Archive for the '18: msn' Category

สัจธรรมคำห้อยเอ็ม

กรกฎาคม 19, 2007

ยามว่าง ผมชอบนั่งอ่านคำห้อยท้ายหลังชื่อของเอ็มเอสเอ็นของเพื่อนๆ
บางครั้งอ่านแล้วก็ปล่อยขำออกมา บางครั้งก็พยักหน้าตาม
บางทีก็เจอสัจธรรมเล็กๆ ที่เจ้าของชื่อเอามาแปะไว้ เหมือนได้บรรลุอะไรสักอย่าง
เหมือน “ปิ๊ง” เล็กๆ ของวันนั้น บางประโยคก็คล้ายคำท้ายรถสิบล้อ ได้อารมณ์ดี
บางประโยคก็บอกสถานการณ์ปัจจุบัน บางคนก็บ่นกับตัวเอง
“บอลไทยตกรอบได้ไงฟระ” หรือ “แมนยูฯ ของกู ไม่น่าเล้ย” อะไรทำนองนั้น
บางคนก็เขียนคำห้อยท้ายเอ็มเหมือนพาดหัวข่าว ยั่วให้เพื่อนมาถาม
จะได้มีเรื่องคุยในวันนั้น ผมว่ามันเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่สนุกดี
จึงอยากรวบรวมไว้ ใครมีดีๆ ฮาๆ ก็มาแบ่งกันได้นะครับ
เริ่มรวบ+รวมแล้ว

สุขใดไม่เท่าล้วงกระเป๋าแล้วเจอตังค์
(อันนี้สัจธรรมที่ซู้ด)

ถ้าโลกนี้ไม่ชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เลยเสียดีกว่า
(เจ้าบทเจ้ากลอน)

คนเราไม่ต้องหัวเราะทุกวันก็ได้
(อืม…สงสัยวันนี้ไม่มีเรื่องให้หัวเราะอะดิ)

ตกงานแต่ไม่ตกใจ
(เออเก่งเว้ย!)

จะตกก็ตกเลยสิคะ อย่าตกตอนเลิกงานเลย
(อันนี้มาแนวภาวนา)

ฝนจ๋าอย่าเพิ่งตกเลย
(คนนี้แนวอ้อนวอน)

เพราะว่าเธอน่ะ จริงใจ แต่ไม่เคย จ-ริ-ง-จั-ง
(แบบไหนดีกว่ากันหว่า?)

จะไม่ขี้ลืมจะเลิกขี้งอน
(แต่อย่าลืมขี้นะที่รัก)

Don’t try to fix me, I’m not broken..
(โอว…)

รักสวย รักงาม และก็ต้อง “รักดี”
(ต้องหามจั่วด้วยนะเธอ)

คิดไม่ออก ก็คิดเข้าสิ
(ขยันเว้ย!)

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ ทุกนาที
(เตือนใครหว่า?)

การมีความรักทำให้สติสัมปชัญญะลดลง
(ควรมีคำเตือนข้างขวด)

ความสุข! อยู่กับผมนานๆ นะ!
(ความทุกข์ ไปให้พ้น ชิ่วชิ่ว!)

“การทำหนังก็เหมือนมีรัก ผมไม่สามารถผละไปหารักใหม่ได้ทันทีที่รักเก่าจบสิ้นได้หรอก”
วาทะคมๆ จาก ฌอง ปิแอร์ เฌอเนต์” (คนนี้มาแนวรักหนัง จะคุยกับเธอต้องคุยเรื่องหนัง)

Whatever doesn’t kill you only makes you stronger!
(สัจธรรมอีกข้อ)

“หาเรื่องรักกันทุกวัน”
(อันนี้ชอบ “หาเรื่อง” กับ “รัก” มาอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักดี)

คนมองโลกในแง่ดีเขาจะหัวเราะเพื่อลืม แต่คนมองโลกในแง่ร้ายเขาจะลืมที่จะหัวเราะ
(มาหัวเราะกับคำห้อยเอ็มกันดีกว่า)

Advertisements

คำล่ำลาที่หายไปใน msn

กรกฎาคม 19, 2007

ออกจะรู้สึกว่ามีบางอย่างหายไปสำหรับการคุยในเอ็มเอสเอ็น
เมื่อครั้งก่อน หากเรามานั่งคุยกัน ไม่ว่าที่โรงเตี๊ยม ร้านน้ำชา ร้านกาแฟ
ร้านสุรา ร้านอาหาร เราก็คงจะต้องมีการล่ำลากันก่อนที่จะลุกเดินจากไป

หากมีใครสักคนมาเยี่ยมบ้าน ก็คงต้องกอดจูบตบหลังตบไหล่
โบกมือบ้ายบาย ยกมือไหว้ แล้วค่อยเปิดประตู กลับไปอยู่ในที่ชอบที่ชอบ

เปลี่ยนมาเป็นการคุยโทรศัพท์ เราก็ไม่เคยวางสายทิ้งไปเฉยๆ
ปล่อยให้อีกฝ่ายถือหู อ้าปากหวอ รอแมลงวันบินเข้าไปวางไข่แต่อย่างใด
“บ้ายบาย ฝันดีนะคะ อย่าลืมฝันถึงอรทัยด้วยนะคะ” มักจะมีการลงท้ายแบบนั้น
“แค่นี้นะ!” กระทั่งโกรธกัน เราก็ยังมีคำลงท้าย

แต่เอ็มเอสเอ็นสร้างพฤติกรรมใหม่ให้เกิดขึ้น
กับบางคน กับบางที กับบางสถานการณ์
เราเหมือนโดนปล่อยคว้างล่องลอยอยู่ในทะเลไซเบอร์
จู่ๆ เรือที่เข้ามาจอดเทียบคุยกัน ก็ล่องหายไปจากขอบเขตสายตา
และไม่มีทีท่าว่าจะล่องกับมาโบกมือบ้ายบายอีก
เขา หรือ เธอ ได้จากไปแล้ว เราอาจจะมาทักทายกันใหม่ในวันพรุ่งนี้
แต่สำหรับวันนี้ ไม่มีคำล่ำลา

หลายครั้งที่เอ็มเอสเอ็นเป็นเช่นนั้น