Archive for the '14: คุยกัน' Category

แสนจะดีใจ!

สิงหาคม 18, 2007

หนึ่งเดือนกว่าแล้วที่กลับมาเข้าบ้านหลังนี้ได้อีกหน
ชอบบ้านหลังนี้ตรงที่มันโล่งๆ โปร่งๆ ดี
หากเป็นบ้านจริงๆ ก็คงติดกระจกรอบด้าน และวางเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น
แถมยังมีคนขยันคนหนึ่ง (ที่ไม่ใช่เจ้าของบ้าน) คอยถูพื้นบ้าน
ให้ขาวจั๊วะอยู่ตลอดเวลา บ้านนี้สะอ้าดสะอาด
(ตรงข้ามกับห้องรกๆ ในโลกข้างนอก)

จำได้ว่าวันที่กลับมาเข้าบ้านนี้อีกหน ตัวเลขข้างๆ ด้านซ้ายมืออยู่ที่เจ็ดหมื่น
และยังแอบชำเลืองมองมันทุกครั้งที่เปิดประตูเข้าบ้านมา
ซึ่งจะว่าไปก็ไม่รู้จะดูทำไม แต่มันคงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ (เลขฐานสิบ)
ที่พอเห็นตัวเลขขยับเข้าใกล้จำนวนเต็มสิบก็จะรอลุ้นว่า
เมื่อไหร่มันจะเปลี่ยนเป็นหนึ่งร้อย, หนึ่งพัน, หนึ่งหมื่น
และแน่นอน หนึ่งแสน

หนึ่งแสน นี่ฟังแล้วเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย
หากเป็นเงินก็ซื้อปาท่องโก๋กินได้ตั้งแสนตัว
เรียกกันว่า กินวันละตัวจนพุงแตกตายก็ยังไม่หมด
หากเป็นม็อบก็คงทำให้ผู้มีอำนาจหายใจไม่ถึงสะดือ

แม้ว่ามันจะดูบ้าตัวเลข บ้าสถิติ แต่ก็อดเปิดเผยความบ้าออกมาไม่ได้
(นี่ก็คิดอยู่ตั้งนานนะเนี่ย ว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีไหม ดูบ้าตัวเลขไปหน่อย
ไม่ค่อยคูลเลยแมน!) เพราะตัวเลขที่ว่านี้มันไม่ใช่ตัวเลขแข็งๆ แห้งๆ
แต่มันเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นจากการแวะเวียนมาเยี่ยมบ้าน
ถ้าเป็นสมัยโบราณเขาว่ากันว่า หัวกระไดเปียกๆ นี่ดี
แปลว่า ญาติสนิทมิตรสหายมาเยี่ยมเยียนกันบ่อย
จึงตักน้ำล้างเท้าที่หัวกระไดเปียกแล้วเปียกอีก ของคนก่อนยังไม่ทันแห้ง
คนใหม่ก็มาล้างเท้าขึ้นบ้านอีกแล้ว บ้านหลังนั้นคงมีตะไคร่งอกขึ้นที่หัวกระได
และคงมีมิตรภาพมากมายงอกขึ้นใต้หลังคา

ฉันกระไดก็ฉันกระนั้น ตัวเลขเฉียดแสนจึงแฝงมิตรภาพและการเยี่ยมเยียนอยู่ด้วย
หากหลงเข้ามาบ้านหลังนี้ในวันนี้ ลองเหลือบไปมองตัวเลขที่ข้างซ้ายมือดูสิครับ
เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว… (ตุบตุบ ตุบตุบ ตุบตุบ)

ไหนๆ วันนี้ก็เข้าบ้านมาได้ หลังจากตะกุกตะกักเข้าไม่ได้มาสองวัน
จึงอยากขอบคุณเพื่อนบ้านทั้งที่สูงวัยและเยาว์วัยทั้งหลายไว้ ณ ที่นี้
ที่ล้างเท้าขึ้นกระไดมาเยี่ยมกัน มาคุยกัน มาแลกเปลี่ยนความคิดความเห็นกัน
ครับ 100,000 มันก็แค่ตัวเลข แต่มันก็เป็นตัวเลขที่มีความหมายอยู่ในนั้น

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ในชุมชน wordpress มีเจ้าของบ้านท่านหนึ่ง
ตั้งชื่อหัวข้อทำนองว่า “ครบสองหมื่นแล้วครับ” (จำได้ไม่แม่น)
ผมคลิกเข้าไปอ่าน และคิดว่ามีความรู้สึกคล้ายๆ กัน
คือดีใจที่มีคนเข้ามาอ่านสิ่งที่เขาเขียน มีคนมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน
เขาถามเพื่อนๆ ที่เข้าไปอ่านบล็อกของเขาว่า เขาออกจะสงสัยว่า
ทำไมคนจึงเข้ามาอ่านบล็อกของเขา?
และเอ่ยปาก บอกให้เพื่อนๆ ร่วมบล็อกฝากคำตอบเอาไว้

เนื่องในโอกาสวันเสาร์สบายๆ และไม่มีอะไรจะเขียนจะคิด
ผมเองก็เคยสงสัยเหมือนกับที่เจ้าของบล็อกคนนั้นสงสัย
ทำไมพี่ๆ เพื่อนๆ ถึงแวะมาเยี่ยมบ้านหลังนี้?
ขอฝากไว้เป็นคำถามแรก หากว่างๆ อยากจะบอกกัน

คำถามที่สองก็คือ มีอะไรแนะนำหรืออยากเห็นเพิ่มเติมบ้างไหม?
มุมหนึ่ง ผมก็คิดเสมอว่าบล็อกเหมือนสมุดบันทึกของเจ้าของ
อยากเขียนอยากทดอะไรก็ใส่ลงไปได้ ไม่ว่าจะไร้สาระหรือมีสาระ
เพราะมันเป็นสมุดบันทึกส่วนตัว (หากช่วงไหนไร้สาระมากๆ
ก็ต้องขออภัยด้วยครับ) แต่อีกมุมหนึ่ง ผมก็เห็นว่าบล็อกเหมือน
พื้นที่ที่ให้คนจากหลายๆ ที่ที่อยู่ไกลๆ กันมานั่งฟังนั่งคุยกัน
มันอาจไม่ได้ส่วนตัวมากขนาดที่จะไม่ฟังคนที่มานั่งคุยด้วยเลย
และหากเปรียบเป็นห้องรับแขกสักห้อง คนที่นั่งอยู่ด้วยกัน
ก็อาจจะหันมาบอกกันได้ว่า ฉันอยากดูทีวีช่องนี้ เฮ้ย อย่าเพิ่งเปลี่ยน
ช่องสิ กำลังดูบอลอยู่สนุกๆ เฮ้ย อย่าเพิ่งเปลี่ยนช่อง กำลังดู
เกิร์ลลี่เบอรี่เต้นอยู่ หรืออาจจะบอกได้ว่า วันนี้ขอกาแฟไม่ใส่ครีม
ขอครีมไม่ใส่กาแฟ ขอกาแฟไม่ใส่นมข้น ขอนมข้นไม่ใส่ครีม
คือแลกเปลี่ยนความชอบและบอกความต้องการได้ประมาณหนึ่ง
ส่วนเจ้าของบ้านจะมีปัญญาหามาเสิร์ฟหรือไม่นั่นก็เป็นอีกเรื่อง
เพราะสมมุติแขกอยากซดกาแฟคุณภาพดีชื่อเรียกยากๆ
เจ้าของบ้านก็อาจไม่รู้จัก (เจ้าของบ้านออกจะโลกแคบ หุหุ)

ก็เลยถือโอกาสวันเสาร์ใกล้แสนมาชวนเพื่อนบ้านคุย
สองเรื่องที่ว่า ทำไม? และ อะไร?

ขอบคุณที่มาเยี่ยมบ้านและพูดคุยทักทายกันนะครับ
อ้าว แล้วนั่นยืนตากแดดอยู่ตรงนั้นทำไมล่ะครับ
มามะ เชิญขึ้นเรือนก่อน มานั่งพักผ่อนใต้หลังคา ร่มๆ ต้นไม้เขียวๆ
แต่ อ๊ะอ๊ะ ตักน้ำล้างเท้าที่หัวกระไดก่อนขึ้นมาด้วยครับ
พื้นบ้านมันข้าวขาวน่ะครับ เดี๋ยวจะเปื้อน (ฮ่าฮ่า)

Advertisements

คำกลม

สิงหาคม 8, 2007

สวัสดีครับเพื่อนบ้านทั้งหลาย วันนี้มีเรื่องมาขอความช่วยเหลือครับ หากว่างๆ ก่อนนอน ก่อนหัวถึงหมอน หรือถึงแล้วมันไม่ยอมหลับ ก็ฝากขยับตัวขึ้นมาสักหน่อย แล้วหันไปหยิบหนังสือของ “นิ้วกลม” ขึ้นมา ลองพลิกหน้าหา “วรรคทอง” ซึ่งอาจจะหายากสักนิด แต่หาๆ ไปอาจช่วยให้หลับสบายขึ้นได้ เพราะหาแล้วไม่เจอเดี๋ยวก็คง
ผลอยหลับไปเอง

จริงๆ แล้ว เกือบเดือนหนึ่งได้แล้วมั้งที่ “อะบุ๊ก” บอกข่าวเรื่องจะทำหนังสือรวม “วรรคทอง” ของพี่น้องนักเขียนในค่ายอาร์เอส เอ้ย! แกรมมี่ เอ้ย! เบเกอรี่ เอ้ย! ในค่ายอะบุ๊กของพวกเรา ที่แม้ไม่หล่อเหลาเท่าค่ายต่างๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น แต่ก็ (คิดกันเองว่า) “คม” กว่า (สำหรับผู้ที่กำลังจะหมั่นไส้ ควรพิจารณาแยกแยะ “มุข” กับ “ความจริง” ออกจากกันให้ชัดเจนเสียก่อน) พี่บิ๊ก-บรรณาธิการคนล่า ถามถึง “ประโยคมีดโกน” ในหนังสือทั้งสี่เล่มที่เคยพิมพ์กับอะบุ๊ก ซึ่งมีรายนามดังต่อไปนี้ — โตเกียวไม่มีขา, กัมพูชาพริบตาเดียว, เนปาลประมาณสะดือ และอิฐ — เอาไว้เมื่อเดือนก่อน “พี่ขอเล่มละสาม-สี่ประโยคนะ” พี่แกว่างั้น

ซึ่งจริงๆ แล้ว เส้นตายก็ใกล้เข้ามาทุกที และจะว่าไปมันก็ผ่านไปแล้วด้วยซ้ำ แต่คนอารมณ์ศิลปินอย่างเราๆ ไอ้ครั้นจะส่งงานให้ตรงเวลาก็เกรงว่าจะไม่อาร์ต (ข้ออ้างทั่วไปของเด็กศิลป์) เลยปล่อยปละละเลยจนเกือบลืมไปแล้ว หากวันนี้ไม่ได้เข้าไปอ่านเว็บบอร์ดอะเดย์แล้วไปเจอะเข้ากับกระทู้ของพี่ก้อง-ทรงกลด ที่เขียนถามผู้อ่านว่า ชอบประโยคไหนในหนังสือของพี่แกบ้าง ก็เลยได้ไอเดียว่า ไอ้ครั้นจะไปเปิดหนังสือหา “วรรคทอง” ที่ยากกว่าการ “ขุดทอง” ในหนังสือทั้งสี่เล่มของตัวเอง มาถามเพื่อนๆ พี่ๆ ในบล็อกดูดีกว่า เผื่อจะพอจดจำได้หรือขุดหากันเจอบ้าง แล้วผมจะส่งต่อไปให้อะบุ๊กพิมพ์อีกต่อหนึ่ง หากกระทู้นี้ไม่ร้างจนต้องไปขุดหาเอาเอง (แหง่ว)

ใครจำประโยคไหนได้ หรือชอบประโยคไหน ก็ช่วยแปะไว้ในนี้หน่อยนะครับ ถือซะว่าช่วยๆ กันทำหนังสือสักหนึ่งเล่ม หนังสือรวมคำคมๆ (ไหมหว่า?) จะเรียกอย่างนั้นก็ไม่แน่ใจ สำหรับส่วนของตัวเองจึงขอเรียกมันว่า “คำกลม” แทนน่าจะดีกว่า ไม่บาดมือบาดใจ แต่ลูบไล้แล้วสบายนิ้ว

ขอ “คำกลม” นิดหนึ่งนะครับ
หากคืนนี้นอนไม่หลับ ก็ลองขยับขึ้นมาพลิกหนังสือสี่เล่มนั้น (ถ้ามีมันติดบ้านอยู่บ้าง)
อ้อ หากอยากจะแถมเล่มอื่นอีกสอง (หมองไหวฯ กับ นวนิยายมีมือ) ก็มิถือสา
ถือว่านานๆ ทีจะมีโอกาสได้คุยเรื่องหนังสือกัน

ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ร่วมบ้านไว้ล่วงหน้าครับผม!

เผื่ออยากคุย 001

กุมภาพันธ์ 15, 2007

เผื่อมีอะไรอยากคุยกัน
หย่อนใส่ไว้ในนี้ก็ได้นะครับ
โต้ตอบกันง่ายกว่าอีเมล
และเผื่อมีเพื่อนบ้านช่วยกันคุยอีกแรง
เชิญตามสบายครับ.
😀