมาไม่ว่าจากการโปรโมท หรือแจจากการซื้อของต่าง แต่การนำมาใช้ประโยชน์นั้นมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้สักเท่าไร ไปงานหนังสือก็ยังรับถุงพลาสติกอยู่เหมือนเดิม แต่จะไม่รับทุกบูธเพราะถ้ามีแล้ว บูธอื่นๆ ก็จะไม่รัยถ้ามันยังยัดได้อีกสักเล่ม

    ****พี่เอ๋กลับมาแล้ว ไปบ้านหลังโน้นไม่ค่อยได้เม้น เลย
    เมื่อเช้าเปิดไทยรัฐ พี่เอ๋ลงสกู๊ปหน้า 1 ด้วย แอบเปิดอ่าน 555+ ขำดี ดังแล้วๆๆๆ


  33. ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ โปส์การ์ด สวยงามแผ่นนั้น ได้รับเมื่อวานนี้ค่ะดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมบ้านหลังนี้นานเลย.. อีกอย่างเราน่าจะได้เจอกันที่งานหนังสื่ออาทิตย์นี้นะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดอีก

    เห็นด้วยกะข้อความ ถุงผ้าทำให้โลกร้อนทุกประการนะ 😉

  34. jummdcu Says:

    ณ โรงพยาบาลแผนกโรคกระดูก
    ตอนนี้โลดแล่นอยู่บนหน้ากระดาษของ
    นิตยสาร DR’s ROOM ฉบับล่าสุด

    บางครั้งคนที่อ่อนแอ กลับเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุด..เนอะ😀

  35. ข้าวตัง Says:

    ถุงผ้าช่วยโลกร้อน(ขึ้น)

  36. เจน Says:

    มีถุงผ้าอยู่ใบนึงใช้มานานจนมันเน่าเพราะขี้เกียจซัก
    ไม่อยากเพิ่มฟอสเฟตจากผงซักฟอกลงแม่น้ำอิอิ
    ทุกวันนี้เพื่อนๆต่างพากันคิดว่าในถุงผ้า(เน่า)ของเราต้องมีข้าวสารเสกกับน้ำมนต์แน่ๆ เพราะลักษณะเหมือนย่ามของหมอผีดีแท้

  37. jaaomcm3 Says:

    ปกติเป็นคนชอบกระเป๋า หรือถุงผ้าที่ดีไซน์เก๋ ๆ (ก่อนที่เปิดวาระโลกร้อนเสียอีก) แต่พอเห็นคนเริ่มบริโภค “กระแสนิยม” วิพากษ์กันมากขึ้นในเรื่องของ “เรื่องเก่า” แต่กลับ มาทำเป็น “เรื่องใหม่” มากขึ้น ดูๆ แล้วมันก็เอียนและน่าเบื่อ

    ที่สำคัญเราไม่รู้ว่า ส่วนใหญ่ พอจะเข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเรื่องนี้หรือยัง

    ป.ล. เสียดายไม่เจอเอ๋ ว่าแต่ได้เมล์เราหรือยัง

  38. joynifer Says:

    ช่วยไม่ให้โลกร้อนได้หลายทาง ถนัดทางไหนเลือกใช้ทางนั้น
    สำหรับคนที่มีถุงผ้าอยู่แล้ว ก็พกเอาไว้กับตัว ไปไหนมาไหนหยิบใช้สบายใจเฉิบ จะใช้วิธีไหนเพื่อช่วยโลกไม่สำคัญ สำคัญที่ความตั้งใจจริงค่ะ

    พูดถึงเรื่องนี้แล้วนึกถึงเมื่อ 2 ปีก่อนที่ได้ไปเดินงานสัปดาห์หนังสือ ไปซื้อหนังสือจาก booth นึง ก็บอกคนขายว่าไม่เอาถุงนะคะ เพราะมีถุงอยู่แล้ว แต่คนขายกลับบอกว่าเอาไปเถอะ ฉันขี้เกียจจะเถียงด้วยก็เลยรับๆ ไปซะ คิดว่ามาถึงตอนนี้คงจะไม่มีคนขายของที่พยายามยัดเยียดถุงให้เราอีกแล้วนะคะ

  39. peenpai Says:

    ยังไม่เคยใช้ถุงผ้าแบบที่เค้าขาย ๆ กันเลย
    เวลาไปเซเว่น ถ้าซื้อน้ำ หรือของเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก ใส่เป้ได้ ก็บอกเค้า ว่าไม่ต้องเอาถุงพลาสตืก…
    เคยพยายามบอกแม่ ว่าให้เอากระจาดไปจ่ายตลาด แบบเอามะม่วง ส้ม เทรวมกัน
    แต่มันก็ไม่สะดวกไปหน่อย…555+

    ชอบแบบที่ต่างประเทศยังใช้ถุงกระดาษสีน้ำตาล ขายหนังสือ ขายของกิน ผัก ผลไม้ ก็เห็นเค้ายังใส่ถุงกระดาษสีน้ำตาลกันอยู่ครับ

    ปล. กำลังอ่านนั่งรถไฟไปตู้เย็น หลังจากอ่าน “โตเกียวไม่มีขา” “อิฐ” “ณ” จบ
    ชอบมากมากครับ “นิ้วกลม”/”พี่เอ๋” กลายเป็นนักเขียนที่ผมชื่นชมสุด ๆ ไปเลย!

  40. kae Says:

    ส่วนตัวแล้ว ชอบใช้ถุงผ้ามานาน
    นานก่อนที่เค้าจะรณรงค์กันซะอีก ๕๕๕
    คงจะเรียกว่าเป็นความชอบส่วนตัว
    ใบนึงก็ใช้จนมันเก่า ด้วยคติ ยิ่งเก่ามันยิ่งเท่
    จนเมื่อไหร่ที่แม่ทนไม่ไหวนั่นแหละ ถึงได้ยอมตัดใจ ซื้อใบใหม่
    (ไม่ซักด้วยนะ ๕๕๕)

    พี่คงจำเก๋ไม่ได้ เก๋เอาหนังสือไปให้พี่เซ็นต์เมื่อวันอาทิตย์ ที่งานหนังสือ
    พี่รู้ไหม เก๋กลับมานั่งเปิดหลายสิบรอบ ปลื้มจริงๆ ^^

    หนังสือที่ซื้อมาเลยยังไม่ได้อ่านซักที เอาแต่นั่งปลื้มอยู่
    จนเพื่อนหาว่าบ้า
    แหม มันก็ความชอบส่วนบุคคลอะเนอะพี่

  41. happyloneliness Says:

    นึกถึงเวลาไปซื้อของตามซูเปอร์แล้วบอกไม่เอาถุง
    พนักงานชอบบอก…
    น่าจะมีคนอย่างพี่เยอะๆ นะ

    อืม… น่าคิดน้อ!!!


  42. แล้วพี่เอ๋คิดยังไงกับ
    กล่องใสๆๆที่วางรับโปรชัวใช้แล้ว
    แล้วก็รับน้ำมันใช้แล้วอ่ะ
    คิดไง

  43. udom Says:

    เห็นด้วยกับความเห็นของ roundfinger จริงๆ ครับ ที่เจอกับตาในงานหนังสือก็คือมมือนึงถือถุงผ้าอีกมือหิ้วถุงพลาสติกซะงั้น

    ช่อแก้ว
    ถ้าเอากระดาษจากกล่อง และน้ำมันที่มีผู้มาหย่อนไว้ให้ไปใช้งานจริงๆ ก็ดีมากครับ แต่กลัวเรื่องของกรรมวิธีแปรรูปว่ามันจะสิ้นเปลืองพลังงานมากแค่ไหน

    จริงๆ แล้วเราซื้อน้อยลงก็ช่วยได้เยอะแล้วล่ะครับ แต่นายทุนที่ไหนจะยอมล่ะครับ

  44. him Says:

    มันก็จิงอยู่น่ะ

    ฮา ฮา

    เด๋วนี้ไปไหนก็ถุงผ้าเป็นแฟชั่นไปแล้ว

  45. เจได Says:

    อ่านเพลงรักประกอบชีวิตจบแล้ว ตอนแรก ๆ สนุก ตอนหลังมันเลี่ยน ๆ อะ
    แต่รวม ๆ ก็สนุกดี (เอ๋เขียนหนังสือ มา ๙ เล่ม แล้ว มีหมดทุกเล่มเลย)

  46. นิรนาม Says:

    เป็นมุมมองที่น่าคิดมากค่ะ~

    วันนั้นโชคดีสุดๆ
    ไปซื้อหนังสือที่อะเดย์เจอพี่นิ้วกลมพอดี
    หลังจากวันนั้นหยุดจากการเป็นคนขายจากบูทตรงข้ามอะเดย์^^

    ขอบคุณกับความใส่ใจมากๆๆกับการเซ็นหนังสือให้นะคะ~

    ps.ตอนนี้เพลงรักประกอบชีวิตหมดแล้วที่บูทโอเพ่น
    อยากได้มากกก~


  47. สวัสดีค่ะ

    ถุงผ้า หื้มม…… อย่างนี้นี่เองง

    เฮือกกก อยากไปงานหนังสือ แต่บ้านไกลเอยย ยย ( คล้ายๆ บ้านนอกน่ะค่ะ – -)

    ใครๆ เค้าก็เคยเห็นเคยเจอนิ้วกลมกัน

    หนูก็เจอแล้วค่ะ ในหนังสือ OoO ~

    ( เกรดออกแล้นนะคะ ลดลง ฮี่ๆ )

  48. PatSonic|Com Says:

    มองมุมนี้ มันก็จริง
    เพราะฉะนั้น เราควรมีถุงผ้ากันคนละใบก็พอ มีแล้วก็ใช้ และไม่ต้องซื้อใหม่
    รวมทั้ง พยายามไม่ใส่ถุงพลาสติกลงไปในถุงผ้า ยกเว้นเลี่ยงไม่ได้

    เหอๆ

  49. arthuran Says:

    แนวเดียวกับการปลูกพืชเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมัน
    กระบวนการผลิต ก็ต้องใช้พลังงานเยอะเหมือนกัน

  50. Moss Says:

    น่าจะบอกว่า ถุงผ้าทำให้โลกร้อนถ้าใช้ผิดวิธีน้า
    เผื่อคนอ่านไม่จบทำไงอ่ะ เลิกใช้ถุงผ้าเลยทีนี้
    กลับไปตะบันใช้ถุงพลาสติกล่ะสิ

    คห.สำหรับเรื่องนี้นะ
    ก็ลดการใช้พลังงานกับขยะให้ได้มากๆนั้นแหละ
    ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม

    ถุงพลาสติกเอามาใช้ใหม่ก็ได้ใช้ให้คุ้มไม่ต้องไปหาใบใหม่มาหรอก
    ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นถุงผ้า อย่างที่ คห. บนๆบอกอ่ะ กระเป๋าหรือถือเอาก็ได้

    แสดง คห. เรื่องนี้กันเยอะๆ คนจะได้สนใจจะได้นำไปปรับใช้ได้ถูกต้อง
    เผื่อมันจะช่วยได้ หุหุ

  51. projectlib Says:

    มีเยอะแล้วไม่ได้ใช้ ก็ไม่ได้ช่วยโลกอยู่ดี
    บางคนมีเป็นสิบ แต่เวลาออกจากบ้าน
    ก็ยังนิยมถุงตามห้างเหมือนเดิม

    แล้วอย่างนี้จะช่วยโลกได้ไง

  52. Bluewings Says:

    มีถุงผ้าเยอะมากเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ได้ซื้อมาค่ะ
    เค้าแจก! อิอิ เป็นถุงผ้าธรรมศาสตร์ค่ะ ซึ่งก็คิดเหมือนกันค่ะว่าจริงๆๆมันจะลดโลกร้อนได้มากกว่ากันมั้ย ตั้งแต่ได้มาเนี่ยใช้อยู่แค่สองสามใบค่ะ แต่ใช้แบบสุดคุ้มนะค่ะ OoOoO อิอิ ได้เห็นอีกมุมมองอีกแล้ว….อิอิ

  53. Caramel Says:

    ถุงผ้าถึงไม่ซื้อเค้าก็ฮิตแจกแถมมากับสิ่งต่าง ๆ ที่ซื้อมาอยู่เรื่อยเลย ได้มาก็ได้แต่เก็บเพราะใช้ไม่ทัน เอาเข้าจริงก็ใช้อยู่ใบเดียว(ที่หน้าตาลวดลายถูกชะตาด้วยที่สุด คนอีกไม่น้อยก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ) แล้วถุงผ้าที่แจกมักจะบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกอีกที เลยสงสัยอยู่ว่าตกลงจะลดโลกร้อนหรือทำให้โลกร้อนขึ้นอีกเท่าตัวกันแน่!

    ป.ล.ดีใจค่ะที่ได้เจอคุณนิ้ว ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์เซ็นหนังสือให้ตั้งมากมาย ซื้อเพลงรักประกอบชีวิตแล้วด้วยค่ะ แต่ไม่ได้เอาเข้าไปให้เซ็นอีกเพราะคนเยอะมากๆเลย เซ็นให้แค่นี้ก็พอใจแล้วค่ะ (.^_^.)

  54. kskn Says:

    เดี๋ยวนี้กระแสโลกร้อนมันแรงจริงๆ
    แต่สักกี่คนที่เป็นห่วงเรื่องนี้จริงๆ?

    ได้ยินมาเหมือนกันว่าหลายๆคนก็ซื้อถุงผ้าไปอย่างนั้น
    พอไปห้างก็ไม่ได้เอาไปด้วย อ้างลืมบ้าง อะไรบ้าง
    เห็นด้วยเลยค่ะ ว่าพฤติกรรมนี้เป็นการเพิ่มมลพิษชัดๆ
    บางทีกระแสเป็นห่วงโลกกลับกลายเป็นทำลายโลกซะเอง

  55. NooDee Says:

    เห็นด้วยนะคะ ช่วยโลกร้อนไม่ต้องถุงผ้าหรอกค่ะ แค่ซื้อของแล้ว “ไม่ต้องใส่ถุง” ก็พอแล้ว
    จับมันยัดเข้าใส่ถุงเดิมที่เราถือมา ไม่ว่ามันจะเป็นถุงผ้า ถุงพลาสติดของเมื่อวาน กระเป๋าหลุยส์ ฯลฯ หรือไม่ก็ใช้มือถือกลับ

    แต่รุ้สึกดีจริง ๆ นะคะ ที่เวลาไปซื้อของแล้วบอกว่า “ไม่ต้องใส่ถุงนะคะ”
    รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยโลกจริง ๆ
    (ลองคิดเป็นการ์ตูนสิ สีหน้าภูมิใจสุด ๆ ภาพถ่ายให้ดูตัวใหญ่นิดนิง พองๆ มีแสงไฟสาดส่อง มีดาวเป็นประกายด้วย หุหุ)

  56. sarapat Says:

    เพื่อนสนิทของเรามักจะบอกคนขายว่า ไม่ต้องใส่ถุง ตลอดแทบทุกครั้ง

    นั่นเราก็คิดว่าดี และ มันก็ชอบสะสมถุงผ้าด้วย

    แต่ก่อน อาจไม่ได้สนใจในพฤติกรรมมันมากมายนัก
    เต็มที่ก็ชื่นชมว่า “อืมมม เอ็งนี่ ก็เอาใจใส่ วิกฤตโลกร้อนจัง! เหมือนกันนิ”

    โดยที่เจตนามันจริงๆก็คือ หวังดี มีปณิธาน อยากช่วยโลกแต่ก็แอบสอดไส้ความอินเทรนด์ เพื่อไม่ให้ตกรถไฟไปอีกนิดนึง…

    และถุงผ้าส่วนมากทีมันมี มันก็ซื้อมาทั้งน้านนนน
    และจาก เรื่องที่พี่เขียนนี่แหละ ทำให้นึกได้ว่า วันเกิดของมันที่ใกล้จะถึงในเร็ววันนี้

    จะทำของขวัญอะไรให้มันดี ถุงผ้าทำเองนี่ก็เจ๋งดี เพราะพ่วงเหตุและผลดีๆ
    แบบไม่ทำลาย ทั้งความหมายเพื่อการเป็นคนดีและการใช้ประโยชน์ได้เต็มที่…..ใช่มั้ยพี่!

  57. apart Says:

    ความคิดที่คิดว่าสิงที่เป็นอยู่เป็นสิ่งที่ เลวร้ายและทำลายมนุษย์ชาติ เป็นความคิดที่ โง่และอาจเรียกได้ว่าเป็นกบในกะลาที่คิดว่าความคิดของตนเป็นสิ่งที่เปลียนแปลงโลกได้ แท้ที่จริงแล้วการที่ทำให้การใช้ถุงผ้าเป็นแพชั่นนั้นเป็นการปลูกความคิดให้คนที่บริโภคเฟช้นนั้นเปลี่นมาหัดใช้ของที่มีราคาถูกอย่างเป็นปรกติ ซึ่งในที่นี้จะเห็นได้ชัดว่าคนที่ตอนนี้คลั่ง “ถุงผ้า” คืคนที่อยู่ในกลุ่มอายุ 15 – 25 ปี คือกลุ่มของวัยรุ่น หรือจะเรียกได้ว่าคือกลุ่มของการซึมซับพฤติกรรม เมือเวลาผ่านไป คนกลุ่มนี้ จะโตขึ้นเป็นคนในวัยทำงาน ซึ่งหมายถึงคนที่เป็นตัวแปลทางสังคมเหมือนที่คุณเป็นอยู่ในตอนนี้ หากคนในกลุ่มนี้ได้ถูกสอนให้มีพฤติกรรมไม่ยึดติดกับการต้องใช้ของที่มีราคาแพง ของที่มาจากต่างประเทศ เพื่อยกระดับทางสังคม คนรุ่นเก่าที่เคยยึดติดกับ ความคิดนี้ก็จะทยอย ตาย ไปจนไม่เหลือ คนโบราณเขาว่าอย่าหักดามพร้าด้วยเข่า นอกจากที่มันจะไม่หักแล้วมันอาจจะทำให้กระดูกหัวเข่า หรือขา ของเราหักด้วย

  58. ยูมิ Says:

    อ่ะค่ะ

    ก้คิดเหมือนกันค่ะ

    มาช่วยกันลดโลกร้อนดีกว่า ^^

  59. rabbit Says:

    ดีครับพี่จะได้มีคนที่อ่านคิดได้


  60. การทำงานของนาฬิกาแบบควอทซ์และแบบออโต้จะมีความต่างกันพร้อมทั้งมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันมาก ซึ่งนาฬิกาข้อ

    มือแบบควอทซ์จะมีการทำงานด้วยไฟจากแบตเตอรี่หรือถ่าน กลไกจะสามารถเดินได้ตลอด

    เวลาแต่เมื่อถ่านหมดก็จะต้องเปลี่ยนถ่านใหม่เพื่อให้มันสามารถทำงานต่อไป

    ส่วนนาฬิกาแบบออโตเมติกจะเหมาะสมสำหรับคนที่

    ชอบสวมนาฬิกาอยู่ทุกวันเพราะมันทำงาน

    โดยกลไกแบบตุ้มเหวี่ยง เมื่อถอดวางทิ้งไว้นานๆ กลไกจะหยุดเดินและถ้าเอามาสวมใหม่ก็จะต้องตั้งเวลาใหม่ทุกครั้ง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: