แผลมีสี

เมษายน 26, 2008

จะนึกถึง “พลาสเตอร์ปิดแผล” กันทีก็ต้องรอมีดบาด ใครจะบ้านั่งนึกหน้าพลาสเตอร์ราวกับละเมอหาหญิงอันเป็นที่รัก (หรือชายอันเป็นที่หลงใหล) อยู่ทุกเวลานาที ผมหันหน้ามาสนใจพลาสเตอร์ยาเมื่อได้ไปอ่านเจอตัวหนังสือที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพลาสเตอร์ปิดแผลในหนังสือ Jerome Becomes a Genius ของ Eran Katz ตัวละครในหนังสือเล่าว่าเขาไปอ่านเจอข้อความในนิตยสารไทม์เมื่อนานมาแล้ว ข้อเขียนนั้นตั้งข้อสังเกตว่า โลกมีพลาสเตอร์ปิดแผลมาเป็นเวลาเจ็ดสิบปี แต่พลาสเตอร์ปิดแผลทุกชนิดผลิตออกมาเป็น “สีเนื้อ” ที่เป็นสีครีมเหมือนกันทั้งหมดเป็นเวลาถึงหกสิบปี และตลอดหกสิบปีนั้นทุกคนก็ก้มหน้าก้มตาปิดแผลกันด้วยพลาสเตอร์สีเนื้อ “มาตรฐาน” นั้นกันอย่างไม่โต้แย้งอะไร

แหม มันช่างโดนใจคนผิวดำคมขำอย่างผม ผมทนใช้พลาสเตอร์ “สีผิวฝรั่ง” มาตั้งนานโดยไม่เคยตั้งคำถามสักแอะ ทั้งที่เมื่อแปะลงไปบนผิวหนังมันก็ด่างขึ้นมาเป็นแผ่น ไม่แนบเนียนผสมกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวเหมือนเวลาฝรั่งเขาใช้กัน

เป็นเรื่องเล็กที่มีความคิดเบื้องหลังที่ใหญ่กว่านั้น

นั่นเป็นลักษณะของโลกในยุคหนึ่ง ซึ่งบางส่วนก็ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงโลกยุคนี้ คือความคิดความเชื่อที่ว่า “ฝรั่งคือมาตรฐานโลก” ก็เหมือนกับเวลาที่เข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าโถปัสสาวะของโรมแรมบางแห่งแล้วชายชาวไทยบางคนต้องยืนเขย่งขา เพราะเขาใช้ “มาตรฐานความสูงของฝรั่ง” มาเป็น “มาตรฐานสากล”

มันสากลตรงไหน?

พลาสเตอร์แผ่นเล็กๆ ยังชวนให้คิดขยายออกไปอีกไกล ถึง “มาตรฐาน” ทั้งหลายที่ฝรั่งเขาว่ากันว่าดี ผิวขาว, ประชาธิปไตย, ISO, ฯลฯ บางทีมันก็น่าตั้งคำถามดูเหมือนกันว่า เรากำลังก้มหน้าก้มตายอมรับมาตรฐานเหล่านั้นโดยไม่ตั้งคำถาม เหมือนที่ยอมใช้พลาสเตอร์ยาด่างๆ ที่ต่างจากสีผิวของเราอยู่หรือเปล่า

โลกเปลี่ยนยุคสมัยมาสู่ช่วงเวลาที่มนุษย์เห็นหน้าค่าตาและได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมากขึ้น ฝรั่งก็เริ่มรู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้เป็นมาตรฐานโลก และคำว่า “ฝรั่ง” ไม่ได้เท่ากับคำว่า “สากล” โลกยังมีมนุษย์ผิวสีอื่น มีความเชื่อความชอบและค่านิยมที่ต่างไป น่าจะเป็นเรื่องดีที่เราจะได้แลกเปลี่ยนกันไปมา ไม่ใช่การเข้าไปปรับเปลี่ยนประเทศชาติอื่นและบังคับให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของตนเอง

แหม ขนาด นาตาลี แฟนของพี่ภราดร เขายังยกมือไหว้เลย!

ว่ากันว่า ทุกวันนี้มีพลาสเตอร์หลายสีมากขึ้น กระทั่งมีสีของคนผิวดำให้คนดำได้เลือกใช้ ผมยังไม่เคยเห็น แต่ได้ยินแล้วก็คิดว่าน่ารักดี เวลามีแผลก็ปิดแผลได้อย่างสวยงามไม่มีรอยด่างของ “สีผิวมาตรฐาน” ให้รำคาญใจ

ผมลองไปสืบประวัติพลาสเตอร์ยามาจาก บล็อกแห่งนี้

เห็นเขาเล่าว่า เหตุเกิดที่บริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้ผลิตผ้าก๊อซและเทปกาว มีพนักงานชาย (Earle Dickson) ที่เพิ่งแต่งงานกับ Josephine หญิงสาวที่ถูกมีดบาดบ่อย ด้วยความที่ขี้เกียจทำแผล เขาจึงเอาเทปกาวของบริษัทตัวเองมาตัดเป็นแถบสั้นๆ แล้วเอาผ้าก๊อซวางไว้ตรงกลาง มีแผลปุ๊บก็แปะได้ปั๊บ ทันใจ เมื่อบริษัทของเขารู้เข้าจึงนำไปผลิตเป็นพลาสเตอร์ยามาให้เราใช้กันจนถึงทุกวันนี้

ลองคิดดูสิครับว่า หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่อินเดีย หรือ แอฟริกา ทุกวันนี้เราจะใช้พลาสเตอร์ยาสีอะไร

เมื่อมองไป ผมว่าเราก็จะเห็นว่าโลกใบนี้ยังมีแผลอีกมาก หลายแผลที่ดูเหมือนจะได้รับการเยียวยารักษา แต่หากมองดีๆ มันเป็นการครอบงำด้วยสีผิวมาตรฐานต่างหาก

(อย่างการไล่ที่ทำกินของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่นั้นมานานหลายสิบปี เพื่อสร้างเขื่อนปั่นไฟให้คนเมืองใช้กัน นั่นก็เป็นการตัดสินปัญหาด้วยการใช้ “สีมาตรฐาน” เช่นกัน จึงดูเหมือนว่า “สีมาตรฐาน” จะเป็น “สีของคนที่มีอำนาจ” มากกว่า)

นอกจากพลาสเตอร์ปิดแผลแล้ว อย่างอื่นก็มี “สี” เหมือนกัน

Advertisements

21 Responses to “แผลมีสี”

  1. idiotao Says:

    พูดถึงสีของพลาสเตอร์ปิดแผล
    แล้วพลาสเตอร์ประเภทลายม้าลาย ลายเสือนี่
    เอาไว้ติดให้ม้าลายกับเสือป่ะหว่า? แหะๆ

  2. ketchup Says:

    อยากลองใช้มั่งจิงเลย

    พลาสเตอร์ปิดแผลสำหรับคนผิวดำ

    คงเท่ห์มากเลยทีเดียว ฮาฮา

    อืม…แล้วอย่างอื่นที่ว่ามี”สี”
    คืออะไรหรอ? แห๊ะๆ

  3. chickyben Says:

    แต่ ‘คนบางคน’ ก็ยินดียอมรับมาตรฐานนั้น
    ..โดยไม่แม้แต่จะคิดนะ
    ว่ามันเหมาะกับ ‘แผล’ ของเราหรือไม่

    แต่ก็อย่างว่า..
    เวลาประเทศเราโดนมีดบาด
    มันมักจะโดนผิวหนังรอบนอกของประเทศเสมอ
    ไม่เคยโดนตรงกลางหัวใจซะที..
    ‘คนมีอำนาจ’ ที่(มัก)อยู่กลางหัวใจ
    เลยไม่เคยได้รับรู้รสชาติของความเจ็บปวดจากมีดสักที

    คิดถึงบ้านเราเมืองเราแล้วเศร้า..
    T T

  4. เมนทอส Says:

    แบ่งพลาสเตอร์สีดำให้ด้วยนะ

  5. fon : ame Says:

    สวัสดีในวันที่ (ทำงาน) เหนื่อยแสนเหนื่อยอย่างนี้ค่ะ พี่นิ้วกลม

    แหม ถ้ามีพลาสเตอร์ตามสีผิวของแต่ละคน ก็น่าสนุกดีแหะ
    แต่เดี๋ยวนี้มีพลาสเตอร์สีใสๆ ด้วย อาจจะช่วยลดทอนความเลื่อมล้ำได้บ้างมั้ง?
    แปะที มองทะลุถึงสีผิวเลย .. เนียนๆ

  6. van der-LHing Says:

    – ถูกต้องเลย ทุกอย่างมันก็มี “สี” หมดแหละเน้อะ ..

    – ไม่ว่ายังไง จะทำอะไร ก็มีทั้งผลดีและเสีย กระทบต่อหลายๆฝ่าย ..

    – แต่ทำยังไงได้ ก็คงต้องก้มหน้าก้มตายอมรับตาม “มาตรฐาน” ของคนอื่นๆ ..

    – ; l ..

  7. ningyogaphuket Says:

    เราแพ้พลาสติกปิดแผลด้วย น่าเศร้าจัง เลยไม่ค่อยได้ใช้ อุ้ย! ดีแล้วล่ะที่ไม่ได้ใช้ไม่งั้นต้องมีแผลล่ะซิ อิอิ

  8. iampiim Says:

    ที่บ้านปิ๋มใช้หลากสีเลย

    ชมพู เขียว ส้ม
    และทั้งหมดสะท้อนแสง 55

  9. Leon~Z Says:

    ปกติใช้แต่สีเนื้อครับ
    ไม่ชอบพวกลายๆ
    เพราะคิดว่ามันฉูดฉาดไป
    ชอบอะไรเรียบๆน่ะครับ

    แต่ปัจจุบันห่างเหินจากพลาสเตอร์ปิดแผลมานาน
    เนื่องจากไม่ค่อยได้เล่นบอล หรือทำอะไรที่มันเสี่ยงต่อการเกิดแผล

    ไอ่แผลที่มีพลาสเตอร์มันก็ปิดไม่ได้เพราะมันเป็นแผลใจ ฮิ้ว!!!


  10. จริงๆมันเก๊าะมี พาสเตอร์สีอื่นๆนา
    แบบว่า ลายสีสะท้อนแสง
    เออ แต่เราก็เลือกสีเนื้อมาใช้มากกว่าจริงๆ
    แต่หวานไม่ได้นึกถึงเลยนะพี่ ว่ามันจำลองมาจากสีเนื้อคนอ่ะ
    นึกแค่ว่า มันเรียบๆเฉยๆ
    สงสัยจะเป็นหนึ่งคนที่ยอมรับมาตรฐานโดยไม่ได้คิดอะไรซะแล้ว

    >>นอกจากพลาสเตอร์ปิดแผลแล้ว อย่างอื่นก็มี “สี” เหมือนกัน
    เห็นด้วยกะประโยคนี้ค่ะ

  11. สิ Says:

    พี่เอ๋

    อ่านแล้วนึกถึงวันนึง ที่สิถามพี่เอ๋เรื่องแมคโดนัลน่ะ
    แมคโดนัลยังยกมือไหว้คนไทยเลย ฮ่าๆ

    ปล.ตอนนี้สิเพิ่งได้กล้องฟิล์มโอลิมปัสมา เค้าบอกว่าสีมันสวย
    ต้องลองดูซะแล้วว่าล้างมาจะสวยจริงมั้ย

  12. แก้มหอม Says:

    ชอบบทความของคุณ นิ้วกลมจัง ลึกซึ้งจังค่ะ ^^

    “เป็นเรื่องเล็กที่มีความคิดเบื้องหลังที่ใหญ่กว่านั้น” แหม๋ ดีกว่าหนังสือบ้างเล่มที่ต้องเสียเงินซื้อมาอีกนะค่ะ ..
    “พาสเตอร์” นึกถึงเรื่องปิดเทอมใหญ่ อยากจะใช้สีเนื้อค่ะ เผื่อจะได้มีคนมาเติมลายให้มัน หุหุ คลาสสิก สุดๆ ..

  13. nungning Says:

    ตอนเด็กๆ เห็นเค้าฮิตลายการ์ตูนกัน
    แปะนั่น แปะนี่ เสมือนเป็นสติ๊กเกอร์เลยทีเดียวนะคะ

  14. chatsiri Says:

    ก่ะหาสีลายพรางมาแปะเผื่อพรางคนได้เยอะ;-p

  15. ป้อ Says:

    โลกพัฒนา พลาสเตอร์ก็พัฒนานะครับ

    พลาสเตอร์ที่ผมชอบใช้เป็นพลาสเตอร์สีใสๆ ใช้กับผิวแบบใดก็ได้ เสมอเหมือนกันหมด คงเหมือนกับโลกยุคนี้ที่คนผิวสีต่างๆมีโอกาสมากยิ่งขึ้น

    ไม่คิดเลยว่าแค่สีของพลาสเตอร์จะเอาไปเกี่ยวโยงกับเรื่องแบ่งสีได้ ล้ำลึกจริงๆ

  16. feel Says:

    เห็นด้วยกับความเห็นของคุณป้อนะค่า
    “โลกพัฒนา พลาสเตอร์ก็พัฒนา”
    ปัจจุบันมีพลาสเตอร์หลากหลายแบบให้เลือกใช้ปิดแผล (ยิ้ม)

  17. MashiMaRo Says:

    อืม

    แต่เจนไม่ได้คิดถึงเวลามีดบาดอย่างเดียวนะ

    เวลาโดนรองเท้ากัดอ่ะ ก็ใช่เลยแหละ

    อิอิ

  18. aswhole Says:

    คำว่ามาตรฐานคงมีความหมายแค่ในพจนานุกรมมั่งพี่เอ๋
    เพราะเรื่องจริงก็คือ

    ไม่ว่าหนูจะส่องกระจกแล้วคิดว่าตัวเองสวยเลิศแค่ไหน

    ……หนูก็ยังสวยไม่ได้มาตรฐานอยู่ดี :p

  19. peenpai Says:

    จริงครับ
    ปัจจุบันเมืองไทยเรา (ส่วนใหญ่) ยกย่องว่าฝรั่งทำนู่นนี่ดีไปหมด
    ตามสถานที่ท่องเที่ยว ตามเมืองต่าง ๆ
    ฝรั่งขี่มอเตอร์ไซค๋ ไม่ใส่หมวกกันนอค
    ฝรั่งเมาเหล้า ตามผับตามบาร์
    ตำรวจไม่กล้าจับ…กลัวเสียการท่องเที่ยว

    ที่เที่ยวดีดี คนไทยไม่มีตังค์ไป เพราะโรงแรมแพง ขายแต่ฝรั่งอย่างเดียว
    น่าจะให้สิทธิแก่คนไทยก่อนด้วยซ้ำไป

    ประเทศไทย อาจจะเป็นเมืองที่
    “ฝรั่งทำอะไรก็ไม่ผิด”…

  20. 1411 Says:

    ชอบชื่อเรื่องจังเลยค่ะ..

    แผลมีสี..

  21. sarapat Says:

    ถ้าคนเรา ลองเริ่มสังเกต สิ่งรอบตัว อาจจะได้รู้ ที่มาอีกเยอะแยะเชียววว


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: